เปิด 3พ.ร.บ.การศึกษา-ข้าราชการครู-บุคลากร 2553 แบ่งเขตประถม-มัธยม

วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 13:50:24 น.


พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553


มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

มาตรา 37 การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ยึดเขตพื้นที่การศึกษา โดยคำนึงถึงระดับของการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวนสถานศึกษา จำนวนประชากร วัฒนธรรม

และความเหมาะสมด้านอื่นด้วย เว้นแต่การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษา ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของสภาการศึกษามีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน แบ่งเป็นเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา

ในกรณีที่สถานศึกษาใดจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งระดับประถมฯและระดับมัธยมฯ การกำหนดให้สถานศึกษาแห่งนั้นอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาใด ให้ยึดระดับการศึกษาของสถานศึกษานั้นเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)

ในกรณีที่เขตพื้นที่การศึกษาไม่อาจบริหารและจัดการได้ตามวรรคหนึ่ง กระทรวงอาจจัดให้มีการศึกษาขั้นพื้นฐานดังต่อไปนี้ เพื่อเสริมการบริหารและการจัดการของเขตพื้นที่การศึกษาก็ได้

(1) การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสารและการเรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการ หรือทุพพลภาพ

(2) การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จัดในรูปแบบการศึกษานอกระบบหรือการศึกษาตามอัธยาศัย

(3) การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับบุคคลที่มีความสามารถพิเศษ

(4) การจัดการศึกษาทางไกล และการจัดการศึกษาที่ให้บริการในหลายเขตพื้นที่การศึกษา

มาตรา 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคห้าของมาตรา 38 แห่ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545

"ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งในส่วนที่เกี่ยวกับสถานศึกษาเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าจะอยู่ในอำนาจหน้าที่ของเขตพื้นที่การศึกษาใด ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการ กพฐ."

พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2553

มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในมาตรา 33 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

มาตรา 33 การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ยึดเขตพื้นที่การศึกษา โดยคำนึงถึงระดับของการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวนสถานศึกษา จำนวนประชากร วัฒนธรรม

และความเหมาะสมด้านอื่นด้วย เว้นแต่การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษา ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคำแนะนำของสภาการศึกษามีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน แบ่งเป็นเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา

ในกรณีที่สถานศึกษาใดจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งระดับประถมฯและระดับมัธยมฯ การกำหนดให้สถานศึกษาแห่งนั้นอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาใด ให้ยึดระดับการศึกษาของสถานศึกษานั้นเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการ กพฐ.

ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดการศึกษา หรือมีเหตุผลความจำเป็นอย่างอื่นตามสภาพการจัดการศึกษาบางประเภท คณะกรรมการ กพฐ.อาจประกาศกำหนดให้ขยายการบริการการศึกษาขั้นพื้นฐานของเขตพื้นที่การศึกษาหนึ่งไปในเขตพื้นที่การศึกษาอื่นได้

มาตรา 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคห้าของมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546

"ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งในส่วนที่เกี่ยวกับสถานศึกษาเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าจะอยู่ในอำนาจหน้าที่ของเขตพื้นที่การศึกษาใด ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาฯประกาศกำหนด โดยคำแนะนำของคณะกรรมการ กพฐ."

มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาฯโดยคำแนะนำของสภาการศึกษา มีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่การศึกษา

สำหรับเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ

พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2553

มาตรา 3 ให้ยกเลิกความใน (5) ของมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

(5) กรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งมาจากการเลือกตั้งจำนวนสิบสองคน ประกอบด้วย ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาฝ่ายละหนึ่งคน ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นในหน่วยงานการศึกษาตามที่ ก.ค.ศ.กำหนด ซึ่งสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาฝ่ายละหนึ่งคน ผู้แทนข้าราชการครูจำนวนห้าคน ซึ่งเลือกจากข้าราชการครูสังกัด สพฐ.ในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจำนวนสามคน ข้าราชการครูสังกัด สพฐ.ในเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจำนวนหนึ่งคน และข้าราชการครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจำนวนหนึ่งคน ผู้แทนข้าราชการครูสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือสังกัดกระทรวงวัฒนธรรมจำนวนหนึ่งคน และผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่นสังกัด สพฐ.ในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาฝ่ายละหนึ่งคน

มาตรา 4 ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

มาตรา 21 ให้มีคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เรียกย่อว่า "อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา" และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เรียกย่อว่า "อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา" สำหรับแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา แล้วแต่กรณี ซึ่งประกอบด้วย

(1) ประธานอนุกรรมการ ซึ่งอนุกรรมการเลือกกันเองจากผู้ทรงคุณวุฒิตาม (3) ในการนี้ให้ถือว่าอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (3) มีจำนวนเท่าที่มีอยู่

(2) อนุกรรมการโดยตำแหน่งจำนวนสองคน ได้แก่ ผู้แทน ก.ค.ศ. และผู้แทนคุรุสภา ซึ่งคัดเลือกจากผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ หรือประสบการณ์ ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการศึกษา ด้านกฎหมาย หรือด้านการเงินการคลัง

(3) อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสี่คน ซึ่งคัดเลือกจากผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ หรือประสบการณ์ ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการศึกษา ด้านกฎหมาย และด้านการเงินการคลัง ด้านละหนึ่งคน

