การพัฒนาเกษตรกรรมไทยสู่เกษตรสมัยใหม่ ยกระดับรายได้เกษตรกร

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 19:41:18 น.


ธนินท์ เจียรวนนท์


โดย นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์

 สถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ตามราคาน้ำมันและความต้องการสินค้าเกษตรในตลาดโลกที่ลดลงอันเป็นผลกระทบมาจากเศรษฐกิจโลก เป็นแรงกดดันให้รายได้จากการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยลดลง เนื่องจากไทยส่งออกสินค้าเกษตรเป็นหลัก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ


ปัจจุบันหากมองไปที่ประเทศพัฒนาแล้วที่ส่วนใหญ่เป็นประเทศอุตสาหกรรม แท้จริงในประวัติศาสตร์มีวิวัฒนาการหรือมีการพัฒนามาจากเกษตรกรรม เมื่อมีการนำเทคโนโลยีเครื่องมือเครื่องจักรมาใช้ทำให้ภาคเกษตรมีการพัฒนาก้าวหน้าขึ้น ซึ่งจะไปหนุนให้ภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ธุรกิจบริการเติบโต


ในขณะเดียวกันประเทศที่พัฒนาแล้วยังมีการสนับสนุนด้านราคาสินค้าเกษตรเพื่อยกระดับรายได้ของภาคเกษตรให้สูงขึ้นทำให้เกษตรกรมีรายได้สูงเทียบเท่ากับคนทำงานในเมือง ต่างจากเกษตรกรไทยที่มีแต่หนี้สินเพราะภาครัฐไม่เคยให้ความสำคัญว่าเกษตรกรควรมีรายได้ขั้นต่ำเป็นเท่าไหร่


 ความเสี่ยง 3 ประการที่ทำให้เกษตรกรไทยมีความเสี่ยงสูงมากที่สุด คือ


1.เสี่ยงกับเงินที่ลงทุน โดยไม่รู้อนาคตว่าจะได้ทุนคืนหรือไม่


2.เสี่ยงกับภัยธรรมชาติ เพราะภาคเกษตรไทยยังคงพึ่งธรรมชาติดินฟ้าอาการในการทำเกษตรกรรม


3.เสี่ยงกับราคาสินค้าเกษตรที่ไม่แน่นอน แม้ว่าจะได้ผลผลิตดีแต่ถ้าราคาต่ำเกษตรกรก็จะขาดทุนมีหนี้สินเพิ่มขึ้น เกษตรกรไทยจึงมีความเสี่ยงสูงแต่กำไรน้อยซึ่งผิดธรรมชาติที่ว่าในเมื่อมีความเสี่ยงสูงจะต้องได้กำไรสูงด้วย


หากสามารถทำให้เกษตรกรขายสินค้าเกษตรในราคาที่สูงเกษตรกรก็จะมีรายได้ดีขึ้นและมีกำลังใจที่จะพัฒนาเพิ่มผลผลิตนำเทคโนโลยีมาใช้ ธนาคารกล้าปล่อยสินเชื่อให้เกษตรกร ทำให้ภาคเกษตรกรรมเกิดการพัฒนาขึ้น


 สินค้าเกษตรสำคัญ อาทิข้าว ข้าวโพด ยางพารา มันสำปะหลัง และปาล์ม ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ทั่วโลกต้องการทั้งนี้เพื่อความมั่นคงด้านอาหาร และความต้องการพืชพลังงาน ซึ่งประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในด้านนี้ต่อประชาคมโลก

 

 

ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่ไทยควรใช้โอกาสนี้พัฒนาภาคเกษตรให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภาคเกษตรไทยควรพัฒนาไปสู่เกษตรสมัยใหม่ด้วยการเติม 3 ปัจจัยหลักที่เกษตรกรขาดคือ 1.ทุน 2.เทคโนโลยี และ3.ตลาด


เนื่องจาก 3 ปัจจัยดังกล่าวล้วนมีผลต่อการพัฒนาภาคการเกษตรไทยสู่เกษตรสมัยใหม่ ภาครัฐจึงต้องมีบทบาทสำคัญในสนับสนุนเงินทุนผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เช่นธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในการเป็นแหล่งเงินทุนให้กับเกษตรกร เพิ่มการลงทุนวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีการเกษตร และพัฒนาขั้นตอนการตลาดแบบครบวงจรตั้งแต่การเก็บเกี่ยว การเก็บรักษา การแปรรูป การขนส่ง และหาตลาดรองรับสินค้า มีการจัดพื้นที่เพราะปลูกที่เหมาะสม มีระบบชลประทานที่ดี


เกษตรสมัยใหม่อีกแนวทางหนึ่งคือ การส่งเสริมให้เอกชนเข้ามารับความเสี่ยงแทนเกษตรกรด้วยการสนับสนุนการลงทุน ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาบริการจัดการ และหาตลาดรองรับสินค้าเกษตรเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงและแน่นอน  เช่น การที่ซี.พี.เข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรทำฟาร์มเลี้ยงไก่ด้วยการรับประกันราคารับซื้อจากเกษตรกร ยกตัวอย่างถ้าเกษตรกรเลี้ยงไก่แบบเดิมจำนวน 100 ตัว กำไรตัวละ 30 บาท ไก่ 100 ตัวได้กำไรเพียง 3,000 บาท แต่ถ้าเกษตรกรเลี้ยงด้วยระบบฟาร์ม 10,000 ตัว กำไรตัวละ 3 บาท ไก่ 10,000 ตัวก็ยังมีกำไรถึง 30,000 บาท ทำให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น เป็นต้น


