เปิดคำให้การของ "เสื้อแดง" ก่อน "พิพากษา"

วันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 14:30:12 น.





นางวรนุช เชียงสาย



นางธนพร โพธิ์เนียม อายุ 46 ปี อาชีพค้าขายเรียนจบชั้น ป.6 กับนางสุภาวดี เถาตะกู อายุ 50 ปี



คุณยายชัชวลี ไทยทัน อายุ 64 กับคุณตาพร้อม ทับทิมพรรณ์ อายุ 67 ปี






"หมี"



ชาวอ.ส่องดาว



นายประดิษฐ กาละทอน



นางสมหมาย มาเกตุ อายุ 49 ปี ชาวสวนลำไย



สาวน.ส.ศิริณัฐชา ศรีชัย อายุ 18 ปี



นางบุญนิศา ไชยสาร อายุ 49 ปี













































สาวเชียงใหม่












ที่นอน



แช่ข้าวเหนียว



นอนบนรถ




















โดย ชฎา ไอยคุปต์

เปิดใจ รับฟังกัน  ตั้งคำถาม หาคำตอบ  เข้าอกเข้าใจ เห็นใจกัน กาวใจที่จะช่วยประสานรอยร้าวที่แตกระแหงไปทั่วทุกย่อมหญ้าให้บรรเทาเบาบางลงได้ ไม่มีใครอยากลำบาก  เดือดร้อน ทุกคนล้วนเห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น


"กระโดดงับผลประโยชน์ กระโดดถีบผลกระทบ"


คงปฎิเสธกลุ่มคนเสื้อแดงที่เข้ามาชุมนุมในเมืองหลวงสร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้คนกรุงเทพมหานครและคนบางกลุ่มที่ไม่พอใจกับการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ต้องออกนอนเกะกะกลางถนน เคยมีใครไปถามไมทำไมคนกลุ่มนี้ต้องมาลำบากลำบนกันขนาดนี้


เพื่ออะไร 


"รัฐบาลนี้เราไม่ได้เลือก คนจนถูกทอดทิ้งมาแล้ว 4 ปี  ต้องอดทนกับอำนาจรัฐที่ยึดจากประชาชน วันนี้ต้องลุกขึ้นมาสู้เรียกร้องสิทธิ์ที่ถูกปล้นไปเพื่อขอประชาธิปไตยที่ช่วยให้คนจนได้ "ลืมตาอ้าปากได้" รู้ว่าสิทธิ์และเสียงมีส่วนสำคัญทำให้พวกเขามีข้าวสารกรอกหม้อ ไม่ใช่ส่งลูกปืนกรอกปาก


ประชาธิปไตยของชาวบ้านการศึกษาไม่สูงส่ง เขารับรู้ได้ว่า "ทุกคนมีสิทธิ์ในสวัสดิการรัฐเท่าเทียมกัน  คนเดินดิน รู้ว่ายังมีถนนลูกรัง ลาดยางให้เดิน" แม้จะเป็นนโยบายประชานิยมเรื่องการเมืองแต่เป็นสิ่งที่ประชาชนได้รับจริงๆ จากเงินงบประมาณแผ่นดินที่คนจนไม่เคยได้เข้าถึงตลอดชั่วอายุแต่แล้วต้องถูกกระชากออกไป

 

"ยามเจ็บไข้อยากหาหมอ แต่ไม่มีเงินบัตร 30 บาท ที่เคยรักษาทุกโรคตอนนี้รักษาไม่ได้แล้ว ศูนย์โอทอปกลายเป็นเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงสินค้า เงินที่เคยกู้มาลงทุนแบบไม่มีดอกเบี้ยไม่มีแล้ว พวกเราไม่มีเงินเดือนไปกู้ธนาคารไม่ได้ "


คนเสื้อแดงไม่ได้หวังจะให้นายกฯคนเดิมกลับมาบริหาร จะเป็นใครก็ได้ที่ไม่ลืมคนจนไม้เหยียบพวกเราให้จมดินไม่มองประชาชนเป็นโจร 

 

เหตุผลของคนเสื้อแดงที่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อแสดงไม่ใช่คนไร้ตัวตน 


