กัญชาในฐานะยา (Medical Marijuana)

วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เวลา 18:00:00 น.




โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

เมื่อ พ.ศ.2525 ผู้เขียนเคยขึ้นไปทำงานบนดอยวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ในงานเริ่มแรกของโครงการพัฒนาที่สูงไทย-เยอรมัน ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) ที่มีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมให้ชาวไทยภูเขาเลิกปลูกฝิ่นด้วยปลูกพืชอย่างอื่นทดแทน โดยสามารถมีถนนหนทางขนส่งพืชผลมาสู่ตลาดได้ ตลอดจนพัฒนาทางด้านการศึกษา สาธารณสุขอย่างครบวงจร

การไปทำงานครั้งนั้นทำให้ผู้เขียนได้รับความรู้ว่าชาวไทยภูเขาได้ใช้ฝิ่นเป็นยารักษาโรคนานาชนิด อาทิ แก้บิดเรื้อรัง แก้ลงแดง แก้ปวด น้ำมูกไหล ปวดหัว เหงื่อออกมาก เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน กระสับกระส่าย กล้ามเนื้อกระตุก ท้องเดินอย่างรุนแรง หายใจหอบ ส่วนขี้ยาฝิ่นมีรสเบื่อเมามีสรรพคุณแก้บิดปวดเบ่ง แก้อาการลงแดง แก้ไอ และทำให้นอนหลับ

ฝิ่นมีองค์ประกอบทางเคมีเป็นอัลคาลอยด์มากกว่า 30 ชนิด ที่สำคัญและในปัจจุบันยังใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ ได้แก่ มอร์ฟีน โดดีอีน ใช้เป็นยาแก้ปวด เป็นยานอนหลับ ส่วนนอสคาพีน ใช้เป็นยาระงับอาการไอ และพาพาเวอรีนเป็นยาคลายกล้ามเนื้อ

ครับ! ฝิ่นถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์อย่างถูกต้องมานานนักหนาแล้วเนื่องจากของทุกอย่างย่อมมีประโยชน์และโทษด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นข้าว เป็นเนื้อสัตว์หรือสิ่งบริโภคนานาชนิด หากบริโภคในปริมาณที่เกินพอดีก็ย่อมเป็นโทษทั้งสิ้น ดังนั้น การใช้ยาเสพติดภายใต้การควบคุมทางการแพทย์จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

อีทีนี้ก็มียาเสพติดแบบเดียวกับฝิ่นคือ กัญชาที่กำลังเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตในสหรัฐอเมริกาขณะนี้ทีเดียวแหละครับ เนื่องจากกัญชา (Marijuana) เป็นยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย แต่ได้มีการเคลื่อนไหวลงประชามติกันตามบรรดามลรัฐต่างๆ ของสหรัฐอเมริกาโดยมีทางเลือก 2 ทางคือ

1.ให้กัญชาเป็นยาเสพติดที่ถูกต้องตามกฎหมาย (Legalize) เหมือนบุหรี่ เสียเลย

2.ยกเลิกโทษทางอาญาที่เกี่ยวกับกัญชา (Decriminalize) และให้กัญชาเป็นยารักษาโรคชนิดหนึ่งภายใต้การควบคุมของแพทย์แบบมอร์ฟีนที่ใช้ในการแก้ปวดนั่นแหละ

สำหรับมลรัฐแคลิฟอร์เนียที่ให้กัญชาเป็นยารักษาโรคได้มาหลายปีแล้ว เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานี้ได้มีการลงประชามติที่จะให้ประชาชนตัดสินว่าจะให้กัญชาเป็นยาเสพติดที่ถูกกฎหมายหรือไม่? ซึ่งผลการลงประชามติก็ออกมาว่าไม่ให้กัญชาเป็นยาเสพติดที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ให้คงไว้ว่ากัญชาเป็นยารักษาโรคภายใต้การควบคุมของแพทย์

ความจริงกัญชาก็เป็นสมุนไพร มีสรรพคุณคือ ใบใช้รักษาโรคหอบหือ วิธีนำมาใช้โดยการนำเอาใบสดมาหั่นให้เป็นฝอย แล้วนำเอาไปตากแห้ง จากนั้นก็นำมาสูบใช้เป็นยารักษาโรค ยอดอ่อน เมื่อนำมาสกัดด้วยแอลกอฮอล์ ซึ่งจะได้สารชนิดเรียกว่า ทิงเจอร์แคนเนบิสอินดิคา เป็นยาน้ำมีสีเขียวเมื่อกินเข้าไป ประมาณ 5-15 หยด ก็จะช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท เป็นยาสงบเส้นประสาท ทำให้นอนหลับ เคลิ้มฝัน เป็นยาแก้อักเสบ (anti-inflammation) เป็นยาระงับปวด (analgesic) แก้โรคสมองพิการ แก้โรคบิด แก้ปวดท้อง และแก้โรคท้องร่วง เป็นต้น

เส้นใยของลำต้น ใช้ในการทอผ้า ซึ่งจะได้ผ้าที่มีคุณภาพดี เหนียว คงทนมาก ดอกใช้เป็นยารักษาแก้โรคประสาท เช่น คิดมาก นอนไม่หลับ ใช้กับผู้ป่วยที่เบื่ออาหารโดยใช้ปรุงอาหารให้กินช่วยกัดเสมหะในคอ โดยใช้ดอกของมันผสมกับยาฉุนพญามือเหล็ก หั่น แล้วใช้สูบ เมล็ด น้ำมันที่ได้จากการเมล็ดเป็นน้ำมันไม่ระเหย (fixed oil) ซึ่งจะนำมาใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น ใช้ทำสบู่ สีทาบ้าน เป็นต้น

