จับแล้วมือเผา”สะพานไทย-เบลเยียม”สารภาพทิ้งก้นบุหรี่ใส่กองใบไม้

ความคืบหน้าเหตุไฟไหม้พื้นที่เก็บถังขยะสีเขียวเหลืองและขาว ของสำนักงานเขตปทุมวัน บริเวณใต้สะพานไทย-เบลเยียม ฝั่งสวนลุมพินี ถนนพระราม 4 แขวงสี่แยกมหานคร เขตปทุมวัน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ต่อมาวันที่ 22 มีนาคม ตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆขออนุมัติศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับนายสำราญ ม่วงเขียว หรือ “เอกล็อก 1” หนุ่มเร่ร่อน หัวหน้าแก๊งเช็ดกระจกแยกอังรีดูนังต์และถนนวิทยุ มือวางเพลิง โดยตั้งรางวัลนำจับ 1 หมื่นบาทนั้น เมื่อเวลา 20.20 น. วันที่ 23 มีนาคม ที่บก.สส.บช.น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต. อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบก.สส.บช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น. แถลงข่าวจับกุมนายสำราญ ผู้ต้องหากระทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาทและเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย หลังก่อเหตุวางเพลิงที่เก็บถังขยะ ของสำนักงานเขตปทุมวัน บริเวณใต้สะพานไทย-เบลเยียม ฝั่งสวนลุมพินี ถนนพระราม 4 แขวงสี่แยกมหานคร เขตปทุมวัน […]

“สุวพันธุ์”หัวโต๊ะถกคณะกรรมการปราบยาเสพติด5เรื่อง ชี้ภาคเหนือนำเข้ายาเสพติดลดลง60%

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 23 มีนาคม ที่ห้องประชุมตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด มอบหมายให้นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 1/2560 พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ ผู้บริหารจากหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้แทนจาก กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 80 คน โดยนายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า เรื่องที่นำเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณา 5 เรื่อง มีสาระสำคัญ 1. มาตรการควบคุมและกำกับดูแลเฮมพ์ (กัญชง) เป็นพืชเศรษฐกิจ ตามที่มติคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพิจารณานั้น ได้เสนอใช้โครงสร้างกลไกของศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ศอ.ปส.) ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด (ศอ.ปส.จ.) […]

‘อสส.’ ร่อนหนังสือแย้ง ‘ผู้ว่าฯตรัง’ ไม่มีอำนาจตั้งอัยการนั่งศูนย์ดำรงธรรม ชี้กระทบความอิสระ เสี่ยงถูกฟ้อง

วันที่ 23 มีนาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา สำนักงานอัยการสูงสุดทำหนังสือตอบข้อหารือถึงอธิบดีอัยการภาค 9 กรณีมีคำสั่งจังหวัดตรัง ที่ 2706/2559 ลงวันที่ 28 กันยายน 2559 แต่งตั้งอัยการจังหวัดตรัง อัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดตรัง และอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดตรังเป็นที่ปรึกษา และให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดตรังไปปฏิบัติงาน ณ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตรัง เป็นประจำทุกวันพุธ และคำสั่งจังหวัดตรัง 2786/2559 ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2559 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจกำกับดูแลการปฏิบัติราชการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งหรือมติคณะรัฐมนตรี ในสำนักงานอัยการจังหวัดตรัง สำนักงานอัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดตรัง ซึ่งสำนักงานอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดตรังเห็นว่าผู้ว่าราชการจังหวัดตรังไม่มีอำนาจกำกับดูแลการปฏิบัติราชการ ออกคำสั่งให้ข้าราชการฝ่ายอัยการปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว “สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ว่าราชการจังหวัดไม่มีอำนาจกำกับดูแลการปฏิบัติราชการ หรือสั่งการใดๆ ต่อข้าราชการฝ่ายอัยการ ทั้งนี้ โดยผลของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 255 พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 มาตรา 7 และ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 57 […]

