หมอเผย “ลิงอ้วน”บางขุนเทียน โรคเพียบ ส่อป่วย“มะเร็งไขมัน” อธิบดีอุทยานฯสั่งรักษาเต็มที่

เมื่อวันที่ 28 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สพ.ญ.สุภกานต์ แก้วโชติ และ สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ประจำฝ่ายสุขภาพสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) พร้อมเจ้าหน้าที่ได้นำลิงอ้วน บางขุนเทียน อายุประมาณ 10 ปี หนัก 15 กิโลกรัม เข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมด้วยการเอ็กซเรย์ ช่องอก และช่องท้อง พบว่า มีสภาวะปอดอักเสบ และในส่วนของช่องท้องมีความผิดปกติ พบว่า มีขอบเขตคล้ายก้อนเนื้องอกไขมัน หรือ อาจจะเป็นก้อนมะเร็งไขมัน ซึ่งจะต้องทำการตรวจเพิ่มเติม จึงทำการเจาะดูดช่องท้องด้วยเข็ม นำไปตรวจเซลล์วิทยาโดยจะต้องรอผลประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อวินิจฉัยชี้ชัดว่า เซลล์ที่ได้จากการเจาะดูดนั้นเป็นเซลล์ชนิดใด ทั้งนี้สัตวแพทย์ได้ทำการเจาะตรวจเลือดเพื่อตรวจดูค่าโลหิตวิทยา ( CBC : เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว) ชีวเคมีวิทยา (Blood chem : ค่าตับ ค่าไต ค่าคอเรสเตอรอลในกระแสเลือด) ส่งตรวจที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน และส่งตรวจโรคติดต่อ เฮอร์ปีส์ไวรัส […]

หมอธีระวัฒน์ เผย 40 จว.ตรวจหัวสุนัขต้องสงสัย กว่าครึ่งเป็นบ้า พบเคยกัด วัวควาย ต้องฉีดยาทั้งหมู่บ้าน

เมื่อวันที่ 28 เมษายน นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พร้อมด้วยศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ คณบดีคณะแพทยศาสตร์และผู้อำนวยการรพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกด้านค้นคว้าและอบรมโรคติดเชื้อไวรัสสัตว์สู่คน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกันแถลงข่าวระหว่างการประชุมหารือกับผู้เชี่ยวชาญด้านโรคพิษสุนัขบ้าจากนานาชาติ จัดโดยองค์การอนามัยโลกหรือฮู( WHO) ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า ทราบว่าผลการตรวจสมองสุนัขที่ต้องสงสัยมีมากกว่า 40 จังหวัดที่มีไวรัสก่อโรคพิษสุนัขบ้า บางพื้นที่พบสูงถึง 30-50 % นอกจากนี้ ยังพบว่า มีการแพร่เชื้อนี้จากสุนัขไปยังวัวและควายในหลายพื้นที่จากการที่ถูกสุนัขกัด แต่ยังไม่พบคนติดโรคนี้จากวัวและควาย ที่น่ากังวล คือ เมื่อมีวัวและควายตายในหมู่บ้าน ชาวบ้านจะนำมารับประทาน หากรับประทานแบบสุกจะไม่ได้รับเชื้อ แต่ในส่วนของคนที่ชำแหละและผู้ปรุงจะต้องไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า ซึ่งที่ผ่านมามีรายงานว่าบางพื้นที่ต้องไปฉีดวัคซีนกันทั้งหมู่บ้าน เพราะฉะนั้น ที่ดีที่สุดเมื่อเกิดสัตว์ตาบผิดปกติในหมู่บ้านไม่ควรนำมารับประทานและรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทราบโดยด่วน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า ในการป้องกันการแพร่ระบาดโรคพิษสุนัขบ้า สิ่งสำคัญคือต้องคุมประชากรสุนัข ซึ่งจะต้องได้รับความร่วมมือจากผู้รักสุนัขให้มีความรับผิดชอบในการทำหมันสุนัขทั้งตัวผู้และตัวเมีย ไม่ใช่เมื่อเกิดลูกแล้วนำไปถวายเจ้าอาวาสหรือโรงพยาบาล ขณะนี้เมืองไทยจะมีสุนัขชุมชน ที่ไม่ใช่สุนัขจรจัด 100 % เพราะจะมีคนมาคอยให้อาหารแล้วก็ไป ดังนั้น จำเป็นต้องมีการจำกัดประชากรสุนัข ย้ำว่าไม่ใช่เป็นการทำร้าย วิธีที่มีการใช้คือการผ่าตัดคุมกำเนิด ต้องมีการดมยาสลบ […]

