"ดร.สมภพ" วิเคราะห์ความเสี่ยง "ฟองสบู่แตก-เงินเฟ้อ" พิษมาตรการ QE แสนล้านของพี่เบิ้มสหรัฐฯ

วันที่ 08 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 เวลา 14:14:35 น.




มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณ (QE) รอบ 2 ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกฤทธิ์เศรษฐกิจเอเชียระส่ำ หลายประเทศงัดมาตรการสกัดเงินท่วม-ค่าเงินแข็ง

 

มาตรการ QE    ที่ออกมาครั้งนี้ไม่ได้ต่างจากที่ตลาดคาดมากนัก แต่สิ่งที่สร้างความผิดหวังประการหนึ่งคือ การวางแผนเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลมูลค่า 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือนติดต่อกันจนถึงเดือนมิถุนายนปีหน้า คิดเป็นเม็ดเงินรวม 6 แสนล้านดอลลาร์

 

นอกเหนือจากเม็ดเงินก้อนใหม่แล้ว เฟดยังใช้เงินอีก 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน เพื่อซื้อพันธบัตรใหม่ทดแทนลอตเก่าที่ครบกำหนดไถ่ถอนไปแล้ว ซึ่งจะส่งผลให้แต่ละเดือนเฟดอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบราว 1.1 แสนล้านดอลลาร์ต่อเดือน

 

อย่างไรก็ตามบางฝ่ายมองว่า มาตรการ QE ในระดับนี้อาจไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจที่อ่อนแออย่างยิ่งของสหรัฐ

 

โจเซฟ แกกนอน จากสถาบันปีเตอร์สันระบุว่า โดยทั่วไปหากต้องการให้อัตราการว่างงานลดลง 1% เฟดจะต้องเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาวมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งหากเป็นไปตามสูตรนี้ การอัดฉีดเงินรอบใหม่ของเฟดก็จะทำให้อัตราการว่างงานลดลงเพียง 0.5% เท่านั้น และภายในสิ้นปีหน้าสหรัฐก็จะยังคงมีอัตราการว่างงานสูงราว 8%

 

สำหรับปฏิกิริยาตอบรับของประเทศเอเชียนั้น พบว่าบางประเทศประกาศอาจต้องเดินหน้ามาตรการเพื่อควบคุมการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติ ที่เป็นผลจากการอัดฉีดเงินรอบใหม่ของสหรัฐ จากปัจจุบันที่เงินทุนไหลเข้ามหาศาลได้เพิ่มแรงกดดันทำให้สกุลเงินในภูมิภาคนี้แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นกว่า 11% เงินวอนเกาหลี 6% และเปโซฟิลิปปินส์ที่แข็งค่าขึ้น 8%
 
ดร. สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ กล่าวว่า ทุกครั้งที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกมาตรการ QE ช่วง 2 วันแรกตลาดหุ้นจะวิ่งขึ้น แต่จากนั้นจะตกต่อ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยทางเทคนิคด้านจิตวิทยา ไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งมาตรการ QE ที่ออกมารอบสองนี้เชื่อว่าไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐให้ฟื้นได้ภายใน 6 เดือน เพราะสหรัฐมีปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งภาคเศรษฐกิจจริงและภาคการเงินที่ไม่ได้แก้ไขเลยในช่วง 2 ปีที่เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์

 

"สหรัฐไม่ได้มีปัญหาสภาพคล่อง เพราะถ้าไปดูงบดุลของบริษัทจดทะเบียนจะพบว่ามีกระแสเงินสดถึง 90,000 ล้านดอลลาร์ ปรับสูงขึ้นจาก 2 ปีก่อนที่มีอยู่ประมาณ 70,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนสถาบันการเงินก็มีสภาพคล่องส่วนเกินถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ เพราะฉะนั้นปัญหาคือ เงินในระบบไม่หมุน เห็นได้จากเงินเฟ้อที่อยู่ระดับต่ำเพียง 1% ดังนั้นยิ่งปั๊มเงินเข้าไปอีกก็น่าจะสร้างปัญหามากกว่าแก้ปัญหา ที่สำคัญจะทำให้มีเงินไหลออกเข้ามาในภูมิภาคเอเชียที่เศรษฐกิจดีกว่าเพิ่มขึ้นอีก" นายสมภพกล่าว

 

ส่วนเรื่องนโยบายอัตราดอกเบี้ยควรใช้ ดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจเป็นสำคัญ แต่คงไม่สามารถใช้ในการช่วยชะลอเงินทุน ไหลเข้าได้

 

"คาดว่าการประชุม กนง.ครั้งต่อไปต้นเดือน ธ.ค.นี้อาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพราะมีความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อและฟองสบู่" ดร.สมภพกล่าว

 

( เปิดดู คลิป สัมภาษณ์พิเศษ บทวิเคราะห์ มาตรการ QE ของพี่เบิ้มสหรัฐฯ ออกฤทธิ์ถล่มเอเชีย  จับตาความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อ ฟองสบู่แตก  )

 








ชมคลิปนาทีระทึกขวัญ "ฉลามหัวค้อน" ว่ายไล่ตามนักพายเรือระยะทางกว่า 2 ไมล์!!
(ชมคลิป) 3นศ.แสบแอบจิ๊กรูปปั้นแมคโดนัลด์ หลังวางแผนให้เพื่อนอีกคนทำทีขับรถไปสั่งอาหาร
ภารกิจประวัติศาสตร์! ยุโรปเฮลั่น ส่งยานสำรวจลง"ดาวหาง"สำเร็จ หลังติดตามนานนับ 10 ปี (ชมคลิป)
จีนสุดทนประจานหนุ่มขับรถแย่ที่สุดในปฐพี ขับมา4ปี "ทักษะไม่ช่วยอะไร ถอยรถไม่เป็น!"(ชมคลิป)
ตะลึง สิงโตทะเล"หงุดหงิดรำคาญ"หมาเห่าไม่เลิก จับ"เหวี่ยงลอยออกจากเรือขึ้นฝั่ง"เฉย (ชมคลิป)