‘พล.ต.ท.อิทธิพล’ โต้ ป.ป.ช.ชี้มูลไทเกอร์ ลั่น ‘เค้กเป็นยาพิษ ไม่มีวันกิน’ วอน ผบ.ตร.ขอโอกาสชี้แจง

จากกรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีมติ 9 ต่อ 0 เสียง ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงกรณีจัดซื้อรถจักรยานยนต์ไทเกอร์ 19,147 คัน วงเงิน 1,144 ล้านบาท ประกอบด้วย พล.ต.ท.ประชิน วารี, พล.ต.ต.สมพงษ์ น้าเจริญ พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ และ พล.ต.ท.อิทธิพล พิริยะภิญโญ อดีตคณะกรรมการจัดซื้อรถจักรยานยนต์ไทเกอร์ โดย พล.ต.ท.วาริน พล.ต.ต.สมพงษ์ และ พล.ต.ท.สัจจะ เกษียณอายุราชการไปแล้วนั้น เหลือเพียง พล.ต.ท.อิทธิพล พิริยะภิญโญ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ที่ยังรับราชการอยู่ ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พล.ต.ท.อิทธิพลเปิดเผยว่า หลังทราบเรื่องรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจว่าทำงานมาทั้งชีวิต ทำด้วยความซื่อตรง ซื่อสัตย์มาตลอด แต่กลับถูกแจ้งข้อหาและวินัยร้ายแรง ทั้งนี้ อยากชี้แจงว่า เมื่อปี 2550 มีโครงการจัดซื้อรถจักรยานยนต์สำหรับสายตรวจทั่วประเทศ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นรอง ผบก.จว.ตราด และ ผบ.ตร.ในขณะนั้นเรียกให้มาร่วมเป็น […]

รองโฆษกอัยการแจงร่างแก้พ.ร.บ.อัยการ ตัดสิทธิ์อายุเกิน65นั่ง”บริหาร-ก.อ.”เทียบเคียงศาลยุติธรรม

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 23 มีนาคม ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วย นางเด่นเดือน กลั่นสอน รองเลขานุการอัยการสูงสุด แถลงข่าวชี้แจงหลักการเสนอเหตุผลในการเสนอร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ ในประเด็นเรื่องการแก้ไขอายุของพนักงานอัยการที่ดำรงตำแหน่งทางบริหารซึ่งมีอายุครบ 65 ปีให้พ้นจากตำแหน่งบริหาร แล้วสามารถดำรงตำแหน่งอัยการอาวุโส แต่อัยการอาวุโสนั้นจะไม่มีสิทธิได้รับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) โดยนายประยุทธ กล่าวว่า ในเรื่องประเด็นดังกล่าวยังมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ทางสำนักงานอัยการสูงสุดจึงขอชี้แจง หลักการและเหตุผลในการเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวว่า การกำหนดให้อายุของพนักงานอัยการที่ดำรงตำแหน่งทางบริหารครบ 65 ปีให้พ้นจากตำแหน่งบริหาร แล้วสามารถดำรงตำแหน่งอัยการอาวุโสนั้น ทางสำนักงานอัยการสูงสุด เห็นว่าหลักการพ้นจากตำแหน่งบริหารของอัยการเป็นหลักการเดียวกับศาลยุติธรรม ทั้งสองหน่วยงานจะมีมาตรฐานของบุคลากรเช่นเดียวกันและเคียงคู่กันมายาวนาน คุณสมบัติการเข้าสู่ตำแหน่งของอัยการไม่ว่าจะเป็น เรื่องวุฒิการศึกษา ประสบการณ์การกำหนดอายุ ได้กำหนดเหมือนกัน ผู้ที่จะสอบเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา การเสนอหลักการในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบายสำนักงานอัยการสูงสุดในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น และผลประโยชน์จะตกแก่ประชาชนยิ่งกว่ากฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน อาจมีผลทำให้ข้าราชการส่วนหนึ่งที่เห็นว่าตนเองจะต้องพ้นจากตำแหน่งผู้บริหารเร็วขึ้น แต่เมื่อพิจารณาถึงข้าราชการประเภทอื่นซึ่งเกษียณอายุราชการ60ปีแล้ว การเสนอแก้ไขให้อัยการพ้นจากตำแหน่งบริหาร 65 ปี จึงสอดคล้องกับหลักการดำรงตำแหน่งบริหารของข้าราชการทั่วไป แต่ทั้งนี้สำนักงานอัยการสูงสุดยังตะหนักถึงความสำคัญในการมีอัยการอาวุโส ที่จะได้ถ่ายทอดความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ แก่อัยการรุ่นหลังต่อไป นายประยุทธ […]

