ชิดชนก ราฮิมมูลา...จากชายแดนใต้ร่วมกก.ปฏิรูปประเทศ ความยุติธรรมและความเหลื่อมล้ำต้องเร่งฟื้นฟูให้เร็วที่สุด

วันที่ 03 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เวลา 20:30:09 น.


ผศ.ชิดชนก ราฮิมมูลา



ความยุติธรรมและความเหลื่อมล้ำต้องเร่งฟื้นฟูให้เร็วที่สุด


เดินหน้ากันมาระยะหนึ่งแล้วสำหรับกระบวนการปฏิรูปประเทศเพื่อแก้ปัญหาด้านต่างๆ โดยเฉพาะ “ความเหลื่อมล้ำ” ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นรากเหง้าของความขัดแย้งในสังคมไทย โดยรัฐบาลตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด หนึ่งคือ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ที่มี นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน กับสองคือ คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ซึ่งมี ศ.นพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน

         

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า มีตัวแทนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วมในกระบวนการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่นี้ด้วย นั่นคือ ผศ.ชิดชนก ราฮิมมูลา รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

         

ผศ.ชิดชนก เคยให้สัมภาษณ์กับ “ทีมข่าวอิศรา” เอาไว้เมื่อวันที่ประกาศรายชื่อว่าเป็นหนึ่งในคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปชุดของ ศ.นพ.ประเวศ ว่า สาเหตุที่ได้รับเลือกให้ไปร่วมงาน น่าจะเป็นเพราะเธอเคยเป็นหัวเรือใหญ่ในคณะทำงานขับเคลื่อนสันติวิธีในภาครัฐ ของคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ หรือ กอส. ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเพื่อค้นหาแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อปี 2548

         

วันนี้ “ทีมข่าวอิศรา” ได้มีโอกาสพูดคุยแบบยาวๆ กับ ผศ.ชิดชนก อีกครั้ง ถึงแนวคิด แนวทางที่เธอจะทำเพื่อปฏิรูปประเทศทั้งในบริบท “ดับไฟใต้” และ “ดับไฟการเมือง”

 

O รู้สึกอย่างไรที่ได้รับเลือกเป็นหนึ่งเดียวจากชายแดนใต้ในหัวขบวนปฏิรูป?

         

คิดอย่างเดียวว่าเป็นงานที่หนัก และระยะทางอีก 3 ปี (กรอบเวลาของคณะกรรมการฯ) ก็ยาวไกล เพราะเรื่องการปฏิรูปประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ถือเอาวิกฤตินี้เป็นโอกาส ดีกว่าปล่อยให้ปัญหาคาราคาซัง แม้ว่าเสียงสะท้อนจากหลายฝ่ายจะบอกว่าไกลเกินจริง รัฐบาลจะรับแนวทางที่เสนอไปปฏิบัติหรือไม่ หรือกรณีที่มีการเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่จะเป็นอย่างไร แต่จากการประชุมครั้งแรก กรรมการทุกคนก็เห็นตรงกันว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เริ่มต้น

         

ดิฉันคิดว่าเราควรมองในแง่บวกไว้ก่อนว่าเมื่อรัฐบาลเปิดโอกาสให้เราก็ไม่ควรปล่อยให้เสียโอกาสไป หากเราคิดว่าบางอย่างไม่ดีก็ควรเปลี่ยนแปลง

 

O ในระยะเริ่มต้น ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการฯให้ดูเรื่องอะไรบ้าง?

         

ตอนนี้ยังไม่ได้แบ่งงานกันชัดเจนว่าใครทำอะไร แต่จะเห็นได้ว่าผู้ที่มาเป็นคณะกรรมการฯจะทำงานภาคสนาม จะออกแนวเอ็นจีโอเสียเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่ค่อยคุ้นชื่อมากนัก เมื่อเทียบกับคณะกรรมการปฏิรูปประเทศชุดของท่านนายอานันท์ ปันยารชุน

 

         

O การทำงานของคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป จะซ้ำซ้อนกับคณะกรรมการปฏิรูปประเทศของท่านอานันท์หรือไม่?

