ระบบการเมืองไทยล้มเหลว โดย ... พีระ พนาสุภน

วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2553 เวลา 12:57:38 น.




ระบบพรรคการเมืองล้มเหลว เพราะมีพรรคการเมืองที่ "เป็นฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้ในเวลาเดียวกัน" เพราะเรา มีพรรคการเมืองที่ "ส.ส.มีชื่ออยู่พรรคหนึ่ง แต่ใจไปอยู่อีกพรรคหนึ่ง" หรือเพราะเรา มีพรรคการเมืองที่ "มีหลงจู๊"


โดย พีระ พนาสุภน

ผู้เขียนมีความเห็นว่า "ระบบการเมืองไทยล้มเหลว" ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

ประการแรก สภาผู้แทนราษฎรล้มเหลว ซึ่งจะเห็นได้จากการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีปี 2554 ที่ ส.ส.ส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจทักท้วง, เสนอแนะ หรือให้แนวทางอย่างสร้างสรรค์ต่อการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อการพัฒนาประเทศ กลับมีแต่การประท้วง, เสียดสี, ยั่วยุ และออกนอกเรื่อง โดย ส.ส.เพียงส่วนน้อยที่ทำตัวเป็น "ดาวสภา"

และจะเห็นได้จากการประชุมเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่ล้มเหลว

เพราะในที่สุดรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็จะอยู่ต่อไปได้เพราะ "เสียงข้างมาก", การโหวตหรือการลงมติโดยอิสระของ ส.ส.ก็มีข้อเคลือบแคลงสงสัยว่า มาจากเจตนาอันบริสุทธิ์เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ?

หรือเป็นเพราะผลประโยชน์ส่วนตัว!

ประการที่สอง ระบบการเลือกรัฐมนตรีล้มเหลว เพราะเป็น "ระบบรัฐมนตรีโควต้า" และเป็น "ระบบรัฐมนตรีต่างตอบแทน" ที่ว่าเป็นระบบรัฐมนตรีโควต้า เพราะการจะมีโอกาสได้เป็นรัฐมนตรีนั้น ขึ้นอยู่กับจำนวน ส.ส.ของพรรค หรือกลุ่มของ ส.ส.ที่มาสวามิภักดิ์, และที่ว่าเป็นระบบรัฐมนตรีต่างตอบแทน ก็เพราะการจะมีโอกาสได้เป็นรัฐมนตรีนั้นขึ้นอยู่กับว่า "เป็นคนของใคร" และขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมของ ส.ส.ผู้นั้นที่มีต่อพรรค...ไม่ใช่ต่อประชาชน

เก้าอี้รัฐมนตรีกลายเป็น "สมบัติผลัดกันชม" แต่เผอิญเป็น "สมบัติของสาธารณะ" ที่ไม่ใช่สมบัติส่วนตัว

ระบบการเลือกรัฐมนตรีแบบนี้ล้มเหลว เพราะไม่ได้คำนึงถึงความรู้ความสามารถและความเป็นคนดีของผู้ที่จะมาเป็นรัฐมนตรี, ไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ และ...ไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึกของคนไทย (ไม่รู้ว่าเห็นคนไทยเป็นอะไร)

"หย่อนบัตรเลือกตั้งให้แล้ว จะทำอะไรก็ได้" ...อย่างนั้นหรือ?

ประการที่สาม ระบบพรรคการเมืองล้มเหลว เพราะเรา มีพรรคการเมืองที่ "เป็นฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้ในเวลาเดียวกัน", เพราะเรา มีพรรคการเมืองที่ "ส.ส.มีชื่ออยู่พรรคหนึ่ง แต่ใจไปอยู่อีกพรรคหนึ่ง", หรือเพราะเรา มีพรรคการเมืองที่ "มีหลงจู๊",

หรืออาจจะเพราะเรา มีพรรคการเมืองที่ "มีเลขาธิการพรรคเป็นเจ้าของพรรค" ฯลฯ

โปรดอย่าลืมว่า พรรคการเมืองเหล่านี้ ได้รับเงินสนับสนุนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็นเงินจากภาษีของประชาชน เพราะเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต้องการให้พรรคการเมืองเป็นพรรคของมวลชน (mass party)

ที่ผู้เขียนเสนอมาเป็นความเห็น "เชิงลบ" แต่ผู้เขียนมีความเห็น "เชิงบวก" มาเสนอด้วย คือ "เราจำเป็นต้องปฏิรูประบบการเมือง"

โดยการสร้างกติกาใหม่ ได้แก่

กติกาใหม่ของระบบการเลือกตั้ง ที่จะตัดวงจรอุบาทว์ ของการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการทุจริต และเป็นกติกาใหม่ที่จะสามารถเลือกคนดีมีความรู้จากหลากหลายสาขาอาชีพเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎรได้

กติกาใหม่ของระบบพรรคการเมือง ที่จะตัดหลงจู๊พรรค เพื่อทำให้พรรคการเมืองเป็นพรรคของมวลชนที่แท้จริง และทำให้ ส.ส.มีอิสระในการลงมติในสภาได้อย่างแท้จริง

ผู้เขียนขอตั้งคำถามสำคัญคือ "ส.ส.จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่?"

