เพิ่มระดับ5หวัดเม็กซิโก อเมริกันชนติดเชื้อพุ่ง91ราย โอบามาสั่งสหรัฐเปลี่ยนชื่อเป็นไข้หวัด2009H1N1

วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2552 เวลา 08:37:26 น.

WHO เพิ่มอันตรายไข้หวัดเม็กซิโก เป็นระดับ 5 แล้วเชื้อไวรัสสามารถกลายพันธุ์ให้มีอันตรายยิ่งขึ้นหรือลดลงได้ทุกเวลา ยอดผู้ป่วยในสหรัฐขยายไป10 รัฐ พุ่ง91 ราย "โอบามาประกาศให้สหรัฐเปลี่ยนชื่อหวัดหมูเป็น ไข้หวัด 2009 H 1N1 ผอ.สำนักอนามัย กทม.คาดอีก 12 สัปดาห์ระบาดเข้าไทย

เม็กซิโกเผยไข้หวัดใหญ่อาจกระทบศก.สูญ7หมื่นล้านด.

เม็กซิโกเผยพิษไข้หวัดใหญ่ฯอาจกระทบเศรษฐกิจสูญกว่า 70,000 ล้านดอลลาร์ หรือจีดีพีลดลง 0.3-0.5 %

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 30 มี.ค.ว่า นายอากุสติน คาร์สเต็น รัฐมนตรีกระทรวงการคลังเม็กซิโก เปิดเผยว่า เศรษฐกิจเม็กซิโกซึ่งขณะนี้ต้องย่ำแย่เพราะวิกฤตเศรษฐกิจโลกแล้วนั้น จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตไข้หวัดใหญ่เม็กซิโกแพร่ระบาดเป็นจำนวน 70,000 ล้านดอลลาร์ หรือฉุดจีดีพีลดลง 0.3-0.5 % โดยที่ผ่านมา พิษวิกฤตไข้หวัดใหญ่ฯส่งผลให้ทางการต้องสั่งปิดร้านอาหาร.บาร์,คลับ และสถานที่สาธารณะต่าง ๆ ในกรุงเม็กซิโก ซิตี้ เพื่อระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ มาตรการดังกล่าวประเมินว่าได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเม็กซิโกเฉลี่ยวันละ 100 ล้านดอลลาร์ และกระทบต่อพนักงานต่าง ๆ 450,000 ตำแหน่ง

 

นอกจากนี้ ยังกระทบต่อการท่องเที่ยว เช่น การสั่งปิดการสถานที่สถานสำคัญ อย่างอาณาจักรแอสแท็คและอาณาจักรมายา  และสั่งห้ามประชาชนเข้าชมการแข่งขันฟุตบอล นอกจากนี้ ทางการยังสั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐงดทำงานตั้งแต่วันที่ 1-5 พ.ค.ด้วย ถึงขณะนี้ คิวบา อาร์เจนติน่า เปรู ได้ระงับเที่ยวบินไปยังเม็กซิโก ขณะทีสหรัฐ,ญี่ปุ่น,อังกฤษ,ฝรั่งเศส,อิสราเอล,แคนาดา,อาร์เจนติน่า,สวิตเซอร์แลนด์,สวีเดน,เวียดนาม,ออสเตรเลีย และอีกหลายประเทศ ได้ออกคำเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเม็กซิโกด้วย

 

"สวิตเซอร์แลนด์-เปรู" พบผู้ติดหวัดใหญ่เม็กซิโก รายแรก
 

โรงพยาบาลในเมืองบาเดน รัฐอาเกาของสวิตเซอร์แลนด์ แถลงว่า ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่เม็กซิโกรายแรกในประเทศแล้ว โดยผู้ป่วยชายรายนี้เพิ่งกลับจากเม็กซิโกและหลังจากผลตรวจของศูนย์ไข้หวัดใหญ่แห่งชาติในนครเจนีวาตรวจไม่พบเชื้อ จึงให้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อวานนี้ (29 เม.ย.) แต่เขาต้องกลับเข้าโรงพยาบาลอีกรอบหลังผลตรวจรอบสองออกมาเป็นบวก และทุกคนที่สัมผัสใกล้ชิดกับเขาได้รับแจ้งผลการตรวจของชายคนนี้และขอให้พวกเขาอยู่กับบ้านเพื่อรอรับคำแนะนำต่อไป นอกจากนี้ สวิตเซอร์แลนด์กำลังรอผลตรวจหาเชื้อจากผู้ต้องสงสัย 26 คนใน 8 รัฐที่มีอาการคล้ายไข้หวัดหลังกลับจากประเทศที่มีการระบาด


