เปิดขุมทรัพย์ของสะสม "หมอเสริฐ" เจ้าสัวบางกอกแอร์เวย์ .... โดย ชฎา ไอยคุปต์

วันที่ 08 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 23:50:04 น.





ของจำลอง



รูปปั้นลิง



เครื่องเคลือบจำลอง



เครื่องเคลือบจำลอง



เครื่องเคลือบจำลอง



"ถ้วย ชามขนาดจิ๋ว"



"นิทรรศการเครื่องเคลือบ"






พระในหม้อน้ำมนต์



"ครุฑหน้าคน"



"ครุฑหน้าคน"



มกร



เครื่องประดับสถาปัตยกรรม(ราวระเบียง)












กี๋












โอ่ง






อาคารเครื่องเคลือบจีน






พระสังกัจจายน์



ต้นตระกูล"ปี่เซียะ"



รูปปั้น"สุนัข"จากจีน



ภาพวาดนางรำ



ภาพวาดนางรำ



เครื่องมือขอฝน



"รูปปั้นนักษัตร 12 ราศี"



"ทวารบาลผู้รักษาประตูสวรรค์"



นักดนตรีชาวมองโกลบนหลังอูฐ
























เก้าอี้ปูยี



จานมังกร 5 เล็บ









นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ


โดย ชฎา ไอยคุปต์

เปิดกรุสมบัติ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ  กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด หรือ "หมอเสริฐ" เจ้าของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส สร้างห้องเก็บ ของเก่า ของชอบ ของโบราณ และของสวยงาม ที่สะสมมาตั้งแต่ยังหนุ่มเพราะความชื่นชอบและชื่นชมในศิลปะมองเห็นถึงคุณค่าของวัตถุโบราณ เปรียบเหมือนเครื่องฉายภาพวิวัฒนาการศิลปวัฒนธรรมในอดีต เป็นของล้ำค่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และมีคุณค่าทางจิตใจของผู้เก็บสะสม นับจำนวนสิ่งของกับขนาดห้องจัดแสดงแล้วเทียบได้กับ "พิพิธภัณฑ์" เลยทีเดียว

 

 

นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ 


หมอเสริฐ สร้างหอเก็บของสะสมไว้เป็นอย่างหมวดหมู่แบ่งแยกตามยุคสมัยและที่มา เริ่มจาก "นิทรรศการเครื่องเคลือบ" ภายในสนามบินสุโขทัย เป็นอาคารสถาปัตยกรรมแบบสุโขทัยประยุกต์ สร้างเป็นอาคารชั้นเดียวล้อมรอบด้วยคูน้ำ และมีต้นตาลล้อมรอบเป็นอาคารรวบรวมของสะสมจาก ล้านนา พม่า เวียดนาม จีน และของเก่าจากเตาเผาภายในจังหวัดสุโขทัย และอื่นๆ

 

 


นับว่าเป็นบุญตาอย่างยิ่ง


เมื่อครั้งที่ได้ติดตาม "หมอเสริฐ" ไปทำบุญสร้างโบสถ์ที่จังหวัดสุโขทัย แวะชมพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวของหมอแถมยังพาทัวร์ แนะนำสิ่งละอันพันละน้อยเรียงร้อยเป็นเรื่องราวเล่าได้อย่างสนใจเป็นที่ยิ่ง

 

หลังเปิดประตูอาคารนิทรรศการเครื่องเคลือบ หมอเสริฐเริ่มชี้โน่นนี่นั้น แนะนำถึงสิ่งที่คุณหมอชื่นชมให้คนอื่นได้รู้ได้เห็นบ้าง เริ่มจากเครื่องปั้นดินเผาจำลองขนาด "จิ๋ว" มี ถ้วย ชาม หม้อ ไห ตุ๊กตาสัตว์ต่างๆ มีลวดลายที่ละเอียด งดงามไม่แพ้ของจริง โดยเฉพาะรูปสัตว์ในอิริยาบทต่างๆดูน่ารักน่าชังอยากจะมีมาประดับไว้สักตัว

 

           

 เครื่องปั้นดินเผาจำลอง

 


เครื่องปั้นดินเผาขนาดเล็กย่อส่วนนี้นำมาใช้ทางการค้า เหมือนกับสินค้าตัวอย่าง เพื่อความสะดวกในการพกพานำไปเสนอขายให้ต่างประเทศเปรียบเหมือนกับแคตตาล็อคในปัจจุบัน เมื่อเทียบกันแล้วได้เห็นของจริงน่าจะดีกว่ารูปถ่าย ถึงจะเล็กแต่ก็ได้มากกว่า 1 สัมผัส "ตาดู มือคลำ" ได้ด้วย
 

