สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ต้นเชสนัท อายุกว่า 150 ปี ที่ "แอน แฟรงค์" เหยื่อสงครามในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ใช้หลบซ่อนตัวจากพวกนาซี ได้หักโค่นลงแล้ว อันเนื่องมาจากพายุลมแรง และฝนตกหนักที่ถล่มเมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 23 สค.ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น

โดยต้นเชสนัทดังกล่าว ประสบกับภาวะโรคเน่าเปื่อยชนิดหนึ่ง ที่บริเวณลำต้นที่สูงจากพื้นประมาณ 90 ซม. และหักโค่นลง ล้มลงบริเวณสวนของบ้านที่อยู่ติดกัน ทำให้กำแพงที่สร้างด้วยอิฐได้รับความเสียหาย แต่ไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
โดยก่อนหน้านี้ มีการจัดตั้งโครงการ "ปกป้องต้นไม้ของแอน แฟรงค์" ขึ้นเมื่อปี 2007 หลังจากที่ทางการเนเธอร์แลนด์ และนักอนุรักษ์ ได้ออกมาประกาศให้โค่นต้นไม้ดังกล่าวลง เนื่องจากเกรงว่า มันจะล้มลงและสร้างความเสียหายให้กับพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ใกล้เคียงกัน และจากชัยชนะของโครงการดังกล่าว ทำให้ต้นเชสนัทดังกล่าวไม่ได้ถูกโค่นลง โดยประชาชนที่อยู่ปริเวณใกล้เคียง และนักรณรงค์บางส่วน ให้ความเห็นว่า ต้นไม้ดังกล่าวถือเป็นสัญลักษณ์ของ "เสรีภาพ" และจำเป็นต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด ในการรักษาต้นไม้ต้นนี้ไว้

แต่เนื่องจากลำต้นของมันเกิดความเสียหายอย่างหนัก อันเนื่องมาจากการกัดกินของเชื้อราและแมลงชนิดต่างๆเป็นจำนวนมาก นักอนุรักษ์จึงจำเป็นต้องนำคานเหล็กเมื่อมาค้ำยันบริเวณรอบๆต้นไม้ดังกล่าว
ในหนังสือไดอารี่ของ "แอน แฟรงค์" ได้มีการกล่าวถึงต้นไม้ต้นนี้หลายครั้ง ระหว่างช่วง 25 ปี ที่เธอซ่อนตัวจากพวกนาซี โดยจากตอนหนึ่งของบันทึก เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 1944 กล่าวว่า "จากจุดบนพื้นที่ฉันชอบมาอยู่นี้ ฉันมองขึ้นไปบนท้องฟ้าสีคราม ซึ่งเผยให้เห็นต้นเชสนัท ซึ่งกิ่งก้านของมันเต็มไปด้วยหยดน้ำฝนที่เปล่งประกาย เฉกเช่นสีเงิน ขณะที่นกนางนวล และนกชนิดอื่นๆต่างโผบินร่อนลม"
แอน แฟรงค์ เสียชีวิต ในช่วงเดือนมีนาคม ปี 1945 เมื่อมีอายุได้ 15 ปี ในปีถัดมา ที่ค่ายกักกันเบอร์เกน-เบลเซ่น แคว้นโลเวอร์ แซ็กโซนี ประเทศเยอรมนี