ด้าน ออสการ์ อูการ์เต้ รัฐมนตรีสาธารณสุขของเปรู เปิดเผยว่า มีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่เม็กซิโกรายแรกในประเทศแล้ว ผู้ป่วยรายนี้เป็นสตรีชาวอาร์เจนติวัย 27 ปี เธอเริ่มมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดระหว่างเดินทางโดยเครื่องบินของสายการบินโคปา แอร์ไลน์ส จากเม็กซิโกเพื่อไปยังกรุงบัวโนส ไอเรสของอาร์เจนตินา ทำให้เครื่องบินต้องลงจอดฉุกเฉินในกรุงลิมาของเปรู ขณะนี้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล และผลตรวจยืนยันว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก ซึ่งหลังจากได้รับยาต้านไวรัส ก็มีอาการดีขึ้นแล้ว


ขณะเดียวกันอาร์เจนตินากำลังตรวจสอบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ 4 คนหลังจากการตรวจ 21 คนก่อนหน้านี้ไม่พบเชื้อ

 

สหรัฐเคาะชื่อเป็นหวัดใหญ่2009H1N1ยอดป่วยพุ่ง91ราย

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่กำลังระบาดอยู่ในหลายประเทศขณะนี้ โดยเริ่มจากที่ประเทศเม็กซิโกว่า พบกรณีผู้ติดเชื้อใหม่ในสหรัฐเพิ่มอีก 4 รัฐ และจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วสหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 65 คน เป็น 91 คนแล้ว

 

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (ซีดีซี) กล่าวว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 6 คน ในรัฐแอริโซนา แมสซาชูเซตส์ มิชิแกน และเนวาดา ทำให้จำนวนรัฐที่พบการติดเชื้อเพิ่มขึ้นจากเดิม 6 รัฐเป็น 11 รัฐ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบกรณีต้องสงสัยในผู้ป่วยอีก 9 รายในรัฐอิลลินอยส์ และอีก 6 รายในรัฐแมริแลนด์


รายงานแจ้งว่า มีผู้ติดเชื้อ 5 คนถูกนำตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาล ในจำนวนนี้รวมเด็กทารกชาวเม็กซิกันที่เพิ่งเสียชีวิต นายริชาร์ด เบสเซอร์ ผู้อำนวยการซีดีซี คาดว่า จะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก

ทางด้านรัฐนิวยอร์กยังคงพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มากที่สุดนอกประเทศเม็กซิโก โดยยืนยันว่ามีผู้ติดเชื้อนี้ 51 คน ตามมาด้วยรัฐเทกซัส 16 คน และรัฐแคลิฟอร์เนีย 14 คน


ขณะที่มีรายงานว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา กล่าวในการแถลงครบ100 วันของการทำงาน ที่ทำเนียบขาวว่า  ได้ให้โรคไข้หวัดดังกล่าว เป็นปัญหาฉุกเฉินต่อสาธารณะชนแล้ว และให้สหรัฐเปลี่ยนชื่อไข้หวัดหมู (swine flu) เป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 H1N1 พื่อแก้ความเข้าใจผิดว่าโรคนี้เกิดจากหมู จนหลายประเทศเลิกนำเข้าเนื้อหมู ทำให้หมูราคาตก  พร้อมกับกดดันให้สภาคองเกรสอนุมัติเงิน 1,500 ล้านดอลลาร์ เป็นเงินทุนฉุกเฉินรับมือกับการระบาดของโรคที่มีการยืนยันผู้ติดเชื้อแล้วอย่างน้อย 91 คน ใน 10 รัฐของสหรัฐฯ และมีผู้เสียชีวิต 1 คน