แพทย์เตือนผู้สูงอายุระวัง “โรคที่มากับอากาศร้อน”

นพ.ธีรพล โตพันธานนท์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ประเทศไทยต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ผู้ที่มีโรคประจำตัว เด็ก หญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ จะเจ็บป่วยได้ง่าย หากต้องเผชิญกับอากาศร้อนนานๆ โรคที่ผู้สูงอายุต้องระวังและพบบ่อยในช่วงอากาศร้อน คือ 1.โรคลมแดดหรือฮีทสโตรก (Heat Stroke) เกิดจากการที่ผู้สูงอายุอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิสูงและได้รับความร้อนมากเกินไป ส่งผลให้การทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบสมองผิดปกติ อาจทำให้หัวใจหยุดเต้น และถึงแก่ชีวิตได้ การป้องกันผู้สูงอายุไม่ควรตากแดดในช่วงเที่ยงวัน หรือเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงบ่ายโมงไปถึง 4 โมงเย็น แต่หากมีความจำเป็นต้องสัมผัสแดดควรใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเช็ดตัวเพื่อลดความร้อนในร่างกาย และควรจิบน้ำเปล่าให้บ่อยที่สุดในวันที่มีอากาศร้อนจัด 2. โรคท้องเสีย วิธีป้องกัน คือ ควรยึดหลักกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ เพื่อลดการติดเชื้อ และไม่กินอาหารที่ตั้งทิ้งไว้นานๆ 3.โรคผิวหนังแสบ แดง เป็นผื่น ที่เกิดจากการสัมผัสแสงแดดเป็นเวลานานๆ โดยปราศจากสิ่งป้องกัน จะทำให้ผิวหนังของผู้สูงอายุเกิดอาการไหม้ เกรียม แสบ และแดงเป็นผื่นได้ จึงควรดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ เพื่อสร้างความชุ่มชื่นให้แก่ผิวพรรณ และควรทาครีมกันแดดที่มีค่าป้องกันรังสียูวีมากกว่า 50 PA+++ ทาลงบนผิวหน้าและผิวกายก่อนออกแดดประมาณ 20 นาที และควรทาซ้ำทุก 2- 4 […]

พสกนิกรเล่าความประทับใจ ‘ในหลวงร.9’ พร้อมชมภาพจิตรกรรม-ประติมากรรมก่อสร้างพระเมรุมาศ (มีภาพ)

เมื่อวันที่ 28 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศประชาชนที่มากราบถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ต่างร่วมกล่าวแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เริ่มที่ น.ส.บุญเลี้ยง แว่นประชา อายุ 62 ปี เกษตรกรจากต.โนนศิลา อ.โนนศิลา จ.ขอนแก่น เดินทางมาพร้อมกับคณะลูกศิษย์พระครูจันทะ ธรรมสาร เจ้าอาวาสวัดศรีสง่า ต.โนนศิลา จำนวน 50 คน ด้วยรถโดยสาร 1 คัน เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้มีโอกาสเข้ากราบสักการะพระบรมศพ จริงๆอยากมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาส เนื่องจากไม่มีใครพามา อย่างไรก็ตาม ตนจะพยายามทำดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเท่าที่จะทำได้ อย่างที่ผ่านมาเป็นอาสาสมัครของหมู่บ้านในการจัดงานบำเพ็ญกุศลครบ 100 วัน น.ส.ปราณี พ่อค้า อายุ 27 ปี พนักงานบริษัทเอกชน ได้ถือโอกาสพาคุณแม่ นางประยูร บริสุทธิ์ อายุ 64 ปี ที่เดินทางจากจ.อุบลราชธานี ขึ้นมาเที่ยวกรุงเทพฯในช่วงสงกรานต์ และเตรียมตัวเดินทางกลับในวันที่ 29 เมษายน […]

