"อิตาเลียนไทย" คว้าบิ๊กโปรเจ็กต์ 6 หมื่นล้าน ท่าเรือน้ำลึกทวาย-ท่อส่งน้ำมัน-ถนนเชื่อมไทยพม่า

วันที่ 05 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 เวลา 10:35:58 น.




อิตาเลียนไทยฯคว้าบิ๊กโปรเจ็กต์ สัมปทาน60ปีพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย นิคมอุตสาหกรรม เส้นทางเชื่อมไทยพม่า ท่อส่งน้ำมัน โรงเหล็ก รวมทั้งศูนย์การค้า ศูนย์ท่องเที่ยว ฯลฯ มูลค่ารวม2หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6 หมื่นล้านบาท เตรียมอ้าแขนเชิญผู้สนใจเข้าร่วมลงทุน

 

นางนิจพร จรณะจิตต์  กรรมการรองประธานบริหารอาวุโส บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 บริษัทฯ ได้ร่วมลงนามใน Framework Agreement กับ Myanma Port Authority, Ministry of Transport ของสหภาพพม่า เพื่อดำเนินการพัฒนาโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย นิคมอุตสาหกรรม และเส้นทางคมนาคมเชื่อมระหว่างประเทศไทยกับสหภาพพม่า ซึ่งบริษัทฯเป็นผู้ได้รับสัมปทานในการพัฒนาโครงการ ประกอบด้วย


1) ท่าเรือน้ำลึก
2) นิคมอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อาทิ โรงเหล็ก โรงปุ๋ยโรงไฟฟ้า และสาธารณูปโภคอื่นๆ
3) เส้นทางการคมนาคมได้แก่ ถนน ทางรถไฟ และท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เชื่อมระหว่างเมืองทวาย สหภาพพม่า กับประเทศไทยที่บ้านพุน้ำร้อน จังหวัดกาญจนบุรี
4) ที่พักอาศัย ศูนย์การค้า ศูนย์การท่องเที่ยว รีสอร์ท และศูนย์พักผ่อนบริษัทฯ

 

"บริษัทฯ ในฐานะผู้ถือสัมปทานในการพัฒนาโครงการ จะได้เชิญนักลงทุนที่มีความชำนาญในแต่ละประเภทธุรกิจเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าว" หนังสือที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ระบุ


สำหรับระยะเวลาของการพัฒนาโครงการ: สัญญาฉบับนี้มีอายุ 60 ปี ซึ่งสามารถต่ออายุสัญญาได้อีกตามที่จะตกลงในอนาคต โดยระยะเวลาการพัฒนาโครงการจะแบ่งเป็นช่วง


ระยะเวลา (Phasing) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแผนการพัฒนาโครงการแต่ละประเภทในรายละเอียด อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะได้เร่งดำเนินการก่อสร้างเส้นทางคมนาคมถนนเชื่อมระหว่างเมืองทวาย สหภาพพม่า มายังประเทศไทยที่บ้านพุน้ำร้อน จังหวัดกาญจนบุรี และเร่งรัดจัดหาผู้ร่วมลงทุนในโครงการท่าเรือก่อนเป็นอันดับแรก ทั้งนี้เพื่อผลักดันให้โครงการในภาพรวมสามารถรุดหน้าได้โดยไม่ล่าช้า โดยคาดการณ์เงินลงทุนถนนและท่าเรือน้ำลึกทวาย ประมาณ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (Full Phase) แต่ในการพัฒนาจะพัฒนาเป็นช่วงระยะเวลา (Phasing) ดังกล่าวข้างต้น (เทียบอัตราแลกเปลี่ยน30บาท/ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 60,000 ล้านบาท)

 

 

อนึ่ง โครงการนี้ถือเป็นศูนย์กลางระบบโลจิสติกส์และการค้าขนาดใหญ่ของภูมิภาค ซึ่งจะเชื่อมโยงการขนส่งและการค้าระหว่างประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศในแถบทะเลจีนใต้ ผ่านทะเลอันดามัน ไปสู่มหาสมุทรอินเดียซึ่งเป็นเส้นทางที่สามารถส่งสินค้าทั้งไปและกลับทางน้ำผ่านไปสู่กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง, ทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกา ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่งได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งจะช่วยพัฒนาการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจในประเทศไทย, สหภาพพม่า และประเทศอื่นในภูมิภาคให้เจริญเติบโตในระยะยาวต่อไป









อื้อหื้อ!! "เเพนเค้ก" ใจเด็ด "โนบรา" ขึ้นปกนิตยสารดัง Marie Claire
บัดสี! นักเรียนชายหญิงนอนนัวเนีย ไม่สนอยู่ในเขตวัด !!
ยังจำได้ไหม? "วิน ธาวิน" เรียนจบโทเตรียมกลับมาเล่นละครเเล้วนะ!!
เเววสวยเหมือนเเม่ "น้องนามรูป" ลูกสาว "ไก่ มีสุข" โตเร็วมาก 11 เดือนเเล้ว!!
ซาอุฯ ประหารชีวิตนักโทษด้วยวิธีตัดศีรษะ 4 ราย หลัง′คิงซัลมาน′ครองราชย์ไม่ถึงสัปดาห์
"สุดอึ้ง"หมดสภาพ! กองทัพเยอรมนีวิกฤตหนัก ไม่มี"รถหุ้มเกราะ"ใช้"ซ้อมรบ" -ฮ.บินได้แค่ 3 ชม.
′ซิโก้′ส่อไม่ดึง′มุ้ย′เล่นคิงส์คัพ′43 ตั้งคำถามหลายข้อ
ดาราสาว "เคท ฮัดสัน" สวยเด่นอีกแล้ว คราวนี้มาพร้อมชุดแดงแรงฤทธิ์ วับๆ แวมๆ กำลังงาม
“หมอวรงค์” ขออโหสิกรรม “ยิ่งลักษณ์”และพวก ก่อนบวชสวนโมกข์เสาร์นี้
ไม่ง้อผู้ชาย! หญิงสาว"แต่งงาน"กับตัวเอง หลังหาแฟนไม่ได้ -จัดยาว"ฮันนีมูน" (ชมภาพ)
เป็ดเนื้อ ในระบบฟาร์มปิด แบบชาวบ้าน
ข่าวดี ! ประกาศแล้ว ระเบียบรับซื้อไฟฟ้า Solar PV Rooftop จุดเปลี่ยนประเทศไทย !!! (เปิดดูได้ที่นี่)
กรมการบินพลเรือนสั่งห้ามสายการบิน"บิสซิเนส แอร์"ทำการบิน อ้างหนี้ค้างอื้อ บริษัทโร่แจงผ่านเฟซบุ๊ก
ทำได้ไง? ′ตู้เย็นไม่ใช้ไฟฟ้า′ ประหยัดเงิน ประหยัดพลังงาน (ชมคลิป)
เหตุใด อิสราเอล ต้องการแรงงานไทย ไปเก็บ"ผลกระบองเพชร" ?