แจ้งจับเท้าแชร์ ไลน์”กลุ่มบ้านแชร์-เท้ามีนพารวย”เบี้ยว7ล้าน

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 23 มีนาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) น.ส.เอ (นามสมมุติ) พร้อมผู้เสียหายกว่า30คน เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.หญิง วชิรา ธาวนพงษ์ รองสารวัตร (สอบสวน) กก.1 บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.มานิตา (สงวนนามสกุล) น.ส.ชลธิชา (สงวนนามสกุล) และ น.ส.สุกานดา (สงวนนามสกุล) ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยนำเอกสารและแชตผ่านไลน์กลุ่มชื่อ “กลุ่มบ้านแชร์” และไลน์กลุ่มเท้าแชร์ชื่อกลุ่ม “เท้ามีนพารวย” มอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน น.ส.เอ กล่าวว่า เมื่อประมาณต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้รู้จักกับเท้าแชร์ทั้งหมด ผ่านคนรู้จักที่แนะนำให้ร่วมนำเงินมาเล่นแชร์ผ่านกลุ่มไลน์ด้วยกัน โดยทราบว่ามีการตั้งกลุ่มเล่นแชร์กันหลายกลุ่ม มีให้เลือกเล่นทั้งแบบจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายวัน ราย3วัน รายสัปดาห์หรือราย15วัน รวมกว่า70วง แต่ละวงมีลูกแชร์ประมาณ30คน ตนเลือกเล่น2วง แบบราย3วัน และรายสัปดาห์ เพื่อหมุนเงินมาใช้ประกอบกิจการและใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ที่ผ่านมามีการจ่ายดอกแชร์ให้ตรงตามกำหนด กระทั่งภายหลังมีการเปลี่ยนเท้าแชร์จึงเริ่มมีปัญหาในการจ่ายเงินไม่ตรงตามกำหนด จึงได้สอบถามไปยังเท้าแชร์ อ้างกลับมาว่าประสบปัญหาด้านการเงินจึงทำให้ไม่สามารถนำเงินมาจ่ายให้กับสมาชิกแชร์ทั้งหมดได้ หากต้องการเงินคืนให้ไปฟ้องดำเนินคดีเอาเอง จึงชักชวนผู้เสียหายเป็นสมาชิกในกลุ่มแชร์ของเท้าแชร์ทั้ง4รายนี้จากทั่วประเทศจำนวน200คน ที่ถูกโกงในลักษณะเดียวรวมตัวมาแจ้งความที่บก.ป.ในวันนี้ รวมมูลค่าความเสียหายที่เกิดจากเท้าแชร์ทั้ง […]

แอพพ์’ภูมิสารสนเทศ’สุดไฮเทค! ปคม.ใช้เอกซเรย์อดีตนักโทษคดีเพศ รัศมี30กม.