 

WHOเพิ่มระดับ5หวัดเม็กซิโกชี้อาจอันตรายมากขึ้น


สำนักข่าว บีบีซี นิวส์ ออนไลน์  รายงานเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) เพิ่มระดับเตือนภัยการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโก จากระดับ 4 เป็นระดับ 5 ซึ่งเป็นขั้นที่ตรวจพบว่า มีการแพร่เชื้อจากมนุษย์สู่มนุษย์ในอย่างน้อย 2 ประเทศ

 

สำหรับการเพิ่มระดับเตือนภัยในครั้งนี้มีขึ้นหลังจากเด็กชายวัย 23 เดือนชาวเม็กซิกันเสียชีวิตที่รัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ป่วยรายแรกที่เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นอกประเทศเม็กซิโก ส่วนที่ประเทศสเปน เจ้าหน้าที่ยืนยันพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่รายแรกซึ่งไม่ได้เดินทางมาจากเม็กซิโก รายงานแจ้งว่า เด็กชายผู้นี้ล้มป่วยในระหว่างที่ไปเยี่ยมญาติที่รัฐเทกซัสเมื่อต้นเดือนนี้ เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลที่นครฮิวส์ตัน และเสียชีวิตเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา


ทางด้านนางมาร์กาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก กล่าวเรียกร้องหลังการประชุมฉุกเฉินให้ทุกประเทศดำเนินแผนป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเร่งด่วน เช่น เพิ่มระดับการเฝ้าระวังและดำเนินมาตรการควบคุมการติดเชื้อ พร้อมระบุว่าขณะนี้โลกมีการเตรียมพร้อมที่ดีกว่าครั้งใด ๆ ในประวัติศาสตร์ในการรับมือการแพร่ระบาดของไข้หวัดและเป็นครั้งแรกที่สามารถติดตามการแพร่ระบาดได้แบบนาทีต่อนาที ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นเพราะเชื้อไวรัสสามารถกลายพันธุ์ให้มีอันตรายยิ่งขึ้นหรือลดลงได้ทุกเวลา


 

 

ไม่พบเชื้อหวัดจังโก้ในผู้ป่วยเฝ้าระวัง


หลังนักวิชาการหญิงวัย 42 ปี หน่วยงานหนึ่งกลับจากปฏิบัติราชการที่ประเทศเม็กซิโกและรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 11-19 เมษายน แล้วเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ระหว่างวันที่ 22-25 เมษายน แต่วันที่ 23 เมษายนมีไข้สูงแล้วลดลง แต่ไข้กลับสูงอีกในวันที่ 26 เมษายน โดยหวั่นว่าจะติดเชื้อไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก จึงเข้ารักษาอาการที่โรงพยายาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยแพทย์เฝ้าดูอาการ 46 ชั่วโมง


ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 เมษายน นพ.ธีระพงศ์ เจริญวิทย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นพ.สุมรัตน์ จารุลักษณานันท์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก และ รศ.ดร.ภาวพันธ์ ภัทรโกศล หัวหน้าหน่วยไวรัสวิทยา ร่วมแถลงผลการตรวจเชื้อผู้ป่วยหญิงคนดังกล่าว


ศ.นพ.ยงแถลงว่า รับตัวผู้ป่วยตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน แล้วแยกไว้ในห้องปลอดเชื้อที่มีระบบการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างเชื้อ อาทิ สารคัดหลั่ง พวกเสมหะ และตรวจจากน้ำล้างโพรงจมูก ซึ่งได้นำเชื้อทั้งหมดไปตรวจวิเคราะห์ทางชีวโมเลกุลในห้องปฏิบัติการถึง 2 แห่ง ตรวจวิเคราะห์เป็นเวลา 16 ชั่วโมง พบว่า เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอช1 เอ็น1 (H1N1) จากนั้นได้ตรวจยืนยันสายพันธุ์ด้วยวิธีตรวจจำเพาะต่อสายพันธุ์ ผลการตรวจยืนยันเป็นที่แน่นอนว่า ผู้ป่วยรายนี้เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 ตามฤดูกาลที่ระบาดในไทย ไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโก คาดว่าจะให้กลับบ้านในวันที่ 30 เมษายนนี้ ดังนั้น ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและมั่นใจว่าขณะนี้ประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อแม้แต่คนเดียว ทั้งนี้ ผลการตรวจไม่จำเป็นต้องรายงานองค์การอนามัยโลก เพราะเป็นเพียงไข้หวัดใหญ่ธรรมดาที่พบได้ในประเทศไทย