ทันตแพทยสภายื่นหนังสือนายกฯแก้ปัญหา กม.นิวเคลียร์กระทบวิชาชีพ

วันที่ 28 เมษายน ผศ.(พิเศษ) ทพ.ไพศาล กังวลกิจ นายกทันตแพทยสภา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมา ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียนให้ทราบถึงความเดือดร้อนของทันตแพทย์ทั่วประเทศ อันเป็นผลกระทบจากพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2559 โดยมี พล.อ.ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ ผู้แทนนายกรัฐมนตรี มารับหนังสือที่ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการตามข้อเสนอ 3 ข้อ ดังนี้ 1.พิจารณาให้มีการดำเนินการออกกฎกระทรวงกำหนดให้เครื่องกำเนิดรังสีทางทันตกรรม ที่มีหลอดกำเนิดรังสีทำงานด้วยความต่างศักย์ไฟฟ้าสูงสุด 60-95 kVp ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมตามพ.ร.บ.นี้ 2.ให้เครื่องกำเนิดรังสี อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลมาตรฐานของเครื่องและความปลอดภัยในการติดตั้งและใช้งานจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 3.ให้ทันตแพทยสภาเป็นผู้ควบคุมกำกับมาตรฐานการใช้เครื่องกำเนิดรังสีทางทันตแพทย์ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ป่วย ผู้ใช้เครื่องกำเนิดรังสี และประชาชน “ทันตแพทยสภาขอยืนยันว่า เข้าใจถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ดี แต่ขั้นตอนการร่างกฎหมายกลับมิได้มีการสอบถามความเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการตรากฎหมาย กฎหมายนี้ไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลงของภาคีระหว่างประเทศและไม่เหมือนกับที่นานาอารยะประเทศทำกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องให้ทันตแพทย์ต้องไปอนุญาตใช้เครื่องเอ็กซเรย์อีก จึงทำให้กฎหมายฉบับนี้ส่งผลกระทบต่อวิชาชีพทางการแพทย์ที่มีการใช้เครื่องเอ็กซเรย์ โดยเฉพาะเงื่อนไขที่ไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติงานและอัตราโทษที่สูงเกินความจำเป็น” นายกทันตแพทยสภา กล่าว

กรุงเทพฯฝนตกแล้ว ‘วาฟ’ชี้เมฆเคลื่อนที่ช้า ทยอยก่อตัว ตกเรื่อยๆ ไปถึงค่ำ

ถนนรัตนาธิเบศร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (กทม.) แจ้งว่า เมื่อเวลา 10.15 น. ฝนเล็กน้อยเขตดุสิต ทวีวัฒนา และมีแนวโน้มลดลง ต่อมา 11.10 น. พื้นที่ กทม.ไม่พบกลุ่มฝน ฝนเล็กน้อยถึงปานกลางจังหวัดนนทบุรี เคลื่อนตัวทิศเหนือ ไม่มีผลกระทบต่อ กทม. ด้านนายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวว่า ช่วงก่อนเที่ยง กำลังจับตาดูกลุ่มเมฆที่จ่ออยู่ทางทิศเหนือของกรุงเทพฯ และบริเวณ จ.สมุทรปราการ จากแบบจำลองสภาพอากาศ (วาฟ-รอม) ซึ่งระบุว่า มีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้ามาในกรุงเทพฯ โดยหากเคลื่อนตัวเข้ามาจะส่งผลให้ช่วงกลางวันฝนจะตกครอบคลุมหลายพื้นที่ แต่เป็นฝนปรอยๆ และน่าจะเริ่มตกหนักในตอนกลางคืน อย่างไรก็ตาม หลายๆ พื้นที่ ในเขต อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี มีฝนตกและน้ำขังแล้ว เวลา 12.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลายๆ พื้นที่ในกรุงเทพฯ ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ตรวจสอบจาก […]

