ก.พ. ให้ส่วนราชการเตรียมโครงการเกษียณก่อนกำหนด-ยื่นสมัครระหว่างวันที่ 16-30 มิ.ย.52

วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 เวลา 15:32:58 น.




สำนักงาน ก.พ. ทำหนังสือแจ้งเวียนส่วนราชการ ชี้แจงขั้นตอนการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด ปีงบประมาณ 53 ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการตามมาตรการฯ ต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ในระหว่างวันที่ 16-30 มิถุนายน 52

นายปรีชา วัชราภัย เลขาธิการ ก.พ. กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการให้ดำเนินมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ (โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 (วันที่ 1 ตุลาคม 2552) นั้น ขณะนี้คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) สำนักงาน ก.พ. ได้ทำหนังสือแจ้งเวียน ไปยังส่วนราชการ ชี้แจงรายละเอียดมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ตลอดจนกำหนดการและขั้นตอน หากส่วนราชการพิจารณาแล้วเห็นว่า การดำเนินมาตรการดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานโดยรวมของส่วนราชการ และมีงบประมาณของส่วนราชการรองรับให้พิจารณาดำเนินการได้ โดยให้จัดทำรายละเอียดข้อเสนอมาตรการเสนอต่อ คปร. พิจารณาภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2552


สำหรับกลุ่มเป้าหมายของโครงการฯ คือต้องเป็นข้าราชการที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือ   มีเวลาราชการ 25 ปีขึ้นไป (ไม่รวมเวลาทวีคูณ) นับถึงวันก่อนออกจากราชการตามมาตรการฯ (วันที่ 30 กันยายน 2552 ) โดยครอบคลุมข้าราชการพลเรือนสามัญและข้าราชการพลเรือนในพระองค์ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา   ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  ข้าราชการตำรวจ  ข้าราชการทหารและข้าราชการธุรการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ


ขณะเดียวกันต้องมีคุณสมบัติคือผู้ออกจากราชการจะต้องมีเวลาราชการเหลือตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป นับตั้งแต่วันที่ออกจากราชกา ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ ถูกสอบสวนหรือสอบหาข้อเท็จจริงทางวินัย พิจารณาโทษทางวินัย รายงานการลงโทษทางวินัย หรือพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัย หรือเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย ในคดีอาญาซึ่งมิใช่ความผิดลหุโทษหรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท


นอกจากนี้ ต้องไม่เป็นผู้อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะต้องออกจากราชการไม่ว่า กรณีใดๆ    ตามกฎหมาย และหากเป็นผู้อยู่ระหว่างปฏิบัติราชการชดใช้ตามสัญญาที่ได้ทำไว้กับส่วนราชการในการไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย จะต้องปฏิบัติราชการชดใช้มาแล้วไม่น้อยกว่าระยะเวลาศึกษาดังกล่าว และจะต้องยอมชดใช้เงินตามสัญญาผูกพันที่ได้ทำไว้กับราชการสำหรับเวลาที่ยังปฏิบัติราชการชดใช้ไม่ครบ


ทั้งนี้ ผู้จะได้รับอนุญาตให้ออกจากราชการตามมาตรการฯ จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตั้งแต่วันที่ยื่นใบสมัครจนถึงวันที่ได้รับอนุญาตให้ออกจากราชการ โดยสำนักงาน ก.พ.จะเปิดให้ผู้สมัครเข้าร่วมมาตรการฯ ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการตามมาตรการฯ ต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ในระหว่างวันที่ 16-30 มิถุนายน 2552


“ส่วนราชการที่จะจัดให้มีมาตรการฯ นี้ จะต้องพิจารณาทบทวนบทบาท ภารกิจ วิเคราะห์ และสำรวจอัตรากำลังของส่วนราชการ พร้อมทั้งจัดทำแผนดำเนินมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังภาคราชการ โดยวัตถุประสงค์ของโครงการฯ คือ เพื่อให้กำลังคนภาครัฐมีขนาดและคุณภาพที่เหมาะสม สอดคล้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลภาครัฐแนวใหม่ และการใช้กำลังคนภาครัฐที่เป็นไปอย่างคุ้มค่า ประหยัด เต็มศักยภาพและได้ประโยชน์สูงสุด” เลขาธิการ ก.พ. กล่าว


สำหรับสิทธิประโยชน์ของผู้เข้าร่วมโครงการฯ นี้จะแยกเป็น 2 ส่วนคือสิทธิประโยชน์ที่เป็นเงินก้อน 8-15 เท่าของเงินเดือนรวมเงินประจำตำแหน่ง (ถ้ามี) ตามเวลาราชการที่เหลือ (ปี) และสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น การยกเว้นภาษีเงินก้อนที่ได้รับตามมาตรการฯ นี้ การยกเว้นภาษีในส่วนของเงินที่ได้รับจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ รวมถึงการยกเว้นไม่ต้องชดใช้ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปกติกับเงินกู้ตามพระราชกฤษฎีกาสวัสดิการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2535 โครงการสวัสดิการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ และโครงการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย ธอส.-กบข.
  
                     








เจาะใจ "เจ๊อ๋อย" แอดมิน "กองทัพปชช. ล้มล้างระบอบทักษิณ" ใครไม่เช็คก่อนแชร์ระวังเงิบ!
"สาวใจเด็ด" ปล่อยภาพจากคลิป "เลียสด" ในไอจีแล้ว! โพสต์ร่ายยาวเผยต้นตอสัมพันธ์ชายคนดัง
แหล่งข่าวกล่าวว่า-เช็กเรทติ้งเก้าอี้"ผบ.ทบ."คนใหม่"สายวงศ์เทวัญ-บูรพาพยัคฆ์"ใครมาแรง!!
ชมคลิปโรแมนติก "กนก รัตน์วงศ์สกุล" พิธีกรเล่าข่าว-ผู้บริหารสื่อเครือเนชั่น พูดบอกรัก
ฮือฮา"บิ๊กแป๊ะ"พล.อ.นิพัทธ์ แทงเต็ง...ไม่มีกั๊ก!!!