คาดไม่เกิน 12 สัปดาห์ระบาดในไทย 


ด้าน พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยหลังเป็นประธานประชุมเตรียมรับการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโกว่า สั่งการให้ทุกเขตใน กทม.ประสานไปยังเกสต์เฮาส์ โรงแรม และสถานประกอบการย่านชุมชน อาทิ ย่านสุขุมวิท ถนนข้าวสาร หากพบนักท่องเที่ยวที่มีอาการเป็นไข้หวัดหลังจากเดินทางเข้ามาในประเทศไทย 14 วัน ให้แจ้งศูนย์ปฏิบัติการและศูนย์ข้อมูลโรคไข้หวัดนก กทม. (SRRT) 1555 หรือคอลเซ็นเตอร์ สธ.1669 ตลอด 24  ชั่วโมง นอกจากนี้ กทม.จะแจกเอกสารถามตอบให้ความรู้เรื่องโรคไข้หวัดใหญ่กับสถานประกอบการนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทยด้วย


"วันที่ 1 พฤษภาคม เวลา 13.00 น. กทม.จะเชิญโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน ศูนย์บริการสาธารณสุข  คลีนิค และร้านขายยากว่า 100 แห่ง ร่วมประชุมเพื่อให้ความรู้เรื่องไข้หวัดใหญ่ รวมทั้งแจกแบบสอบถามผู้ป่วยสงสัยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ด้วย และกำลังประสานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ ให้คนขับแท็กซี่ป้องกันตัวเองโดยแจกหน้ากากให้สวมขณะขับรถด้วยและแจกหน้ากากอนามัย 1 แสนอัน ให้กับสถานประกอบการที่รับนักท่องเที่ยว" พญ.มาลินีกล่าว


ด้านนางมนทิรา ทองสาริ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กล่าวว่า มีแนวโน้มว่าไม่เกิน 12 สัปดาห์ โรคดังกล่าวจะระบาดมายังไทย เนื่องจากไทยเป็นประเทศท่องเที่ยว ที่ยังคงเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ


สั่ง"สสจ.-อสม."เตรียมค้นหาผู้ป่วย


เมื่อเวลา 09.00 น. นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวเปิดประชุมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศ เพื่อวางแนวทางป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ที่โรงแรมรามา การ์เด้นส์ว่า สธ.จะเน้นแนวทางป้องกันโรคชนิดนี้ไม่ให้เข้าประเทศ เท่าที่ดำเนินการไปแล้วไม่มีการเพิ่มมาตรการอื่นใดให้เข้มข้นขึ้นอีก และไทยไม่มีผู้ป่วยเฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโกแต่อย่างใด หากในอนาคตประกาศพบผู้ป่วยในไทย แสดงว่ามาตรการป้องกันโรคไม่ให้เข้าไทยล้มเหลว จะต้องเริ่มมาตรการที่ 2 ทันที คือการสืบหาผู้ป่วย โดย สสจ.และโรงพยาบาลทุกแห่ง จะต้องรับผู้ป่วยโรคหวัดทุกคนที่เข้ารับการรักษาทันที ไม่มีสิทธิปฏิเสธการรับผู้ป่วยแล้วให้ไปรับการรักษาที่หน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิ จากนั้นนำผู้ป่วยเข้ามาตรการคัดกรองโรคและยืนยันเชื้อทันที


