โยนบึ้ม-หมามุ่ยป่วนม็อบ อุรุพงษ์วุ่น ตร.เล็งขยาย"กม.มั่นคง"

วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2556

 


ปิดถนน - กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งแยกตัวมาจากกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ปักหลักชุมนุมขับไล่รัฐบาลที่บริเวณแยกอุรุพงษ์ โดยปิดถนนทั้งหมด 3 ช่องทาง ส่งผลต่อสภาพการจราจรในบริเวณดังกล่าวติดขัดอย่างหนัก เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม




ก่อกวน - คนร้ายปาระเบิดเพลิง หมามุ่ย ใส่กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งแยกตัวจากกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ซึ่งปักหลักชุมนุมขับไล่รัฐบาลบริเวณสี่แยกอุรุพงษ์ เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 10 ตุลาคม มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม



แกนนำประกาศตั้งคปท. ปชป.โผล่เยี่ยมถึงเต็นท์ โปรดเกล้าฯพรบ.งบ"57 "นิรโทษ"คืบถึงมาตรา3

โฆษก ผบช.น.เตือนม็อบอุรุพงษ์ไม่ปลอดภัย เจรจาย้ายไปรวมที่สวนลุมฯ หลังมือมืดโยนระเบิดขวด พร้อมใบปลิวจากทางด่วนใส่ การ์ด กปท.เจ็บ 1 เผยมีข้อความแค้นทำรถติด แถมยังมีหมามุ่ยป่วนอีก

@ โยนระเบิดขวดป่วนม็อบ

ภายหลังกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ย้ายที่ชุมนุมจากบริเวณทำเนียบรัฐบาลไปบริเวณสี่แยกอุรุพงษ์ ถนนพระรามที่ 6 แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม. เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 11 ตุลาคม ร.ต.ท.วัลลภ อิสริยสกุลวงศ์ พนักงานสอบสวน สน.พญาไท รับแจ้งเหตุคนร้ายปาระเบิดขวดใส่เต็นท์ผู้ชุมนุมของกลุ่ม กปท.บริเวณสี่แยกอุรุพงษ์ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อม พ.ต.อ.ทรงพล วัธนะชัย รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.กฤษณะ สุกันทะ สว.สส.สน.พญาไท เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท และกองเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน

ที่เกิดเหตุอยู่พื้นถนนบริเวณสี่แยกดังกล่าว ฝั่งมุ่งหน้ากรมทางหลวง หน้าทางเข้าเต็นท์ของผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่พบกลิ่นน้ำมันก๊าดคละคลุ้งไปทั่ว และมีร่องรอยไฟไหม้บนผ้ายางปูที่นอนของการ์ดอาสาอยู่ใต้เสาสัญญาณไฟจราจร มีเศษขวดเครื่องดื่มชูกำลังแตกละเอียด ลูกปืนรถยนต์จำนวนนับร้อยลูก และใบปลิวเขียนข้อความว่า "พวกมึงทำกูรถติด ไปหาที่ประท้วงใหม่ไปๆๆๆๆๆ" อีกหลายสิบใบ กระจัดกระจายไปทั่วพื้นถนน มีร่องรอยไฟไหม้บนสะพานลอยคนข้ามแยกดังกล่าวอีก 1 จุด ส่วนด้านในเต็นท์ที่พักผู้ชุมนุมพบถุงพลาสติกใส่หมามุ่ยไว้จำนวนมากตกอยู่ 1 ถุง นอกจากนี้ ยังพบรถแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีส้ม ทะเบียน ทร-1679 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในสภาพกระจกหลังแตกละเอียดทั้งบาน เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมรายละเอียดที่พบทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

@ ชี้โยนลงมาจากทางด่วน

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่พบผู้บาดเจ็บ 1 ราย คือนายภัทราวุฒิ จิระวิบูลย์วรรณ อายุ 38 ปี เป็นการ์ดของกลุ่มผู้ชุมนุม มีบาดแผลถูกเศษแก้วบาดที่หัวแม่โป้งเท้าซ้าย เจ้าตัวให้การว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่ในเต็นท์ จากนั้นก็ได้ยินเสียงระเบิดดังกล่าว ก่อนจะมีเสียงคนร้องโวยวาย จึงเดินเท้าเปล่าออกมาสำรวจ ทำให้ไปเหยียบเศษแก้วเข้า

