วปอ.ชี้"ทักษิณ"ต้นตอความขัดแย้ง ผู้ทรง"อิทธิพล" เป็นอุปสรรคทางการเมือง

วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2551 เวลา 17:52:41 น.


พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร


วปอ.แถลงยุทธศาสตร์ชาติ ชี้ "ทักษิณ"ต้นต่อความขัดแย้ง ระบุหากยัง "ทรงอิทธิพล" เป็นอุปสรรคการเมืองไทย เผย "เอเอสทีวี-พีทีวี" เชื้อไฟขยายความขัดแย้ง ชี้ต้องแก้ รธน.พัฒนาการเมือง

เมื่อเวลา 15.00 น.ที่ศูนย์นิทรรศการไบเทค บางนา นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรักษาการนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเป็นประธานการแถลงยุทธศาสตร์ชาติของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นปี 2550 ซึ่งประกอบด้วยหลักสูตร วปอ. รุ่นที่ 50 และหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร ภาครัฐร่วมเอกชน (ปรอ.) รุ่นที่ 20 สำหรับเอกสารยุทธศาสตร์ชาติปี 2552 -2556 กล่าวถึงสถานการณ์ภายในประเทศว่า ขณะนี้มีความปัญหาความแตกแยกแบ่งเป็น 2 ฝ่าย และมีผู้สนับสนุนแต่ละฝ่ายจำนวนมาก และไม่มีแนวโน้มที่จะสมานฉันท์ในเวลาอันสั้น ซึ่งรัฐบาลมีปัญหา เพราะสังคมมองว่าคณะรัฐมนตรี ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง เนื่องจากเป็นตัวแทนรัฐบาลในอดีต


นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญที่ใช้เวลาในการร่างที่จำกัด และได้รับอิทธิพลโครงสร้างรัฐธรรมนูญจากต่างประเทศ โดยไม่ได้คำนึงถึงสังคมไทย และวัฒนธรรมทางการเมืองอย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีความหวาดระแวงอำนาจเดิม ทำให้มีจุดอ่อนและข้อขัดแย้ง ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ฝ่ายนิติบัญญัติต้องให้ความเห็นชอบในหนังสือสัญญาที่ทำโดยฝ่ายบริหารส่งผลกระทบต่อความเสียเปรียบในเวทีโลก ซึ่งประเด็นดังกล่าวเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการเมือง และการบริหารราชการแผ่นดิน จึงมีแนวโน้มที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้ง นอกจากนี้ ต้องมีการตรวจสอบจากภาคประชาชนอย่างเข้มข้น ซึ่งจะทำให้การเมืองโปร่งใส


ส่วนปัญหาและภัยคุกคาม เห็นว่า เกิดจากปัญหาความขัดแย้งแบ่งฝักแบ่งฝ่ายของประชาชนและขยายตัวไปยังคนไทยในต่างประเทศ โดยการตั้งสถานีโทรทัศน์ทั้งพีทีวี และเอเอสทีวี ทำให้ความขัดแย้งขยายวงยิ่งขึ้น รวมถึงพฤติการณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งภายในและภายนอกต่างประเทศเป็นเรื่องกระตุ้นรุกเร้าสร้างความนิยมศรัทธาตลอดเวลา ดังนั้น หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองและสถานการณ์ยังคงเป็นอยู่เช่นปัจจุบันจะเป็นปัญหาและอุปสรรคทางการเมืองต่อไป 


เอกสารยังระบุว่า ปัจจุบันประชาชนมีความเคลือบแคลงรัฐบาลว่าเป็นรัฐบาลตัวแทน และมีเสียงข้างมากในสภา ทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส. และจะใช้วิธีการเคลื่อนไหวตรวจสอบนอกสภาด้วยวิธีการเรียกร้อง ชุมนุม และเรียกร้องผ่านสื่อมวลชน โดยกลุ่มการเมืองภาคประชาชน ทำให้รัฐบาลต้องบริหารงานอย่างล่าช้าและต้องตอบคำถามกับสังคมตลอดเวลา หากรัฐบาลไม่มีความโปร่งใสและเป็นธรรม ซึ่งข้อขัดแย้งการเมืองภาคประชาชนจะส่งผลดีต่อการตรวจสอบ การบริหารราชการแผ่นดิน และการใช้อำนาจรัฐ นอกเหนือจากการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส.และ ส.ว.ในสภา ซึ่งจะทำให้การบริหารโปร่งใสและสุจริต ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชนแอละศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์


นอกจากนี้นโยบายประชานิยมส่งเสริมให้ประชาชนเน้นการบริโภค ทำให้ฟุ่มเฟือย และลดการพึ่งพาตนเอง จึงควรจะต้องส่งเสริมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาควรต้องพิทักษ์รักษาเสริมสร้างและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มีความมั่นคงเพื่อเป็นศูนย์รวมของคนในชาติให้มีความรักความสามัคคี ขจัดความขัดแย้ง และการแบ่งฝ่ายของประชาชน ทั้งนี้ การเมืองไทยได้ผ่านปัญหาและอุปสรรคมาบ่อยครั้ง องค์กรอิสระรวมทั้งศาลฎีกา ได้มีการวินิจฉัยพิพากษาปัญหาการเมืองอยู่หลายกรณี ล้วนเป็นสิ่งที่มีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อการเมืองไทย ซึ่งจะทำให้การเมืองมีความโปร่งใส สุจริต เอื้อประโยชน์ต่อประชาชนสังคมและประเทศชาติ




คาดทาบผู้ทรงคุณวุฒินั่งกก.ควบคุมเอแบคได้สัปดาห์หน้า
กองปราบฯบุกจู่โจมค้นบ้านผู้มีอิทธิพลปากน้ำ 5 แห่ง ยึดอาวุธอื้อ

หมอมงคล ณ สงขลาโพสต์ยอมรับ "ทำผิดมหันต์"ร่วมม็อบไล่ปู บอกปัจจุบันแย่ยิ่งกว่า
"หมออั้ม"จวก"เกลือ เป็นต่อ" เคยจิกแขวะ-เหน็บแนมอดีตนายกฯ วันนี้โดนเอง
แห่เซลฟี่ ‘เครื่องซักผ้า’ เหตุทหารเยี่ยมจ่านิว ถามที่บ้านมีเครื่องซักผ้าด้วยเหรอ?
′บิ๊กตู่′ย้อนถาม′สุเทพ′เอาเงินที่ไหนอุ้มราคายาง กก.ละ 60 บาท ลั่นไม่คุย
′ตู่-จตุพร′ปัดจูบปาก′ลุงกำนัน′ หลังโซเชียลฯเเชร์ภาพนั่งร่วมโต๊ะงานเเต่ง