นายกฯหวังยกระดับแรงงานเป็นผู้ใช้พลังสมอง

เมื่อวันที่ 28 เมษายน เวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ตอนหนึ่งว่า วันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันแรงงานแห่งชาติ ตรงกับวันกรรมกรสากล หรือเมย์เดย์ (May Day) ของโลก ซึ่งแรงงานถือเป็นปัจจัยสำคัญในกระบวนการผลิต ห่วงโซ่คุณค่าในระบบเศรษฐกิจ โดยพลังของผู้ใช้แรงงานจะแฝงอยู่ในผลผลิตทุกชิ้น ดังนั้น ความมั่นคงก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศ จะมีส่วนสัมพันธ์โดยตรงกับพี่น้องแรงงานทุกประเภท ทั้งแรงงานในระบบ ที่เรียกว่ามนุษย์เงินเดือน และแรงงานนอกระบบ แรงงานอิสระ ที่มีอยู่ราว 2 ใน 3 ของแรงงานทั้งหมด เช่น คนงานที่รับงานไปทำที่บ้าน, แรงงานรับจ้างทำการเกษตร เกษตรกร ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ที่เป็นแรงงานตามฤดูกาล และแรงงานประมง, คนทำงานบ้าน, รับจ้างทั่วไป, แม่ค้าหาบเร่ แผงลอย, ช่างเสริมสวย ช่างทำผม เหล่านี้เป็นต้น “แรงงานนอกระบบนี้ […]

นายกฯยันเศรษฐกิจไทยดีขึ้นต่อเนื่อง แนะอย่าไปเชื่อคนโจมตีรบ.

เมื่อวันที่ 28 เมษายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ตอนหนึ่งว่า วันนี้เราพูดได้ว่าเศรษฐกิจไทยดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถ้าลองมองย้อนกลับไป ปี 2557 เศรษฐกิจไทยเติบโตได้เพียงร้อยละ 0.8 และปรับดีขึ้นต่อเนื่องเป็นร้อยละ 2.8 ในปี 2558 และ 3.2 ในปี 2559 ที่ผ่านมา ในปีนี้หากโครงการต่างๆ คืบหน้าไปตามแผนที่วางไว้ เศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวได้เพิ่มขึ้นอีก ที่ประมาณร้อยละ 3.5 เป็นการค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น จากปัญหาความไม่แน่นอนต่างๆ ของประเทศและภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกในช่วงที่ผ่านมาอย่างชัดเจน แม้จะยังไม่ได้กลับมาขยายตัวสูงเท่ากับในอดีต แต่ก็สะท้อนว่าเรายังมีโอกาสจะฟื้นตัวอย่างมีเสถียรภาพ และยังน่าจะเติบโตได้ต่อเนื่องในวันข้างหน้า หากเราค่อยๆ ช่วยกัน ฟิตร่างกาย และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สำหรับเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ดี เราได้เห็นการส่งออกยังขยายตัวต่อเนื่อง และเริ่มขยายตัวมากขึ้นในหลายหมวดสินค้า มีมูลค่าสูงกว่า 7 แสนล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตกว่าร้อยละ 10 สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ รายได้เกษตรกรในเดือนมีนาคมปีนี้เมื่อเทียบกับปีก่อน […]