ผลงานเครื่องปั้นดินเผาจำลองขนาดจิ๋วแม้จะผ่านมานานแล้ว แต่ยังทิ้งร่องรอยศิลปะความงามและความตั้งใจของคนสมัยโบราณ ที่สร้างสรรค์ประดิษฐ์ออกมาส่งไปขายถึงเมืองนอก 

 

 

              

                                      "ครุฑหน้าคน"                              "มกรเคลือบสองสี"

 

ถัดไปมีครุฑปูนปั้นสมัยสุโขทัยมีความพิเศษตรงที่เป็น "ครุฑหน้าคน" เพราะปกติพญาครุฑจะมีหน้าเป็น "นก" และเชื่อว่าเป็นครุฑที่เก่าแก่ที่สุดอาจจะก่อนครุฑที่ค้นพบก่อนสมัยอยุธยาก็เป็นได้ วัตถุชิ้นนี้ดูเหมือนคุณหมอจะปลาบปลื้มเพราะยืนมองตาไม่กระพริบ ซึ่งตั้งอยู่คนละฝั่งคู่กับ "มกรเคลือบสองสี" เคลือบสีน้ำตาลลงบนพื้นสีขาว

 

"มกร"เป็นสัตว์ในจินตนาการมีความคล้ายคลึงกันมากกับมังกรของจีนและนาคของขอม มกรจัดเป็นเครื่องประดับสถาปัตยกรรมส่งนบนของหลังคาเทียบกับตำแหน่งของหางหงส์ นำมาจากเตาเผาเมืองศรีสัชะนาลัย กลุ่มเตาป่ายาง จ.สุโขทัย เครื่องปั้นดินเผาส่วนใหญ่ที่จัดแสดงจะนำมาจากเตาแห่งนี้


นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับสถาปัตยกรรมที่มีไว้ตกแต่งซุ้มประตู จั๋วหลังคา ราวระเบียง และกระเบื้องเชิงชาย มีลวดลายงดงามและยังซ่อนสัญลักษณ์มีความหมายดีไว้บนภาพที่ปรากฎบนวัตถุนั้นๆ นอกจากนี้ยังมีแจกันเขียนลาย ต้นแบบโถเบญจรงค์สุโขทัย ฯลฯ

 

โอ่งโบราณ


หมอเสริฐ เปิดหม้อน้ำมนต์สมัยสุโขทัยให้ดูพระเครื่องที่อยู่ด้านในให้ชมความงามและความเก่าแก่สมัยสุโขทัย และพาไปชื่นชม "โอ่ง" โบราณเคลือบมีลวดลาย ลักษณะก้นแคบ ปากแคบ แต่ตรงกลางจะกว้าง ที่ยังคงความสมบูรณ์ขนาดใหญ่ที่สุด ซึ่งหมอใช้เวลาตามมาเกือบ 40 ปีกว่าจะได้มาครอง


หลังจากชมเครื่องเคลือบแล้วมาดูวิธีการ "เผา เคลือบ" ซึ่งไม่ได้ทำกันง่ายๆ กว่าจะออกมาให้เป็นถ้วยชามที่สมบูรณ์ ต้องผ่านขั้นตอนการผลิตและมีตัวช่วยหลายอย่างกว่าจะออกมาสวยงามอย่างที่เห็น ส่วนที่ไม่สวยก็มีให้เห็นเช่นเดียวกัน ตัวช่วยที่สำคัญและยังคงมีให้เห็นจนทุกวันนี้คือ "กี๋" อายุราว 700 ปี ทำหน้าที่เป็นพระเอกคั่นกลางรองก้นชามไม่ให้เครื่องสังคโลกซ้อนกัน ติดกัน ขณะเข้าไปเผาในเตา อาจจะมีพลาดบ้างที่ติดกันจนแงะไม่ออก มองดูสวยงามไปอีกแบบแม้กระบวนการไม่สมบูรณ์แต่ก็หลอมรวมกันได้อย่างลงตัว 

 

 

                                                                "กี๋"
 
ทะลุออกมาด้านนอกยังมี"เตาเผาโบราณ" จำลองไว้บอกเล่าเรื่องราวกระบวนการผลิตเครื่องสังคโลกผ่าน"เตาเผา"และ "กี๋" ซึ่งหมอเสริฐนำมาประดับเป็นหนังช้างมองดูคล้ายเกล็ดปลาแต่ก็แปลกและสวยงามไม่น้อยทีเดียว


