ไฟไหม้เรือนไม้ "สยามสมาคม" วอดทั้งหลัง เสียหายกว่า 75 ล้าน "เรือนคำเที่ยง" รอดหวุดหวิด

วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 06:45:35 น.




เพลิงไหม้ "สยามสมาคมฯ" เผาตัวอาคารร้านหนังสือ เครื่องประดับคู่บารมีและสำนักงานเสียหายกว่า 75 ล้านบาท เผยเป็นสถานที่เก็บข้อมูลสำคัญทางประวัติศาสตร์ไทยและเพื่อนบ้านเก่าแก่กว่า 100 ปี โชคดี "เรือนคำเที่ยง" รอดหวุดหวิด ตร.สอบสวนเร่งหาสาเหตุ

 

เหตุเพลิงไหม้ภายในสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมถ์ สถานที่เก็บสิ่งของและข้อมูลประวัติศาสตร์เก่าแก่กว่า 100 ปี ที่ตั้งบริเวณถนนอโศก ตัดสุขุมวิท ซอย 21 แขวงและเขตวัฒนา กทม.  เกิดขึ้นเมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 20 พฤศจิกายน  ต่อมาร.ต.ท.ธนพล เทพมณี พงส.(สบ1) สน.ลุมพินี นำกำลังพร้อมรถดับเพลิง 10 คัน  ไปที่เกิดเหตุพบเป็นอาคารชั้นเดียวภายในสยามสมาคมฯ อยู่ด้านข้างของอาคารห้องสมุดเก่า โครงสร้างเป็นไม้ ผนังเป็นปูนปลูกสร้างเพียง 1 หลัง หลังคาด้านบนเป็นกระเบื้องโบราณ เพลิงกำลังลุกไหม้ภายในตัวอาคาร เจ้าหน้าที่เร่งระดมฉีดน้ำสกัดใช้เวลา 20 นาทีจึงสงบ พบหลังคาด้านบนซีกขวาถูกเพลิงไหม้เสียหายและทรุดตัวลงมาด้านล่าง ซึ่งภายในอาคารแบ่งเป็นร้านหนังสือ สำนักงานของสยามสมาคม ร้านจำหน่ายเครื่องประดับต่างๆ และร้านขายของที่ระลึก ของเอกชนที่เช่าสถานที่ของทางสยามสมาคม ทำให้ได้รับความเสียหายทั้งหมด เบื้องต้นไม่พบผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด
 

นายจรูญ สิงห์เทพ 55 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสยามสมาคมฯ เปิดเผยว่าเวลา 04.00 น. ขณะที่ปฏิบัติงานอยู่ห่างจากตัวอาคาร 10 เมตร ได้ยินเสียงดังแปะ จากช่วงบนของหลังคาที่เป็นไม้ สักครู่ก็เห็นประกายไฟออกมาก่อนจะลุกท่วม ด้วยความตกใจจึงรีบวิ่งไปหาน้ำมาดับไฟแต่ไม่สามารถดับได้ จึงรีบแจ้งหัวหน้า รปภ.ให้ทราบ ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
 

ด้าน พ.ต.อ.สมประสงค์   เย็นท้วม  ผกก.สน.ลุมพินี กล่าวว่าเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกำลังเร่งตรวจสอบหาหลักฐานที่เกิดเหตุ ถึงสาเหตุที่แท้จริงของเพลิงไหม้ เบื้องต้นสอบปากคำรปภ.ที่เข้าเวรแล้ว พร้อมติดตามพยานผู้เห็นเหตุการณ์อื่นๆมาสอบเพิ่มเติม  ส่วนกล้องวงจรปิดภายในอาคาร ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะได้รับความเสียหายด้วยหรือไม่ ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ ต้องรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบอีกครั้ง
 

พ.ต.อ.สมประสงค์ กล่าวถึงรายการทรัพย์สินต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ภายในสยามสมาคมฯ ว่าเบื้องต้นพบเสียหาย 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นร้านจำหน่ายหนังสือซึ่งได้เช่าพื้นที่ของสมาคมฯ ทรัพย์สินเสียหายประมาณ 400,000 บาท ประกอบด้วย หนังสือประวัติต่างๆ หนังสือเก่าแก่ที่หาดูได้ยาก  ส่วนที่2 ร้านเครื่องประดับคู่บารมี มีทรัพย์สินเสียหายประมาณ 20 ล้านบาท ประกอบด้วยพระเครื่องต่างๆ หยก เงิน สร้อย ตะขอทองคำ คริสตัน เหรียญต่างๆ และอื่นๆ  
 