‘มีชัย’ รับ ผบ.เหล่าทัพดูแลยุทธศาสตร์ชาติ เป็นหลัก ทำให้บ้านเมืองเดินหน้า

“มีชัย” รับ กฤษฎีกา ทำทางบิ๊กกองทัพควบเก้าอี้ ซูปเปอร์บอร์ดยุทธศาสตร์ – ส.ว.” ให้ทำหน้าที่ประสานงาน เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 28 เมษายน ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ถึง ข้อสังเกตในอำนาจของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ จะอยู่เหนือรัฐบาลเลือกตั้ง ว่า อะไรที่อยู่ในแนวนโยบายแห่งรัฐ รัฐบาลก็ต้องทำตาม อะไรที่ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญก็สามารถดำเนินการได้ ตราบที่ไม่ริดรอนสิทธิคนอื่น การสร้างกลไกบริหารประเทศเป็นหน้าที่รัฐบาล ในรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้ว่ารัฐบาลต้องมีนโยบายการบริหารอย่างไร อย่างบัตรทองก็ไม่มีเขียนไว้ แต่รัฐบาลก็สามารถทำได้ สำหรับการตรวจสอบหากใครไม่ปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชาตินั้น ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะไม่ว่า ใครหรือหน่วยงานใดไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ศาล หรือป.ป.ช. ก็จะต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ กฎหมายทุกฉบับที่ออกต่อไปนี้จะถือเป็นการปฏิรูป หากหน่วยงานของรัฐไม่ปฏิบัติตามต้องมีโทษ ไม่แตกต่างไปจากราษฎร “ครม.ใหญ่กว่ายุทธศาสตร์ชาติ แต่ไม่ได้หมายความว่า ครม.จะทำอะไรตามชอบก็ได้ อำนาจต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ หากคิดว่า ยุทธศาสตร์ชาติไม่ดีก็ไปเปลี่ยน หากคิดว่ามันล้าสมัยก็แก้” ประธานกรธ.กล่าว เมื่อถามถึง การปรับแก้ร่างกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติจากสปท. เพิ่มให้มี 6 ผู้นำเหล่าทัพ นั่งเป็นคณะกรรมการโดยตำแหน่งในชั้นคณะกรรมการกฤษฎีกา ทำให้เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่ […]

เดินหน้า กม.ยุทธศาสตร์ชาติ! ‘สนช.’ เปิดเว็บไซต์ฟังความเห็น

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ที่รัฐสภา พล.อ.สุชาติ หนองบัว โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ สนช.แถลงว่า เราต้องพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ ก่อนที่จะรายงานต่อที่ประชุมสนช.เพื่อให้ลงมติในวาระ 2 และ 3 โดยกำลังพิจารณาภาพรวม สัปดาห์หน้าจะเริ่มพิจารณาหมวด 1 เรื่องการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และเรื่องคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ตั้งแต่วันนี้ ได้เปิดให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น ผ่านเว็บไซต์ของทำเนียบรัฐบาล และเว็บไซต์สนช.จนถึงกลางเดือน มิถุนายนนี้ เมื่อถามถึงกรณีมีข้อเสนอเกี่ยวกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่ควรเปิดช่องให้มีภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย พล.อ.สุชาติ กล่าวว่า ก็พร้อมรับฟัง แต่ตามร่างที่ ครม.เสนอมา มีสัดส่วนของภาคประชาชนอยู่แล้ว ทั้งจาก ประธานสภาอุตสาหกรรม ประธานสภาหอการค้า ยังจะมีสัดส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิอื่นๆอีก รวมถึงคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติแต่ละด้าน จะต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ขณะเดียวกัน ในระหว่างการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านต่างๆ ก็เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนก่อนแล้ว

นายกฯยันอนุมัติโครงการเรือดำน้ำโปร่งใส ขออภัย หากเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

เมื่อวันที่ 28 เมษายน พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กรณี การจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือว่าเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยเริ่มมาจากการกำหนดความต้องการ​ของกองทัพเรือในการพัฒนาระบบอาวุธยุทโธปกรณ์ และผ่านคณะกรรมการพิจารณามาหลายระดับตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในระเบียบ จนถึงกระทรวงกลาโหม จึงนำเข้าสู่การพิจารณาในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งนี้ทุกขั้นตอนเป็นไปตามแผนการใช้จ่ายงบประมาณของกองทัพเรือในส่วนที่กองทัพเรือได้รับการจัดสรรไปแล้ว ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดสรรงบประมาณประจำปี “เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนโดยทั่วกันพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะให้กองทัพเรือจัดแถลงในเรื่องนี้ในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้นายกฯ ขอให้รับฟังข้อมูลอย่างรอบด้าน ไม่อยากให้ฟังแต่การชี้แจงและวิพากษ์วิจารณ์จากภายนอกที่มีข้อมูลไม่ครบถ้วน” พล.ท.วีรชนกล่าว พล.ท.วีรชนกล่าวต่อว่า นายกฯ ขอให้แยกแยะการดำเนินงานของรัฐบาลว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับหนทางปฏิบัติที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน การใช้จ่ายงบประมาณเป็นตามแผนการบริหารราชการแผ่นดิน เช่น เพื่อการลงทุน การสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน และความมั่นคง เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้มีทั้งงบงานฟังค์ชั่นหรือปฏิบัติภารกิจของแต่ละกระทรวงและงบงานบูรณาการ ทั้งนี้นายกฯ ขออภัยที่เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในกรณีครม.อนุมัติโครงการดังกล่าวและยืนยันว่าทุกขั้นตอนมีความโปร่งใสและดำเนินการเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติอย่างแท้จริง