อิ่มเอมกับศิลปะสมัยสุโขทัยกันแล้วหมอเสริฐก็พาไปชื่นชมศิลปะจีนไล่เรียงตามราชวงศ์ สร้างอาคารจัดแสดงไว้ติดกับนิทรรศการเครื่องเคลือบที่มีคูน้ำล้อมรอบและมีต้น"หลิว"ปลูกไว้เป็นสัญลักษณ์เมืองจีน 


"พระสังกัจจายน์"ไม้แกะสลักขนาดใหญ่นั่งสมาธิอยู่กลางหอจัดแสดงโดดเด่นเป็นสง่าปะทะกับสายตาทุกคู่ที่ทะลุผ่านประตูเข้าไปต้องงงว่า"ก้อนอะไรใหญ่โตขนาดนี้"  หมอเสริฐบอกว่าแบกมาจากประเทศจีน คงยากลำบากทีเดียวกว่าจะขนกลับมาได้ และคงไม่ใช่คนแบกแน่ๆเพราะดูจากขนาดแล้วต้องใช้เครื่องทุนแรงเท่านั้น

 

            

                    "พระสังกัจจายน์"                                         "ปี่เซียะหรือผีซิ่ว"


ด้านหน้าพระสังกัจจายน์ยังมีสัตว์มงคลที่คนจีนนับถือเป็นเครื่องรางของขลังคุ้มกันภัย "ปี่เซียะหรือผีซิ่ว"  ที่หมอเสริฐบอกว่าตัวนี้เป็นต้นตระกลูเลยทีเดียวเป็นการผสมพันธุ์ระหว่างหงส์กับมังกรมีลูกออกมาเป็น "ปี่เซียะ" แต่ทั่วไปจะไม่มีปีกแต่ตัวนี้มีปีก

 

หมอเสริฐชี้ไปที่รูปปั้น "สุนัข" พร้อมกับเล่าที่มาของ "หมาไทย" จากที่กล่าวกันว่านำมาจากออสเตรเลีย แต่ถ้าดูจากหมาปูนปั้นตัวนี้อายุราว 2,000 ปี ของ "ราชวงศ์จิ้น" อาจกล่าวได้ว่า "หมาขนเกรียนของไทย"นำมาจาก"จีน"มากกว่า"ออสเตรเลีย"เสียอีก

 


ผ่านเรื่องสัตว์แวะมาชมภาพวาด "นางรำ" ที่สะดุดตากับลายเส้นความคมชัดของภาพที่มีความงามของท่วงท่าลีลาและหน้าตานางรำ นอกจากจะดึงดูดสายตาของคนในภาพแล้วยังสะกดผู้ชมภาพให้ตลึงงันได้อีกด้วย หมอเสริฐอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในภาพไว้อย่างน่าสนใจพอจะจับใจความบางช่วงบางตอนได้ว่า เป็นภาพของชนเผ่าที่หายสาบสูญไปแล้วจากประเทศจีนเนื่องจากถูกปราบและตามฆ่าจนเกลี้ยง ภาพนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่าเบื้องหลังงานเลี้ยงสังสรรค์ที่สวยหรูผ่านพ้นไปกลับกลายเป็นเลือดนองแผ่นดินในการต่อสู้ล้างเผ่าพันธุ์ของคนสองกลุ่ม


จากนั้นเดินชมเครื่องปั้นดินเผาสมัยราชวงศ์ฮั่น หมอเสริฐ แนะนำ "เครื่องมือขอฝน" ของชาวจีนคาดว่าน่าจะใช้ในพิธีการขอฝนซึ่งดูคล้ายกับพิธีแห่นางแมวของไทย เพราะมีรูปปั้นแมวนั่งเรียงอยู่ล้อมรอบภาชนะทรงกรมน่าจะนำไปใช้ประกอบพิธีกรรม

 

             

           "เครื่องมือขอฝน"                                            "รูปปั้นนักษัตร 12 ราศี"

 

 

"ทวารบาลผู้รักษาประตูสวรรค์"

 


ไปที่"ราชวงศ์ถัง" มีรูปปั้นเครื่องเคลือบที่น่าสนใจมากมายไม้แพ้กัน แต่ที่สะดุดตาที่สุดน่าจะเป็น "รูปปั้นนักษัตร 12 ราศี"  หัวเป็นสัตว์ตัวเป็นนักบวชดูศักดิ์สิทธิ์และแปลกตาเพราะไม่เคยเห็น ใกล้กันยังมี"ทวารบาลผู้รักษาประตูสวรรค์" แต่หน้าตาไม่รับแขกนั่งอ้าปากกว้าง ชูกำปั้นแสดงท่าข่มขู่จนน่ากลัวคิดไปได้ว่า เพราะคนเฝ้าประตูสวรรค์น่ากลัวแบบนี้เองคนถึงไปนรกมากกว่า(ฮา)