         

 ไม่ซ้ำซ้อน เพราะคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปไม่ได้อยู่ภายใต้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ แต่จะทำงานคู่ขนานกันไปดังที่ได้รับสมญานามว่าคณะปฏิรูป “อิน-จัน” (เปรียบเทียบเป็นฝาแฝดสยาม “อิน-จัน”)

 

O ถ้าเช่นนั้นหน้าที่หลักของคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปคืออะไร และมีแผนงานอะไรบ้าง?

         

เราต้องหาให้ได้ว่าสังคมที่มีความเป็นธรรมในความฝันของเราและคนไทยควรเป็นอย่างไร และเราจะนำเสนอมาตรการอะไรบ้างที่จะสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เพราะประชาชนในแต่ละภูมิภาคก็มีความรู้สึกต่อความเป็นธรรมไม่เหมือนกัน มีความเหลื่อมล้ำในมิติที่แตกต่างกัน

         

กรอบการทำงานของคณะกรรมสมัชชาปฏิรูปก็คือ ต้องหาคำตอบในประเด็นดังกล่าวให้ได้ก่อน เมื่อได้คำตอบแล้วก็จะนำเสนอข้อมูลทั้งหมดให้กับคณะกรรมการปฏิรูปประเทศของท่านอานันท์ และจะนำไปกำหนดเป็นยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาชาติอีกครั้ง

         

ที่ผ่านมามีการประชุมไปแล้วหลายครั้ง ก็ได้วางกรอบการทำงานไว้ว่าเราจะทำอะไรบ้างในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว รวมทั้งมีภาคส่วนหรือภาคีใดบ้างที่สามารถสร้างความร่วมมือได้ ซึ่งจากที่ได้รวบรวมมาจนถึงขณะนี้มีด้วยกัน 7 ภาคีจากภาคประชาสังคม รัฐ มหาวิทยาลัย เยาวชน เป็นต้น

         

การทำงานในลำดับต่อไปจะเป็นการลงรายละเอียดในแต่ละภาคีที่เข้าร่วมการปฏิรูปประเทศ รวมทั้งกำหนดกรอบการทำงานในประเด็นต่างๆ เช่น คนในสังคมคิดอย่างไรต่อความเป็นธรรม มาตรการอะไรที่จะลดความเหลื่อมล้ำในสังคม จากนั้นก็จะหารือในระดับเครือข่ายว่างานไหนที่ทำได้หรือไม่ได้ และมีวิธีการทำงานอย่างไร ดิฉันเชื่อว่าคณะทำงานแต่ละส่วนมีสิ่งที่อยากทำอยู่ในใจอยู่แล้ว เพราะแต่ละคนล้วนแล้วแต่เป็นคนทำงานในพื้นที่ทั้งสิ้น

 

         

 Oส่วนตัวอาจารย์อยากผลักดันเรื่องใดเป็นพิเศษ?

         

สิ่งที่ได้นำเสนอในที่ประชุมและคณะกรรมการฯก็เห็นด้วย คือเรื่องของกลไกรัฐ เหตุที่นำเสนอเรื่องนี้เพราะเห็นว่า ถึงจะทำนโยบายหรือยุทธศาสตร์ดีอย่างไร แต่ถ้ากลไกของรัฐนำไปปฏิบัติไม่ได้ก็ไม่เกิดประโยชน์ ดังนั้นต้องปฏิรูปกลไกรัฐด้วย ถ้าภาครัฐไม่ให้ความร่วมมือ ความคืบหน้าในการทำงานก็จะไม่ปรากฏ เหมือนกับรายงานของ กอส.เป็นตัวอย่างที่เห็นชัดเจนว่า รายงานทำมาอย่างยาวนาน และใช้เวลาพอสมควร ข้อเสนอต่างๆ ก็ได้รับการยอมรับ แต่กลับไม่ได้ถูกขับเคลื่อนอะไรเลย

