แม้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เมื่อเป็นกฎหมายมีผลบังตับใช้เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2552 ก็อดนำมากล่าวถึงไม่ได้ กฎหมายฉบับดังกล่าวคือ พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2552 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2552
กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่เก่าแก่ฉบับหนึ่งประกาศใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2457 สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และมีการแก้ไขเพิ่มเติมเรื่อยมาถึง 12 ครั้ง โดยเฉพาะเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งกำนันผู้ใหญ่บ้าน
ในยุคประชาธิปไตยเบ่งบานมีการกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งกำนันผู้ใหญ่บ้านซึ่งเดิมเคยอยู่จนเกษียณอายุเมื่อครบ 60 ปี เป็นมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี
แต่มาในสมัยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.)หลังการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ได้แก้ไข พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2551 ให้กลับไปให้กำนันผู้ใหญ่บ้านอยู่จนเกษียณอายุครบ 60 ปีเหมือนเดิม โดย คมช. ต้องการเอาใจกำนันผู้ใหญ่บ้านเพื่อใช้เป็นเครื่องมือต่อสู้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่พิสูจน์แล้วว่า ไม่เป็นผล
หลังยุค คมช.กำนันผู้ใหญ่บ้านยังคงเป็นฐานคะแนนเสียงสำคัญของนักการเมือง แม้สภาพบ้านเมืองได้เปลี่ยนจากชุมชนไปเป็นเมืองมากขึ้นจนอำนาจหน้าที่ของกำนันผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายลดความสำคัญลง แต่ก็มีความพยายามดิ้นรนให้ตำแหน่งกำนันผู้ใหญ่บ้านยังคงอยู่ซึ่ง พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่กำหนดอำนาจหน้าที่ของกำนันผู้ใหญ่บ้านไว้ดังนี้
มาตรา 27 ผู้ใหญ่บ้านทำหน้าที่ช่วยเหลือนายอำเภอในการปฏิบัติหน้าที่และเป็นหัวหน้าราษฎรในหมู่บ้านของตน และมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ด้วย
(1) อำนวยความเป็นธรรมและดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยให้แก่ราษฎรในหมู่บ้าน
(2) สร้างความสมานฉันท์และความสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่บ้าน รวมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมและประเพณีในท้องที่
(3) ประสานหรืออำนวยความสะดวกแก่ราษฎรในหมู่บ้านในการติดต่อหรือรับบริการกับส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(4) รับฟังปัญหาและนำความเดือดร้อน ทุกข์สุขและความต้องการที่จำเป็นของราษฎรในหมู่บ้าน แจ้งต่อส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่น
ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ไขหรือช่วยเหลือ
(5) ให้การสนับสนุน ส่งเสริม และอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่หรือการให้บริการของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(6) ควบคุมดูแลราษฎรในหมู่บ้านให้ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายหรือระเบียบแบบแผนของทางราชการ โดยกระทำตนให้เป็นตัวอย่างแก่ราษฎรตามที่ทางราชการได้แนะนำ
(7) อบรมหรือชี้แจงให้ราษฎรมีความรู้ความเข้าใจในข้อราชการ กฎหมาย หรือระเบียบแบบแผนของทางราชการ ในการนี้ สามารถเรียกราษฎรมาประชุมได้ตามสมควร
(8) แจ้งให้ราษฎรให้ความช่วยเหลือในกิจการสาธารณประโยชน์เพื่อบำบัดปัดป้องภยันตรายสาธารณะอันมีมาโดยฉุกเฉิน รวมตลอดทั้งการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัย
(9) จัดให้มีการประชุมราษฎรและคณะกรรมการหมู่บ้านเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง
(10) ปฏิบัติตามคำสั่งของกำนันหรือทางราชการและรายงานเหตุการณ์ที่ไม่ปกติซึ่งเกิดขึ้นในหมู่บ้านให้กำนันทราบ พร้อมทั้งรายงานต่อนายอำเภอด้วย
(11) ปฏิบัติตามภารกิจหรืองานอื่นตามกฎหมายหรือระเบียบแบบแผนของทางราชการหรือตามที่กระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานอื่นของรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายอำเภอมอบหมาย
ดังนั้น เมื่อมีการเคลื่อนไหวเพื่อมิให้ยุบเลิกตำแหน่งนี้ตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพบ้านเมือง พรรคการเมืองซึ่งอาศัยกำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นฐานคะแนนเสียง จึงยอมแก้ไข พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่อีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งที่ 12 โดยเพิ่มความเพียงวรรคเดียวลงไปในมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ว่า "การยกเลิกตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนันและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน จะกระทำมิได้
ทั้งนี้เหตุผลที่อ้างท้ายการประกาศใช้กฎหมายคือโดยที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบลสารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เป็นบุคคลในพื้นที่ที่มีความใกล้ชิดกับราษฎรในการปฏิบัติงานตามกฎหมายและแนวนโยบายของรัฐ เป็นผู้ช่วยเหลือนายอำเภอซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของราชการบริหารส่วนภูมิภาค มีบทบาทอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมถึงปัจจุบัน
โดยเฉพาะในการเป็นผู้ประสานงานระหว่างราชการส่วนภูมิภาคกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การรักษาความสงบเรียบร้อย การป้องกันและแก้ไขปัญหากรณีต่าง ๆ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย ประนีประนอมและจัดการระงับปัญหาความขัดแย้งในท้องที่ และยังมีฐานะเป็นตัวแทนของรัฐ ตัวแทนของราษฎรเกี่ยวกับเรื่องร้องทุกข์ ความเดือดร้อนของราษฎรเพื่อนำเสนอต่อส่วนราชการเพื่อให้คงมีตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในทุกตำบล หมู่บ้านต่อไป
ตำแหน่งดังกล่าวจึงกลายเป็นสิ่งที่แตะต้องไม่ได้ด้วยเหตุนี้