โรคของคนไทยที่ร้ายแรงที่สุดในรอบทศวรรษ "3 ม 2 ข 1 ร" วัคซีนแก้อุบัติภัยบนถนน

วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เวลา 19:00:00 น.




นายแพทย์วิทยา ชาติบัญชาชัย

ประธานแผนงานสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรในระดับจังหวัด สอจร. และ สสส.
ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือขององค์การอนามัยโลก (WHO)  ด้านการควบคุมป้องกันอุบัติเหตุ
------------------------------

 หลักการดำรงชีวิตประการหนึ่งที่เราทุกคนได้รับการปลูกฝังมาแต่เด็กๆคือ การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ   การเจ็บป่วย เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้นกับตัวเอง
 ยิ่งการเจ็บป่วยที่รุนแรงจนถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิต ยิ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนจะระมัดระวัง และหลีกเลี่ยง
อะไรก็ตามที่จะทำให้ต้องป่วยเป็นโรคนั้นๆ ก็พยายามไม่เข้าไปใกล้ชิด  เพราะฉะนั้น อะไรที่สามารถจะป้องกันได้ ก็ขวนขวายหาทางป้องกัน เช่นฉีดวัคซีน กินยา กินอาหารที่ถูกสุขลักษณะ
 แต่ในรอบสิบปีที่ผ่านมา มีโรคอยู่โรคหนึ่ง 
 ที่มีคนเจ็บป่วยวันละกว่า 4000 คน
 ป่วยหนักจนถึงเสียชีวิตถึงวันละ 40 คน หรือ 12,000 คนต่อปี (เทียบเท่ากับเครื่องบินโบอิ้งตกปีละเกือบ 40 ลำ)
 คนที่หายป่วย ในแต่ละวันต้องกลายเป็นคนพิการ ถึงวันละ 60 คน
 ในปีหนึ่งๆ มีคนเจ็บป่วยจากโรคนี้หลายแสนคน ต้องเสียชีวิตจากโรคนี้ ถึงหมื่นกว่าคน 
เป็นภาระในการดูแลรักษามากมายมหาศาล   เป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของสังคมทุกระดับ   เป็นโรคที่รุนแรงยิ่งกว่าไข้เลือดออกหลายเท่า   รุนแรงกว่าโรคฉี่หนูหลายสิบเท่า  รุนแรงยิ่งกว่าไข้หวัดสองพันเก้าหลายร้อยเท่า  ซึ่งน่ากลัวมาก และไม่มี โรคไหนอีกแล้วในบ้านเรา ที่ร้ายแรงเท่ากับโรคนี้
 โรคที่ว่านี้  เป็นโรคปัจจุบัน เกิดได้กับทุกคน   ไม่เลือกเพศ เลือกวัย เกิดได้กับคน  ทุกอายุ  ทุกวัน ทุกเวลา ทุกที่ ทุกจังหวัด ทั่วประเทศ เป็นโรคที่ใกล้ตัวเรามากมาย ขอเพียงให้ออกจากบ้าน ก็สามารถเกิดโรคนี้ได้แล้ว
 โรคที่ว่านี้ก็คือ…………….. โรคที่เกิดจากการบาดเจ็บ จากอุบัติเหตุบนท้องถนน
 แปลกที่ว่าโรคนี้คนไทยเราไม่ค่อยกลัว ทั้งที่เจ็บหนัก ตายมาก   ซึ่งสวนทางการความคิด และความเชื่อที่ยึดถือเรื่องการไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐอย่างสิ้นเชิง
 สวนทางกันอย่างไร...ก็เพราะ ทั้งที่เราทุกคนต่างบอกว่ารักตัวกลัวตาย  แต่คนที่ ขี่มอเตอร์ไซค์ ใส่หมวกกันน็อค ทุกครั้ง ทั้งกลางวันและกลางคืน  ทั้งในเมือง ทั้งบ้านนอก  ทั้งประเทศ เฉลี่ยอยู่แค่ ไม่ถึง 30%