ด้านนายสุทธินันท์ ประยุงค์ อายุ 30 ปี การ์ดของผู้ชุมนุม ให้การว่า ขณะที่กำลังจะนอนหลับได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น 3 ครั้ง เมื่อมองขึ้นไปบนทางด่วนเห็นใบปลิวที่มีข้อความดังกล่าวปลิวว่อนเต็มไปทั่ว จึงวิ่งหาที่หลบภัย ไม่รู้ว่าเป็นการกระทำของฝ่ายใด แต่เชื่อว่าต้องเป็นการปาลงมาจากทางด่วนแน่นอน ทั้งนี้ จากการลุกไหม้ และเศษลูกปืน หากโดนเข้าไปไม่เจ็บก็ตาย จึงเชื่อว่าคนทำต้องการให้ถึงตาย

ขณะที่นายมิตรชัย ทวีพจน์ อายุ 44 ปี คนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าว ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถมาจากสนามม้านางเลิ้งเพื่อจะไปหาผู้โดยสารย่านถนนเพชรบุรี เมื่อมาถึงแยกที่เกิดเหตุก็จอดติดไฟแดงเป็นคันแรก และมีรถจอดตามหลังประมาณ 10 คัน หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงระเบิดหลายครั้ง เห็นแสงเพลิง มีใบปลิวร่วงมาจากด้านบน ตอนแรกงงไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อเหตุการณ์สงบ ก็จอดรถลงมาดูก็พบกระจกหลังแตก ไม่รู้ว่าจะไปเรียกค่าเสียหายกับใคร เพราะเป็นรถของตนเอง และทำประกันชั้น 3 เอาไว้

@ ตร.เช็กวงจรปิดหาเบาะแส

พ.ต.อ.ทรงพลกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดเหตุขึ้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ประสานให้เจ้าตัวเข้ามาแจ้งความและทำการสอบปากคำต่อไป หลังเกิดเหตุได้ประสานให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานมาเก็บหลักฐานไว้แล้ว เบื้องต้นพบเศษขวดเครื่องดื่มชูกำลังทำเป็นระเบิดเพลิงด้วยการบรรจุน้ำมันก๊าดใส่ลูกปืนรถยนต์ จะประสานให้เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) มาตรวจสอบด้วยว่าจะมีเศษดินระเบิดด้วยหรือไม่ ยังสรุปไม่ได้ว่าเป็นกลุ่มไหนทำ เชื่อว่าน่าจะก่อเหตุจากบนทางด่วนฝั่งมุ่งหน้าไปแจ้งวัฒนะ เนื่องจากพบหลักฐานเป็นลูกปืนและคราบน้ำมันอยู่บนทางด่วนบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ได้สั่งให้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบบริเวณแยกดังกล่าวเพื่อใช้เป็นเบาะแสในการติดตามตัวคนร้าย นอกจากนี้ จะมีการพูดคุยกับทางแกนนำอีกครั้งในการหาสถานที่ที่เหมาะสมในการชุมนุม เนื่องจากบริเวณดังกล่าวนั้นมีผลกระทบกับการจราจรเป็นอย่างมาก

@ ม็อบตกใจบึ้มแต่ไม่ถอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์โยนระเบิดเพลิงขณะนั้นมีผู้ชุมนุมประมาณ 200 คน จากการสอบถามผู้ชุมนุมได้ความว่า ยังคงจะปักหลักเเละยืนหยัดที่จะชุมนุมต่อไป

นางสวพรรณ ลาภพิมพรรณ อายุ 58 ปี อาชีพพยาบาล หนึ่งในผู้ชุมนุม เล่าว่า ขณะเกิดเหตุการณ์เป็นช่วงเวลา 02.00 น. ส่วนใหญ่กำลังนอนหลับพักผ่อน มีตนเเละเพื่อนไม่กี่คนยังนั่งพูดคุยกันอยู่ เเละต้องตกใจเมื่อได้ยินเสียงเหมือนคนขว้างขวดลงมา เมื่อมองไปยังสะพานลอยใต้ทางด่วน พบไฟไหม้ลุกท่วม ลามมาถึงเต็นท์ผ้าใบสีเหลืองของผู้ชุมนุมที่อยู่ข้างล่าง จึงรีบตะโกนขอความช่วยเหลือ จนนำไปสู่การเเจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เเละเมื่อเช้าที่ผ่านมา พบว่ามีถุงดำบรรจุอุจจาระอยู่ภายใน ถูกนำมาวางทิ้งไว้ตรงริมขาเต็นท์ของผู้ชุมนุมอีกด้วย เเม้จะรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เเต่จะไม่ยอมเเพ้หรือย่อท้อเด็ดขาด เนื่องจากคาดไว้อยู่เเล้วว่าต้องมีเหตุการณ์เเบบนี้เกิดขึ้น หากยิ่งมีความรุนเเรงเท่าไหร่ ก็จะยิ่งยืนหยัดจะต่อสู้เเละปักหลักอยู่ต่อไปอยู่ดี