ทราบหรือไม่ ? สารหล่อลื่นชนิดใด ห้ามใช้กับถุงยางอนามัย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผลการทดสอบสารหล่อลื่นที่ใช้กับถุงยางอนามัย พบว่า ห้ามใช้สารหล่อลื่นประเภทน้ำมันทาเพิ่มกับถุงยางอนามัย เพราะทำให้ถุงยางอนามัยเสื่อมสภาพ โดยที่ น้ำมันพืช ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของถุงยางอนามัยสูงสุด รองลงมาได้แก่ เบบี้ออยล์, ปิโตรเลียม เจลลี่ และบอดี้ โลชั่น ดังนั้นจึงควรใช้สารหล่อลื่นประเภทละลายในน้ำ ได้แก่ เค-วาย เจล หล่อลื่น สูตรน้ำ เนื่องจากไม่มีผลทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของถุงยางอนามัย ไม่ทำลายยางธรรมชาติ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า โดยทั่วไปถุงยางอนามัยจะมีการเติมสารหล่อลื่นอยู่แล้ว โดยสารหล่อลื่นที่นิยมใช้ในกระบวนการผลิตถุงยางอนามัยคือ ซิลิโคน ออยล์ (Silicone oil) เป็นสารหล่อลื่น ที่ละลายในน้ำ ไม่ทำลายคุณภาพเนื้อยาง อย่างไรก็ตาม มาตรฐานถุงยางอนามัย มอก.625-2559 ของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งอ้างอิงตามมาตรฐานสากล ISO 4074 : 2015 ไม่ได้กำหนดว่าควรจะเติมสารหล่อลื่นในถุงยางอนามัยปริมาณเท่าไร มีกำหนดเพียงวิธีทดสอบปริมาณสารหล่อลื่น ดังนั้นการเติมปริมาณสารหล่อลื่นในถุงยางอนามัยจึงขึ้นอยู่กับผู้ผลิตเป็นผู้กำหนด ส่วนมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้มีปริมาณสารหล่อลื่นในถุงยางอนามัยอยู่ในช่วง 400–600 มิลลิกรัม นพ.สุขุม กล่าวว่า สำหรับผู้ต้องการหาสารหล่อลื่นเพิ่มเติมเพื่อใช้กับถุงยางอนามัย […]

สกู๊ปข่าว : ปิดซ่อมชั่วคราว ยืดชีวิตธรรมชาติž สู่ท่องเที่ยวžยั่งยืน

ภาพปริมาณนักท่องเที่ยวไหลทะลักเข้าไปยังแหล่งท่องช่วงวัยหยุดยาว โดยเฉพาะในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ แทนที่จะเป็นช่วงเวลาพักผ่อนหย่อนใจสบายอารมณ์ กลับกลายเป็นความแออัด แย่งกันกิน แย่งกันอยู่ ไม่ใช่เฉพาะนักท่องเที่ยวเท่านั้นที่ตักตวงความสวยงามตามธรรมชาติไม่ได้เต็มที่ แต่ตัวพื้นที่เองก็พลอยจะได้รับผลเสียไปด้วย จากขีดจำกัดในการรองรับปริมาณฝูงชน มีบทเรียนเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแล้วหลายพื้นที่ แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าไปจัดการได้ชัดเจนแม้สักพื้นที่เดียว ความนิยมของนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเที่ยวในอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ จากตัวเลขตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559-เมษายน 2560 ซึ่งคาบเกี่ยวกับช่วงวันหยุดยาว อย่างเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ มีลำดับ 1-10 ดังนี้ 1.อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี 2.อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน 3.อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา 4.อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 5.อุทยานแห่งชาติน้ำตกเอราวัณ 6.อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด 7.อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ 8.อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา 9.อุทยานแห่งชาติเขาสก 10.อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช แสดงความเป็นห่วงในนี้ว่า นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ทำให้อุทยานแห่งชาติมีรายได้มากขึ้น แต่อุทยานฯก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับตัวเลขรายได้เป็นหลัก เพราะงานหลักที่กรมอุทยานฯจะต้องทำคือ การทำให้ทรัพยากรคงอยู่กับคนไทยตลอดไป ที่ผ่านมาจึงมีการจัดสรร รายได้จากอุทยานฯใหญ่ๆ ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและมีรายได้สูง ไปให้อุทยานฯขนาดเล็กที่มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมไม่มากนัก โดยเข้าไปปรับปรุง ฟื้นฟูสถานที่ ทำระบบสาธารณูปโภค เพื่อที่จะให้สถานที่เหล่านั้นช่วยแบ่งเบาปริมาณนักท่องเที่ยว ไม่ให้มุ่งไปแต่แหล่งที่ได้รับความนิยม มีความแออัดยัดเยียดจนเกินไป เรื่องการจัดระเบียบ จำกัดปริมาณนักท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งการปิดพื้นที่ เพื่อให้สิ่งแวดล้อมได้รับการฟื้นฟู ก็ทำมาโดยตลอด เช่น […]