         

เช่นเดียวกับนโยบายการแก้ไขปัญหาของประเทศในหลายๆ เรื่องที่ผ่านมา แต่ละนโยบายเป็นเรื่องดี แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าขับเคลื่อนไม่ได้และปฏิบัติไม่ได้ตามนั้น

         

อีกตัวอย่างหนึ่งคือปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นโยบายเสริมสร้างสันติสุขเป็นนโยบายที่ดีมาก และอีกหลายๆ นโยบายที่แก้ปัญหาได้ แต่เมื่อนำมาแปรสู่การปฏิบัติแล้วกลับทำไม่ได้ เพราะมีเรื่องเงื่อนไขกลไกรัฐเกิดขึ้น ทำให้ไม่ประสบผลสำเร็จตามนโยบาย

         

ฉะนั้นปัญหาการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ไปสู่ภาคปฏิบัติ ควรให้ข้าราชการระดับล่างสุดได้พูดบ้าง โดยที่ไม่มีระดับหัวหน้านั่งอยู่ เพราะข้าราชการระดับล่างนั้นเป็นคนทำงานอยู่ในพื้นที่ จะทราบปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นจริงว่าเป็นเพราะอะไร ปัญหาอยู่ที่ระดับบัญชาการ อยู่ที่งบประมาณ หรือกลไกไหน สิ่งนี้คือปัญหาที่เราต้องการให้เขาได้พูดบ้าง เพราะทุกครั้งที่รายงานผลการปฏิบัติงาน ต้นสังกัดจะบอกว่าทุกอย่างดีแล้ว เดินมาถูกทางแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งส่วนตัวมองว่าคงไม่มีใครรายงานปัญหาขึ้นไปอยู่แล้ว

         

เหมือนปัญหาภาคใต้ หน่วยงานที่รับผิดชอบก็รายงานผู้บังคับบัญชาว่าทุกอย่างดีขึ้น แต่เราก็เห็นแล้วว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา หมดงบไปเป็นแสนๆ ล้านแล้วดีขึ้นตามที่รายงานหรือไม่ เพราะฉะนั้นจึงอยากให้หน่วยงานรัฐเปิดใจกว้าง ให้คนระดับล่างสุดได้มีโอกาสร่วมปฏิรูปประเทศบ้าง

         

อีกกลุ่มหนึ่งคือประชาชนที่อยู่ล่างสุดโดยไม่ผ่านแกนนำ เพราะจากการสังเกตมาช่วงเวลาหนึ่ง ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณหรือกิจกรรมก็ดีจะต้องผ่านแกนนำ โดยคิดจากสมมติฐานว่าชาวบ้านไม่กล้าทำอะไร แกนนำเป็นผู้นำ รัฐก็ดึงแกนนำมา แต่แกนนำไปขยายต่อหรือไม่นั้นไม่ทราบ บางทีเปลี่ยนแปลงเป็นเจตนาอื่นหรือไหม เราจึงต้องหาวิธีเข้าถึงประชาชนให้ได้อย่างแท้จริง

         

ส่วนตัวตั้งใจจะขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขต้นตอของปัญหา ทั้งเรื่องโครงสร้างและกฎหมายบางฉบับ ซึ่งที่ผ่านมามีโอกาสร่วมงานกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทำคดีสุไลมาน (นายสุไลมาน แนซา ที่เสียชีวิตในศูนย์ซักถามภายในค่ายทหาร เมื่อ 30 พ.ค.2553) เมื่อได้คุยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการซักถาม ก็มีหลายประเด็นที่ต้องเปลี่ยนแปลง

 

         

O คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปแบ่งพื้นที่การทำงานกันอย่างไร โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้?