@ บช.น.เตือนอย่ามาร่วมชุมนุม

พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. แถลงว่า เหตุคนร้ายใช้ระเบิดเพลิงโยนเข้าใส่ที่ชุมนุมที่บริเวณแยกอุรุพงษ์ เป็นกลุ่มที่แยกตัวจากกลุ่ม กปท. ที่ทำเนียบ พร้อมทิ้งใบปลิวโจมตีการชุมนุม ก่อนหลบหนีไปทางแยกยมราช มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย กระจกหลังรถแท็กซี่แตกเสียหาย จึงขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางดังกล่าว และอย่าเข้ามาร่วมชุมนุม อาจเกิดความไม่ปลอดภัยขึ้นได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีภาพวงจรปิดผู้โยนระเบิดหรือไม่ พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท และ กก.สส.บก.น.1 กำลังตรวจสอบภาพวงจรปิด ทราบว่ากล้องวงจรปิดพื้นที่ราบเป็นของ กทม. ส่วนกล้องบนทางด่วนเป็นของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ขณะนี้ให้ฝ่ายสืบสวนประสานไปทางผู้ว่าการ กทพ.แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า สาเหตุที่มีการปาระเบิดมาจากเรื่องอะไร พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวว่า สาเหตุน่าจะมาจากการสร้างสถานการณ์ เนื่องจากมีผู้ต้องการกดดันให้ผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง แต่เจ้าหน้าที่ได้ใช้ความระมัดระวังแล้ว ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อคืนมีประมาณ 300 คน ช่วงเช้าที่ผ่านมามีประมาณ 50-60 คน

@ เร่งเจรจาให้ย้ายไปสวนลุมฯ

"ผมเป็นหัวหน้าชุดเจรจาต่อรอง พูดคุยให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าใจสถานการณ์ และให้การปฏิบัติเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ไม่กระทบสิทธิผู้อื่น ต้องเจรจาให้ไปรวมตัวกันที่สวนลุมพินี เพราะการชุมนุมที่แยกอุรุพงษ์จะไปกระทบผู้อื่น แต่การชุมนุมที่สวนลุมพินีก็เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเช่นกัน" โฆษก บช.น.กล่าว และว่า การจราจรบริเวณแยกอุรุพงษ์ติดขัดอย่างมาก สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาชั่วโมงเร่งด่วน ประกอบกับเส้นทางถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เป็นเส้นทางเสด็จของพระบรมวงศานุวงศ์และบุคคลสำคัญ และในช่วงนี้ นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนจะเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ การชุมนุมเป็นสิทธิทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญก็จริง แต่ก็ต้องกระทำโดยสงบและไม่กระทบต่อสิทธิของบุคคลอื่น และขอร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้โปรดเห็นแก่ความสง่างามและศักดิ์ศรีของประเทศ กรุณาเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ดังกล่าวโดยเร็วด้วย ประกอบกับการกระทำดังกล่าวนั้นเป็นการปิดถนน เป็นทางสาธารณะ เป็นความผิดตามกฎหมาย

@ "ประชา"ชี้มือที่สามป่วนม็อบ

พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ผอ.ศอ.รส.) เป็นผู้ดูแลเพื่อคลี่คลายสถานการณ์โดยการเจรจา เพราะการจราจรติดขัดมาก ให้ไปพูดคุยเพื่อหาทางขยับขยายไปที่อื่นที่กว้างกว่า บริเวณสวนลุมพินีก็เหมาะสมในการชุมนุม

เมื่อถามว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดเหตุคนร้ายปาระเบิดขวดใส่เต็นท์ผู้ชุมนุม พล.ต.อ.ประชากล่าวว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจรายงานว่าการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะนี้ยากพอสมควร เพราะพื้นที่การชุมนุมอยู่ใต้ทางด่วน อย่างไรก็ตาม ได้กำชับ ผบ.ตร.ไปแล้วขอให้ดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุม

เมื่อถามว่า เป็นมือที่สามที่ต้องการสร้างสถานการณ์ใช่หรือไม่ พล.ต.อ.ประชากล่าวว่า น่าจะเป็นลักษณะนั้น

เมื่อถามว่า จะเพิ่มพื้นที่การขยาย พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ไปที่บริเวณสี่แยกอุรุพงษ์หรือไม่ พล.ต.อ.ประชากล่าวว่า ตนยังไม่ได้พิจารณา เพราะต้องให้ ศอ.รส.เป็นผู้ประเมินสถานการณ์จากฝ่ายฏิบัติ และเสนอให้หน่วยงานความมั่นคงเป็นผู้พิจารณาเพื่อนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้งหนึ่ง ส่วนที่ประกาศไปแล้วก็ขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์ของ ผบ.ตร.

@ เผย"ปู"ห่วงม็อบอุรุพงษ์

พล.ต.อ.ประชา ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมภายหลังเข้ารายงานสถานการณ์การชุมนุมของ กปท. ต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า นายกฯเป็นห่วงสถานการณ์การชุมนุม และต้องการให้ประกาศพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ต่อไปก่อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดูแลสถานการณ์ให้เรียบร้อย ให้ประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่การตัดสินใจทุกอย่างอยู่ที่ พล.ต.อ.อดุลย์ เพราะยังไม่มั่นใจว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะกลับมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลอีกหรือไม่ ระหว่างการต้อนรับนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

เมื่อถามว่า เหตุการณ์คนร้ายลอบปาระเบิดเพลิงจากทางด่วนศรีรัช ลงมาที่แยกอุรุพงษ์เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา พล.ต.อ.ประชากล่าวว่า ตอนนี้ยังจับมือใครดมไม่ได้ ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร นายกฯจึงกำชับให้ พล.ต.อ.อดุลย์เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

@ มท.หวั่นม็อบหวังยกระดับ

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขอบคุณแกนนำ กปท.ที่ยอมออกจากพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล ส่วนเหตุปาระเบิดเพลิงเข้าไปในพื้นที่ชุมนุมกลางดึกที่ผ่านมาเป็นเครื่องยืนยันว่าการชุมนุมอาจมีมือที่สามเข้ามาสร้างความวุ่นวาย เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการเรียกมวลชนเข้ามาชุมนุมเพิ่ม เหตุที่เกิดขึ้นทำให้เห็นว่าใครคือเหยื่อของเรื่องนี้ ผู้ชุมนุมเองกลายเป็นเหยื่อของอีกกลุ่มหนึ่งต้องการยกระดับความรุนแรงเพื่อล้มรัฐบาล การปาระเบิดเพลิงเห็นว่าเป็นสัญญาณบอกเหตุว่าจะยกระดับการชุมนุมเพิ่มขึ้น เพราะตรงนั้นเป็นทางผ่านการดูแลทำได้ลำบาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่จำเป็นต้องขยายพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ

@ มาร์คห่วงกปท.ควบคุมยาก

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการโยนระเบิดใส่กลุ่ม กปท. ว่า ต้องระมัดระวัง เพราะขณะนี้เท่ากับว่ายังมีการชุมนุมอยู่ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุมนั้นเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน หวังว่าจะไม่มีเหตุรุนแรงกว่านี้ เจ้าหน้าที่ควรเข้าไปเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม รู้สึกเป็นห่วงการชุมนุมที่ไม่มีแกนนำชัดเจน เกรงว่าจะทำให้การควบคุมการชุมนุมเป็นไปได้ยาก แต่ต้องบอกว่ากรณีของทางกลุ่มคนเสื้อแดง โดยเฉพาะที่ชุมนุมที่ศาลนั้น รัฐบาลควรต้องดูแลในทำนองเดียวกัน

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษก ปชป. กล่าวว่า รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินเป็น 2 มาตรฐาน โดยถูกประณามว่า เป็นรัฐตำรวจใช้อำนาจเกินขอบเขตกับประชาชนและไม่เป็นรัฐบาลของประชาชนทั้งประเทศ แต่เป็นรัฐบาลของคนเสื้อแดง และคนที่ให้การสนับสนุนผู้มีอำนาจอยู่เบื้องหลัง ถือว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่ได้เป็นนายกฯของคนทั้งประเทศ แต่เป็นนายกฯของคนเสื้อแดง เห็นได้จากการดูแลกลุ่ม กปท. รัฐบาลใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง รัฐบาลตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) เพื่อมาจัดการกับม็อบ ใช้งบกี่พันล้านในการเกณฑ์เจ้าหน้าที่ขึ้นมาดูแล สิ่งที่นายกฯควรทำคือ ตั้งศูนย์จัดการกับปัญหาน้ำท่วม

@ สุขุมพันธุ์ปัดหนุนม็อบกปท.

