เล่นสงกรานต์ให้ฉ่ำใจ ในภาวะร้อน-แล้ง / เพลงประจำวันวันสงกรานต์คือเพลงอะไรล่ะ

วันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 13:06:34 น.




จาก หนังสือพิมพ์ มติชนรายวัน

 




ดูเหมือนเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ใครที่คิดจะสาดน้ำเล่นโครมๆ อย่างที่เคยทำ เห็นจะต้องคิดให้หนักขึ้นกว่าเดิม เพราะปีนี้ดูเหมือนภัยแล้งจะไม่ปรานีใคร เพราะเพิ่งเข้าหน้าร้อนไม่ทันไรพี่น้องทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ล้วนประสบขาดแคลนน้ำกันถ้วนทั่ว

แล้วคนที่ยังอยู่สบาย การใช้ชีวิตยังห่างไกลจากการไร้น้ำกินน้ำใช้ จะสาด สาด สาด โดยไม่คำนึงถึงคนขาดแคลนได้หรือ

"ไม่ได้หรอก" หนิง-ปณิตา พัฒนาหิรัญ บอกชัดเจน

"อีกอย่างจริงๆ แล้วสมัยโบราณเขาไม่ได้เล่นน้ำสาดกันเอาเป็นเอาตายอย่างปัจจุบันนะคะ แล้วยิ่งในช่วงที่มีบางจังหวัดเขาไม่มีน้ำใช้เนี่ย หนิงว่าไม่ควรเล่นเลยแหละ

"จะบอกว่าเราไม่เดือดร้อนไม่ได้หรอก เพราะน้ำที่เราตักไปสาดใส่กันมันไม่ใช่ถังเดียว บางทีน้ำที่เราตักเพื่อเอาไปเล่นสงกรานต์แบบขำๆ ไม่คิดอะไร อาจจะมีค่ากับอีกหลายชีวิตก็ได้ หนิงว่าจริงๆ เราไม่จำเป็นจะต้องไปเล่นสาดน้ำกันเลย แค่เอาน้ำใส่ขัน ไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตัวเองก็น่าจะพอแล้ว"

"แต่ให้เลิกเล่นน้ำไปเลยคงไม่ได้" คือมุมของ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์

แหม, ก็สงกรานต์ทั้งทีนี่นา

แต่ว่าในภาวะเช่นนี้ อะไรที่ปรับได้ก็ควรปรับ

"คือก็เล่นปืนฉีดน้ำ หรือเอาใส่ขันสาดกันได้เหมือนเดิมแหละ เพียงแต่อยากให้จำกัดปริมาณการเล่น แบบถ้าหมดแล้วก็หมดนะ พอ เลิก ไม่ใช่พอตักมาหนึ่งถัง เล่นหมดแล้วก็วิ่งไปตักมาอีก อย่างนี้ไม่ได้"

หรืออีกวิธีที่ซันนี่ว่า ก็น่าเอามาใช้นัก

"ก็ถ้าจะประหยัดให้มากกว่านั้น ตอนนี้ประเทศไทยเรามีเสื้อสีๆ ที่ใส่ไม่ได้หลายตัว บางคนมีเยอะมาก ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร ก็เอามาปาใส่กันแทน ไม่ต้องใช้น้ำ ประหยัดสุดสุด"

ปิ๊ง-อดิสร ตรีสิริเกษม ที่เสนอได้เก๋สมราคาผู้กำกับร้อยล้าน

"ผมว่าไปยืนตากแดดดีกว่าครับ ยืนพอให้เหงื่อออกแล้วเอาเหงื่อมาสลัดใส่กัน ประหยัดน้ำดี"

แต่ถ้าไม่ไหว ปิ๊งก็มีอีกวิธี

"นาทีนี้แนะนำให้สาดโคลนครับ เพราะน้ำไม่มี สาดโคลนเลย เอาโคลนพอกตัวเย็นดี บำรุงผิวด้วย"