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.) เปิดเผยว่า ปคม.ได้ทำเทคโนโลยีมาใช้ในการติดตามตัวคนร้ายที่ชื่อว่า “ภูมิสารสนเทศ” โดย ปคม.ประสานงานกับกรมราชทัณฑ์ จัดเก็บข้อมูลของบุคคลที่ได้รับโทษลงในแอพพลิเคชั่นดังกล่าว เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถค้นหาบุคคลที่พ้นโทษในข้อหาเกี่ยวกับทางเพศ ในบริเวณ 10, 20 และ 30 กิโลเมตร ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย เทคโนโลยีดังกล่าวจะระบุว่าบุคคลนั้นพ้นโทษมาในข้อหาอะไร พร้อมทั้งมีรายละเอียด ภาพถ่าย ประวัติ ระบุไว้อย่างชัดเจน จึงทำให้สะดวกต่อการติดตามตัวผู้ก่อเหตุ เพราะบุคคลเหล่านี้ในสภาพทางจิตวิทยา 70-80% ในช่วงเวลา 1 ปีจะกลับมากระทำความผิดฐานเดิม หากไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่งที่แน่นอน โปรแกรมดังกล่าวเมื่อพบผู้พ้นโทษจะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเยี่ยมพูดคุยเพื่อให้ทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้และมีข้อมูลอยู่ เพื่อไม่ให้ก่อเหตุซ้ำซ้อน เป็นการตีกรอบไม่ให้บุคคลเหล่านี้ออกนอกกรอบ จะทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานได้อย่างรวดเร็วทันใจในการจับกุม โปรแกรมดังกล่าวถือว่าประสบผลสำเร็จ เนื่องจากในระยะที่ผ่านมา ปคม.ได้ทดลองใช้โปรแกรมดังกล่าวในการหาพิกัดคนร้าย สามารถจับกุมคนร้ายได้ในระยะเวลาอันสั้น อย่างไรก็ตาม โปรแกรมดังกล่าวจะมีการพัฒนานำไปใช้ในอนาคตอย่างแน่นอน

“ตร.-พม.”เช็กประวัติคนเร่ร่อน ล่า”เอกล็อก1″มือวางเพลิงสะพานไทย-เบลเยียม

ความคืบหน้าเหตุไฟไหม้พื้นที่เก็บถังขยะสีเขียวเหลืองและขาว ของสำนักงานเขตปทุมวัน บริเวณใต้สะพานไทย-เบลเยียม ฝั่งสวนลุมพินี ถนนพระราม 4 แขวงสี่แยกมหานคร เขตปทุมวัน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ต่อมาวันที่ 22 มีนาคม ตำรวจสน.ทุ่งมหาเมฆ ขออนุมัติศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับนายสำราญ ม่วงเขียว หรือ “เอกล็อก1” หนุ่มเร่ร่อน หัวหน้าแก๊งเช็ดกระจกแยกอังรีดูนังต์และถนนวิทยุ มือวางเพลิง โดยตั้งรางวัลนำจับ 1 หมื่นบาทนั้น ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00น. วันที่ 23 มีนาคม พ.ต.อ.อัครวุฒ ธานีรัตน์ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ เปิดเผยว่า หลังจากสื่อได้ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ภาพใบหน้าของนายสำราญ ผู้ต้องหา และพบว่าเคยถูกจับหลายคดีในพื้นที่บช.น.แล้วนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องเบาะแสมือวางเพลิงแต่อย่างใด เนื่องจากนายสำราญเป็นหนุ่มพเนจร มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน แต่ไม่มีการติดต่อกับทางญาติมานานกว่า 10 ปีแล้ว ทำให้การติดตามตัวเป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงต้องอาศัยผู้พบเห็นหรือคนแจ้งเบาะแสเท่านั้น หลังเกิดเหตุได้ประสานกับทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ (พม.) ทำการตรวจสอบผู้มีพฤติกรรมลักษณะเร่ร่อน ไร้ที่พักอาศัยโดยจะนอนตามสถานที่ต่างๆเพื่อไม่ให้มีเหตุเกิดซ้ำซ้อนอีก