กว่า 1 เดือนที่เวทีปราศรัยคนเสื้อแดงยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ผู้ชุมนุมที่กระจายอยู่รอบๆสี่แยกราชประสงค์ที่ย้ายมาจากสะพานผ่านฟ้ายังดำเนินชีวิตบนถนนโดยมีเต็นท์ผ้าใบบังแดดกันฝน มีเชือกฟางกั้นอาณาเขตส่วนตัว เป็นที่พักหลับนอน มีห้องน้ำชั่วคราวที่ไว้ชำระล้างร่างกาย ทำจากผ้าใบขึงกั้นเป็นฉากบังสายตา

 


กลิ่นอาหารปรุงเสร็จใหม่จากเตาแก๊ส เตาถ่าน เตาฟืน ลอยเตะจมูก มองเห็นคนกำลังเข้าแถวรอข้าวแกงตักใส่กล่องโฟมในเต็นท์ข้างเวที นางวรนุช เชียงสาย อายุ  45 ปี ชาวบางซื่อ แม่ค้าขายเครื่องหนัง ตลาดจตุจักร เรียนจบประถม 6  รับเป็นเจ้ามือเลี้ยงอาหารคนเสื้อแดง ทำมาตลอด 1 เดือนในการชุมนุมโดยควักเงินส่วนตัวครั้งละ 5-6 พันบาท

 

"เราไม่เดือดร้อนทำไปก็สบายใจดีเลี้ยงลูกเลี้ยงหมาได้เลี้ยงคนแค่นี้ไม่เป็นไร"

 

แม้จะไม่มีใครสนับสนุนให้มาชุมนุมแต่ก็อยากมา มาให้เห็นกับตาฟังคนอื่นพูดมามาก จึงอยากมาสัมผัสเอง พอได้มีเห็นก็ประทับใจ แกนนำไม่ได้ให้เด็กหรือผู้หญิงเป็นกำแพง แต่มีชายฉกรรจ์ที่อาสาเป็นคนนำป้องกันให้ผู้หญิงที่ทำหน้าที่หุงหาอาหารอยู่ภายใน

 

"ผู้คนในม็อบ กินด้วยกัน นอนด้วยกัน ลำบากด้วยกัน พวกเราจะไม่ทิ้งกันจนกว่าเป้าหมายจะบรรลุเอาประชาธิปไตยกลับคืนสู่ประเทศไทย"


เราคนจนเคยผ่านความลำบากมามองเห็นว่าชาวบ้านเดือดร้อนกันจริง ถ้าประชาชนอยู่ได้ประเทศชาติก็อยู่ได้ อะไรที่เราพอช่วยได้ก็ช่วยกันไป  จึงทำอาหารมาเลี้ยงผู้ชุมนุมตลอด ออกเงินเองทั้งหมด ถ้าเสียแค่นี้แล้วแลกกับเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น ทำให้เรามีกินมีใช้ เพื่อได้ผู้นำคนใหม่ที่ประชาชนเป็นผู้เลือก


ที่ออกมาเรียกร้องเพราะอยากให้ทักษิณ (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) กลับมา แต่ถ้าไม่ได้กลับมาก็ไม่เป็นไร ขอแค่ผู้นำประเทศที่มองเห็นชาวบ้าน ดูแลชาวบ้านปราบยาเสพติดให้สิ้นซาก เหมือนกับสมัยทักษิณที่ทำให้ลูกเลิกยาบ้าได้ ถึง 3 คน ต้องขอบคุณ

 

หลายคนถามว่าทักษิณกับในหลวงจะอย่างไร อธิบายไปว่า "เทียบกันไม่ได้ เราเอาทักษิณมาใช้งานมาบริหารจะมาเทียบกับพระเจ้าอยู่หัวที่เราเทิดทูนไม่ได้"


ที่เราต้องมาขับไล่รัฐบาลนี้นอกจากเศรษฐกิจไม่ดีแล้ว นายกฯพูดตรงข้ามหมดทำให้คนเกลียดกัน ถึงเราจะเป็นแม่ค้าไม่มีความรู้แต่ทหารจะมายิงคนไม่ได้ ข่าวที่ออกมามีแต่เสื้อแดงทำร้ายทหาร แบบนี้นายกฯยังเป็นผู้นำของประชาชนอยู่หรือไม่ นายกฯนั่งบัญชาการอยู่ในกรมทหารส่วนเราชาวบ้านอยู่ในพื้นที่เห็นทุกอย่างคิดจะถามประชาชนบ้างไหม

 

หรือเห็นพวกเราไม่ใช่คน?