         

คงไม่ได้แบ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบ ทุกคนทำงานร่วมกันทั้งหมด เพราะในพื้นที่หนึ่งมีหลายปัญหา ยกตัวอย่างพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาจได้รับงบประมาณในการพัฒนาเป็นจำนวนมาก แต่เหตุใดประชาชนจึงยังยากจนอยู่เหมือนเดิม งบประมาณกักอยู่ตรงไหน ทำไมไปไม่ถึง ทำไมไม่ตรงไปที่รายได้ของครัวเรือน เรื่องแบบนี้คงต้องย้อนกลับไปดูเรื่องเศรษฐกิจ การศึกษา

         

ฉะนั้นจะให้คนๆ หนึ่งจะรับผิดชอบพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งไปเลยคงไม่ได้ แต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดว่าใครจะรับผิดชอบเรื่องใดบ้าง เพียงแต่ในทัศนะของดิฉันเห็นว่าควรทำงานร่วมกันมากกว่า

         

ส่วนปัญหาภาคใต้ก็ควรนำมาเป็นหนึ่งในประเด็นปฏิรูปประเทศด้วย โดยควรใช้โอกาสนี้เดินหน้าไปพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความยุติธรรมและความเหลื่อมล้ำต้องเร่งฟื้นฟูให้เร็วที่สุด

         

 ดิฉันเป็นทั้งอนุกรรมการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเป็นกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ จึงมีแผนที่จะนำเสนอรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปยังคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศอยู่ในใจแล้ว อาทิ เรื่องการต่อต้านการซ้อมทรมาน การระงับการใช้กฎหมายพิเศษเป็นการชั่วคราว การย้ายศูนย์ซักถามซึ่งทางการปฏิบัติขัดกับบรรยากาศเสริมสร้างสันติสุข รวมถึงเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548) ที่มีการต่ออายุมาถึง 20 ครั้ง แต่ทุกอย่างก็ยังไม่ดีขึ้น ลองหยุดใช้ชั่วคราวสัก 3 เดือนโดยปล่อยให้ชาวบ้านเป็นหูเป็นตากันเองดีไหม ดิฉันว่าทำได้

         

ตอนนี้อะไรที่เป็นปัญหา แม้จะเป็นคดีของคนๆ เดียวก็ต้องทำ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าสังคมไทยวันนี้ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมได้ด้วยกลไกรัฐที่มีอยู่ เราต้องทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่า อย่างน้อยการปฏิรูปประเทศเพื่อลดความเหลื่อมล้ำนั้นแก้ไขได้ในวันนี้ โดยไม่ต้องรอ 3 ปีข้างหน้า เช่น กรณีของปัทมา เหมนิมะ (ชาวบ้านสะบ้าย้อย จ.สงขลา ที่สามีถูกจับข้อหาวางระเบิด) ซึ่งเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการติดตามรับเรื่องร้องทุกข์จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ก็ต่อสู้กันพอสมควร สุดท้ายคดียกฟ้อง จบสิ้นกันไป เรื่องแบบนี้อย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่า ถ้าหน่วยงานในระดับนโยบายสามารถทำอะไรแบบเร่งด่วนได้โดยที่ระบบปกติทำไม่ได้ ก็จะทำให้การแก้ไขปัญหารวดเร็วขึ้น

         

ดิฉันอยากให้งานลักษณะนี้ออกมา เพราะไม่ต้องไปหาข้อมูลอะไร เนื่องจากเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์อยู่แล้ว สิ่งใดที่เป็นปัญหา เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์แล้วว่ามีความอยุติธรรม ก็เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำทันที ส่วนเรื่องที่ต้องหาความเห็นร่วมกันทั้งประเทศก็ค่อยว่ากัน ค่อยๆ ทำกันไปในระยะยาว อยากให้สังคมในอนาคตเป็นอย่างไร จะมีมาตรการแก้ไขความเหลื่อมล้ำอย่างไรได้บ้าง เราก็หวังว่าช่องทางนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทุกอย่างเร็วขึ้น

 

         

O มีความจำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีคณะทำงานของสมัชชาปฏิรูปประเทศในพื้นที่ชายแดนใต้ด้วย?