 


ออกจากราชวงศ์ถังไปดูชีวิตนักดนตรีชาวมองโกลบนหลังอูฐ นักรบบนหลังม้า และชมรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมทำจากกระเบื้องงาช้างงดงามทั้งองค์ของราชวงศ์หมิง ต่อด้วยราชวงศ์หยวนและราชวงศ์ชิง เริ่มจากแตกลายงามาเป็นลวดลายบนกระเบื้องเคลือบที่บอกเล่าเรื่องราวและสัญลักษณ์แสดงความหมายบนภาชนะที่ต่างกัน  เช่น แจกันเขียนลายมักจะถูกนำไปเป็นของขวัญชิ้นสำคัญแยกให้ตามลวดลายหากเป็นนักรบนายพลภาพที่เขียนลงไปจะเป็นฉากรบพุ่งต่อสู้กัน 


ถ้าให้พ่อค้าจะเน้นเป็น "รูปปลา" มีความหมายถึงความรุ่งเรืองร่ำรวย แม้ว่าภาชนะนี้จะมีรูปร่างคล้ายกระถางปลูกบัวของบ้านเรา แต่หน้าที่ของแจกันยักษ์ในสมัยราชวงศ์ชิงมีไว้โชว์เสริมบารมีเท่านั้น

 

 

                                                                         "เก้าอี้ปูยี"


ปิดท้ายด้วย "เก้าอี้ปูยี"(จำลอง) ของจักรพรรดิจีนองค์สุดท้าย หรือ "ฮ่องเต้ถงจื้อ" พระโอรสของ "ซูสีไทเฮา" เลื่อนจากนางสนมธรรมดากลายเป็นราชินีหลังม่านผู้ดูแลกษัตริย์เด็ก 5 ขวบ ผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าเรื่องใด ล้วนมาจากการคิด และตัดสินใจ ของพระนางผ่านปากของฮ่องเต้ถงจื้อ เก้าอี้ปูยีที่ค่อนข้างเล็กอาจจะหมายถึงอำนาจของคนนั่งเล็กกว่าคนคุมอยู่บ้างหลังก็เป็นได้


ก่อนออกจากพิพิธภัณฑ์แดนมังกรเหลือบไปเห็นจานรูปมังกรนับได้ 5 เล็บ ซึ่งจำนวนเล็บของมังกรแต่ละตัวจะไม่เท่ากัน มังกรที่ยิ่งใหญ่เท่านั้นจึงจะมี 5 เล็บ  ซึ่งหมอเสริฐก็ชอบสะสม 5 เล็บมากกว่า 4 เล็บหรือ 3 เล็บ

 


นอกอาคารจัดนิทรรศการยังมีเมืองจำลอง "นครวัดนครธม" สร้างด้วยไม้ย่อจากขนาดจริง 1:50 ที่หมอเสริฐซื้อต่อมาจากโรงเรียนช่างฝีมือในเขมร คาดว่าจะใหญ่ขนาดกลาง แต่ที่ใหญ่ที่สุดน่าจะอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เป็นเนื้อไม้แกะสลักจำลอง "นครวัดนครธม" อย่างละเอียดทั้งลวดลายและขนาดไม่ผิดเพี้ยนจากของจริง ตั้งโชว์ไว้ข้างสนามบินเปิดให้คนทั่วไปได้ชมใครสนใจแวะเวียนไปชมได้

 

 

"นครวัดนครธม"

 

 

 

 








เมืองโบราณ"บางขลัง"ขุมทรัพย์ประวัติศาสตร์"สุโขทัย"

สาวป.โท ผู้เสียหาย ถูกพนง.รถไฟข่มขืนเมื่อ 13 ปีก่อน เขียนจม.เปิดผนึกถึงหน.คสช.-ร.ฟ.ท.
อีกหนึ่งด็อกเตอร์สถาปัตย์ จุฬาฯ โพสต์ ในระบอบปชต. พลเมืองมีสิทธิเลือกตั้งเท่าเทียมกัน
ชมภาพ สวีทหวาน มัลลิกา กับ ชายผู้โชคดี ก่อนลั่นระฆังวิวาห์ 30 สิงหาคม นี้
แฟนานุแฟนทุกฝ่าย ห้ามพลาด!!! จม.จาก "ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์" ถึง "นงนุช สิงหเดชะ"
จากใจ "กิตติรัตน์ ณ ระนอง" กรณีจำนำข้าว ถึงอดีตนักการเมืองคนหนึ่งและคอลัมนิสต์รายหนึ่ง