ประชุมเอ็มอาร์ซีเริ่มแล้วจีนส่งข้อมูลอุทกศาสตร์ใช้จัดการแก้ปัญหาน้ำท่วม-แล้ง ปัดเขื่อนไม่ใช่สาเหตุ

วันที่ 02 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 20:19:29 น.

การประชุมลุ่มน้ำนานาชาติ และการประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง (เอ็มอาร์ซี) ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 2-5 เมษายนเริ่มขึ้นแล้ว โดยนายภิมุข สิมะโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย เป็นประธานเปิดการประชุมที่โรงแรมเดอะรีเจนซี หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 2 เมษายน โดยมีผู้แทนองค์กรลุ่มน้ำนานาชาติในภูมิภาคต่างๆ ของโลก ได้แก่ เอเชีย แอฟริกา ยุโรป และละตินอเมริกา รวมถึงผู้แทนองค์กรเอกชน ภาคประชาชน และผู้แทนลุ่มน้ำภายในประเทศ กว่า 300 คน เข้าร่วมประชุม ทั้งนี้การประชุมดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่าง ทส.กับสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission Secretariat: MRCS) 


นายภิมุข กล่าวว่า ภายหลังการลงนามความร่วมมือในความตกลงของประเทศภาคีสมาชิกแม่น้ำโขง พ.ศ.2538 ซึ่งในปีนี้ครบ 15 ปี ของการลงนาม ประเทศไทยได้ดำเนินการตามกรอบความร่วมมือ โดยการบริหารและการใช้ทรัพยากรน้ำ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยผลที่คาดว่าจะได้รับจากการประชุมในครั้งนี้ คือการยืนยันตามพันธสัญญาจากประเทศภาคีสมาชิก ซึ่งขณะนี้สภาพสังคม การเมือง และเศรษฐกิจในปัจจุบันแตกต่างจาก 15 ปีก่อน การแก้ปัญหาจึงต้องดำเนินให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน


"การประชุมลุ่มน้ำนานาชาติครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะการนำประเด็นการพัฒนาลุ่มน้ำโขงอย่างยั่งยืนมาเป็นประเด็นหลักในการหารือ" นายภิมุขกล่าว


นายเช็ง มิงชง อธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงทรัพยากรน้ำ สาธารณรัฐประชาชนจีน แถลงว่า ขณะนี้จีนได้ส่งข้อมูลทางอุทกศาสตร์ให้กับประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่างแล้ว มั่นใจว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดการภัยธรรมชาติที่เกิดจากน้ำท่วม และภัยแล้งอย่างมากต่อประเทศในลุ่มน้ำโขงอื่นๆ ทั้งนี้จีนให้คำมั่นว่าจะให้ความร่วมมือกับเอ็มอาร์ซีอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยเฉพาะการให้ข้อมูลในฤดูน้ำหลากและฤดูแล้ง เชื่อว่าภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นประเทศที่อยู่ท้ายเขื่อนนั้นมาจากภัยธรรมชาติมากกว่าเขื่อนในจีน อย่างไรก็ตาม จีนสัญญาว่า การทำโครงการใดๆ ในแม่น้ำโขงในจีนจะไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศในลุ่มน้ำโขงแน่นอน


ด้านนายเจอรานี่ เบิร์ด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสำนักเลขาธิการเอ็มอาร์ซี กล่าวว่า ยืนยันว่าน้ำท่วมที่เกิดขึ้นปี 2551 ใน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เกิดจากไต้ฝุ่นที่พัดตอนใต้ของจีน ไม่ได้มาจากเขื่อนเพราะที่มีอยู่เวลานี้มีเหตุปัจจัยทำให้เกิดอุทกภัยน้อยมาก


วันเดียวกัน ที่เวทีคู่ขนานของกลุ่มนักวิชาการและชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากแม่น้ำโขง ได้จัดกิจกรรมประชุมเป็นวันที่สอง โดยย้ายเวทีจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปที่ห้องประชุมบริษัท รักลูก โดยได้มีการทำบายศรีสู่ขวัญชาวบ้านที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อความเป็นสิริมงคล
นายโซ เช็ด ตัวแทนสมาคมประมงประเทศกัมพูชา กล่าวระหว่างการอภิปรายแลกเปลี่ยนเรื่องนิเวศวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงว่า ในโตนเลสาบ หรือทะเลสาบ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ในกัมพูชานั้น จากที่ชาวบ้านเคยจับปลาอาทิตย์ละ 3 วัน วันนี้สามารถจับปลาได้อาทิตย์ละ 1 วันเท่านั้น เพราะน้ำแห้ง และปลาน้อยลง


น.ส.หลี วิท เค็ง ตัวแทนเครือข่ายน้ำโขงเวียดนาม กล่าวว่า องค์กรอนุรักษ์น้ำเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ติดตามผลกระทบการสร้างเขื่อนพลังงานไฟฟ้าที่มีต่อประชาชนในเวียดนาม เพราะขณะนี้ในพื้นที่ดังกล่าวมีความเจริญทางเศรษฐกิจเร็วมาก รัฐบาลจึงต้องเพิ่มอัตราการผลิตพลังงานไฟฟ้า ดังนั้นจึงต้องหาข้อมูลเพื่อบอกกับชาวบ้าน


