แพทย์เตือนผู้ป่วยโรคไต...ระวังเป็นโรคผิวหนังแทรกซ้อน

วันที่ 03 มีนาคม พ.ศ. 2552 เวลา 22:45:12 น.


โรคผิวหนังที่เหมือนกับในผู้ป่วยโรคเบาหวาน เช่น มีซอกคอดำ



ผู้ป่วยโรคไตมักคัน และเกา จนบางครั้งผิวจะหนาตัวเป็นตุ่มนูน


ปัจจุบันพบผู้ป่วยโรคไตเพิ่มมากขึ้นทั่วโลก  ในไทยก็พบผู้ป่วยโรคไตสูงขึ้นเช่นกัน  จึงมีการตั้ง “วันโรคไตโลก” เพื่อสื่อให้เห็นถึงความสำคัญของไตและโรคไต  โดยกำหนดว่าเป็นทุกวันพฤหัสบดีที่สองของเดือนมีนาคม ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 12 มีนาคม  ที่น่าสนใจคือพบว่าผู้ป่วยโรคไตจะเป็นโรคผิวหนังร่วมด้วยบ่อยมาก

 

เรื่องนี้ นายแพทย์ประวิตร พิศาลบุตร แพทย์โรคผิวหนัง ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยในบทความเรื่อง “การเปลี่ยนแปลงทางผิวหนังในโรคไต”  ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ (วารสารคลินิก) ฉบับมีนาคม 2552 ว่า เมื่อตรวจผิวหนังผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายจะพบว่าร้อยละ 50-100 ของผู้ป่วยมีโรคผิวหนังร่วมด้วย  โดยแบ่งโรคผิวหนังที่พบในผู้ป่วยโรคไตเป็น 3 กลุ่มคือ  โรคผิวหนังที่พบในโรคที่ทำให้เกิดโรคไตระยะสุดท้าย  เช่น  ถ้าเป็นโรคไตจากการเป็นเบาหวาน  ก็จะพบโรคผิวหนังเหมือนกับที่พบในผู้ป่วยเบาหวาน เช่น มีผื่นที่หน้าแข้ง และมีซอกคอดำ, โรคผิวหนังในผู้ป่วยโรคไตที่มีอาการยูรีเมีย ซึ่งจะมีของเสียคั่งอยู่ในเลือด ทำให้เบื่ออาหาร เฉื่อยชา หรือหมดสติได้  โรคผิวหนังในกลุ่มนี้ได้แก่ อาการคันและผิวแห้ง,  และ โรคผิวหนังที่เกิดจากการเปลี่ยนไต  ซึ่งมักเกิดจากยาเช่น มีหน้ากลมเป็นดวงจันทร์จากยาสเตียรอยด์ หรือ เกิดจากการที่ผู้ป่วยถูกกดภูมิต้านทานเพื่อไม่ให้ร่างกายปฏิเสธไตที่ได้รับ ทำให้เริม, งูสวัดกำเริบ และติดเชื้อแบคทีเรียเป็นฝีหนองง่าย

                                                                                                               
 

นพ.ประวิตร กล่าวว่า  โรคผิวหนังที่พบในผู้ป่วยโรคไตบ่อยที่สุด คืออาการคัน, ผิวแห้ง และผิวเปลี่ยนสี  กล่าวคือผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังมีอาการคันร้อยละ 15-49  และผู้ป่วยโรคไตที่ต้องล้างไต มีอาการคันถึงร้อยละ  50-90  โดยอาจคันมากจนนอนไม่หลับ ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต  ผู้ป่วยมักเกาทำให้ผิวหนังมีการติดเชื้อตามมาได้ง่าย, เกิดตุ่มคันนูนหนา และผิวหนังหนาตัวเป็นเปลือกไม้  พบว่าผู้ป่วยที่ต้องฟอกไตร้อยละ 50-92  มีผิวแห้งชัดเจน

 

และยังพบว่าผู้ป่วยที่ต้องล้างไตร้อยละ 25–70  มีผิวเปลี่ยนสี  คือพบผิวสีน้ำตาลเข้มขึ้นโดยเฉพาะบริเวณที่ถูกแดด  การรักษาอาการคันและผิวแห้งได้แก่  ใช้ครีมให้ความชุ่มชื้น, ใช้ยาแก้แพ้กลุ่มที่กินแล้วง่วง  บางรายที่เป็นมากแพทย์อาจใช้การฉายรังสียูวีบี และใช้การผ่าตัดต่อมพาราไทรอยด์ออก นอกจากนั้นยังพบเสมอว่าเมื่อเกิดอาการคัน  ผู้ป่วยมักคิดว่าเกิดจากผิวหนังสกปรกและมีเชื้อโรค  จึงใช้สบู่, สบู่ยา หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคฟอกและทา  ซึ่งผิดเพราะผิวจะยิ่งแห้งและระคายเคือง ทำให้ยิ่งคันมากขึ้น 

 

นพ.ประวิตร กล่าวว่า พบปัญหาเหล่านี้ได้บ่อยมากในคนไทย เพราะผู้ที่เป็นโรคไตเรื้อรังมักเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่มีผิวแห้งง่ายอยู่แล้ว  และคนไทยยังเชื่อว่าอาการคันเกิดจากผิวสกปรกติดเชื้อ ทำให้ยิ่งฟอกสบู่มาก  ผิวจะยิ่งแห้งและคันมาก  เมื่อเกามากผิวหนังถลอกเป็นแผลก็มีโอกาสติดเชื้อแทรกซ้อนมากยิ่งขึ้น








อล่างฉ่าง! คลิปสาวโชว์เปลือยเล่นน้ำ ปางช้างเชียงใหม่ (ชมคลิป)
ผบ.ตร.สั่งสอบ นรต.ฝึกกระโดดร่ม สลิงขาด ร่มไม่กาง ดิ่งพื้นดับ 2 พ่อหัวใจแทบสลาย (ติดตามดู คลิปข่าว)
ฮือฮา นักดาราศาสตร์เผย ปรากฎชื่อ 7 อำเภอไทยบนหลุมดาวอังคาร
คำรณวิทย์ เผยลูกชายคนเล็กสารภาพเอี่ยวฆ่าหมู่ 3 ศพ ‘ร.ต.ท.พี่ชาย-พ่อแม่คาบ้านพักบางแค
กวป.บุกไล่ผู้ชุมนุมหน้า ป.ป.ช. รุมกระทืบพระอ่วม (ชมคลิป)
กาแฟโสม เคล็ดลับอัพฟิต ของชาวออฟฟิศรุ่นใหม่
HotelsCombined ธุรกิจบริการค้นหา และ เปรียบเทียบราคาโรงแรม ผ่านเว็บไซต์ และ แอพพลิเคชั่น