ประดิษฐ์ โต้ ไม่เคยสนับสนุนออกใบอนุญาตคุมสื่อ

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ อดีตนายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัวปฏิเสธกรณี พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธาคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการสื่อสารมวลชน ให้สัมภาษณ์เมื่อวัน 27 เมษายน 2560 ตอนหนึ่งว่า “ที่ผ่านมาการพิจารณาชั้นอนุกรรมาธิการฯ มีกรรมาธิการที่มาจากสายสื่อสนับสนุนให้ออกใบอนุญาต เพราะมองว่าจะมีเกียรติและมีศักดิ์ศรีมากกว่า อีกทั้งจะสร้างความรักองค์กร และเกิดการสร้างสรรค์ และเชื่อว่าเมื่อมีใบอนุญาตแล้วจะทำให้เกิดการกำกับกันเองได้ดีระดับหนึ่ง” โดยนายประดิษฐ์ชี้แจงว่า ตัวแทนสื่อดังกล่าวไม่ใช่นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ น.ส.สุวรรณา สมบัติรักษาสุข และ น.ส.อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ อย่างแน่นอน เพราะได้ลาออกจากคณะอนุกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มาตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 ด้วยเหตุผลตอนนั้น 1. การให้สภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติมีอำนาจออกใบอนุญาต และเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสื่อ ซึ่งเคยปรากฏในกฎหมายช่วงเผด็จการ และขัดต่อบทบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติที่รับรองให้สื่อและประชาชนมีสิทธิในการแสดงความเห็น จึงเป็นกฎหมายย้อนยุคไปสู่เผด็จการ 2. องค์ประกอบสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ มีปลัดกระทรวง 4 กระทรวง ร่วมเป็นกรรมการ ถือว่าบิดเบือนหลักการโดยสิ้นเชิงจากที่เคยเสนอมาตั้งแต่ สปช.ที่ให้สื่อมีความเข้มแข็ง แต่กลับกลายเป็นสื่อถูกบังคับควบคุมโดยกฎหมาย […]

ปณิธาน เชื่อ กม.คุมสื่อมีทางออกที่ดี ยึดเป็นอิสระ-ไร้คนแทรกแซง

“ปณิธาน” รายงาน “บิ๊กป้อม” ข้อกังวลสื่อกฎหมายคุมสื่อ แง้ม เปิดถกผู้นำสื่อ ร่วมกันหาทางออก เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการคัดค้านร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อ ว่า อาจจะต้องเปิดอกคุยกันเรื่องความกังวล ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลรับทราบ และมีการพูดคุยถึงความกังวลของสื่อฯในการที่จะทำงานต่อไป และมีการแลกเปลี่ยนกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ดี ทำให้สื่อฯทำงานร่วมกับรัฐบาลได้ดีขึ้นในช่วงโรดแมปสุดท้าย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ตนรายงานให้พล.อ.ประวิตรรับทราบ ขณะเดียวกันก็เห็นความตั้งใจจริงของสื่อ หลายกลุ่มต้องการให้เกิดระเบียบ เกิดการพัฒนาเรื่องอาชีพ แต่ก็ไม่ง่ายในเรื่องเกี่ยวกับวิชาชีพและมาตรฐานต่างๆ ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันทุกวงการ ทั้งนี้ คิดว่ารัฐบาลน่าจะมีช่องทางในการการรับฟังสื่อและสะท้อนความกังวลในส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะในส่วนความมั่นคง การทำงานร่วมกับสื่อเป็นสิ่งสำคัญมาก หากทำงานด้วยกันได้ดีจะทำให้คนเข้าใจเรื่องความมั่นคงที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ดังนั้นอาจจะต้องหาเวลาแลกเปลี่ยนกันในระดับผู้นำ หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าในยุคต่อไปจะใช้กฎหมายนี้ครอบงำสื่อ นายปณิธาน กล่าวว่า ถ้าทราบตั้งแต่ต้น กังวลตั้งแต่ต้น คิดว่าปัญหาก็คลายตัวลงไปเยอะ ว่าการเข้าไปแทรกแซง ตั้งประเด็นไว้ชัดเจน ก็จะมีความพยายามในการป้องกัน ขณะเดียวกันต้องมีเรื่องการทำมาตรฐานใหม่ขึ้นมา และให้มีสื่อมืออาชีพเข้ามาดูแลเรื่องนี้ จะต้องมีโครงสร้างใหม่ขึ้นมา จึงต้องถ่วงน้ำหนักกันให้ดี แต่ประเด็นที่ว่าจะให้สื่อเป็นอิสระ เป็นมืออาชีพและไม่ต้องการให้ใครแทรกแซง ตนคิดว่าเห็นตรงกันหมด […]