"ส่วนที่ 3 คือ ตัวอาคารของสยามสมาคมฯ มีทรัพย์สินเสียหายประมาณ 55 ล้านบาท ประกอบด้วยตัวอาคารมูลค่า 35 ล้านบาท  และเฟอร์นิเจอร์ภายในอาคารมูลค่า 20 ล้านบาท เนื่องจากทั้งตัวอาคารและเฟอร์นิเจอร์ทำจากไม้สักและประดับตกแต่งด้วยลวดลายสวยงามทำให้มีมูลค่าสูง  รวมความเสียหายทั้งหมด 181 รายการ คิดเป็นมูลค่าเบื้องต้นประมาณ  75,400,000 บาท  แต่คาดว่ามีทรัพย์สินเสียหายอีกหลายรายการที่ต้องตรวจสอบละเอียดอีกครั้ง แต่ทางสยามสมาคมได้ทำประกันภัยไว้แล้ว วงเงินประกันที่ 150 ล้านบาท" ผกก.สน.ลุมพินีระบุ
 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ายังโชคดีที่เพลิงลุกไหม้แต่อาคารสำนักงานด้านหน้าเท่านั้น ไม่ได้ลุกลามไปยังห้องสมุดสยามสมาคมฯ ที่ตั้งอยู่ด้านใน ซึ่งเป็นห้องสมุดเก่าแก่ที่สุดอีกแห่งของกรุงเทพฯ ตั้งขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นห้องสมุดครบวงจรเก่าแก่ที่สุดของประเทศและให้บริการสมาชิกและผู้สนใจทั่วไป โดยรวบรวมสิ่งพิมพ์ต้นฉบับทางวิชาการ แผนที่โบราณ ภาพถ่ายและหนังสือหายากทั่วโลก ซึ่งประเมินค่ามิได้
 

สำหรับสยามสมาคมฯ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2447 ปลายรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และมีวาระครบ 100 ปี แห่งการก่อตั้งสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2547 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทางสมาคมได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกพระองค์ ทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ตลอดมาทุกรัชกาล  ซึ่งวัตถุประสงค์การก่อตั้งเพื่อศึกษาและส่งเสริมด้านศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง ดำเนินการจัดตั้งห้องสมุดพิพิธภัณฑ์ จัดพิมพ์วารสารและหนังสือ จัดปาฐกถา กิจกรรมทางวิชาการ ตลอดจนจัดการแสดงต่างๆ ทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อประโยชน์ของสังคมและประเทศชาติ และภายในพื้นที่ของสยามสมาคมฯ ยังประกอบด้วยห้องสมุด พิพิธภัณฑ์เรือนคำเที่ยง และเรือนแสงอรุณ ซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นอาคารดีเด่น โดยสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ในปี 2544
 

ทั้งนี้ อาคารห้องสมุดของสยามสมาคมฯ นับเป็นห้องสมุดที่มีความเก่าแก่และดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ เป็นแหล่งรวบรวมหนังสือต้นฉบับ เอกสารหายาก และเอกสารด้านมานุษยวิทยา โบราณคดี ประวัติศาสตร์ สังคมวิทยา สิ่งแวดล้อม และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง  นอกจากนี้ภายในสยามสมาคมฯยังมีพิพิธภัณฑ์Žเรือนคำเที่ยงŽเป็นเรือนเครื่องสับแบบล้านนาไทยดั้งเดิม หรือที่รู้จักกันว่า "เรือนกาแล" เป็นเรือนเก่าแก่อายุร้อยกว่าปีแต่นับว่าโชคดีไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้

 

*********************

 

พิพิธภัณฑ์ "เรือนคำเที่ยง"

 

ข้อมูลจากสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ ระบุว่า "เรือนคำเที่ยง" เป็นเรือนเครื่องสับแบบล้านนาไทยดั้งเดิม ที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า "เรือนกาแล" สร้างเมื่อ พ.ศ.2391 บริเวณริมฝั่งน้ำปิง จังหวัดเชียงใหม่ โดย นางแซ้ด ซึ่งเป็นลูกหลานสืบเชื้อสายธิดาเจ้าเมืองแช่ ชาวไทลื้อจากแคว้นสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ทางตอนใต้ของประเทศจีน ซึ่งถูกกวาดต้อนมาอยู่เชียงใหม่ในยุค "เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง" สมัยพระเจ้ากาวิละ
 