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงกรณีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ระบุว่าจะเอาผิดผู้ว่าฯกทม.ที่สนับสนุนการชุมนุมของ กปท. โดยส่งน้ำและรถสุขาเข้าพื้นที่ก่อนมีการชุมนุมว่า กทม.ไม่ได้สนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เรื่องการจัดรถสุขาเคลื่อนที่ไปให้ก็เป็นนโยบายอยู่แล้วที่ตั้งใจก่อนรับตำแหน่ง เมื่อตอนการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง กทม.ก็ได้ส่งสิ่งอำนวยความสะดวกเข้าพื้นที่ชุมนุม

"นั่นไง เอาอีกแล้ว คิดแล้วว่าต้องโดนวิพากษ์วิจารณ์ ผมไม่อยากให้เป็นประเด็นการเมือง เพราะ กทม.ดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมทุกกลุ่ม ไม่เชื่อก็ไปถามคนเสื้อแดงได้ว่า กทม.ช่วยเหลืออะไรบ้าง" ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าว

@ บิ๊กแจ๊ดชี้สร้างสถานการณ์

วันเดียวกัน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 พ.ต.อ.อุทัย กวินเดชาธร ผกก.ฝอ.บก.สส.บช.น. รรท.ผกก.สส.บก.น.1 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท ร่วมกันประชุมติดตามความคืบหน้า กรณีคนร้ายปาระเบิดขวดใส่กลุ่มผู้ชุมนุม

พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า ทีมสืบสวนทั้งหมดได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดไว้ตรวจสอบแล้ว คาดว่าคนร้ายน่าจะโยนระเบิดมาจากทางด่วน เนื่องจากพบเศษลูกปืนรถยนต์ตกอยู่บนทางด่วนด้วย ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์ให้มองว่ากลุ่มผู้ชุมนุมสร้างความเดือดร้อนรำคาญ หลังจากนี้ตำรวจจะเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุมมากกว่าเดิม

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนและหลังเกิดเหตุตำรวจมีการวางกำลังดูแลความสงบเรียบร้อยกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างไรบ้าง พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า ทาง บก.น.1 จัดกำลังและเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ ตั้งจุดตรวจ จุดสกัดถึง 6 จุด แต่เป็นพื้นราบ นอกจากนี้ สน.พญาไท ก็ได้ตั้งจุดตรวจค้นด้วย แต่คนร้ายขึ้นไปก่อเหตุบนทางด่วน ขับรถและโยนลงมา

@ ม็อบปัดย้ายไปใต้ทางด่วน

ถามว่า จะมีการเจรจาให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ไปชุมนุมในจุดอื่นเพื่อความปลอดภัยหรือไม่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า เบื้องต้น ผบก.น.1 ได้มอบ พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท และ พ.ต.ท.จุมพล คณานุรักษ์ รอง ผกก.จร. เป็นผู้ไปเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมแล้วว่าให้ย้ายไปชุมนุมบริเวณใต้ทางด่วนพระราม 6 เพื่อความปลอดภัย และไม่กีดขวางการจราจร แต่ก็ไม่เป็นผล กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมเจรจาด้วย อย่างไรก็ตามจุดที่ผู้ชุมนุมปักหลักกันอยู่นั้น สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาบริเวณดังกล่าวพอสมควร ทำให้การจราจรติดขัด แต่ก็เป็นเพียงความผิด พ.ร.บ.จราจร ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมและการ์ดช่วยกันสังเกตบุคคลที่จะมาสร้างความวุ่นวาย หากพบก็ให้แจ้งตำรวจได้ตลอดเวลา ตำรวจมีชุดอีโอดีที่พร้อมจะเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ให้ทันที

พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ที่มีการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด จะเป็นพื้นที่โดยรอบบริเวณทำเนียบรัฐบาลเป็นหลัก เช่น หน้ายูเอ็น หน้า ป.ป.ช. หน้าทำเนียบรัฐบาล แยกราชวิถี และหน้าบ้านมนังคศิลา นอกเหนือจากพื้นที่ดังกล่าวได้ให้แต่ละโรงพักตั้งจุดตรวจค้นเพิ่มเติม โดยให้ชุดสายตรวจของแต่ละโรงพักประกอบกำลังไปประจำอยู่

@ ผบ.ตร.เล็งขยายพื้นที่คุม

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่เสนอยกเลิก พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เนื่องจากจะต้องรักษาพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา และเขตพระราชฐาน ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ว่าจะยกเลิกหรืออาจต้องขยายพื้นที่การประกาศบังคับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงหรือไม่ การที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะกลับมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้งในวันที่ 13 ตุลาคมนั้น ผู้ชุมนุมสามารถชุมนุมได้ตามกรอบของกฎหมาย

ส่วนการตรวจสอบระเบิดเพลิงที่มีคนร้ายปาเข้ามาในกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณแยกอุรุพงษ์นั้น ผบ.ตร.กล่าวว่า ขณะนี้สั่งการให้ตำรวจนครบาลตรวจสอบที่จุดเกิดเหตุ และกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

@ ส.ส.ปชป.โผล่คุยม็อบ

สำหรับบรรยากาศการชุมนุม ยังคงมีการปราศรัยสลับกับการร้องเพลงบนเวที มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยประจำจุดบนทางด่วน สะพานลอย เพื่อดูแลการชุมนุม

ต่อมาเมื่อเวลา 18.15 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฎฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และรองโฆษก ปชป.ได้เดินทางมายังหลังเต็นท์การชุมนุม โดยได้พูดคุยกับผู้ชุมนุมบางส่วน ก่อนจะได้เดินทางกลับไป

หลังจากนั้น พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ได้เดินทางมายังบริเวณการชุมนุมเพื่อเจรจากับ นายอุทัย ยอดมณี และผู้ประสานงานกลุ่มผู้ชุมนุม ในการเคลื่อนย้ายการชุมนุมไปยังพื้นที่อื่นที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจราจร โดยในระหว่างการเจรจา กลุ่มผู้ชุมนุมได้ตะโกนไล่ตำรวจเป็นระยะ

ด้านนายอุทัยกล่าวว่า ขอบคุณในความหวังดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่การตัดสินใจจะย้ายหรือไม่ย้ายไม่สามารถตัดสินใจได้เพียงคนเดียว ต้องเป็นมติของพี่น้องประชาชน ย้ายจากทำเนียบมาแล้ว หากให้ย้ายอีกครั้งจะขอยุติการชุมนุมเสียดีกว่า จะขอปักหลักชุมนุมที่นี่ต่อไป

นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาของกลุ่มผู้ชุมนุม กล่าวว่า ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ที่สร้างความไม่ปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุมอย่างที่เกิดเมื่อคืน วันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น จะหารือกับผู้ชุมนุมกันว่า จะหาที่ปลอดภัยในการชุมนุม ตั้งใจว่าที่ปลอดภัยที่สุดคือ ที่ที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่มากที่สุด เจ้าหน้าที่คงรู้ดี และหากจับกุมผู้ประสานงานและตนเอง หาก ผบ.ตร.มาเชิญไปด้วยตัวเองจะยอมให้จับแต่โดยดี

นายอุทัยกล่าวเพิ่มเติมว่า ทางแกนนำผู้ชุมนุมได้หารือกันแล้วว่าจะมีการเปลี่ยนชื่อกลุ่มผู้ชุมนุมที่อุรุพงษ์ จากกลุ่ม กปท.เป็น เครือข่ายนักศึกษาเพื่อประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) แทน เพราะ กปท.จะย้ายกลับไปชุมนุมที่สวนลุม แต่ คปท.ยังยืนหยัดจะชุมนุมที่อุรุพงษ์ต่อไป