"นายกฯต้องเป็นคนที่ประชาชนเลือก พวกเขาเลือกกันเองแบบนี้ไม่มีความเป็นธรรมแล้ว เราไม่ได้กากบาทเลือกประชาธิปัตย์มาบริหารประเทศ เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำ ถ้ารัฐบาลต้องการปราบปรามประชาชนชน ทำไมไม่เรียกให้มารวมกันแล้วทิ้งระเบิดมาให้ตายกันให้หมดเลย ถ้าคิดจะล้างเผ่าพันธุ์คนเสื้อแดงแล้วก็ต้องฆ่าให้หมด ในเมื่อไม่เห็นค่าไม่เห็นว่าเราเป็นประชาชนก็ฆ่าทิ้งเสียให้หมด"


สิ่งที่แม่ค้าเครื่องหนังลูกสาวทหารเกิดในกรมทหารกรมสรรพาวุธ สะพานแดง บอกถึงเหตุและผลที่ต้องออกมาชุมนุมโดยไม่มีใครจ้างมาด้วยใจล้วนๆ


มาถึงกลุ่มคนเมืองกาญจนบุรี หญิงสาว 2 คนที่ทำหน้าที่เฝ้าข้าวของเครื่องใช้ภายในเต็นท์มีเพียงเสื่อและผ้ายางปูนอน นางธนพร โพธิ์เนียม อายุ 46 ปี อาชีพค้าขายเรียนจบชั้น ป.6 กับนางสุภาวดี เถาตะกู อายุ 50 ปี ภรรยาตำรวจได้รับไฟเขียวจากสามีให้มาต่อสู้แม้ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงแต่อยากมาร่วมต่อสู้ บอกด้วยแววตามุ่งมั่นว่าถึงลำบากก็ต้องทน ต้องสู้ พวกเราย้ายจากถนนราชดำเนินมาปักหลัก กินนอนกันกลางถนนจนเริ่มจะชินแล้ว

 

หลังสถานการณ์สลายการชุมนุมทำให้เราไม่กล้ากลับบ้านเลย เพราะเราเป็นพี่น้องกัน ชีวิตเดียวกัน กินข้าวหม้อเดียวกัน จึงทิ้งกันไม่ได้


"เราทนเห็นความอยุติธรรมไม่ได้ จึงออกมาเรียกร้องสิทธิ์ตามประชาธิปไตย ดูแลคนไม่ทั่ว ทิ้งคนจนอุ้มคนรวย คิดจะมาเหลียวแลกันบ้างไหม พวกเราต้องการให้รัฐบาลยุบสภา เลือกตั้งใหม่เพื่อได้รัฐบาลที่ถูกต้องไม่ใช้ปล้นเข้ามา ไล่นายกฯเลือกตั้งให้ทหารเข้ามาแทนพอเลือกตั้งใหม่นายกฯทำกับข้าวก็มีความผิดแต่นายกฯฆ่าคนกลับไม่ผิด"


รัฐบาลที่เข้ามาต้องเป็นทักษิณหรือไม่ ?


"เป็น"แต่ถ้าไม่ได้ ใครก็ได้ที่ทำให้ประชาชนอยู่ได้ ทำให้คนรากหญ้าเป็นเหมือนประชาชนคนไทย ไม่ใช่กีดกันคนชนบทออกไป ทำให้เกิด 2 มาตรฐาน คนปิดถนนเป็นผู้ก่อการร้าย คนปิดสนามบินเป็นผู้ก่อการดี จะพูดจะทำอะไรก็อย่าคิดว่าประชาชนโง่ ไม่รู้เรื่อง เสื้อแดงทำอะไรผิดหมดแค่นี้ความรู้สึกคนมันก็แย่พอแล้ว "


สื่อวิทยุบอกว่าเสื้อแดงเป็น"ควาย" พูดแบบนี้เหมือนเราไม่ใช่คน บอกว่าพวกเรากินหญ้า มันกระทบจิตใจคนจนๆไม่มีพื้นที่ได้แสดงความคิดความเห็น ออกมาปรากฏตัวบนถนนยังไม่มีใครเห็นหัว แบบนี้สร้างความเคียดแค้นให้กับคนจนๆที่ทนมาหลายชั่วอายุคนแล้ว คำว่า "ควาย" มันหนักไปไหมกับชาวบ้านที่ออกมาเรียกร้องเพื่อปากท้องของตัวเอง ที่ยอมสละชีวิตเพื่อให้ประชาชนและลูกหลาน ที่นอนรอความหวังว่าชีวิตคนรุ่นต่อไปจะไม่ลำบากถึงจะไม่ร่ำรวยแค่โรงพยาบาลที่เปิดรับ มีที่พึ่งในยามยากแค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับคนจน

 

เรายอมรับได้ที่เรียกว่า"ไพร่ ทาส" เพราะเราเป็นพวกใช้แรงงาน


พวกเราห่วงว่าลูกหลานที่กำลังเรียนจบจะไม่มีงานทำ เมื่อก่อนรักษา 30 บาทรักษาทุกโรคได้ แต่ตอนนี้ไปรักษาไม่ได้แล้ว สิ่งที่รัฐบาลชุดนี้บอกว่าเรียนฟรีแต่ทำไมพวกเรายังต้องควักเงินค่าเล่าเรียนลูกหลานอีก พวกเราให้โอกาสรัฐบาลนี้ทำงานแล้ว แต่ชีวิตคนรากหญ้าที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ กลับไม่ดีขึ้น เปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่ระบอบเก่าได้ทำไว้ให้ "ไม่มีเงิน ไม่มีงาน" ดึงทุกอย่างจากชนบทไปเทให้คนเมืองหมด

 


ลำบากขนาดไหนก็ต้องทน 3 วันอาบน้ำครั้งเดียวเพราะมันไม่สะดวก ต้องทนร้อน  มีโอกาสก็กลับบ้านนอนพักเอาแรงก็มาใหม่ มีรถตู้ถึงเมืองกาญจน์ควักเงินตัวเอง บางครั้งก็นั่งรถไฟฟรี 

 

หญิงผู้เป็นเมียตำรวจบอกว่า ที่บ้านนอนแอร์แต่ต้องมาทนนอนแบบนี้ มีเงินแต่ก็ซื้อของไม่ได้เพราะห้างปิดหนีหมดมีแค่เอราวัณกับห้างอัมรินทร์ที่ยอมให้พวกเราเข้าห้องน้ำแบบไม่รังเกียจเปิดให้เข้า 24 ชั่วโมง แม้เท้าจะเปื้อนโคลนย่ำพื้นแฉะๆ ร้องเท้าขาด รปภ.เปิดรับหมด

 

เสียงจากหญิง 2 คน ที่ระบายความอึดอัดถูกผลักให้เป็นที่รังเกียจของ "สังคม"


 

กิจกรรมบนเวทียังคงดำเนินไปเรื่อยๆ ส่วนผู้ชุมนุมได้ผลัดเปลี่ยนกันไปที่หน้าเวทีรอฟังแกนนำแถลงข่าว ทางด้านหลังเวทีมีตายายคู่หนึ่งที่นั่งพับเพียบอยู่บนลังกระดาษที่ปูทับพื้นที่เฉอะแฉะ มีพัดลม 1 ตัวที่สายไปมาทำให้อากาศตรงนั้นถ่ายเทและคลายร้อน คุณยายชัชวลี ไทยทัน อายุ 64  กับคุณตาพร้อม  ทับทิมพรรณ์  อายุ 67 ปี มีบัตรยืนยันว่าเป็นแดงแท้

 


ตาย-ยายไม่กลัวรึ ?

"แก่แล้ว กลัวทำไม อายุมากทั้งคู่แล้วจึงตัดใจ" คำตอบพร้อมกับรอยยิ้มจางๆบนรอยเหี่ยวย่นของสองตายยายก่อนจะอธิบายต่อว่า

 

ที่ต้องกลัว คือ ความไม่ยุติธรรม ที่มันจะอยู่คู่กับชาติตลอดไป

 

"ได้ยินว่าเขาจะสลายก็ต้องรีบมาเสริมให้คนมากๆเขาจะได้ไม่กล้าเข้ามาทำอะไร" คุณยายบอกในขณะที่คุณตาพยักหน้าชมเชยอุดมการณ์ของคู่ทุกข์คู่ยาก ที่อาสามาเป็นยามเฝ้าเวทีเดินทางไปๆกลับๆระหว่างเวทีราชประสงค์กับบางกรวย โดยคุณตาเป็นโชว์เฟอร์ขับรถมาส่งและมานั่งเป็นเพื่อนกันคอยช่วยเหลืออยู่ฝ่ายเสบียง


"ถ้ามีข่าวสลายก็ต้องปูผ้าพลาสติกนอนด้วยกันตรงนี้" คุณยายชี้ไปตรงที่นอนอยู่ไหม่ไกลจากที่นั่งอยู่ภายใต้กล่องกระดาษที่ปูทับ


ยายรักคนเสื้อแดง มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อ ประทับใจ ปกติไม่ชอบม็อบ แต่เราสบายใจที่จะทำเราทำในสิ่งที่ควรทำ ไม่ได้หวังว่าจะชนะ แค่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เราไม่ได้คิดจะมาโค่นเจ้าอย่างที่ใครๆใส่ร้าย เวลาข่าวในพระราชสำนักมามีแค่ยกมือท่วมหัวกันทั้งนั้น


มาเรียกร้องอะไร ?