ปิดท้ายที่ไอเดียของ ไอซ์-อภิษฎา เครือคงคา ที่ว่าใช้แค่ปืนฉีดน้ำคนละหนึ่งกระบอกก็พอ

"ซื้อปืนฉีดน้ำหนึ่งกระบอก แล้วใส่น้ำนะคะ ทีนี้จะเอาไปฉีดใส่สาวหรือหนุ่มก็แล้วแต่เลย แต่ถ้าฉีดจนน้ำหมดแล้ว ต้องเลิกเล่นนะ ห้ามไปเติมน้ำอีก เพราะถือว่าเราได้เล่นสงกรานต์แล้ว ไม่จำเป็นต้องเอาน้ำใส่ถังไปสาดโครมๆ เล่นพอน่ารักให้สมกับที่รอคอยวันสงกรานต์ก็พอแล้ว"

ก็สงกรานต์นี้แล้งนักนี่นา

 

 

---------------------------------------------

 

 

เพลงสงกรานต์


มันอาจจะเป็นเรื่องที่เราไม่ค่อยสนใจกันสักเท่าไหร่นัก แต่ถ้าพูดถึงงานคริสต์มาส เราก็นึกถึง We Wish You a Merry X"mas, Rudolf The Red Nose Reindeer, Santa Clause Is Comin" To Town ฯลฯ ในปีใหม่เราอาจจะได้ฟังเพลง Silent night และก็อาจจะรู้จักเพลงไทยๆ อย่าง สวัสดีปีใหม่ ในวันลอยกระทงเองก็มีเพลงประจำอย่าง เพลง ลอยกระทง

ไม่แปลกๆ, แต่ว่าพอมาถึงวันปีใหม่ไทยที่ทุกคนหยุดยาวกันจริงๆ อย่างวันสงกรานต์ หลายคนอาจจะเกาหัว

เพราะนึกไม่ออกว่าจะร้องเพลงอะไร

หลายคนอาจจะนึกถึงเพลงสุดคลาสสิคของ สุนทราภรณ์ อย่างเพลง รำวงวันสงกรานต์ ที่ขึ้นต้นว่า "วันนี้เป็นวันสงกรานต์ หนุ่มสาวชาวบ้านเบิกบานจิตใจจริงเอย..." ซึ่งตรงประเด็น ตรงไปตรงมา และบอกเล่าถึงกิจกรรมของคนไทยในวันสงกรานต์ได้ครบถ้วน หรือใหม่หน่อยก็ นาวาสงกรานต์ ของ ร็อคสะเดิด, สงกรานต์สัญญาใจ ของ ศิริพร อำไพพงษ์ หรือทางฝั่งสตริงอย่าง ลอยกระทงวันสงกรานต์ ของ อ่ำ-อัมรินทร์ นิติพนธ์ แต่ถ้าให้ขัดแย้งกันสุดไปเลยอาจจะเป็น สงกรานต์ ของวง อพาร์ตเมนต์คุณป้า ที่ทำในอัลบั้มพิเศษของนิตยสาร อเดย์ ซึ่งเป็น ดรัมแอนด์เบส เพลงเต้นรำเพื่อปาร์ตี้กันโดยเฉพาะ ที่มีเนื้อเพลงอยู่แค่ "สงกรานต์-สงคราม" แค่นั้นจริงๆ อย่างไรก็ดี เพลงนี้เหมาะสำหรับเปิดตามผับให้แดนซ์กระจายกันเฉยๆ มากกว่าจะไปเปิดกันในงานกิจกรรมอื่นๆ ของสงกรานต์



ดูจะหลากหลายกันซะจริงๆ

เพียงแต่จริงๆ แล้ว เพลงประจำวันวันสงกรานต์คือเพลงอะไรล่ะ

เจนภพ จบกระบวนวรรณ กูรูเพลงลูกทุ่ง ก็บอกว่าต้องแยกเป็นสองกรณี เพราะมักจะมีทั้งเพลงที่เป็นเพลงพื้นบ้านมีใช้ในเทศกาลสงกรานต์แต่อดีตกับเพลงลูกทุ่ง นอกจากนั้นก็เป็นเพลงของวงสุนทราภรณ์ ซึ่งก็ถือเป็นเพลงราชการ

