ชำแหละ2ปีพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค ปัญหายุ่บยั่บ พ่อค้าลุยฟ้อง กระจาย...ถึงเวลารื้อ ?

วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เวลา 16:41:37 น.




กว่า2 ปีมาแล้วพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551ที่มีผลบังคับ(วันมีผลบังคับใช้ วันที่23 สิงหาคม 2551)

 

 

สิ่งที่น่าประหลาดใจ คือ คดีผู้บริโภค ได้ทะลักขึ้นไปสู่ศาลจำนวนมาก โดย มกราคม-มิถุนายน ปี 2552 มีคดีผู้บริโภคไปสู่ศาล 148,900 คดี ในช่วงเดียวกัน(ม.ค.-มิ.ย.2553) มีการฟ้องคดีผู้บริโภค 139,034 คดี

 

 แต่ปรากฏการณ์ที่สวนทางกับเจตนารมณ์ คือ ผู้ใช้สิทธิตามกฎหมายฉบับนี้ส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 90 คือผู้ประกอบการ ห้างร้าน บริษัท ฯลฯ  ใช้สิทธิไล่เบี้ยประชาชนผู้บริโภค  และมีผู้บริโภคจำนวนไม่มากนักที่ใช้สิทธิปกป้องตนเองตามพระราชบัญญัติฉบับ นี้ 

  

อีกทั้งผู้บริโภคที่ใช้สิทธิเองต่างพบเจอปัญหาและอุปสรรคต่างๆที่ไม่เป็นไป ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย เช่น ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องมีทนายความในการดำเนินคดี , ความล่าช้าในการวินิจฉัยของศาล , การพิจารณาคดีในระบบไต่สวนของศาล , การมีเจ้าพนักงานคดีที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย , การไม่ได้รับการยกเว้นค่านำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องในศาลชั้นต้น เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการใช้สิทธิของผู้บริโภคตามเจตนารมณ์และ วัตถุประสงค์ของกฎหมายฉบับนี้

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่   19 ส.ค. ในงานสัมมนา ศาลอุธรณ์ ภาค 1 กับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชนในวาระ ครบรอบ 20 ปีศาลอุธรณ์ ภาค 1 ได้จัดเวทีเสวนา “1 ปี กับคดีผู้บริโภค : ใครได้ใครเสีย” โดยมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกสภานิติบัญญัติ นายประมวญ รักศิลธรรม ประธานแผนกคดีผู้บริโภค นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และนายสุวิทย์ หมื่นเดช ผู้จัดการฝ่ายป้องกันการทุจริตบัตรเครดิตบริษัทบัตรกรุงไทยจำกัดเข้าร่วมเสวนา

  

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกสภานิติบัญญัติ กล่าว ถึง ปัญหาการใช้กฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคว่า ถึงแม้ว่าหลักการและแนวคิดของกฎหมายนี้จะเน้นขยายความคุ้มครองผู้บริโภคให้ เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้สะดวก รวดเร็ว ประหยัด และเป็นธรรม แต่การบังคับใช้ กฎหมายที่ผ่านมานั้น การวินิจฉัยประเภทคดีว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่นั้น ก่อให้เกิดปัญหาความล่าช้าในการพิจารณาคดี

 

ถึงแม้ว่าผู้บริโภคจะ ยื่นฟ้องคดีที่ศาลชั้นต้นไปแล้ว แต่ผู้ประกอบการก็จะอ้างว่าคดีนี้ไม่เข้าข่ายเป็นคดีผู้บริโภค เรื่องดังกล่าวก็ต้องถูกส่งไปให้ศาลอุธรณ์วินิจฉัยก่อนว่าเข้าข่ายคดีผู้ บริโภคหรือไม่ การพิจารณาคดีที่ศาลชั้นต้นก็ต้องหยุดลงเพื่อรอคำวินิจฉัยออกมาก่อน  เพราะการแยกประเภทคดีจะมีผลต่อการพิจารณาตัดสินคดีและค่าฤชาธรรมเนียม หากไม่ใช่คดีผู้บริโภคก็จะต้องมีการเสียค่าธรรมการยื่นฟ้องแพ่ง  ซึ่งความล่านี้ส่งผลต่ออายุความตามกฎหมาย 

 

 

อีกปัญหาก็คือการตีความ ประเภทคดีที่เกี่ยวพันกันว่าเกี่ยวพันกันหรือไม่ ซึ่งอาจมีความคาบเกี่ยวกันเช่น คดีแพ่งที่ฟ้องผู้ประกอบการเป็นคดีผู้บริโภคนั้น จะคาบเกี่ยวถึง พ.ร.บ.ความรับผิดฯ  อีกหรือไม่ ซึ่งต้องส่งให้ ศาลอุทธรณ์พิจารณาอีกเช่นกัน” นายสุรชัย กล่าว

 