 

อยากให้ความจริงชนะความเท็จ อยากให้คนเสื้อแดงทำสำเร็จ เพื่อจะได้เห็นบ้านเมืองของเราเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่มีคนถูกเอารัดเอาเปรียบอีก นายกฯที่ไม่มีมาตรฐานในตัวเองแม้แต่คำพูดของตัวเองที่เคยเสนอให้คนอื่นทำแต่พอถึงคราวตัวเองกลับเลี่ยง นั่งดูทีวีที่บ้านแล้วมาวิเคราะห์กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากอดีตจนถึงปัจจุบันมองเห็นอะไรหลายอย่าง


"ดูจากทหารที่มีแค่กลุ่มเดียวเท่านั้นที่ได้ดี การค้าขายรุ่งเรืองในไม่กี่ตระกูลจากได้สัมปทาน ทุกคนควรจะได้สิทธิเท่าเทียมกันถึงจะถูก"


คุณยายชัชวลีเป็นอดีตข้าราชการกรมสามัญศึกษา บอกต่อว่า คนเสื้อแดงที่ถูกกล่าวหาว่าโง่ เป็นรากหญ้า แม่ค้า เกษตรกร คนจน ความจริงแล้วมีคนหลายกลุ่มที่ออกมาช่วยกัน คนจนจริงๆคงไม่มีเงินค่ารถ ค่าใช้จ่ายมาชุมนุม แต่พวกเราที่พอจะมีก็ช่วยกันบริจาคอาหารค่ารถช่วยขนกันมาน้ำใจจริงๆ ใครที่ไม่มาเห็นก็อย่ามากล่าวหากัน มีคนขับรถป้ายแดงคันหรูขนอาหาร บริจาคเงินให้คนเสื้อแดง แต่ไม่อยากออกตัวเพราะไม่อยากสู่กับอันธพาล

 

"ถ้าทุกคนปรากฏตัวแฟร์ๆยุสภาเลือกตั้งใหม่ "

 

วัฒนธรรมไทยสอนให้เด็กโง่ถ้าเด็กรู้จักตั้งคำถาม เด็กจะรู้จักคิดไม่เชื่อครูหมดประเทศไทยคงไม่เป็นแบบนี้ พรรคประชาธิปัตย์มีจิตวิทยาสูงในการใส่ร้าย ดูถูกอีกฝ่าย โดยการให้สัญลักษณ์ "เสื้อเหลืองไฮโซ เสื้อแดงต่ำต้อย"  แต่ในความต่ำต้อยมันแสดงให้เห็นว่าคนเท่ากันหมด ไม่มีใครวิเศษกว่าใคร

 

คุณยายผู้มีการศึกษาสูงทนเห็นคนในประเทศถูก กดขี่ เอาเปรียบไม่ได้ จึงขอเสียสละชีวิตในบั้นปลายเพื่อมวลชน


สำหรับผู้ที่ทำหน้าที่เป็นการ์ดเสื้อแดงคอยชนและไล่ทหารไม่ให้เข้าสลายการชุมนุม อย่าง "พี่หมี" ที่กำลังแต่งตัวเตรียมพร้อมไปปกป้องค่ายด้วยชุดกระชับรัดกุม เดินทางมาร่วมเป็นการ์ดตั้งแต่วันแรกของการชุมนุม หลังจากที่ชีวิตเคยรุ่งเรืองในยุคประชาธิปไตยเฟื่องฟูในความคิดของเขา บอกว่าออกรถป้ายแดงได้ 4 คัน แต่ตอนนี้เหลือแค่ 2 คัน ถ้าทนต่อไปอีกคงไม่มีอะไรกิน

 

"เราต้องได้ประชาธิปไตยคืน ไม่อยากเห็นประเทศไทยมีสองมาตรฐานอีกต่อไป"

 