(4) อนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หรือเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา แล้วแต่กรณี จำนวนสามคน ประกอบด้วยผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นในหน่วยงานการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาจำนวนหนึ่งคน ผู้แทนข้าราชการครูจำนวนหนึ่งคน และผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่นจำนวนหนึ่งคน

มาตรา 5 ให้กรรมการ ก.ค.ศ. ในส่วนของกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรา 7 (5) ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้มีการเลือกตั้งกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตาม พ.ร.บ.นี้ ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ ในการนี้ ให้กรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตาม พ.ร.บ.นี้อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการ ก.ค.ศ.ในส่วนของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และมิให้นับวาระการดำรงตำแหน่งเป็นวาระการดำรงตำแหน่งต่อเนื่อง

มาตรา 6 ให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาที่มีอยู่ในวันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ ทำหน้าที่เป็น อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาม พ.ร.บ.นี้ ทั้งนี้ ถ้ากรณีมีอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. ตามมาตรา 21(4) คนใดที่สังกัด สพฐ.ในเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ให้อนุกรรมการผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง โดยให้ถือว่า อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาในขณะนั้นมีองค์ประกอบเท่าที่เหลืออยู่ และยังคงทำหน้าที่ต่อไปจนครบวาระ แล้วจึงดำเนินการแต่งตั้งหรือเลือกตั้งอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาม พ.ร.บ.นี้

ในระหว่างที่ยังมิได้ดำเนินการให้มี อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ให้ ก.ค.ศ.แต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ.วิสามัญขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาม พ.ร.บ.นี้ แต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ โดยให้ถือว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญนั้นมีผลผูกพันและใช้บังคับได้ดังเช่น อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา

มาตรา 7 การใดอยู่ระหว่างดำเนินการหรือเคยดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาในวันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ เฉพาะเรื่องการบริหารงานบุคคล การดำเนินการทางวินัย และการอุทธรณ์ที่เกี่ยวกับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา การดำเนินการต่อไปในเรื่องนั้นจะสมควรดำเนินการประการใด และอยู่ในอำนาจของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.กำหนด

 

 








รอลุ้น !! "ศรีสะเกษวีซี"เตรียมดึงนางฟ้าคาซัคสถาน ร่วมตบวอลเลย์บอลไทยแลนด์ลีกฤดูกาลหน้า
ชาวระนองส่ายหัว! ส้วมซึมโผล่บน′ภูเขาหญ้า′ สถานท่องเที่ยวดัง
"เจ้าหญิงภูฏาน"ทรงชื่นชมงานกฎหมายไทย กระบวนการยุติธรรมเชื่อมสัมพันธ์ 2 ประเทศ
เจ๋งอ่ะ! ผุดไอเดียจำลอง "ทางเดินสำหรับมนุษย์โซเชียล" กลางกรุงวอชิงตัน! สกัด "จอมขวาง"
วิพากษ์สูตรเช็กบิล ′ป.ป.ช.′ "สหสาขาวิชาศาสตร์"
"การศึกษาไทย" ในมุมมอง อรุณ วัชระสวัสดิ์
ทูตอังกฤษชี้สัญญาณที่ดีด้านสิทธิเสรีภาพจะทำให้ต่างชาติปรับท่าทีต่อไทย
เคทีซีแจกโปรฯ แรงสุดๆ พบส่วนลดเพิ่ม 20% กับ 3 ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ 25 ก.ค.วันเดียวเท่านั้น
ตั้งเป้ายก"อาเซียน-อียู"หุ้นส่วนยุทธศาสตร์
นักศึกษาป.เอก ม.ขอนแก่นรับรางวัลวิจัยระดับโลก
เธอคือใครกัน? "พัชรี" คนที่ ปปง.ให้แจงที่มาทรัพย์สิน 780 ล้าน เผย"บิ๊กสรรพากร"รู้จักดี !!
ฟังเต็มๆ! "วีระ"เปิดใจเล่าเบื้องหลังปมแลกปล่อยตัว โอด"รับไม่ได้กับสิ่งที่คนไทยด้วยกันทำกับผม" (คลิป)
สยอง! กระบะพุ่งข้ามเลนประสานงานกระบะ ดับคาที่ 4 ศพ สาหัสอีก 3 ราย
คสช.สั่งศธ.แก้ปัญหาเด็กเรียนกวดวิชา
ด่วน ลูกจ้างรถไฟสารภาพแล้ว ลงมือทำร้าย-โยนร่าง "น้องแก้ม" ทิ้งจากโบกี้รถไฟ !
"เจ็บ-ป่วย" เรื่องจิ๊บๆ ซื้อประกันสุขภาพ ออนไลน์ ง่ายเพียงตอบคำถาม 5 ข้อ ก็จบแล้ว!!
Townhouse/ Townhome/ Homeoffice ในเมืองไทยต่างกันอย่างไร? โดยเช็คราคา.คอม
10 เรื่องต้องรู้ ก่อนซื้อทองคำ โดยเช็คราคา.คอม
"Best Buy Moment" โอกาสทองของคนกำลังจะซื้อบ้าน 12 ก.ค. - 31 ส.ค. 57 นี้ เท่านั้น โดยเช็คราคา.คอม
เปิดสุดยอดผลงานชนะเลิศในกิจกรรม “โอกาสสร้างได้ ไม่ต้องรอจับฉลาก” ไม่ดูไม่ได้จริงๆ