นอกจากนี้ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงประเด็น เรื่องเขตอำนาจศาลตามมาตรา 17 ที่ว่าให้ผู้บริโภคเป็นโจทก์ฟ้องต่อศาลที่มีภูมิลำเนาหรือมูลคดีเกิด ผู้ประกอบการธุรกิจเป็นโจทก์ให้ฟ้องต่อศาลที่มีภูมิลำเนา เรื่องนี้ดูเหมือนจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคแต่กลับกลายเป็นว่า สร้างภาระ เพราะคนทั่วไปไม่ได้ทำงานอยูในภูมิลำเนาของตัวเอง บางคนทำงานอยู่กรุงเทพแต่ถูกฟ้องศาล และศาลได้ส่งเอกสารไปภูมิลำเนาที่บ้านเกิดที่ต่างจังหวัด ก็ต้องกลับไปขึ้นศาลที่ต่างจังหวัด ตรงจุดนี้นายสุรชัยมองว่าควรจะต้องแก้ปัญหา ให้ตีความคำว่าภูมิลำเนาในความหมายอื่นด้วย

 

 

“อีกปัญหาที่พบก็คือการ ปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานคดี ตามมาตรา 20 เจ้าพนักงานคดียังน้อยและไม่มีความพร้อม ซึ่งตามกฎหมายนั้นให้บทบาทเจ้าพนักงานคดีเด่นมากแต่ปัจจุบันยังไม่มี  และกฎหมายมาตรา 44 ว่าด้วยเรื่องความรับผิดชอบของนิติบุคคล หุ้นส่วน ผู้ถือหุ้น ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนั้น ถือเป็นข้อกฎหมายเอื้อประโยชน์ต่อผู้บริโภคในการใช้สิทธิ อย่างกรณีของซานติก้า ศาลชั้นต้นรับฟ้องและมีคำสั่งให้ สืบไปถึงผู้ถือหุ้นของซานติก้า  ผู้บริโภคจึงต้องส่งค่านำหมายให้ผู้ถือหุ้นทั้งหมด ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายในการนำหมายส่งไปแล้วกว่า 10,000 บาท ซึ่งผู้บริโภคต้องออกเอง แต่ภายหลังมีการยกเลิกคำสั่ง ภาระค่าใช้จ่ายตรงนี้จึตกอยู่กับผู้บริโภค และไม่สามารถเรียกคืนได้ ตรงนี้ควรจะจัดการอย่างไร” นายสุรชัยกล่าว

 

 

นอกจากนี้   ระบบการสืบพยานเป็นระบบไต่สวนศาลมีอำนาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบได้เองตาม มาตรา 33 และ 34 แต่ศาลก็ยังไม่มีกระบวนการใช้ส่วนนี้ได้อย่างเต็มที่

 

 

ขณะที่ นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวถึงปัญหาการใช้กฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค ว่าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้ยื่นฟ้องคดีผู้บริโภคไปทั้งหมด 169 คดี แบ่งเป็นรถโดยสารสาธารณะ 94 คดี ประกันภัย 51 คดี สุขภาพ 6 คดี อสังหาริมทรัพย์ 5 คดี มาตรฐานสินค้า 3 คดี โทรคมนาคม 3 คดี คุณภาพบริการ 2 คดี และสัญญาเช่าซื้ออีก 2 คดี

 

 

“ปัญหาที่เราพบก็คือความไม่เพียงพอของเจ้าพนักงานคดี ถือเป็นปัญหาทำให้ไม่สามารถใช้กฎหมายฉบับนี้ได้จริงตามวัตถุประส่งค์และเจต นารามณ์ของกฎหมาย โดยเฉพาะการวิจนฉัยปัญหาข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานโดยศาลเป็นผู้สืบพยาน ซึ่งเป็นภาระของศาล ศาลจึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 4 นี้มอบหมายให้เจ้าพนักงานคดีทำแทนในเรื่องต่างๆ ตามข้อกำหนดประธานศาลฎีกา เพื่อสืบเสาะหรือพิสูจน์ให้ได้มาซึ่งพฤติกรรมและพฤติการณ์ของคู่กรณีว่ามี ความผิดจริงตามฟ้องหรือไม่ แต่ปัจจุบันการสืบหาพยานหลักฐานต่างๆ ยังตกเป็นของผู้บริโภคเช่นเดิม

 

 

นอกจากนี้ผู้บริโภค  ต้องรับภาระส่งหมายเรียกพยานบุคคคล พยานหลักฐาน รวมทั้งต้องเสียค่าธรรมเนียมการนำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง หมายนัดไปยังคู่กรณีเองอย่างกรณีซานติก้าที่ต้องส่งถึงผู้ถือหุ้น 30 คน ต้องเสียเงินกว่า 10,000 บาท” เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคกล่าว

  

 

 เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค  เปรียบเทียบความแตกต่างการใช้ดุลพินิจที่แตกต่างกันของศาลแต่ละ คดี ในการพิจารณาคำร้องผู้บริโภคที่ใช้สิทธิตามมาตรา 44 ที่จะรับพิจารณาคำร้องหรือไม่รับ กรณีตัวอย่างคดีผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากบริษัทสัมพันธ์ประกันภัย และซานติก้าผับ ที่บางศาลจะไม่รับคำร้องหรือรับเป็นบางราย เพื่อไต่สวนเพราะคิดว่าเป็นการกลั่นแกล้งผู้ถือหุ้นและเป็นการเสียเวลา เป็นต้น ทั้งที่ผู้บริโภคได้ใช้สิทธิชี้แจงและยืนยันการใช้สิทธิตามมาตรานี้แล้ว และเป็นการใช้สิทธิผู้บริโภคตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

 

 

“ต่อเรื่องการไม่ต้องใช้ทนายความนั้น เห็นว่าไม่เป็นจริงเพราะบางคดีมีความซับซ้อน ผู้บริโภคจำเป็นต้องมีทนายเพื่อดำเนินคดีอย่างคดีทางการแพทย์ หรือคดีที่ผู้บริโภคถูกฟ้องแย้งและต้องทำคำให้การกลับไป และผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงกฎหมายฉบับที่ได้จริง เช่นการเขียนคำฟ้อง คำร้อง คำเบิกความ หรืออื่นๆได้เองทุกเรื่อง จำเป็นต้องมีทนาย” นางสาวสารี กล่าว

 

"  สิ่งที่ผู้บริโภคคาดหวังก็คือความรวดเร็ว และการมีบรรทัดฐานในการตัดสินคดีที่เป็นแบบเดียวกันของศาล เพราะพบว่าถึงแม้จะเป็นคดีเดียวกันแต่การตัดสินต่างกัน  และอยากให้กฎหมายฉบับนี้เป็นส่วนที่จะทำให้ประชาชนเข้าถึงและใช้ได้อย่างแท้ จริง" เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค  กล่าว

 

 

(    หมายเหตุ  25 สิงหาคม 2553 นี้มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคร่วมกับแผนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพจัดงาน ประชุมสภาปฏิรูประบบกระบวนการยุติธรรม : กรณี 2 ปี พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551  ณ ห้องประชุมนนทรี โรงแรม ทีเค พาเลซ แจ้งวัฒนะ 15 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร  เวลา 08.30-16.30 น. )

 

 








ตรวจสอบดวงท่านวันนี้ กับ คอลัมน์ ดาวกับดวง วันอังคารที่ 2 กันยายน 2557 โดย พิมพ์พรร
"ใบมีดตัดหญ้า มหัศจรรย์" สิ่งประดิษฐ์ฝีมือคนไทย ตัวช่วยกำจัดวัชพืชในไร่ ในสวน
"เเก้ม กวินตา" จวกเละสื่อกีฬาดังผ่านไอจี! หลังใช้ภาพเซ็กซี่ขึ้นปก
นิติเวช ชี้ นักศึกษาเทคนิคปทุมฯ เสียชีวิตตอนรับน้อง เพราะโรคเลือด
นิธิ เอียวศรีวงศ์ : งานศพผิดวัดครั้งใหม่ (2)
"สุขุม นวลสกุล" ชี้จุดเสี่ยงรัฐบาลทหาร "เสียสัตย์เมื่อไหร่ กลายเป็นจำเลย" !!
แม่ร่ำไห้! ลูกสาวม.4 หายตัว พบไลน์ชวนถ่ายแบบ
"อธิการฯมธ."ชงแก้พ.ร.บ.นอกระบบ ให้"กรรมการสภาฯ"อยู่ยาวไม่มีกำหนด
"แหม่ม จินตหรา" โพสต์ตำหนิ ผจก. "โฬม" ทำภาพพจน์พระเอกเสียหาย!
′ผีแดง′ ขาดทุนยับ เลหลังขาย ′คากาวะ′ กลับถิ่น ′เสือเหลือง′ สุดถูกแค่ 6.3 ล้านป.
สลด! ครอบครัว ผอ.รพ. กลับจากรับปริญญากรุงเทพฯ พลิกคว่ำก่อนถึงบ้าน ลูกสาว 2 คนดับคาที่
ระทึก! อาคารระหว่างก่อสร้าง 6 ชั้น ย่านคลองหก พังถล่ม คนงานติดใต้ซาก เสียชีวิตแล้ว 3 ราย (ชมคลิป)
ช็อค! นักเรียนอายุ 12 ปี ที่อุบลฯ ถูกทิ้งอยู่คนเดียว เหตุพ่อแม่ถูกชาวบ้านหาว่าเป็นปอบ
โจรแสบทุบบล็อกแก้วห้องครัวปีนขึ้นบ้านงัดเซฟหญิงเจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างสูญกว่า6ล้าน
ฉาวอีก! สาวแบงค์ "ดอกบัว" โพสต์ภาพหวือโชว์เป้า จัดเต็มคาเครื่องแบบ!