นายพรสวรรค์ บุณทัน ชาวบ้าน อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย กล่าวว่า ปีนี้แม่น้ำทุกสายในพื้นที่แห้งมาก จึงอยากให้ประเทศที่อยู่ท้ายน้ำหลายล้านคนรวมตัวเพื่อสร้างพลัง รวมความคิดดีๆ เมื่อรัฐบาลทุกประเทศที่มีน้ำโขงมารวมตัวกัน ช่วยกันตัดสินใจดูแลน้ำโขงอย่าให้คนอยู่ท้ายน้ำเดือดร้อน ขอให้ช่วยกันสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นกับประเทศท้ายน้ำให้รัฐบาลจีนฟังว่ามีปัญหาอย่างไร


นายมนตรี จันทวงศ์ ผู้ประสานงานโครงการฟื้นฟูนิเวศในลุ่มน้ำโขง กล่าวว่า แม่น้ำโขงแห้งถือว่าปกติที่เกิดขึ้นทุกปี แต่ปีนี้มีปรากฏการณ์อื่นร่วมด้วย คือ น้ำขึ้นๆ ลงๆ ทั้งนี้เมื่อมีการใช้เขื่อนทั้ง 4 แห่ง พบว่าปริมาณน้ำรวมกันมากกว่าน้ำที่ไหลผ่าน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ในช่วง 4 เดือนของฤดูแล้ง คิดเป็นร้อยละ 176


ด้านนายวิฑูรย์ เพิ่มพงศาเจริญ กล่าวว่า ไม่อยากให้มองเฉพาะเขื่อนในจีนเท่านั้นที่ทำให้เกิดความผิดปกติในแม่น้ำโขง เพราะทุกประเทศในลุ่มน้ำโขงรัฐบาลอยากสร้างเขื่อนทุกราย หากมีโอกาสแม้กระทั่งประเทศไทยก็ต้องดำเนินการ เช่น ที่มีโครงการจะสร้างเขื่อนบ้านกุ่ม จ.อุบลราชธานี อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะได้รับผลกระทบจากเขื่อนในจีนมากที่สุดคือ ไทย เพราะอยู่ใกล้ที่สุด และได้รับผลกระทบโดยตรง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการหารือที่ประชุมได้สรุปข้อเสนอของชาวบ้านเตรียมเสนอต่อที่ประชุมเอ็มอาร์ซี ดังนี้ 1.ให้เอ็มอาร์ซีปรับโครงสร้างใหม่ โดยให้ประชาชนจากลุ่มน้ำโขงเป็นคณะกรรมการด้วย 2.ให้มีการจัดประชุมของทุกประเทศเพื่อรับข้อมูลจากประชาชนของทุกประเทศในลุ่มน้ำโขง 3.ให้ค้นหาศักยภาพที่แท้จริงของทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำโขง เพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรอย่างเหมาะสม 4.ให้มีการศึกษาวิจัยน้ำในแม่น้ำโขงอย่างเหมาะสมเพื่อลดผลกระทบทางสังคม 5.ให้มีการเชื่อมโยงเครือข่าย และจัดตั้งเครือข่ายแม่น้ำโขงในภูมิภาคร่วมกัน 6.ให้รัฐบาลในประเทศลุ่มน้ำโขงเป็นภาคีของกฎหมายการใช้น้ำระหว่างประเทศ


ทั้งนี้ เวลา 08.30 น. วันที่ 3 เมษายนนี้ ชาวบ้านเครือข่ายลุ่มน้ำโขงประมาณ 200 คน จะเดินทางไปยังสถานทูตจีน เพื่อยื่นหนังสือถามความรับผิดชอบจากรัฐบาลจีน และยื่นข้อเสนอดังนี้ 1.หยุดสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขง 2.หยุดระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขง 3.จีนต้องผลักดันให้เกิดคณะกรรมการแม่น้ำโขงภาคประชาชนในแต่ละประเทศ และ 4.ให้คณะกรรมการชุดนี้เข้าไปแก้ปัญหาที่เกิดจากการสร้างเขื่อน 4 แห่งในแม่น้ำโขงในจีน คือ ม่านวาน ต้าเฉาชาน จินหง และเสี่ยววาน


ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ครั้งที่ 1 ว่า "อาจจะไปไม่ได้ เพราะงานยุ่งจริงๆ แต่ถ้ามีเวลาอยากจะไป เพราะจะไปคุยกับ สมเด็จฯฮุน เซน (นายกรัฐมนตรีกัมพูชา) ซะหน่อย ให้เบาๆๆ บ้าง เพราะผมคิดว่าผมคุยได้"

 




เรื่องเล่าจาก"บิ๊กแป๊ะ" เกิดอะไรขึ้นเมื่อ ผบ.ตร. ขับรถไปเจอด่านจราจร
ตำรวจทำดี! ร.ต.ท.ทางหลวง สละเครื่องแบบกอดเด็กชาย เบนซ์ชนจยย.พ่อเจ็บ แม่เสียชีวิต
ต้นสังกัดไล่ออกแล้ว "ดีเจฉาว" อธิการฯ มทร.ธัญบุรี เสียใจ พฤติกรรมไม่เหมาะสม
สมัยก่อน"หญิงไทย"จะ"ขายบริการ"ได้ ต้องผ่านอะไรบ้าง
ตร.เปิดคลิปแฉ นาทีซัดกันนัวกลางถนน ′ดีเจเก่งปะทะเก๋งแดง′ ภาพระบุชัดใครชนก่อน