เกษตรฯส่งแล็บโมบายกวาดล้าง“ปุ๋ย-สารเคมีเกษตรปลอม”

วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2552 เวลา 19:51:37 น.

นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนว่า ระยะนี้เป็นช่วงต้นฤดูกาลเพาะปลูก เกษตรกรได้มีความต้องการใช้ปุ๋ยและวัตถุอันตรายทางการเกษตรค่อนข้างมาก เป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการลักลอบผลิตปุ๋ยปลอม ปุ๋ยผิดมาตรฐานและเสื่อมคุณภาพซึ่งมีทั้งปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ รวมถึงสารเคมีทางการกษตรปลอมออกมาจำหน่ายในท้องตลาดปริมาณมาก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันไม่ให้ปุ๋ยปลอมและวัตถุอันตรายทางการเกษตร ที่ไม่ได้มาตรฐานระบาดไปสู่เกษตรกรผู้ใช้  กระทรวงเกษตรฯ จึงมอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสถานที่ผลิตและจำหน่ายวัตถุอันตรายทางการเกษตร ปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์พืชควบคุม โดยได้ปล่อยขบวนคาราวานเจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตร กรมวิชาการเกษตร ทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาครวมกว่า 320  นาย ลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งผลิตและร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางเกษตรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมวิชาการเกษตร กว่า 13,000 แห่งทั่วประเทศ


“ครั้งนี้จะมีการนำห้องปฏิบัติการ(Lab)เคลื่อนที่หรือโมบายยูนิต(Mobile Unit) ลงพื้นที่เพื่อสุ่มตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างปุ๋ยและสารเคมีการเกษตร โดยเฉพาะปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตรที่พบว่ามีการปลอมและผลิดมาตรฐานมากที่สุด อาทิ สารเคมีกำจัดวัชพืช เช่น สารโอเมทโธเอท(omethoate)  สารไกลโฟเสต(glyphosate) และสารพาราควอท(paraquat) ปุ๋ยผสมสูตร 15-15-15 สูตร 16-20-0 สูตร 16-8-8 สูตร 16-16-8 สูตร 20-8-20 และสูตร 30-0-0 รวมถึงวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ซึ่งเป็นสารห้ามใช้ เช่น สารโมโนโครโตฟอส เป็นต้น” รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าว


นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวเสริมว่า จากการที่กรมวิชาการเกษตรได้ตรวจจับปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตรปลอมมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2552 นี้ กรมฯได้ดำเนินคดีกับผู้ผลิตและจำหน่ายวัตถุอันตรายทางการเกษตรผิดกฎหมายแล้ว 345 ราย สั่งพักใช้ใบอนุญาต จำนวน 13 พร้อมยึดและอายัดของกลางไว้กว่า 235 ตัน คิดเป็นมูลค่า 47 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังได้ดำเนินคดีกับผู้ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยปลอม จำนวน 530 ราย สั่งพักใช้ใบอนุญาต 46 ราย นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ประกอบการกระทำความผิดซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่เกษตรกรอย่างรุนแรง กรมวิชาการเกษตรจึงได้สั่งเพิกถอนใบอนุญาต จำนวน 5 ราย พร้อมทำการยึดและอายัดปุ๋ยปลอม รวม 564 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า  12 ล้านบาท  ส่วนการควบคุมกำกับดูแลเมล็ดพันธุ์พืชผิดกฎหมาย ปีนี้ได้ดำเนินคดีผู้รวบรวมและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชควบคุมที่กระทำความผิดตามพระพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ.2518 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535  จำนวน 154 ราย และได้สั่งพักใช้ใบอนุญาตรวม 15 รายด้วย


“ปีนี้กรมวิชาการเกษตรได้จัดอบรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตรกว่า 300 นาย  พร้อมจัดฝึกอบรมผู้ควบคุมการขายวัตถุอันตรายทางการเกษตรเพื่อให้ตระหนักและมีจรรยาบรรณในการขายสินค้าที่มีคุณภาพและถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งยังได้ยกระดับร้านค้าเพื่อให้เป็นร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ คือ ร้านคิวช็อป(Q Shop) ซึ่งปัจจุบันมีร้านจำหน่ายวัตถุอันตรายทางการเกษตรเข้าร่วมโครงการร้าน Q  Shop แล้ว 205 ร้าน และมีร้านจำหน่ายปุ๋ยเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 66 ร้านค้า” นายสมชาย กล่าว 


อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวว่า ช่วงฤดูเพาะปลูกนี้เกษตรกรมีความเสี่ยงสูงมากที่จะได้ปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตรปลอมและผิดมาตรฐาน ดังนั้น จึงต้องระมัดระวังในการซื้อโดยเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้  อาทิ ร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่มีใบอนุญาตจากกรมวิชาการเกษตร และต้องขอใบเสร็จรับเงินจากผู้จำหน่ายทุกครั้งด้วยซึ่งจะสามารถตรวจสอบได้เมื่อมีปัญหา


 




นักเศรษฐศาสตร์ถาม"ช็อปช่วยชาติ-รถคันแรก"ต่างกันตรงไหน? เตือนปชช. อย่าคิดสั้นๆ
เปิดแนวเวนคืน...ทุกทิศทั่วไทย
′การบินไทย′ ประกาศขายสำนักงานและบ้านพักทั้งในและตปท. 19แห่ง
ข่าวนี้ต้องอ่าน2ครั้ง! ปตท.เปิดร้านขาย′ก๋วยเตี๋ยวเรือ′ ปูพรม10สาขารวด
เช็กให้ไว! 10อันดับธุรกิจดาวเด่น-ดาวร่วง ปี′59
test