ลูกหลานของนางแซ้ดอาศัยเรือนหลังนี้เรื่อยมาเป็นเวลาร้อยกว่าปี จนกระทั่ง พ.ศ.2506 นางกิมฮ้อ นิมมานเหมินท์ ทายาทผู้เป็นเจ้าของเรือนในขณะนั้น ได้เล็งเห็นความสำคัญและคุณค่าของสถาปัตยกรรมล้านนา ซึ่งนับวันจะสูญสลายไปตามกาลเวลา จึงมอบเรือนเก่าแก่ของตระกูลหลังนี้ให้แก่สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยาขึ้นในพื้นที่ของสยามสมาคมฯ ในซอยอโศก กรุงเทพฯ


ชื่อ "เรือนคำเที่ยง"  ตั้งขึ้นเป็นอนุสรณ์แด่แม่ของนางกิมฮ้อ คือ นางคำเที่ยง อนุสารสุนทร ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่เกิดบนเรือนหลังนี้ การรื้อถอนเรือนคำเที่ยงจากเชียงใหม่มาปลูกไว้บนพื้นที่สยามสมาคมฯ ได้รับเงินสนับสนุนจากมูลนิธิเอเชีย และมูลนิธิจอห์น ดี รอคกี้เฟลเลอร์ ใช้เวลากว่า 2 ปี จึงสำเร็จ ในระหว่างนั้นมีการจัดหาสิ่งของมาจัดแสดงเพิ่มเติม อาทิ ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เครื่องมือหาปลา อุปกรณ์ทำนา และงานไม้แกะสลัก


กระทั่งวันที่ 21 พฤศจิกายน 2509 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯ ทรงเปิดเรือนคำเที่ยงเป็นพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยาอย่างเป็นทางการ


การปลูกสร้างเรือนคำเที่ยงขึ้นมาใหม่ในพื้นที่สยามสมาคมฯ มีการเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบและทิศทางของเรือน เนื่องจากพื้นที่อันจำกัด ส่วนประกอบหลักของเรือนคำเที่ยง ได้แก่ ห้องนอน เติ๋น ชาน ครัว ร้านน้ำ และยุ้งข้าว
ลักษณะทั่วไปของเรือนล้านนาจะยกใต้ถุนสูง พื้นที่ใช้สอยทั่วไปประกอบด้วยชานกว้าง ซึ่งจะเชื่อมพื้นที่ส่วนต่างๆ ของเรือน โดยมีบันไดหลักขึ้นเรือนทางด้านหน้า ริมขอบชานด้านใดด้านหนึ่งจะมีหิ้งวานหม้อน้ำดื่มพร้อมกระบวย ที่เรียกว่า ร้านนา หรือฮ้านน้ำตามการออกเสียงภาษาล้านนา


ถัดจากชานเป็นห้องโถงเปิดโล่งยกสูงหนึ่งถึงสองคืบ สำหรับนั่งเล่น ทานอาหาร รับแขก เรียกว่าเติ๋น ถัดจากเติ๋นเป็นห้องนอนมีฝารอบทั้งสี่ด้าน ประตูทางเข้าออก 2 ประตู เหนือช่องประตูแผ่นไม้แกะสลักลดลานสวยยามเรียกว่า "หำยนต์" ห้องนอนของเรือนถืออย่างเคร่งครัดว่าเป็นบริเวณสำหรับสมาชิกในครอบครัวเท่านั้น


ภายในเรือนคำเที่ยงนำเสนอนิทรรศการที่สัมพันธ์กับข้าวของที่จัดแสดง อาทิ การทำเหมืองฝาย การจับปลา การทำนา พิธีกรรมในการลงเสาเอก ขั้นตอนการปลูกเรือนและส่วนประกอบของเรือน








ผบ.ตร.สั่งสอบ นรต.ฝึกกระโดดร่ม สลิงขาด ร่มไม่กาง ดิ่งพื้นดับ 2 พ่อหัวใจแทบสลาย (ติดตามดู คลิปข่าว)
ชาวเน็ตวิจารณ์ยับ "กะเทย"นับสิบลากผู้ชายรุมโทรมกลางถนนช่วงสงกรานต์ (ชมคลิป)
ฮือฮา นักดาราศาสตร์เผย ปรากฎชื่อ 7 อำเภอไทยบนหลุมดาวอังคาร
2คนร้ายบุกยิง"ไม้หนึ่ง ก.กุนที"กวีเสิ้อแดงหลังร่วมวง"อจ.สุดา รังกุพันธ์" ตร.ตั้ง2ปมสังหาร
คลิปผีสิงเพื่อน! เพื่ออำลาครั้งสุดท้าย หลังเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชน (ชมคลิป)