จีนเป็นห่วงขัดแย้งโขงเหือดแห้ง ยินดีแก้ปม "มาร์ค"แนะเปิดข้อมูลปริมาณน้ำ บริหารจัดการร่วมกัน

วันที่ 08 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 20:27:14 น.




รมช.ต่างประเทศจีนเข้าพบมาร์คถกปัญหาแม่ข้ำโขงเหือดแห้ง แจงเป็นห่วงความขัดแย้งและยินดีแก้ปัญหา "อภิสิทธิ์" เปิดข้อมูลปริมาณน้ำแต่ละช่วง ทั้งที่กักเก็บ-ปล่อยและบริหารจัดการน้ำร่วมกัน

นายหู เจิ้ง เยว่ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 8 มีนาคม เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่เหือดแห้งลงอย่างมาก


นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ทางจีนยืนยันว่าประสบปัญหาภัยแล้งเหมือนกัน เพราะปริมาณน้ำฝนน้อยที่สุดในรอบหลาย 10 ปี จึงเสนอว่า สิ่งที่จีนจะช่วยให้ทุกฝ่ายเกิดความสบายใจได้คือการเปิดเผยข้อมูลปริมาณน้ำในแต่ละช่วง ทั้งที่กักเก็บไว้ในเขื่อน และที่ปล่อยลงมา อีกทั้งควรเชิญประเทศกลุ่มอนุภาคลุ่มน้ำโขงมาประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ร่วมกัน โดยไทยพร้อมจะเป็นเจ้าภาพให้ แต่น่าจะเป็นการประชุมเชิงวิชาการ เพราะยังไม่เหมาะที่จะประชุมระดับนโยบาย ซึ่งทางจีนบอกว่ายินดี และเป็นห่วงที่มีข่าวความขัดแย้ง จีนยืนยันว่าพร้อมเป็นมิตรประเทศที่ดีของ 4-5 ประเทศปลายน้ำ


นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า วันเดียวกันนี้ ระหว่างการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้รายงานว่า ปัญหาปริมาณน้ำฝนทั้งในจีนและลาว มีผลอย่างมากต่อระดับน้ำในแม่น้ำโขง หากดูตัวเลขจะพบว่าระดับน้ำจากจีนลงมามีผลร้อยละ 10 แต่น้ำจากลาวลงมามีผลร้อยละ 30 ที่เห็นชัดเจนว่าน้ำที่ขาดไปคือน้ำจากต้นน้ำลาว ไม่ได้เกี่ยวกับน้ำที่อยู่ในจีน อย่างไรก็ตาม ได้บอกผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศไปว่า ไม่ว่าจะเกิดเหตุจากที่ใด หากจีนช่วยบริหารน้ำก็จะช่วยได้มาก รวมทั้งได้แจ้งกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายทำหนังสือถึงผู้ว่าการเมืองยูนนาน ขอให้ปล่อยน้ำจากเขื่อนจิงหงมาช่วยพื้นที่ท้ายน้ำแล้ว แต่เข้าใจว่าการตัดสินใจต้องมาจากส่วนบน มาจากคนระดับสูง


วันเดียวกัน นายหู เจิ้ง เยว่ ได้เดินทางเข้าพบนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นเวลากว่า 30 นาที โดยนายกษิตกล่าวว่า ได้หารือกันปัญหาน้ำในแม่น้ำโขง สถานการณ์ขณะนี้ถือว่ามีความพิเศษ เพราะเป็นฤดูฝนแล้งทั้งในจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำลดลง จึงได้ขอความร่วมมือกับทางจีนว่าหากจะดำเนินการใดๆ ก็ขอให้ทราบข้อมูลซึ่งกันและกัน พร้อมเสนอให้มีความร่วมมือในการบริหารจัดการน้ำ โดยให้มีการสำรวจและวิเคราะห์พยากรณ์ปริมาณน้ำฝนร่วมกัน เพื่อเตรียมการรับมือและวางแผนแก้ไขปัญหาล่วงหน้าได้ ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญ


นายกษิตกล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการแม่น้ำโขงที่จะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ จะเป็นโอกาสให้จีนนำข้อมูลของเขื่อนต่างๆ มาเล่าสู่กันฟังได้ ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวในเรื่องโลกร้อน ประเทศลุ่มแม่น้ำโขงกับจีนควรร่วมมือกันมากขึ้นในการรักษาป่าต้นน้ำ


เมื่อถามว่า สถานการณ์เฉพาะหน้าจะแก้ไขได้อย่างไร นายกษิตกล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลปริมาณน้ำฝนของพื้นที่ในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง ปริมาณน้ำฝนจากลาวมีมากที่สุดคือกว่า 35% ที่ไหลลงแม่น้ำโขง หากเกิดฝนแล้งในลาวก็จะส่งผลกระทบต่อประเทศตลอดลำน้ำโขงทั้งหมด อย่างไรก็ดี ขณะนี้ใกล้สิ้นสุดฤดูหนาว คิดว่าน่าจะมีน้ำที่ละลายไหลลงสู่แม่น้ำโขง


ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าจีนปฏิเสธที่จะปล่อยน้ำลงมาใช่หรือไม่ นายกษิตกล่าวว่า มันไม่มีน้ำจะปล่อยเพราะฝนมันแล้ง แต่มีข้อเสนอให้เขาเชิญองค์กรต่างๆ ทั้งจากไทยและลาวขึ้นไปดูก็ได้ เพราะปีนี้ทราบตรงกันหมดว่าฝนมันแล้ง


"ผมคิดว่าควรหลีกเลี่ยงการกล่าวโทษว่าคนโน้นผิดคนนี้ผิด มันไม่ใช่สปิริต แต่การแก้ไขปัญหาข้างหน้าควรเอาข้อมูลมาแบ่งปันกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"


นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า คณะกรรมาธิการลุ่มน้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) เพิ่งหารือกันเมื่อวันที่ 2-4 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมีมติว่าจะติดต่อทางการจีนว่าจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาอย่างไรได้บ้าง ส่วนตัวเชื่อว่าปัญหาน้ำโขงแล้ง มีสาเหตุหลายอย่าง เช่น ปริมาณฝนในไทยน้อยกว่าปกติ ไม่น่าจะมาจากการปิดเขื่อนในจีนเพียงอย่างเดียว เพราะจีนมีสัดส่วนแม่น้ำโขงผ่านเพียง 16% น้อยกว่าลาว 35% ไทย 18% กัมพูชา 18% และมากกว่าเวียดนาม 11% ขณะที่ผ่านประเทศพม่าเพียง 2% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 3-5 เมษายนนี้ จะมีการประชุมสุดยอดเอ็มอาร์ซี ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ คาดว่าจะมีการหารือเรื่องดังกล่าว


เมื่อถามย้ำว่า ปัญหาแม่น้ำโขงแล้งเพราะจีนปิดเขื่อนใช่หรือไม่ นายสุวิทย์กล่าวว่า คงพูดยาก เพราะจีนมีสัดส่วนแม่น้ำโขงผ่านเพียง 16% ที่สำคัญทุกประเทศต้องช่วยกันแก้ปัญหา ไม่ใช่โยนให้ประเทศใดประเทศหนึ่ง สาเหตุน่าจะมาจากฝนตกน้อยกว่าปกติ และภาวะเอลนินโญ่ ระหว่างนี้ต้องมาดูว่าจะบริหารจัดการแม่น้ำโขงอย่างไรให้มีน้ำใช้เพียงพอ ไม่ให้ช่วงหน้าน้ำ เกิดปัญหาน้ำล้นตลิ่ง ขณะที่หน้าแล้งก็แห้งถึงก้นแม่น้ำอย่างนี้ ก่อนหน้านี้เอ็มอาร์ซีเคยเสนอให้สร้างฝายกั้นลำน้ำตั้งแต่ลาวลงไปถึงเวียดนาม แต่ต้องศึกษาเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย


ด้านนายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า จากการติดตามข้อมูลปริมาณฝนในจีน ลาว ไทย โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย มีฝนตกในปริมาณที่ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยในรอบ 10 ปี แม้จีนเป็นประเทศต้นน้ำ แต่มีน้ำไหลเติมลงสู่แม่น้ำโขงในสัดส่วนที่น้อยกว่าลาวและไทย และจากสถิติระดับน้ำในแม่น้ำโขงตั้งแต่ปี 2539 ที่จีนเริ่มมีเขื่อน ก็ไม่มีข้อมูลยืนยันว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่เคยต่ำที่สุดในรอบ 50 ปี


นายเกษมสันต์กล่าวถึงกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายทำหนังสือถึงผู้ว่าฯมณฑลยูนนานของจีนขอให้เปิดน้ำจากเขื่อนมาช่วยแก้ปัญหาในไทย แต่ถูกปฏิเสธนั้น เท่าที่ทราบเขื่อน 3 แห่งในจีน สามารถเก็บกักน้ำได้เพียงร้อยละ 4 จากปริมาณน้ำต้นทุนทั้งหมด จึงยังไม่เชื่อว่าเขื่อนในจีนจะมีผลโดยตรงต่อระดับน้ำในแม่น้ำโขง และเรื่องนี้ควรเป็นการเจรจาระหว่างเอ็มอาร์ซีกับทางการจีนจะดีที่สุด


ด้านนายอิทธิเดช แก้วหลวง ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการชายแดนไทย สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะเหือดแห้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายนทุกปี แต่ปีนี้ระดับน้ำลดลงมากกว่าปีที่ผ่านมา สาเหตุเชื่อว่ามาจากฤดูฝนที่สั้นกว่าปกติทำให้แม่น้ำโขงเหือดแห้งตั้งแต่ต้นน้ำที่อยู่ในจีน ไม่เกี่ยวกับการที่จีนสร้างเขื่อน และจีนยังปล่อยน้ำในแม่น้ำโขงไหลเป็นปกติ
ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อันดับแรกหน่วยราชการต่างๆ ต้องตรวจสอบว่ามีจังหวัดใดบ้างที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ รัฐบาลควรจะต้องทำอะไรบ้าง ไม่ใช่ไม่ทำอะไรเลย ควรเร่งเจรจากับจีนถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ส่วนระยะยาวรัฐบาลต้องหางบฯทำเขื่อนกั้นน้ำจากลำห้วยหรือแม่น้ำต่างๆ ไม่ให้ไหลลงไปในแม่น้ำโขงเพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อการทำเกษตร อย่างไรก็ตาม ตนและ ส.ส.อีสานจะตั้งกระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรีในเรื่องดังกล่าวในเร็วๆ นี้


นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีพื้นที่ประสบภัยแล้งรวม 36 จังหวัด 277 อำเภอ 1,874 ตำบล 13,975 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 3,931,713 คน 1,029,811 ครัวเรือน คาดว่าพื้นที่การเกษตรจะได้รับความเสียหายรวม 118,414 ไร่ เทีย




หวั่น"แม่น้ำโขง"แห้งตลอดไป พท.เตรียมปัดฝุ่นโครงการสร้างเขื่อน
"สุวิทย์"แจงแม่น้ำโขงแห้งไม่ใช่แค่เพราะจีนปิดเขื่อน คาดถกเอ็มอาร์ซีคุยประเด็นนี้
จีนถกแก้วิกฤตลุ่มน้ำโขงแห้งร่วมไทย ชี้สร้างเขื่อนไม่กระทบปลายน้ำ
จีนบอกปัดคำขอไทยให้เปิดเขื่อนแก้วิกฤตน้ำโขงแล้ง ภาคประชาสังคมเตรียมกดดันต่อในที่ประชุมเอ็มอาร์ซี
รบ.ไทยเตรียมคุยจีนบริหารจัดการน้ำไม่ให้กระทบประเทศแถบลุ่มน้ำโขง
นายกฯ พร้อมเจรจาจีนเคลียร์ปัญหาแม่น้ำโขงเหือดแห้ง
"สมิธ"ชี้แม่น้ำโขงวิกฤตไม่เกี่ยวจีนแจงเป็นผลกระทบจากโลกร้อน