กุนซือบิ๊กป้อมเผย ไทยหวังใช้เวทีผู้นำอาเซียนช่วยแก้ปัญหาคาบสมุทรเกาหลี

วันที่ 28 เมษายน 2560 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายกลินที เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อขอร่วมมือไทยและประเทศอาเซียนช่วยแก้ปัญหาในคาบสมุทรเกาหลีว่า ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 30 และการประชุมสุดยอดอื่นๆ ระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน ที่สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ พล.อ.ประยุทธ์จะมีโอกาสพูดคุยกับผู้นำอาเซียน โดยการประชุมย่อยจะมีการหยิบยกเอาปัญหาในภูมิภาคขึ้นมาพูดคุย ดังนั้น จึงควรรอฟังว่าจะมีข้อสรุปอย่างไรในคาบสมุทรเกาหลี เบื้องต้นกระทรวงการต่างประเทศมีแนวคิดว่าจะต้องใช้การประชุมเวทีนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี เชื่อว่าหากเวทีนี้จะได้ข้อสรุปและสื่อสารไปยังเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ได้ก็จะเกิดพัฒนาใหม่ขึ้นมา สามารถลดความตึงเครียดได้ เวลานี้จึงเป็นจังหวะเหมาะสมที่ทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้จะใช้เวทีอาเซียนให้เป็นประโยชน์ และหวังว่าทั้งสองเกาหลีจะเห็นโอกาสนี้ เพราะมีความเป็นไปได้มากกว่าในการเจรจา 6 ฝ่าย เมื่อถามว่า การที่นายกลินที เดวีส์ เข้าหารือนายกฯ จะทำให้ไทยและอาเซียนกลายเป็นคู่ขัดแย้งเกาหลีเหนือหรือไม่ นายปณิธานกล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น และในเวทีอาเซียนก็มีกลไกป้องกันไม่ให้ทั้งสองเกาหลีดึงเราไปเป็นคู่ขัดแย้งอยู่แล้ว ไทยเองก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งสองเกาหลี ขณะเดียวกันไทยก็มีพันธกรณีผูกพันกับสหประชาชาติ จึงต้องระมัดระวัง เชื่อว่าทุกประเทศต้องเข้าใจว่าเราต้องทำตามมติสหประชาชาติ นายปณิธานกล่าวว่า […]

‘กิตติรัตน์’จี้ รัฐเตรียมพร้อมแรงงาน รองรับเศรษฐกิจ-อุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงเร็ว

