นโยบายประธานศาลฎีกา

วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 19:02:57 น.


สบโชค สุขารมณ์


โดยนายสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดให้ศาลยุติธรรมเป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีอำนาจในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีทั้งปวง เว้นแต่คดีที่มีรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจของศาลอื่น ศาลยุติธรรมประกอบด้วยศาลทั้งหมด 3 ชั้นศาล ได้แก่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา
 

ศาลชั้นต้น เป็นศาลซึ่งรับคำฟ้อง หรือคำร้องขอในชั้นต้น ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่ง คดีผู้บริโภคคดีอาญา และคดีชำนัญพิเศษต่างๆ ในปัจจุบันศาลชั้นต้นประกอบด้วย ศาลแพ่ง ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลแพ่งธนบุรี ศาลอาญา ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอาญาธนบุรี ศาลจังหวัด ศาลแขวง ศาลเยาวชนและครอบครัว ศาลภาษีอากรกลาง ศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานภาค 1 - 9 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง และศาลล้มละลายกลาง รวมทั้งสิ้น 238 ศาล และมีศาลสาขาจำนวน 5 ศาล
 

ศาลอุทธรณ์ เป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่มีการอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการอุทธรณ์ รวมทั้งมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเลือกตั้งท้องถิ่น ในปัจจุบันศาลชั้นอุทธรณ์ประกอบด้วย ศาลอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค 1 – 9 รวม 10 ศาล
 

ศาลฎีกา เป็นศาลสูงสุดมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการฎีกา และมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดคดีที่มีกฎหมายบัญญัติให้อยู่ภายใต้อำนาจวินิจฉัยของศาลฎีกาโดยเฉพาะ ศาลฎีกาประกอบด้วยแผนกคดีต่างๆ ได้แก่ แผนกคดีล้มละลาย แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว แผนกคดีแรงงาน แผนกคดีภาษีอากร แผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจ แผนกคดีสิ่งแวดล้อม แผนกคดีผู้บริโภค และแผนกคดีเลือกตั้ง ปัจจุบันศาลฎีกามีเพียงศาลเดียวซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร
 

ศาลยุติธรรมมีหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีให้เป็นไปโดยยุติธรรม ตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย และในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์  ผู้พิพากษาจึงต้องมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีเพื่อให้เป็นไปโดยถูกต้อง รวดเร็วและเป็นธรรม อันเป็นวัตถุประสงค์หลักในการให้บริการประชาชนของศาลยุติธรรม ท่านสบโชค สุขารมณ์ ประธานศาลฎีกา จึงได้วางนโยบายของศาลยุติธรรมไว้ 6 ประการ ดังต่อไปนี้


•เพิ่มพูน ประสิทธิภาพในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนและสังคมด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรมและทั่วถึง


•พัฒนา ศักยภาพของผู้พิพากษาในสหวิทยาการเพื่อการพิจารณาพิพากษาคดีที่ถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม ตลอดจนพัฒนาศักยภาพของข้าราชการศาลยุติธรรม เพื่อสนับสนุนให้การอำนวยความยุติธรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ


•สร้าง ความปรองดองและสมานฉันท์ในสังคม ด้วยการเคารพสิทธิของปัจเจกชน สร้างความสันติสุขในพื้นที่ภาคใต้ ด้วยการส่งเสริมการเคารพในวัฒนธรรม ศาสนา และกฎหมาย


•รักษา มาตรฐานทางจริยธรรมและความเป็นกลางของผู้พิพากษาเพื่อเป็นที่พึ่งของสังคม


•สนับสนุน การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อการพิจารณาพิพากษาคดีและสนับสนุนการบริหารงานยุติธรรม


•ส่งเสริม การทำงานด้วยจิตสำนึกของผู้ให้บริการ


สำนักงานศาลยุติธรรมในฐานะที่เป็นหน่วยงานธุรการของศาลยุติธรรมที่เป็นอิสระ โดยมีท่านวิรัช ชินวินิจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เป็นผู้บังคับบัญชาขึ้นตรงต่อประธานศาลฎีกา ได้รับเอานโยบายของท่านประธานศาลฎีกามาเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่ออำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน


ทั้งนี้ เมื่อพิจารณานโยบายประธานศาลฎีกาประกอบกับผลการดำเนินงานจากสถิติคดีในรอบปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 พบว่ามีปริมาณคดีที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลชั้นต้นทั้งสิ้น 1,262,873 คดี และศาลชั้นต้นสามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จในปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 ทั้งสิ้น 1,067,907 คดี โดยใช้ระยะเวลาในการพิจารณาคดีจนแล้วเสร็จ ภายใน 6 เดือน มีปริมาณคดีถึง 955,779 คดี มีเพียงคดีส่วนน้อยที่ใช้ระยะเวลาเกินกว่า 6 เดือน ดังตารางต่อไปนี้

 

ประเภทคดี

ระยะเวลาในการพิจารณาคดีเสร็จไปของศาลชั้นต้น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2552

ไม่เกิน 1 เดือน

เกิน 1 เดือนไม่เกิน 6 เดือน

เกิน 6 เดือน ไม่เกิน 1 ปี

เกิน 1 ปี ขึ้นไป

รวม

คดีแพ่ง

11,404

193,724

37,980

18,137

261,245

คดีอาญา

358,887

100,471

27,551

21,588

508,497

คดีผู้บริโภค

34,987

256,306

6,736

136

298,165

รวม

405,278

550,501

72,267

39,861

1,067,907

 