"นับตั้งแต่บัดนี้ สสจ.ทั่วประเทศจะต้องเร่งกระจายยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่ทุกแห่ง และหากพบว่าพื้นที่ไหนยังไม่ได้รับยาให้แจ้งมาที่ สธ. ซึ่งจะต้องดำเนินการให้เรียบร้อยภายในวันที่ 2 พฤษภาคม เพื่อเตรียมความพร้อมในระดับพื้นที่หากเกิดการระบาดของโรคนี้ในไทย" นายวิทยากล่าว และว่า ขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยในประเทศไทย สธ.จึงเป็นพระเอกได้รับคำชื่นชมว่ามีมาตรการในการป้องกันที่ดี  แต่หากในอนาคตพบผู้ป่วยไข้หวัดเม็กซิโก พระเอกจะกลายเป็นเหมือนผู้ร้าย เพราะฉะนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ สสจ.และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ต้องทำหน้าที่เป็นพระเอกตัวรองแทน สธ.โดยเร่งค้นหาผู้ป่วยให้พบโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

ไทยจัดประชุมสธ.อาเซียนวาระพิเศษ


นายวิทยากล่าวหลังร่วมประชุมคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกัน ควบคุม แก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ ที่รัฐสภา ซึ่งมี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า เลขาธิการอาเซียนเสนอให้จัดประชุมสาธารณสุขอาเซียนวาระพิเศษ เพื่อเตรียมรับมือการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโก เบื้องต้นนายกรัฐมนตรีประสานไปยังสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งเห็นด้วย และเห็นว่าไทยควรเป็นเจ้าภาพ ขณะนี้มอบหมายให้เลขาธิการอาเซียน ประสานประเทศสมาชิกเพื่อจัดประชุมโดยเร็วที่สุด คาดว่าน่าจะเป็นสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีความเห็นให้ความช่วยเหลือคนไทยและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศเม็กซิโก อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 30 เมษายน กระทรวงการต่างประเทศจะจัดส่งหน้ากากอนามัย 5,000 ชุด ไปให้ เนื่องจากมีการขอความช่วยเหลือมาว่าขาดแคลน ขณะที่การอพยพคนไทยซึ่งได้ลงทะเบียนอาศัยอยู่ในเม็กซิโก 105 คน ก็มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ดำเนินการหากมีการร้องขอ


เผย"จังโก้"คุมโรคหวัดได้ตายเพิ่มแค่ 3


ด้านนายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข (วอร์รูม) กรมควบคุมโรคว่า กำชับให้ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เพิ่มเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจที่มีการติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ (เทอร์โม สแกน) อย่างน้อยจุดละ 5 คน จากเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 30 คนต่อวัน รวม 3 ผลัด โดยมีจุดตรวจทั้งหมด 4 จุด เพื่อสามารถรับมือในกรณีที่มีผู้ที่เดินทางเข้าประเทศมีอาการเป็นไข้ อุณหภูมิสูงกว่าที่กำหนดเป็นจำนวนมากได้ เพราะเทอร์โม สแกน เป็นด่านแรกในการป้องกันการระบาดของโรคสร้างความมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง สธ.จะจัดทีมเจ้าหน้าที่จากโรงพยายบาลบำราศนราดูร และสถาบันราชประชาสมาสัย เพิ่มอีกวันละ 6-10 คนด้วย หากเกิดสิ่งผิดปกติ สธ.มีทีมแพทย์ที่เตรียมพร้อมการดูแลในทุกโรงพยาบาลอยู่แล้ว


นายมานิตกล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโก พบว่ามีผู้เสียชีวิตในเม็กซิโกจาก 149 คน เป็น 152 คน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเพียง 3 คน แสดงให้เห็นว่าเม็กซิโกสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งในประเทศที่มีความการเตรียมพร้อมรับมือไม่น่าจะเกิดปัญหาอะไร


"ฮู"ยังใช้ชื่อ"โรคไข้หวัดหมู"