 แนวทางการพัฒนาภาคเกษตรให้เป็นเกษตรกรรมแบบสมัยใหม่มีด้วยกัน 4 รูปแบบคือ


1. เกษตรกรกลุ่มยากจนที่สุด เกษตรกรกลุ่มนี้จะทำการเกษตรตามมีตามเกิด เนื่องจากอยู่ห่างไกลความเจริญ การจะเข้าไปสนับสนุนให้ทุกคนทำเกษตร อาทิ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ทั้งหมดคงเป็นเรื่องยาก แนวทางที่เห็นว่าสามารถทำได้คือให้เกษตรกรเหล่านี้รวมตัวกันเป็นบริษัทหรือสหกรณ์โดยที่ทุกคนเป็นหุ้นส่วน เอกชนทำหน้าที่เหมือนเป็นผู้รับจ้างเข้าไปสร้างโรงเรือน ดูแลระบบการจัดการฟาร์ม หาตลาดรองรับสินค้า แนวทางดังกล่าวเกษตรกรยังคงเป็นเจ้าของ ส่วนผลกำไรที่เกิดขึ้นแบ่งกันระหว่างเกษตรกรและเอกชน


2. เกษตรกรตามหมู่บ้าน บริษัทจะเข้าไปคัดเลือกเกษตรกรรายที่มีความสามารถแต่ไม่มีเงินทุน โดยบริษัทจะเป็นผู้ลงทุนให้ก่อน เช่น ลงทุนฟาร์มเลี้ยงสัตว์ให้ก่อน 1 โรงเรือน เพื่อให้โรงเรือนแห่งนี้เป็นเสมือนโรงเรียนสำหรับเกษตรกรในหมู่บ้านที่สนใจให้เข้ามาเรียนรู้การทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์ แล้วจึงพัฒนาส่งเสริมให้เกษตรกรรายนี้เป็นตัวแทนบริษัท


3. เกษตรกรที่ยึดอาชีพทำสวนผลไม้ บริษัทเห็นว่าควรเข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรกลุ่มนี้ทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์เพิ่ม เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ขณะเดียวกันมูลสัตว์ที่ได้ก็นำไปทำปุ๋ยสำหรับสวนผลไม้ ซึ่งเป็นแนวทางลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร


 4. เกษตรกรกลุ่มที่มีที่ดินมีเงินทุน แต่ไม่มีกำลังจะทำ กลุ่มนี้บริษัทเห็นว่าควรให้เกษตรกรเป็นผู้ลงทุนสร้างโรงเรือน และบริษัทเข้าไปเช่าโรงเรือน ทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ให้เกษตรกรกลุ่มนี้


 การพัฒนาเกษตรกรรมไปสู่การทำการเกษตรแบบสมัยใหม่ดังกล่าว นอกจากจะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น และเป็นการพัฒนาภาคเกษตรของประเทศในแนวทางเดียวกับประเทศที่พัฒนาแล้ว

-

 








วงแตก! ตำรวจขอนแก่นบุกจับบ่อนไฮโล รวบผู้ต้องหา 30 ราย เจ้าของเป็นเสี่ยใหญ่กทม.
ฮือฮา!! ชาวบ้านตรัง แห่ดูเห็ดประหลาด ออกดอกยักษ์ สูง 14 ชั้น
นอกตำรา′ประวัติศาสตร์′ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ข้อเสนอแนะถึง′นักปฏิรูป′
ข้าราชการลุ้นขึ้นเงินเดือน 1 ต.ค.นี้ หลัง คสช.สั่งตัดงบประมาณปี 58 ของกว่า 400 หน่วยงาน
บุกสุ่มตรวจผับดัง พบเยาวชนเที่ยวเกินครึ่งร้อย เสพยาอีก5 คุมตัวดำเนินคดี
ด่วน !!! ช่อง 7 ยกเลิกสัญญาดาราสาว "แตงโม ภัทรธิดา" เผยเป็นข้อตกลงร่วมกัน
อีกครั้ง! อุเทนฯ-ปทุมวัน จับมือสามัคคี มีคสช.เป็นตัวกลาง สร้างมาตรการป้องเหตุรุนแรงต่อกัน(ชมคลิป)
แฉว่อน! พระครูชั้นผู้ใหญ่แฝงตัวในเพจ ‘เกย์เถื่อน‘
"วัชรพล"นำตร.-ทหารทำลายตู้ม้ากว่า 4พันเครื่อง ลั่น! หมดสิ้นยุคพนันเพราะ"ประยุทธ์"(ชมคลิป)
ตรวจสอบดวงท่านวันนี้ 30 สิงหาคม 2557 โดย สมชาย เกียรติ์ภราดร
ผู้ใช้น้ำมันเตรียมเฮ! ปรับลดราคาน้ำมันลิตรละ 1-3 บาท หลังเที่ยงคืนวันนี้
คลัง เสนอรบ.ใหม่ แจก 5.5 หมื่นล้านต่อปี ช่วยคนจนที่ทำงาน 18 ล้านคน อ้างช่วยแก้ประชานิยม
′ชัชชาติ′แนะไม่คุ้ม ให้ ทบทวนรถไฟรางคู่ไฟฟ้าเร็ว 160 ก.ม./ช.ม.
คสช.ไฟเขียว โละขายยาง 2.1 แสนตัน ยอม ขาดทุนยับเยินกว่า 50%
กรอ.รับ 12 ข้อเสนอขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สศช.ชงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสานต่อ