@ กมธ.นิรโทษฯยึดร่างวรชัย

ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ...ที่มีนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นประธาน โดยนายแก้วสรร อติโพธิ กมธ.สัดส่วน ปชป.ได้นำเสนอร่างเหตุผลส่วนตัวปรับแก้ไขต่อที่ประชุม ว่า "เนื่องจากสังคมไทยที่ผ่านมาอยู่ในสภาวะแตกแยกทางความคิด มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายให้แก่คนในชาติบ้านเมือง เกิดการชุมนุมประท้วงรัฐบาลเป็นระยะทุกรัฐบาล สร้างความขัดแย้งทางการเมืองและทางสังคมที่รุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เกิดภาวะกระทำผิดต่อกฎหมายบ้านเมือง อันนำไปสู่การกล่าวหาและมีการดำเนินคดีกับผู้ที่เข้าร่วมการชุมนุมจำนวนมาก เมื่อได้คำนึงว่าบรรดาการกระทำต่างๆ ของประชาชนในการชุมนุมทางการเมืองได้กระทำไปเพื่อแสดงออกซึ่งความคิดเห็นทางการเมือง อันเป็นการใช้สิทธิ เสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน จึงสมควรให้มีการนิรโทษกรรมแก่ประชาชน เพื่อลดความขัดแย้งและสร้างโอกาสแห่งความปรองดองต่อไป"

แต่ กมธ.สัดส่วน พท.ได้แก่ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ และนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. ทักท้วงว่าควรใช้เหตุผลตามร่างของนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พท.เนื่องจากสภามีมติรับหลักการมาแล้ว ทำให้ กมธ.สัดส่วน ปชป.ทักท้วง มีการถกเถียงเรื่องดังกล่าวเกือบชั่วโมง ในที่สุดมีการลงมติโดยเสียงข้างมากเห็นว่าให้คงถ้อย

คำไว้ตามร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่ผ่านชั้นรับหลักการ โดย กมธ.สัดส่วนฝ่ายค้านได้ขอสงวนความเห็น

@ ถกม.3กรอบเวลาล้างผิด

จากนั้นที่ประชุมได้เข้าสู่การพิจารณารายละเอียด มาตรา 1 ว่าด้วยชื่อร่างและ มาตรา 2 ว่าด้วยผลแห่งการบังคับใช้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยการพิจารณาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากที่ประชุมได้ลงมติให้คงไว้ตามร่างกฎหมายที่ผ่านชั้นรับหลักการ ส่วน กมธ.ที่อยากให้แก้ไขได้สงวนความเห็นไว้ ต่อมา ที่ประชุมเข้าสู่การพิจารณามาตรา 3 ที่กำหนดให้ "การกระทำใดที่เข้าข่ายการได้รับการนิรโทษกรรม เป็นเหตุการณ์ที่สืบเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง หรือแสดงออกทางการเมือง ตั้งแต่ 19 กันยายน 2549 ถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2554 กมธ.ส่วนใหญ่มีความเห็นให้แก้ไขบทบัญญัติตามร่างดังกล่าว ที่สภามีมติรับหลักการมา

ต่อมานายพิชิต ชื่นบาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พท. เสนอว่า ประเด็นที่สำคัญของมาตรา 3 มีอยู่ 3 ประเด็น 1.ช่วงเวลาและสถานการณ์ใด 2.ประเภทคดีอะไร 3.กลุ่มบุคคลใดที่จะได้รับประโยชน์จากร่างนิรโทษกรรมฉบับนี้ สิ่งใดที่ค้างคาอยู่ก็ควรนำขึ้นมาพูดคุยกันก่อน เช่นเดียวกับนายแก้วสรร อติโพธิ กมธ.เห็นด้วยแต่จะมีการพิจารณาตามที่นายพิชิตเสนอ ให้พิจารณาในเรื่องช่วงเวลาและสถานการณ์ก่อนถือเป็นทางออกที่ดี แต่กังวลว่าจะให้เสียงข้างมากลงมติเพื่อเร่งรีบหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมไม่ได้ข้อยุติในมาตรา 3 นายสามารถขอให้ กมธ.ทุกคน กลับไปร่างมาตรา 3 ตามความคิดของตัวเอง เพื่อมานำเสนอให้การประชุมนัดต่อไป

@ โปรดเกล้าฯพ.ร.บ.งบ"57แล้ว

เมื่อเวลา 18.30 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2557 ประกาศว่า เป็นการสมควรตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2557 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคําแนะนําและยินยอมของรัฐสภา ณ วันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2556 เป็นปีที่ 68 ในรัชกาลปัจจุบัน โดยมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม

ทั้งนี้ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือ เพื่อให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่น ได้มีงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2557 สําหรับใช้เป็นหลักในการจ่ายเงินแผ่นดิน และเพื่อปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังที่กําหนดให้ตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังตามที่ได้จ่ายไปแล้ว