“ตร.-ขนส่ง-กรุงไทย”เอาจริง!เชื่อมฐานข้อมูลใบสั่ง แท็กซี่นั่งไม่เกิน4คนติดเข็มขัดทุกที่นั่ง ฝ่าฝืนปรับ500

เมื่อเวลา 13:00 น. วันที่ 23 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผู้ช่วยผบ.ตร.) ประชุมร่วมกับ นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมขนส่งทางบกและตัวแทนจากธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) เพื่อหารือการเชื่อมต่อฐานข้อมูลใบสั่งค่าปรับจราจรกับระบบการชำระเงินค่าปรับและการต่อภาษีของกรมขนส่งทางบก พล.ต.ท.วิทยา กล่าวว่า ที่ผ่านมาจำนวนใบสั่งที่ส่งผ่านไปรษณีย์ ไม่มีการชำระค่าปรับร้อยละ80 ในปี2559 ส่งผลให้มีการฝ่าฝืนกฎจราจร โดยเฉพาะเรื่องการใช้ความเร็ว เกินกว่ากฎหมายกำหนดจำนวนมาก กลายเป็นสาเหตุใหญ่ของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรในช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ที่ผ่านมา เดิมกฎหมายไม่ให้อำนาจกรมการขนส่งทางบก ในการตรวจสอบเรื่องการค้างชำระค่าปรับ แต่มาตรา 44 นี้ ให้อำนาจเพิ่มเติมในการตรวจสอบและรับชำระค่าปรับได้ วันนี้จะมีการพูดคุยในประเด็นด้านเทคนิค เชื่อมระบบตรวจสอบใบสั่งที่ค้างชำระค่าปรับ โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน1เดือน ระหว่างนี้ผู้ค้างชำระค่าปรับ ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม ที่กฎหมายบังคับใช้ สามารถไปดำเนินการให้ถูกต้อง ขณะนี้การเชื่อมโยงฐานข้อมูลเป็นลักษณะของฐานข้อมูลเบื้องต้นระหว่างตำรวจกับกรมขนส่งทางบกเท่านั้น ยังไม่เชื่อมฐานข้อมูลค่าปรับ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตร.จะปรับรูปแบบใบสั่งให้ทันสมัยมากขึ้น ชัดเจนมากขึ้น และสามารถระบุฐานคะแนนที่ถูกตัดแต้มจากการกระทำผิดด้วย เช่น ขับรถเร็วตัด30คะแนน รถแท็กซี่ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสารด้วย หากถูกตัดคะแนนเกิน 60 คะแนน จะต้องเข้าอบรม […]

ตร.มึนแบนรายการวิทยุ ‘โกตี๋’ ไม่ได้ เหตุอยู่ ตปท. ทหารส่ง 9 ก๊วนเรดเรดิโอกองปราบฯพรุ่งนี้

วันที่ 23 มีนาคม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าการคุมตัวเครือข่ายนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ ทั้งหมด 9 คนว่า เบื้องต้นทหารจะควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 9 คนมามอบให้พนักงานสอบสวน บก.ป. เวลา 10.00 น.วันที่ 24 มีนาคม จากนั้นเจ้าหน้าที่ทำการตรวจร่างกายและสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมด หลังสอบปากคำเสร็จสิ้นจะนำตัวฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ที่ศาลอาญา รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังแจ้งข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร เพิ่มกับผู้ต้องหาทั้ง 9 คน ส่วนการจัดรายการออกอากาศผ่านทางโซเชียลมีเดียของโกตี๋ ซึ่งมีเนื้อหายุยงปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้งขึ้นนั้น ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ประสานกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ให้ตรวจสอบการออกอากาศของรายการดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถให้โกตี๋ยุติการจัดรายการได้ เนื่องจากจัดรายการอยู่ต่างประเทศ จึงอยู่นอกเหนืออำนาจการดำเนินการของเจ้าหน้าที่