ถ้าวันนี้ผมตายก็ไม่กลัวเพราะผมได้มาทำสิ่งที่จะตกไปถึงลูกหลานของผมแล้ว ถึงไม่มีผม ภรรยาและลูกผมก็อยู่ได้ ตอนนี้ก็ผลัดกันไปขายของ แต่ต้องมานอนที่ชุมนุมทุกวัน เพื่อทำหน้าที่ดูแลมวลชน เพื่อความปลอดภัยของพวกเขา พร้อมกับชี้ไปที่ผู้ชุมนุมบางส่วนที่นอนหลับกันเรียงรายริมถนนมี คนแก่และหญิงสาว

 

 


หากมีการเลือกตั้งใหม่แล้วพวกเราแพ้ก็พร้อมถอยขอถ้าเลยว่าหากคิดว่าพวกเราเป็นคนส่วนน้อยก็ให้มาสู้กันในสนามเลือกตั้ง


มาดูชีวิตผู้เฒ่าผู้แก่เดินทางมาจากภาคอีสานที่นอนเรียงรายเฝ้าเต็นท์จาก อ.ส่องดาว จ.สกลนคร นายประดิษฐ กาละทอน อาชีพชาวนา กล่าวว่า มาชุมนุมต่อต้านความไม่ชอบธรรม ตอนนี้ของแพง พวกเราชาวบ้านเดือดร้อนสินค้าเกษตรตกต่ำ และรับไม่ได้ที่ไปยืมเงินต่างชาติมาเพื่อแจก เป็นผลตอบที่ไม่คุ้มค่า พวกเราไม่ภาคภูมิใจเลยสักนิด


บัตรประกันสังคมที่มีไว้เฉพาะคนกินเงินเดือน แต่ชาวนาไม่มีอะไรเลย ชนชั้นกลางได้รับสิทธิ์มากมาย แต่คนรากหญ้ามากกว่ากลับไม่มีการรองรับตรงนี้ บัตร 30 บาทรักษาทุกโรคก็รักษาไม่ได้ที่ อ.ส่องดาวบัตรใช้ไม่ได้อีกแล้ว


แบบนี้ต้องยุบสภาอย่างเดียวทำงานแบบที่ไม่ดูแลคนแก่ประชาชนคนยากจนจะเป็นนายกฯได้อย่างไร ปล่อยให้ยาเสพติดระบาดไปทั่ว ยุบกองทุนหมู่บ้านแล้วประชาชนจะเอาที่ไหนกินทำทุนชีวิตนี้ก็ต้องจนดักดานอยู่อย่างนั้น เราไม่มีเงินเดือนที่จะไปกู้ธนาคารได้ "คนรวยมีหนี้ได้แต่คนจนห้ามมีหนี้หรืออย่างไร"  

 

 

เราไม่ได้มาเพื่อเอาทักษิณกลับคืน แต่อยากได้นายกฯที่เข้ามาดูแลพวกเราไปเยี่ยมเยียนกันบ้างไปดูว่าพวกเราลำบากกันแค่ไหน

 

"พวกเสื้อแดงรักพ่อหลวงเสมอยกใส่หัวตลอดสมัยก่อนเวลาท่านไปหาพวกเราก้มกราบนั่งกับพื้นดินไม่ได้ยืนรับแบบคนกรุงแล้วมาอ้างว่าจงรักภักดีกว่าพวกเรา"


วันนี้ประชาชนต้องการความเสมอภาค นายกฯอย่าถือตัวว่าเป็นคนดี คนเก่ง ผู้นำควรลดตัวลงมาเสวนากับประชาชน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นเด็ก ที่ทำให้คนแก่อย่างเราหมดหวังเ ข้าใจว่านายกฯคงเกิดในสังคมที่เจริญแล้วไม่มองสิ่งที่ต่ำกว่า ไม่รู้หรอกว่าประชาชนยากลำบากแค่ไหน

 

ชาวบ้านจากอ.ส่องดาวยังได้ขนข้าวเหนียว อาหารแห้ง ไม้ฟืนที่เป็นเชื้อเพลิงในการ หุงหาอาหารนึ่งข้าวเหนียว มีมะละกอเป็นอาหารหลักไว้กินระหว่างชุมนุม  ชาวบ้านบางคนไม่ได้ใส่สีแดงแต่เป็นเสื้อที่เอามาจากบ้านนุ่งห่ม แม้จะเป็นเสื้อผ้าหลากสีแต่หัวใจสีแดง บางคนไม่มีเงินซื้อสีแดงมีเพียงเสื้อขาด วิ่น  คลุมร่างกาย และขอติดตามมากับรถคันที่จะมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ แบบเสื่อผืนหมอนใบ