อุทยานฯ ช่วยลิงอ้วน 15 กิโลกรัม คนให้อาหารกินมากเกิน นั่งนิ่ง ลุกไปไหนไม่ได้

วันที่ 27 เมษายน 2560 น.ส.กาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ตามที่มีผู้เผยแพร่ภาพทางเฟซบุ๊ก กรณีลิงแสมที่เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ มีรูปร่างอ้วนจนไม่ลุกไปไหน พร้อมทั้งเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ไปดูแล นั้น เจ้าหน้าที่สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า พร้อมทีมสัตวแพทย์สัตว์ป่า ประสานงานกับเขตห้ามล่าสัตว์ป่าพันท้ายนรสิงห์ได้ลงพื้นที่บริเวณจุดชมวิวถนนเลียบวงแหวนด้านใต้ เขตบางขุนเทียน พบลิงตัวดังกล่าว ลักษณะคล้ายอ้วนมากจนลุกไปไหนมาไหนไม่ได้ ทีมสัตวแพทย์จึงยิงยาสลบและเคลื่อนย้ายลิงดังกล่าว นำไปตรวจสุขภาพอย่างละเอียดและฟื้นฟูสุขภาพที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลาง จ.นครนายก ต่อไป น.ส.กาญจนากล่าวว่า ตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่าลิงดังกล่าวเป็นลิงแสม เพศผู้ อยู่ที่สวนสาธารณะคุณกะลา ใกล้ตลาดน้ำคุณกะลา เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ มีน้ำหนัก 15 กิโลกรัม พบบริเวณท้องมีลักษณะนิ่ม เป็นลิงอ้วนมาก เพราะโดยทั่วไปแล้วลิงชนิดนี้จะมีน้ำหนักแค่ 8-10 กิโลกรัมเท่านั้น คาดว่าสาเหตุความอ้วนน่าจะมาจากแต่ละวันมีผู้ให้อาหารเป็นจำนวนมาก ลิงจึงไม่ยอมไปไหน นั่งรออาหารจากผู้คนบริเวณนั้น

อุดรฯสั่งปิดโรงงานยางแท่งอีกแห่ง พร้อมปรับปรุง 1 เดือน

วันที่ 27 เมษายน 2560 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี โดยนายกฤษชานนท์ อุทัยเลี้ยง รอง ผอ.ศูนย์ฯ ร่วมกับนายสายันต์ หมีแก้ว นักวิชาการ สนง.สิ่งแวดล้อม ภาค 9 , นายนพคุณ เพ็ชรมาก วิศวกรโรงงาน สนง.อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ประชุมแก้ไขปัญหากลิ่นเหม็นของโรงงานยางแท่ง บ.กว๋างเขิ่นรับเบอร์ (แม่น้ำโขง) จก. ถ.นาข่า-สุ่มเส้า ต.นาข่า อ.เมือง โดยมีตัวแทนผู้เดือดร้อนจาก ม.1 , 7 , 8 , 9 , 10 และ 11 ต.นาข่า ราว 50 คน นำโดย […]