บิ๊กโอ๋ ยื่นกลาโหม จี้ บิ๊กป้อม เร่งคดีอภิสิทธิ์เลี่ยงเกณฑ์ทหาร ชี้ อีก 2 วัน หมดอายุ


“บิ๊กโอ๋” จี้ “บิ๊กป้อม”เร่งฎีกาคดี”อภิสิทธิ์” ชี้13 ม.ค.หมดอายุ- ยึด 4 ข้อประโยชน์

เมื่อวันที่ 11 มกราคม แหล่งข่าวกระทรวงกลาโหมรายงานว่า สืบเนื่องจากกรณีศาลแพ่งพิพากษาว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีการเกณฑ์ทหารและได้เข้ารับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตรโดยมิชอบ และได้ใช้ใบแทนสด.9 ซึ่งเป็นเอกสารเท็จ ไปขึ้นทะเบียนทหารกองประจำการ 2 มิถุนายน 2531 จึงเป็นการกระทำทุจริตประพฤติมิชอบ ผิดวินัยทหาร ในขณะอยู่ในประจำการ โดยพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และพิจารณาดำเนินการ 2 คณะ แล้วมีคำสั่งให้ปลดออกจากราชการ มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันกระทำผิด และมีคำสั่งฯให้เพิกถอนการบรรจุแต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรด้วยนั้น เป็นการดำเนินการและ ออกคำสั่งของกระทรวงกลาโหม ที่ชอบแล้ว ฯลฯ ต่อมานายอภิสิทธิ์ฯ ได้ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยและพิพากษาในข้อกฎหมายว่า เนื่องจากเป็นกรณีที่ การกระทำผิดปรากฏทราบ ภายหลังที่นายอภิสิทธิ์ฯ ลาออกจากราชการแล้ว และ ขณะที่ กระทรวงกลาโหมออกคำสั่งปลด วันที่ 8 พฤศจิกายน 2555 นายอภิสิทธิ์ มีสถานะ เป็นนายทหาร กองหนุน ไม่ได้อยู่ในประจำการแล้ว อีกทั้ง พ.ร.บ.วินัยทหาร พ.ศ.2476 ไม่ได้ใช้บังคับกับ ทหารกองหนุนฯ และไม่ได้เขียนให้อำนาจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกคำสั่งปลดผู้กระทำผิดย้อนหลังไปถึงขณะที่ผู้นั้น ยังอยู่ในราชการได้ ดังนั้นจึงให้เพิกถอนคำสั่ง กห. ที่ให้ปลดนายอภิสิทธิ์ฯ แต่ไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นข้อเท็จจริงหรือเรื่องอื่นๆ

แหล่งข่าว กห. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 มกราคม พล.อ.อ.สุกำพล ได้ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอให้เร่งรัด รีบเร่ง ดำเนินการยื่นฎีกา ดคีดังกล่าว เนื่องจาก ศาลอุทธรณ์ ได้อ่านคำพิพากษา ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2559 และ อัยการได้ยื่นคำร้องขอขยายเวลายื่นฎีกาไว้ โดยศาลได้อนุญาตให้ขยายเวลายื่นฎีกาถึงวันที่ 13 มกราคม 2560 นี้ แต่จนถึงขณะนี้ ทางกระทรวงกลาโหมยังไม่ได้ ดำเนินการแต่อย่างใด เรื่องนี้ศาลอุทธรณ์ตัดสินและแจ้งให้กลาโหม ทราบมานานเกือบ 2เดือนแล้ว แต่มีความพยายามของ บุคคลบางคน ได้ถ่วงเวลาดึงเรื่องดังกล่าวไว้ อีกทั้งมีการเปลี่ยนตัว อัยการทหาร ตัวแทนเจ้าของคดีด้วย เพื่อให้ใช้เวลานาน และกลาโหม อาจยื่นฎีกาไม่ทันหรือ ทำสำนวนไม่เรียบร้อย เพื่อให้คดีดังกล่าวจบไปในชั้นศาลอุทธรณ์ พล.อ.อ.สุกำพล จึงได้ยื่นหนังสือ ขอให้พล.อ.ประวิตร สั่งการ ให้เร่งรัด การยื่นฎีกา คดีนายอภิสิทธิ์ โดยมีประเด็นสำคัญ 4 ข้อหลัก และ เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคง ประโยชน์สาธารณะ เพื่อธำรงหลักความสุจริตยุติธรรม และเพื่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนต่อไป

(Visited 17,981 times, 1 visits today)
counter
Posted in การเมือง