อีกทั้งในทางปฏิบัติ...มี ส.ส.จำนวนมากที่สังกัดพรรคในนามเท่านั้น

กติกาใหม่ของระบบสภาผู้แทนราษฎร ที่จะตัด "ม็อบอนาธิปไตย" ที่ใช้วิธีปลุกระดมมวลชนเพื่อมากดดันให้มีการยุบสภาเพื่อหวังผลของการเลือกตั้งใหม่

กติกาใหม่ของระบบสภาผู้แทนราษฎรจะต้องทำให้ สภามีเสถียรภาพอยู่ได้ครบวาระ 4 ปี,

กำหนดให้ ส.ส.มีหน้าที่ออกกฎหมาย และควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินเท่านั้น

และกติกาใหม่ของระบบคณะรัฐมนตรี ที่จะตัด "ระบบรัฐมนตรีโควต้า" และ "ระบบรัฐมนตรีต่างตอบแทน" ได้

กติกาใหม่จะต้องตัดสิทธิ ส.ส.ในการเป็นรัฐมนตรี, และถึงเวลาที่นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรง...หรือยัง?

ระบบการเมืองไทยล้มเหลว จึงทำให้หาทางออกกันด้วยการกดดันทั้งในสภาและมวลชนนอกสภา ให้มีการยุบสภาเพื่อหวังผลการเลือกตั้งใหม่, หาทางออกด้วยการทำรัฐประหารซึ่งรวมทั้งการทำรัฐประหารเงียบ ผู้เขียนจึงหวังว่ากติกาใหม่ที่เสนอมานี้จะเป็นทางออกที่เป็นไปได้อีกทางหนึ่งที่จะปฏิรูประบบการเมืองไทย

กติกาใหม่ที่ผู้เขียนเสนอมานี้อาจจะฟังดูกว้างๆ และขาดรายละเอียด เพราะเป็นเพียงการเสนอ "แนวคิด" เท่านั้น แต่แนวคิดที่ถูกจะทำให้เราเดินถูกทาง

"ปฏิรูประบบการเมือง เพื่อการปฏิรูปประเทศไทย"

 

 








ซีพีเอฟ คว้ารางวัลการพัฒนาด้านก๊าซเรือนกระจกยอดเยี่ยม
กรุงศรี ออโต้ คอนเน็ค’ สานสัมพันธ์อบอุ่น ขอบคุณพันธมิตรดีลเลอร์รถใหม่
สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจจัดกิจกรรม “แรลลี่ชั่งหัวมัน”
คลีนฟู้ดที่คุณต้องไม่อยากปฏิเสธ ที่ ยู เซนมายา ภูเก็ต
ซีพีเอฟ คว้า 27 รางวัล CSR-DIW จากกระทรวงอุตสาหกรรม
ผลฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก วันที่ 22 ต.ค.57
ดิ เอ็มโพเรี่ยม จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟรับเทศกาลฮาโลวีน
Drink Up™ Hydrating Lip Balm ร่วมต้านมะเร็งเต้านม !!
ME by TMB ชวนเซเลบริตี้ร่วมปลุกกระแสวันออมแห่งชาติ
ใหม่ ลอรีเอะ ซูเปอร์ เจนเทิล พลัส อ่อนโยนพิเศษ สำหรับผิวบอบบาง
"ชูวิทย์" ส่งตรงจากอเมริกา "เรื่องเศร้า ตำรวจไทย" "เกาะเต่า" และ "การแทงข้างหลัง"
โสภณ พรโชคชัย : ข้าราชการคนหนึ่งพึงมีทรัพย์เท่าไหร่
คำปราศรัย 38 ปีที่แล้วของ "จาตุรนต์" กับบทเรียนที่ไม่เคยเรียนรู้ในเหตุการณ์ "6 ตุลาฯ 2519"
"ชูวิทย์" เหน็บ "แนวคิด 1 จังหวัด 1 ส.ส."...ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว...ไม่ต้องมีนักการเมืองไปเลย
แน่ใจหรือว่าไทยจะมีทูตสหรัฐปีหน้า ?