 


เมื่อก่อนเราเดินดิน ลูกรัง ตอนนี้มีถนนลาดยาง  รู้แล้วว่าความเจริญคืออะไร  คำพูดที่คุณตาชาวอีสานฝากไว้ให้คิดต่อ


ถัดไปเป็นค่ายพักแรมของสาวๆชาวเหนือที่กำลังเตรียมเข้านอน หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการเตรียมเสบียงมาทั้งวันและไปเขย่าตีนตบท่ามกลางแดดที่ร้อนจัด นอนกันกลางแจ้ง ไม่มีมุ้งกันยุง น่าเสียดายผิวสวยๆจะถูกยุงกัด แต่บรรดาสาวๆบอกพร้อมกันว่า "สู้แม้ยุงกัดก็ไม่กลัว" เสียงของสาวเสื้อแดงจากเมืองเชียงใหม่ที่นั่งรถบรรทุก 6 ล้อเคลื่อนจากเหนือเข้าสู่กรุงเทพเบียดเสียดกันมาเหมือน"ปลากระป๋อง" แล้วยังมานอนกลางถนนพื้นแข็งๆ อดทนกันมาเป็นเดือน


"ต่อให้จ้างก็ไม่มาหรอก"

 

สาวๆตอบหลังเจอคำถามแทงใจพร้อมกับ บอกว่า จริงอยู่เราไม่ใช่คนรวยแต่ก็ไม่ใช่คนจนทั้งหมดใครที่พอมีก็แบ่งกันช่วยกันออกค่าน้ำมันค่าอาหารลงขันกันคนละ 5 บาท10 บาท คนที่มาชุมนุมกลับบ้านไปกลายเป็น "วีรสตรี"(หัวเราะ)

 


นางสมหมาย มาเกตุ อายุ 49 ปี ชาวสวนลำไย ร่างท้วมหนึ่งในกลุ่มผู้ชุมนุมบอกว่าการมาครั้งนี้ได้รับอนุมัติจากสามี พวกเรามาเพื่อประชาธิปไตย ชาวบ้านฉลาดแล้วข่าวสารที่นำเสนอเราคิดเป็นถึงจะบิดเบือนยังไงก็ตาม การที่รัฐบาลพยายามปิดสื่อเสื้อแดงยิ่งทำให้คนเป็นห่วงพี่น้องแห่กันมาเพิ่มขึ้น  เรียกว่ามาด้วยใจ มาด้วยอุดมการณ์ กลับบ้านไม่เกิน 4 วันก็ต้องมาใหม่เพราะว่าเป็นห่วง ข่าวที่ออกมาตรงกันข้ามเหตุการณ์ทั้งหมดเราอยู่ในพื้นที่รู้ดีทุกอย่าง


มันยิ่งทำให้คั่งแค้นถูกยิง แก๊สน้ำตา จนตอนนี้ไม่กลัวตาย ถูกใส่ร้ายจนชิน พวกเราไม่มีที่ระบาย ทำได้แค่ไปคุยกันระหว่างอาบน้ำ พร้อมกับระบายความรู้สึกแลกเปลี่ยนกัน ถึงกรณีที่สื่อรายงานบิดเบือน บอกใครไม่ได้ก็ต้องคุยกันเอง


ถ้าเราไม่ออกมาสู้ครั้งนี้คงไม่มีโอกาสได้ลืมตาอ้าปากไม่ได้อยู่แล้ว เหมือนกับพ่อแม่พี่น้องเราที่เห็นกันอยู่ว่าเป็นอย่างไร ถึงจะลำบาก จะร้อน พวกเราทนได้ ร้อนก็เอาผ้าขนหนูชุบน้ำเช็ดหน้า นายกฯคนนี้เราไม่ได้เลือกมาต้องยุบสภา เลือกตั้งใหม่ เสียงยืนยันจากชาวสวนลำไย


นางบุญนิศา  ไชยสาร อายุ 49 ปี อาชีพผู้จัดการบ้านจัดสรร จ.อุบลราชธานีและลูกสาวน.ส.ศิริณัฐชา ศรีชัย อายุ 18 ปี เรียนที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ จ.นครราชสีมา ลูกสาวแวะมาเยี่ยมระหว่างปิดเทอม กำลังพลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังจากอาบน้ำเสร็จบอกว่า อยู่เฉยไม่ได้จริงๆ แต่ก่อนไม่ได้สนใจอะไรมากมาย แต่กลัวว่าประชาธิปไตยจะย้อนกลับไปยุคเดิมประชาชนไม่ได้รับประโยชน์จากภาครัฐ โครงการต่างๆที่เคยถึงประชาชนหายไปหมดแต่ไปเทให้กับคนชั้นกลาง