ด้าน นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ที่เดินทางมายังประเทศไทยที่สนามบินสุวรรณภูมิตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ที่มีอาการไข้สูงกว่า 37 องศาเซลเซียส รวม 5 คน ซึ่งเมื่อตรวจสอบรายละเอียดมีการซักถามประวัติแล้วปรากฏว่า ไม่ได้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงในการระบาด แต่มาจากประเทศอินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี แต่ก็ได้แนะนำให้เฝ้าระวังโรคอีก 14 วัน หากอาการไข้ไม่ลดลงให้ติดต่อกลับมายังแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไป


นพ.คำนวณกล่าวว่า ขณะนี้องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังเรียกโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เอช1 เอ็น1 (H1N1) ที่แพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ว่า "โรคไข้หวัดหมู" (Swine Flu) และยังไม่ตั้งชื่อโรคอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันความสับสนว่าอาจจะเกิดจากเชื้อไวรัสในหมูติดสู่คน และกระทบกับการปศุสัตว์ได้ ประเทศไทยจึงขอให้เรียกชื่อโรคนี้ตามหลักวิชาการคือ ไข้หวัดใหญ่ที่แพร่ระบาดในประเทศเม็กซิโก พร้อมทั้งได้ส่งหนังสือถึง WHO ขอให้ทบทวนการตั้งชื่อโรคดังกล่าวใหม่ เข้าใจว่าขณะนี้มีหลายประเทศเรียกร้องให้เปลี่ยนชื่อโรคเช่นเดียวกับประเทศไทย


ศธ.ติดตามน.ร.ทุนในพื้นที่เสี่ยง


นายชินภัทร ภูมิรัตน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ศธ.กำลังรวบรวมข้อมูลนักเรียนในโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน รัฐบาลให้ทุนส่งเรียนต่อระดับปริญญาในต่างประเทศ ว่ามีนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในประเทศพื้นที่เสี่ยงต่อการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโกจำนวนเท่าใด อาทิ ที่เรียนในประเทศแคนาดา เป็นต้น ตนได้มอบหมายให้สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ ศธ.ติดตามรวบรวมข้อมูลจำนวนและสถานการณ์ของนักเรียนทุนทุกคน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศแจ้งแล้วว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค พร้อมกันนั้นจะประสานไปยังเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ให้เข้าไปชี้แจงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค และวิธีการป้องกันตัว รวมทั้งติดตามนักเรียนทุนในโครงการอย่างใกล้ชิดด้วย สำหรับการอพยพนักเรียนในพื้นที่เสี่ยงยังไม่ใช่มาตรการที่จะเร่งดำเนินการในขณะนี้ แต่จะต้องหาวิธีการให้นักเรียนรู้วิธีป้องกันตัวเอง เช่น ใส่หน้ากาก ไม่เข้าไปในแหล่งชุมชนที่มีการแพร่ระบาด และให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เป็นต้น


ทอท.เชียงใหม่มั่นใจไร้หวัดใหญ่


ด้านว่าที่ ร.ท.จาตุรงคพล สดมณี ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ถือเป็นปลายทางของการเดินทาง เพราะนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยสายการบินเกาหลี ไทเป สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ และหลวงพระบาง ที่มี 17 ไฟลท์ต่อสัปดาห์ สู่ จ.เชียงใหม่ จะผ่านการตรวจสอบจากสนามบินอื่นๆ มาเรียบร้อยแล้ว จึงทำให้ จ.เชียงใหม่ มีโอกาสน้อยที่จะพบผู้ต้องสงสัยหรือผู้ป่วยโรคไขัหวัดใหญ่ที่มาจากเม็กซิโก ยกเว้นกรณีที่มีคนไทยหรือนักท่องเที่ยวอื่นที่เดินทางไปประเทศดังกล่าวและกลับมาในช่วงนี้ก็อาจจะเป็นกลุ่มเสี่ยง


"ผมมั่นใจว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะมีทีมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งตรวจคนเข้าเมือง สาธารณสุข ศูนย์ควบคุมโรค และเครื่องมือเทอร์โมสแกน พร้อมทีมแพทย์และพยาบาลประจำการอยู่ที่ช่องทางขาเข้าจากต่างประเทศ" ว่าที่ ร.ท.จาตุรงคพล กล่าวและว่า ขอให้มั่นใจว่า จ.เชียงใหม่ยังน่าท่องเที่ยวเหมือนเดิม เพราะมีมาตรการที่ดีมากในระดับมาตรฐานสากล