ทั้งนี้ จากสถิติคดีดังกล่าวข้างต้นที่ศาลพิจารณาคดีเสร็จสิ้นไปแล้ว สามารถแยกพิจารณาประเภทของคดีที่มีการรับฟ้องต่อศาลยุติธรรมมากที่สุด ดังนี้


คดีแพ่ง พิจารณาเสร็จไป 261,245 คดี คดีส่วนใหญ่ได้แก่ คดีขอจัดการมรดก คดีละเมิด คดีกู้ยืม และคดีซื้อขาย
คดีอาญา พิจารณาเสร็จไป 508,497 คดี คดีส่วนใหญ่ได้แก่ คดีพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ คดีพระราชบัญญัติการจราจรทางบก คดีพระราชบัญญัติการพนัน คดีพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง


คดีผู้บริโภค พิจารณาเสร็จไป 298,165 คดี คดีส่วนใหญ่ได้แก่ คดีสินเชื่อบุคคล/กู้ยืม/ค้ำประกัน คดีบัตรเครดิต คดีกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา และคดีเช่าซื้อรถยนต์ ซึ่งในส่วนของคดีผู้บริโภค เดิมเคยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคดีแพ่ง ต่อมาได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 ที่ศาลยุติธรรมเป็นผู้เสนอเพื่อแก้ไขปัญหาการถูกเอารัดเอาเปรียบของผู้บริโภคอันเป็นบุคคลที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค และผู้เสียหายตามกฎหมายเกี่ยวกับความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย

การพิจารณาคดีผู้บริโภคคำนึงถึงประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นสำคัญ ทั้งในด้านความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด และใน

ขณะเดียวกันผู้บริโภคก็ต้องได้รับความเป็นธรรมด้วย เช่นการกำหนดให้ผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียม การกำหนดให้โจทก์หรือจำเลยสามารถยื่นฟ้องหรือให้การด้วยวาจาได้ การกำหนดให้เมื่อศาลสั่งรับคำฟ้องแล้ว การนัดพิจารณาครั้งแรกจะต้องกระทำโดยเร็วและในกรณีที่จำเป็นต้องสืบพยานจะต้องสืบพยานติดต่อกันไปโดยไม่เลื่อนคดี เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ การพิจารณาพิพากษาในศาลชั้นอุทธรณ์ซึ่งป็นศาลชั้นที่สุด ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว หรือการกำหนดให้ศาลมีอำนาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบได้เองตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ในอันที่จะให้ได้ความแจ้งชัดในข้อเท็จจริงแห่งคดี เป็นต้น


จากสถิติปริมาณคดีที่ศาลชั้นต้นสามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จได้ภายในปี งบประมาณ พ.ศ. 2552 ทั้งสิ้น 1,067,907 คดี จากจำนวนปริมาณคดีที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลชั้นต้น 1,262,873 คดีนั้น คิดเป็นร้อยละ 84.56 ของปริมาณคดีที่เข้าสู่การพิจารณาทั้งหมด ถือเป็นหนึ่งในงานของศาลยุติธรรมในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน ตามนโยบายของท่านประธานศาลฎีกาที่วางไว้ให้มี “การเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนและสังคมด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรมและทั่วถึง” นั่นเอง

 





ซีพีเอฟร่วมคลายแล้ง ส่งน้ำเข้าไร่-สวนช่วยเกษตรกร
“น้อมบุญ” ส่งบ้านเดี่ยว เลอ นีโอ เลี่ยงเมือง – ศรีจันทร์ มูลค่า 900 ล้าน
อนันตรา กรุงเทพฯ ริเวอร์ไซด์ จัดงาน Bangkok Farmers Market
มูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทยสนับสนุนสภากาชาดไทย
เคทีซีจับมือพันพธมิตร เปิดตัวแคมเปญ KTC Lady Power Auto and Sports
ยู เชียงใหม่ เดินหน้าเพื่อสังคม
ผลฟุตบอลอินเตอร์ เนชั่นแนล แชมเปี้ยนส์คัพ 2015 วันที่ 30 ก.ค.58
ผลฟุตบอลช้าง เอฟเอคัพ รอบ 32 ทีม วันที่ 29 ก.ค.58
เอ็น.ซี.ซี.ฯ พร้อมพันธมิตรจัดงานวิ่งการกุศล “12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน กรุงเทพฯ 2015”
“หมออำนวย” รักษาการปลัดสธ. ตั้งผู้ช่วยปลัด- 2 รองอธิบดี
เมื่อศาสตราจารย์จากจุฬาฯ โพสต์ "ผมควรไปเป็นอ.ราชภัฏ"
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์: ประชาธิปไตยไม่ใช่ประชาชนเป็นใหญ่
ขุดมาเล่า....พระยอดเมืองขวาง(4) ฝรั่งเศสจองเวรไม่เลิก โดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก
ไม่ควรสงสัยว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลัง 14 นักศึกษา โดย สมลักษณ์ จัดกระบวนพล
ชีวิตและงานของ ′เสด็จเตี่ย′ เบื้องหลังถูกปลด-สาเหตุประชวร