 


นางบุญนิศา ในฐานะคนมีการศึกษาเรียนจบปริญญาโทบริหาร ย้ำว่า พวกเราที่มาชุมนุมรู้ว่าไพร่มีจริง จิตใต้สำนึกมันบอกเราว่าระบบอำมาตย์มีจริง ข้าราชการที่เจ้ายศเจ้าอย่าง กดขี่ประชาชน พูดจาไม่ดี ดูถูกคนจน ตัวเหม็น ทำท่ารังเกียจ ไม่เหมือนกับยุคที่ทำให้ระบบบริการประชนเป็นเหมือนบริษัท ทุกคนได้รับสิทธิในการบริการอย่างเสมอภาค

 

ที่ต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อพี่น้องคนไทย ชาวนา ผู้ยากจน คงเพราะพ่อที่เป็นตำรวจสอนให้เราเป็นคนเถรตรงช่วยเหลือคนอื่นสอนให้มองคนเป็นคน


 

เช็คช่วยชาติ 2 พันที่ได้รับมายังไม่ใช้เลยเพราะรู้สึกว่าเอาเปรียบคนจนไม่ภูมิใจ อยากเห็นคนส่วนใหญ่ได้มากกว่า พี่น้องเราชาวนาที่ลำบากกว่าเราแต่ไม่ได้อะไรเลยแบบนี้ไม่ยุติธรรม จึงต้องออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยเพื่อคนส่วนใหญ่ ถ้าคนที่เข้ามาบริหารจากเสียงข้างน้อยมันไม่ใช่ประชาธิปไตย และคนส่วนใหญ่ของประเทศคือคนจน ไม่ว่ารัฐบาลใดก็ตามที่เข้ามาบริหารประเทศคนกลุ่มแรกที่ต้องดูแลคือคนจนต้องให้เขามีสวัสดิการจากภาครัฐ  ถ้าประเทศอยู่ได้เราก็อยู่ได้


ความแตกต่างจังหวัดกับคนในเมืองมีความแตกต่างกันมาก คนจนลืมตาอ้าปากไม่ได้เพราะไม่มีการศึกษา โอทอปซบเซา ยาเสพติดระบาด หากเราทำเพื่อคนหมู่มาก การที่รัฐบาลจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงทหารรวมกันแล้วเลือกตั้งใหม่ได้สบาย แต่รัฐบาลแสดงให้เห็นว่าประชาชนคนจนไม่ได้อยู่ในสายตา รัฐบาลกำลังคิดอะไรอยู่ 


เราทำหน้าที่คอยชงกาแฟ โอวัลตินให้ชาวบ้าน มาอยู่ที่นี่ก็ลำบากแต่เราก็ต้องทนเพื่อชาวบ้านเพื่อญาติพี่น้องชาวนา ใช้เงินส่วนตัวเดินทางมาชุมนุม พาการ์ดส่วนตัวมาคอยดูด้วย เพราะเราต้องพกเงินติดตัวด้วย เนื่องจากเอทีเอ็มแถวนี้ไม่มีเงินให้กดเลย หมดไปเยอะแล้วเหมือนกันแต่คุ้มถ้าจะแลกกับการวางรากฐานที่ดี

ทุกวันนี้ต้องคอยเตรียมตัวตั้งรับกับทหารมือเปล่าจะไปสู้ รถถัง ปืนกล ได้อย่างไร

 

 

เสียงของคนจนที่ไม่อยากถูกผลักให้ตกขอบอีกต่อไป

 

 




เสียงกระซิบจาก"คนเสื้อแดง" อยากบอกดังๆ มีเลือด มีเนื้อ "เจ็บ" เป็นเหมือนกัน

กาลครั้งหนึ่ง..นานมาแล้ว แฝดสยาม อิน-จัน พบรักแรกกับสาวลอนดอน(8)
ค่าจ้างขั้นต่ำ 2559 : โดย สราวุธ ไพฑูรย์พงษ์
ลึกแต่ไม่ลับ โดยจรัญ พงษ์จีน : "ศึกในประชาธิปัตย์"
เหยียดคนจนบนบัตรทอง โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์
หรือสมคิดจะสร้างประวัติศาสตร์ โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์