ด้าน น.ท.ณัฏฐ์ โหมาศวิน ผู้อำนวยการสนามบินนานาชาติหาดใหญ่ จ.สงขลา กล่าวว่า ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้อย แม้จะมีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในพื้นที่ แต่ไม่ได้เป็นการบินตรง แต่จะแวะที่สิงคโปร์ และฮ่องกง ก่อนที่จะเดินทางเข้ามา อย่างไรก็ตาม ได้ทดสอบเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิที่มีอยู่ พบว่ามีความพร้อมที่จะใช้งาน และอยู่ระหว่างเตรียมการ คาดว่าจะติดตั้งและตรวจวัดความร้อนจากผู้โดยสารขาเข้าได้ในวันที่ 30 เมษายน


หมอเตือนฉีดวัคซีนไม่กัน"หวัดเม็กซิโก"


ศ.นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัส และอาจารย์ประจำภาควิชา จุลชีววิทยาคณะแพทยศาสตร์ ศิริราช กล่าวว่า ขอเตือนประชาชนที่แห่ไปฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ อาจจะไม่ได้ผล เพราะวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่มีให้บริการในปัจจุบันป้องกันได้เฉพาะไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ สายพันธุ์ H1N1 และสายพันธุ์ H3N2 และไข้หวัดใหญ่ชนิดบี เท่านั้น ซึ่งเป็นเชื้อโรคตามฤดูกาล แต่ไม่สามารถป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่เม็กซิโกได้ และว่า ขณะนี้ WHO อยู่ระหว่างการเตรียมเชื้อไวรัสสำหรับผลิตวัคซีนจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 เดือน และยังไม่ชัดเจนว่าหากผลิตวัคซีนสำเร็จแล้ว จะกระจายวัคซีนไปที่ประเทศใด แจกจ่ายกับประเทศที่มีการระบาดอย่างไร หรือบริษัทที่ผลิตจะเก็บไว้ใช้สำหรับประชาชนในประเทศของบริษัทผู้ผลิตเพียงอย่างเดียว จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม

 

บัวแก้วพร้อมอพยพคนไทยกลับ


ด้านนายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศมีแผนรองรับดูแลคนไทยที่เม็กซิโกอยู่แล้ว กรณีที่มีคนไทยที่ต้องการกลับประเทศก็ให้แจ้งมายังสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเม็กซิโก ซิตี้ ในหลักการได้เตรียมเครื่องบินพาณิชย์สำหรับการอพยพคนกลับประเทศ หากสถานการณ์เลวร้ายลงทางกระทรวงการต่างประเทศพร้อมจะพูดคุยกับสายการบินที่เกี่ยวข้องเพื่อสำรองที่นั่งให้กับคนไทย ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่สามารถสำรองที่นั่งได้จะพิจารณาดำเนินการให้เข้าสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม สถานทูตไทยได้ติดต่อกับคนไทยในเม็กซิโกทราบว่าทุกคนปลอดภัยดีและสถานทูตให้การดูแลอย่างใกล้ชิด




คนร้ายส่งรูปเซลฟี่ให้ตำรวจ ชี้รูปในประกาศจับไม่หล่อ-ดูไม่ดี !!
′มิสโคลอมเบีย′เปิดใจครั้งแรก รับเป็นเรื่อง′น่าขายหน้า′ถูกถอดมงกุฏต่อหน้ากล้อง
′มิน อ่อง ลาย′ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดพม่าขอไทย ′ทบทวนหลักฐาน′ คดีเกาะเต่า
นักวิจัยเตรียมเปิดตัว ′สวิตช์ปิด-เปิดสเปิร์ม′ตามต้องการ ปฏิวัติวงการคุมกำเนิด
′บีบีซีไทย′ตีข่าวพี่สาว′ฮันนาห์′เหยื่อเกาะเต่าแฉ ถูกเสนอเงินให้ยุติคดี-โดนขู่ฆ่า