"เพลงพื้นบ้านก็มีหลายแบบ น่ารักมากๆ ที่จะพูดถึงแล้วผมนึกถึงก็อย่าง เพลงพิษฐาน (พิด-สะ-ถาน) ซึ่งใช้ในวันสงกรานต์เท่านั้น เล่นกันในโบสถ์ต่อหน้าพระประธาน ต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่ที่ไปทำบุญ ในวันเถลิงศก (15 เม.ย.) สมัยโบราณและตามบ้านนอกจะเล่นน้ำกันวันนี้วันเดียว หลังจากทำบุญทำกิจกรรมอื่นๆ เสร็จแล้ว"

"พอทำบุญถวายเพลเสร็จ หนุ่มสาวก็จะเล่นเพลงนี้กัน ซึ่งปัจจุบันน่าจะสาบสูญไปแล้ว พ่อเพลงแม่เพลงเก่าๆ คงร้องได้ ซึ่งมันก็เหมือนเพลงพื้นบ้านแบบอื่นๆ คือร้องเกี้ยวกัน ทีนี้ร้องในโบสถ์มันก็ทองแดง คือออกทะลึ่งมากไม่ได้ ก็จะร้องอย่าง ...ตั้งจิตพิษฐานเอยมือหนึ่งถือพาน ถือพานดอกจำปา พิษฐานวอนไหว้ เกิดชาติหน้าพบหน้ากับน้องชบา... ทีนี้ฝ่ายหญิงก็ต้องร้องแก้ มันเหมือนเป็นการจอง ให้รู้ว่าใครชอบใครก่อนไปสาดน้ำกัน"

เจนภพว่ามันก็เป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งของคนโบราณ

แต่ถ้าจะว่าถึงลูกทุ่ง เจนภพว่าเขานึกถึง รุ่งเพชร แหลมสิงห์ ที่เขาตั้งฉายาให้เองว่าเป็นราชาเพลงประเพณีไทยเพราะมีเพลงที่ร้องเกี่ยวกับประเพณีไทยเยอะที่สุด และก็มีรายละเอียดเกี่ยวกับประเพณีไทยในเพลงค่อนข้างเยอะ

เพลงที่เขานึกถึงก็คือ "สงกรานต์บ้านนา"

ตรงอย่างไม่ได้นัดกับครูเพลงอย่าง สลา คุณวุฒิ ครูเพลงลูกทุ่งรุ่นใหม่ก็บอกว่าส่วนตัวเขาเอง ก็นึกถึงเพลง สงกรานต์บ้านนา เหมือนกันถ้าเป็นคนอายุรุ่น 40 ปีขึ้นไป พอสงกรานต์ทีไรก็จะได้ยินเพลงท่อนขึ้นต้นอย่าง "ประเพณีไทย... เมื่อสมัย ครั้งเก่าก่อน..." เสียทุกทีไป

อย่างไรก็ตาม ถ้ามาถามว่าเพลงสงกรานต์ปัจจุบันดูจะไม่ค่อยมีเพลงอะไรที่เป็นเพลงประจำงานเลยสักเพลง สลาบอกว่าที่จริงก็มีคนทำเพลงใหม่ๆ ออกมาตลอดนั่นแหละ เพียงแต่ด้วยรูปแบบตลาดเพลงลูกทุ่งที่เปลี่ยนไป เพราะตลาดแบ่งเล็กไปเป็น ลูกทุ่งอีสาน ลูกทุ่งใต้ ลูกทุ่งภาคกลาง ฯลฯ เพลงที่มีก็เลยไม่ได้เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป

"วงการเพลงคือมันไม่โดดเด่นจนเป็นสัญลักษณ์ได้ ตอนนี้ทุกค่ายเพลงอาจจะไม่ได้มองว่าเพลงไหนดัง ก็อาจจะเอาเพลงเก่ามารีมิกซ์เป็นเพลงเต้น คนก็ซื้อไปใช้เปิดในงานมากกว่าซื้อไปฟังเป็นเพลงๆ เหมือนสมัยก่อน มันเป็นแบบนี้ทั้งลูกทุ่งและสตริง"

ว่ากันแบบนี้ไอ้ที่ดูขัดแย้งกันตอนต้นดูจะเลือนไปแล้วเป็นแน่แท้ ซึ่งครูสลากล่าวว่า แบบนั้นเพราะสภาพสังคมเปลี่ยนจากเพลงเนิบๆ ที่ไว้เปิดประกอบเวลาทำกิจกรรมต่างๆ ในวันสงกรานต์ กลายเป็นเพลงเต้นๆ สำหรับการสาดน้ำ หรือเอาถังน้ำขึ้นรถกระบะไปตระเวนเล่นน้ำในเมืองไปซะแล้ว

"ถึงอย่างนั้น โดยแก่นของเพลงสำหรับสงกรานต์มันเป็นเรื่องของการกลับบ้าน การอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา เพียงแต่รูปแบบมันมาสนุกสนาน ก็เป็นอีกสีสันหนึ่ง ซึ่งบางเพลงเนื้อหาเพลงก็ยังดีมีมิติกว่าสมัยก่อนเสียอีก"

ก็นั่นแหละเพราะมันขึ้นอยู่กับว่าใครจะฟังเพลงแล้วได้เนื้อหาตรงนั้นก็ไป

แต่ยังไงเราก็คงยังสนุกกับสงกรานต์ได้เหมือนเดิม

 

 

 









ฮอนด้ารับรางวัลการจัดซื้อสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
เอกอัครราชทูตเนปาลเยี่ยมชมโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ ซีพีเอฟ สระบุรี
ช้อปนาฬิกาแบรนด์หรู ที่ห้างเซ็นทรัล/เซน ลดสูงสุด 50%
สำนักหอสมุด ธรรมศาสตร์ มอบความสะดวกในการชำระค่าบริการ ด้วยบัตรสมาร์ทเพิร์ส
บสย. หนุนนักธุรกิจรุ่นใหม่
ซีพีเอฟมอบเงินปรับปรุงโรงเรียนอนุบาลนาดี จ.ปราจีนบุรี
โชว์สุดยอด​ราโด งานเซ็นทรั​ล วอทช์แฟร์ ผลิตเพียง 499 เรือนทั่วโลก
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค รุกตลาดผลิตภัณท์เฝ้าระวังระบบไฟฟ้า เปิดตัวเพาเวอร์มิเตอร์ 5000
สพฉ.จับมือข่ายการแพทย์ฉุกเฉิน ย้ำ!ขั้นตอน “ห่วงโซ่การรอดชีวิต” เพิ่มโอกาสกู้ชีพผู้ป่วยฉุกเฉิน
เคทีซีจับมือพันธมิตรรายใหม่ โดมิโน่ส์ พิซซ่า มอบส่วนลด 15%
โฉมหน้า ′ครม.ประยุทธ์ 1′
จะฮากันไปไหน!! เมื่อชาวเน็ตตัดต่อ "ธีระ นิติราษฎร์" หลังโพสต์บอก "ช่วยตัดต่อภาพนี้ให้หน่อยครับ"
จดหมายน้อยจากลูกศิษย์ ถึง "ครูวรเจตน์" ผู้จุดไฟในสายลม
รู้หรือไม่? "นวน เจีย" จำเลยฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเขมร เคยเรียนมหาวิทยาลัยใดในเมืองไทย
"ชูวิทย์" โพสต์ พลเอกประยุทธ์-สุเทพ-สนธิ นี่สินะ "The Power of Change"