         

จำเป็นอย่างยิ่ง และต้องมีแน่นอน เพราะเราต้องทำงานเป็นเครือข่าย แต่คงจะไม่เลือกการใช้ระดมความเห็นแบบจัดเวที เพราะใช้กันหลายปี ชาวบ้านเอือมระอาหมดแล้ว แต่คงจะมีวิธีอื่นที่เราได้สัมผัสกับประชาชนจริงๆ โดยไม่ผ่านแกนนำ แต่หากมีบางประเด็นที่ต้องผ่านแกนนำก็ต้องทำ

 

         

O หลายคนกังวลว่าบทสรุปของคณะกรรมการปฏิรูปทั้ง 2 ชุดจะเป็นเพียงเอกสารหรือหนังสือเล่มหนึ่งเท่านั้น อาจารย์คิดอย่างไร?

         

บทสรุปของคณะกรรมการฯจะไม่เป็นเพียงแค่ตัวหนังสืออย่างแน่นอน เพราะแต่ละคนที่มาเป็นกรรมการเป็นกลุ่มนักวิชาการรากหญ้าที่เน้นปฏิบัติอยู่แล้ว ส่วนรายงานที่จะทำนั้น ก็จะพูดถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำว่าคืออะไร ความไม่เป็นธรรมคืออะไร และมาตรการคืออะไร ที่สำคัญคือการแปรไปสู่ภาคปฏิบัติที่ต้องทำให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม
 

   (     เรื่องและภาพ โดย แวลีเมาะ ปูซู   โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา   )


 








ผลฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบเพลย์ออฟ นัดแรก
วิริยะประกันภัยจัดอบรมเสริมความรู้ผู้ขอรับใบอนุญาตขับขี่รุ่นที่ 296
ผลฟุตบอล โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก วันที่ 20 ส.ค.57
โปรร้อนๆ ก่อนขึ้นหนาว โรงแรม ยู เซนมายา ภูเก็ต
เปิดโลกการเรียนรู้เทคโนโลยีสุดล้ำแก่เยาวชนไทย ณ เอไอเอส ช็อป@คิดส์ซาเนีย
ฟอร์ติเน็ตเป็นรายแรกในอุตสาหกรรมผลิตไฟร์วอลล์ความเร็วทรูพุธ 1Tbps
รี้ด เทรดเด็กซ์ ร่วมยินดี บ.ควอลิตี้ รีพอร์ท เปิดตัวโรงงานแห่งที่ 2
สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว จัดสัมมนา เตรียมพร้อมรับมือเศรษฐกิจขาขึ้น
โตโยต้า เปิดตัวนวัตกรรมสังคม “โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์”
โรบินสัน เชิญร่วมบริจาคแต้ม “เดอะวันการ์ด”ให้แก่ มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย
แฟนานุแฟนทุกฝ่าย ห้ามพลาด!!! จม.จาก "ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์" ถึง "นงนุช สิงหเดชะ"
จะฮากันไปไหน!! เมื่อชาวเน็ตตัดต่อ "ธีระ นิติราษฎร์" หลังโพสต์บอก "ช่วยตัดต่อภาพนี้ให้หน่อยครับ"
ผู้หญิงสวยๆ สนใจ เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ เพราะความร่ำรวยและมั่งคั่ง จริงหรือ ?
รู้หรือไม่? "นวน เจีย" จำเลยฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเขมร เคยเรียนมหาวิทยาลัยใดในเมืองไทย
"ชูวิทย์" โพสต์ พลเอกประยุทธ์-สุเทพ-สนธิ นี่สินะ "The Power of Change"