นอกจากนี้เศษกัญชาที่ได้จากการสกัดเอาน้ำมันออกแล้ว ยังใช้เป็นอาหารของโค กระบือ ได้ด้วย

ปัจจุบันนี้คนเราเป็นมะเร็งกันมากเหลือเกิน เมื่อรักษาก็มักใช้คีโมเทอราปี (Chemotherapy) ที่เรียกกันติดปากว่าให้ "คีโม" หรือการให้ "ยาเคมีบำบัด" เป็นการใช้ยาหรือสารเคมีเพื่อระงับการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งที่แบ่งตัวผิดปกติ แต่ร่างกายปกติของคนเราจะมีเซลล์ที่แบ่งตัวเร็วเช่นกัน โดยเฉพาะเซลล์ที่ผม เซลล์ไขกระดูกที่สร้างเม็ดเลือด เซลล์ของผิวหนังหรือเซลล์ที่ปาก และเซลล์ที่อยู่ในระบบทางเดินอาหาร คือกระเพาะอาหาร ลำไส้ เมื่อให้ยาเคมีบำบัดเซลล์ปกติเหล่านี้จะถูกทำลายไม่ให้มีการแบ่งตัวไปด้วย

ดังนั้น เวลาให้ยาเคมีบำบัดแก่ผู้ป่วยมะเร็งจะเกิดอาการข้างเคียง เช่น ผมร่วง ผิวหนังมีสีผิดปกติ ผิวแห้ง ถ้าเกิดที่ปากก็ทำให้ปากเป็นแผล เกิดที่ระบบทางเดินอาหารก็ทำให้ปวดท้อง ถ่ายเหลว ท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน (ที่สหรัฐอเมริกาได้ให้กัญชาสูบแก้อาการดังกล่าว) เกิดที่ไขกระดูกที่สร้างเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวก็จะทำให้ปริมาณเม็ดเลือดลดลง ซึ่งปัจจุบันนี้มียาที่ช่วยรักษาอาการที่มาจากผลข้างเคียงของการใช้คีโคที่ผลิตมาจากกัญชาหลายขนาน อาทิ Nabilone, Marinol, Sativex

ความจริงเรื่องกัญชานี้เป็นนโยบายของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่ยอมรับความจริงว่า ปัญหายาเสพติดที่เป็นโทษไม่รุนแรงอย่างกัญชานั้น สร้างปัญหาสังคมในแง่ของการบริหารงานยุติธรรมเป็นอย่างยิ่งเนื่อง จากรายงานของสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) แสดงโดยนัยยะทางสถิติว่าทุกๆ 45 วินาที โดยเฉลี่ยจะมีการจับกุมผู้ที่สูญกัญชา 1 คน ในสหรัฐอเมริกา ดังนั้น จำนวนผู้ที่ถูกจับกุมโดยตำรวจของสหรัฐอเมริกาจึงเป็นพวกที่สูญกัญชามากกว่าพวกที่ถูกจับกุมโดยความผิดอาญาที่ร้ายแรงเช่นฆาตกรรม ข่มขืนทางเพศ ทำร้ายร่างกาย ฉก ชิง วิ่งราว จี้ และปล้นรวมกันทั้งหมด

ด้วยข้อเท็จจริงนี้เองเป็นสาเหตุให้จำนวนนักโทษในคุกทั่วสหรัฐอเมริกามีจำนวนเป็นสัดส่วนสูงที่สุด เมื่อเทียบกับบรรดาประเทศที่พัฒนาแล้วในยุโรปทั้งหมด ซึ่งในจำนวนนักโทษที่ติดคุกเพราะสูญกัญชานั้นมีกว่า 6 ล้านคน จากรายงานของสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา (DEA)

ครับ! Decriminalize กัญชาเสียและให้กัญชาเป็นยารักษาโรคภายใต้การควบคุมของแพทย์ จึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เพราะตำรวจจะได้ทำงานที่ควรต้องทำเสียที

แล้วประเทศไทยเราละครับ? กัญชาเป็นสินค้าส่งออกได้นะ!








ไอแบงก์ ร่วมงาน Thailand Smart Money สัญจรสุราษฎร์ธานี
เชิญร่วมทริปถ่ายภาพกับกิจกรรม Photowalk 77 จังหวัดของไทย
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย เปิดตัว GMA สวิทช์เกียร์ Metal Clad รุ่นไฮเอนด์
กฟน.จัดสัมมนากระชับสัมพันธ์ลูกค้าธุรกิจอุตสาหกรรม
โครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ดูงานฮ่องกง
เอไอเอส จับมือ ไอ-สปอร์ต มอบรางวัลทองคำมูลค่ารวม 500,000 บาท ให้คอบอล
สุดยอดอาเซียน
บริษัท C&G โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีการกำจัดขยะ
ดนตรีในสวนสัญจร
ทีฟาล์ว ชวนเปลี่ยนเครื่องครัวเก่าเป็นขาเทียม พร้อมลุ้นรางวัล 3 ต่อ
สมลักษณ์ จัดกระบวนพล : คำวินิจฉัยของศาลที่สั่นสะเทือนสังคมไทย
โฉมหน้า ′ครม.ประยุทธ์ 1′
นศ.ศึกษาศาสตร์ มช.ไม่เข้ารับน้อง เผยถูกสังคมเเซงชั่นหนัก! วอน ขอให้คนไม่เห็นด้วยมีที่ยืนบ้าง
นิธิ เอียวศรีวงศ์ : งานศพผิดวัดครั้งใหม่ (1)
วสิษฐ เดชกุญชร : ตำรวจ : หอกข้างแคร่ของรัฐบาล