“กิตติรัตน์” จี้ รัฐเตรียมพร้อมแรงงานสู่เศรษฐกิจปัจจุบัน แนะเพิ่มค่าจ้างอาชีพสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ป้องกันแรงงานขาดแคลน ชี้ ธุรกิจบริการคุณภาพสูง-ใช้ภาษาต่างประเทศได้ ขยายตัวเร็ว ผลตอบแทนดี วอนดูแลการออมของคนแรงงานก่อนถึงวัยเกษียณ วันที่ 28 เมษายน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของแรงงานในยุคเศรษฐกิจปัจจุบันว่า ภาครัฐต้องดูการเปลี่ยนกลไกจากสังคมอุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้แรงงานจำนวนมากเป็นหลัก ไปเป็นแรงงานที่สามารถใช้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ เพราะในระยะต่อไปเครื่องจักรจะเข้ามาแทนที่แรงงานมากขึ้น ลูกจ้างต้องมีฝีมือระดับหนึ่ง ถ้าทุกคนพัฒนาความสามารถ พัฒนาทักษะให้ดีขึ้น โอกาสที่จะได้รับเงินเดือนดีขึ้นจะเป็นไปได้มาก และจะมีกำลังซื้อ มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยกลับมาทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ซึ่งจะเกิดผลบวกในทางเศรษฐกิจ สำหรับการขาดแคลนแรงงานในส่วนที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เช่น วิศวกรคอมพิวเตอร์นั้น นายกิตติรัตน์กล่าวว่า ค่าจ้างควรขยับสูงขึ้น และประสานไปยังสถาบันการศึกษาหรือสถาบันที่มีการจัดฝึกอบรมบุคลากรที่อยู่ในสาขานั้นแต่เนิ่นๆ ที่ผ่านมาอาจเป็นเพราะว่า ไม่มีกลไกที่จะไปปรับผลตอบแทนให้กับบุคลากรในสาขานั้นอย่างเหมาะสม เรามีสมาคมผู้ประกอบธุรกิจต่างๆ การประสานงานผ่านองค์กรต่างๆ เพื่อให้เกิดกระบวนการในการผลิตบุคลากรที่มีความสามารถและได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมเกิดขึ้นไม่ยาก ขอให้พยายามประสานงาน “เราเปลี่ยนจากภาคเกษตรกรรมเมื่อครึ่งศตวรรษที่แล้วมาสู่ภาคอุตสาหกรรม และขณะนี้เรากำลังจะเคลื่อนจากภาคอุตสาหกรรมการผลิตไปเป็นการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงขึ้น และจะเคลื่อนต่อไปสู่ภาคเศรษฐกิจ มีขนาดของธุรกิจเชิงพาณิชย์และงานด้านบริการที่มากขึ้นตามกำลังซื้อของประเทศเราเองและประเทศคู่ค้า ธุรกิจที่เป็นข้อมูลเรื่องบริการ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการที่มีคุณภาพสูงขึ้นและสามารถใช้ภาษาต่างประเทศได้ เป็นสาขาที่มีความต้องการมากขึ้น ขยายตัวเร็ว ผลตอบแทนดี การที่จะเข้าสู่วิชาชีพเหล่านั้นน่าจะมีความเหมาะสม” นายกิตติรัตน์กล่าวอีกว่า แรงงานต้องเตรียมตัวเข้าสู่วัยเกษียณ ด้วยการมีเงินออม คนที่อยู่ในระบบที่มีการดูแลภายหลังเกษียณอายุ […]

นักวิชาการ ชำแหละ ยุทธศาสตร์20ปี ‘คือแผนยุทธศาสตร์ที่ไม่มียุทธศาสตร์ ‘

วันนี้ (28 เมษายน) รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊กส่วนตัว แสดงความคิดเห็นกรณีแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของรัฐบาล ระบุว่า หลังจากที่ว่างเว้นจากการแสดงความคิดเห็นไปนานกว่า 2 ปี ที่จำเป็นต้องหันกลับมาวิจารณ์เรื่องบ้านเมืองครั้งนี้ไม่ใช่เพราะเรื่องเรือดำน้ำนะครับ แต่เป็นเพราะ แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ผ่านการพิจารณาอนุมัติจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติไปหมาดๆนี่แหละครับ พอได้เห็นตัวแผนแล้วก็อดไม่ได้ที่ต้องวิจารณ์ เพราะไม่แน่ใจว่าคนจัดทำแผนจะเข้าใจความหมายของคำว่า ยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์(strategy)หรือไม่ ยิ่งไปดูรายชื่อคณะกรรมการชุดใหญ่ที่กำกับดูแลแผน ที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีผบ. เหล่าทัพ และท่านผู้ใหญ่อีกมากมายเป็นกรรมการ ก็น่าเชื่อได้ว่า คณะกรรมการเหล่านี้ส่วนใหญ่คงไม่มีความเข้าใจดีพอเกี่ยวกับคำว่า “ยุทธศาสตร์” แผนยุทธศ่าสตร์ชาติ 20 ปีที่ว่านี้เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงรัฐธรรมนูญที่มีกำหนดไว้ให้มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ จากนั้นเป็นการประเมินสภาพแวดล้อมภายในและภายนอก ตามรูปแบบของแผนที่ดี คือประเมินจุดอ่อน จุดแข็งของประเทศ และประเมินสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และเทคโนโลยี มีตัวเลขให้ดูมากมาย จากนั้นยังได้พูดถึงประเทศคู่แข่งว่ามียุทธศาสตร์อย่างไร เช่น ประเทศมาเลเซีย บรูไน เวียดนาม ไต้หวัน แล้วจึงกำหนดวิศัยทัศน์หรือ vision เป็น “ ประเทศมีความมั่นคง […]