 คนขับขี่รถที่ได้รับบาดเจ็บ มีสัดส่วนสูงถึง 30% ที่เมาขณะที่เกิดอุบัติเหตุ
 คนขับรถเร็วมากมาย    ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยก็เยอะ
 ทั้งที่ภาครัฐจะเป็นห่วงเป็นใย ออกกฎหมายมาบังคับให้คนต้องป้องกันตัวเอง  แต่พฤติกรรมการป้องกันตัวเอง ก็เป็นอย่างที่เห็น
 ข้อเท็จจริงสำคัญคือ  ในทุก 2 ชั่วโมง คนไทย ต้องตายจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ถึง 4 คน
ถ้าทุกคนที่ขี่มอเตอร์เซค์ ใส่หมวกกันน็อค คนไทยจะตายน้อยลง 1 คน ทุก 2 ชั่วโมง  ทุกคนไม่เมาแล้วขับ คนไทยจะตายน้อยลง อีก 1และถ้าไม่ขับขี่รถเร็ว อีกอย่าง คนไทยจะสูญเสียชีวิตน้อยลง อีก 1 คน
 เพียงทำให้คนไทยเปลี่ยนพฤติกรรม ขณะใช้รถใช้ถนน  3 อย่าง คือ ขี่มอเตอร์ไซค์ใส่หมวกกันน็อค เมาไม่ขับ ไม่ขับรถเร็วเกินกำหนด เพียงเท่านี้ จะสามารถรักษาชีวิตคนไทย ลดความสูญเสียได้ถึง 75% คือรักษาชีวิตคนไทยได้ถึงปีละ 10,000 คน และลดจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บ ปีละไม่น้อยกว่า 300,000 ราย ลดความสูญเสียที่ตี
ค่าเป็นทรัพย์สินได้มากกว่า 100,000 ล้านบาท ลดภาระของครอบครัว ชองชุมชน และของสังคมได้มากมายมหาศาล
 พฤติกรรมเสี่ยง 3 อย่างนี้ไม่ใช่เรื่องสลับซับซ้อน ที่ต้องสืบสวน สอบสวน วิจัย ค้นคว้า อะไร อีกแล้ว เพราะผ่านการพิสูจน์ที่ชัดเจนมาแล้วจากประสบการณ์ของนานาประเทศ เช่นที่เวียตนาม คนขี่มอเตอร์ไซค์ใส่หมวกกันน็อค 100 % สามารถลดอัตราการเสียชีวิตบนท้องถนนลงไปเกือบครึ่ง
 ประเทศอินโดนีเซีย คนขี่มอเตอร์ไซค์ใส่หมวกกันน็อค 99.9% ทั้งประเทศ  เน้นว่าทั้งประเทศ ทั้งกลางวันและกลางคืน   ประเทศออสเตรเลีย มีการตรวจแอลกอฮอล์ในเลือดทางลมหายใจปีละหลายล้านครั้ง มีการใช้กล้องทีวีตรวจจับความเร็ว และปรับผู้ขับขี่ทุกคนที่ขับรถด้วยความเร็วเกินกำหนด ปรากฏว่าประเทศออสเตรเลีย อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุบนท้องถนนที่ต่ำที่สุดในโลก
 ไข้หวัด 2009  เราป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน
 แต่วัคซีนสำหรับโรคที่เกิดจากอุบัติภัยบนถนน คือ "หมวกกันน็อค- เมาไม่ขับและไม่ขับเร็ว"  เท่านั้นเอง
ไม่ยากเลย ใช่ไหม ที่เราจะแสวงหาวัคซีนป้องกันโรคที่รุนแรงที่สุดแห่งทศวรรษมาใช้
 ผมเป็นหมอ...แต่โรคร้ายแรงและรุนแรงที่สุดของทศวรรษ แล้วคนไทยเป็นกันมากขณะนี้  ทุกคนรักษากันเองได้ครับ แล้วไม่ได้รักษากันตามลำพังด้วย ไม่เสียค่ายา ไม่เสียค่าแพทย์ พยาบาล แค่เอามาตรการ "3 ม 2 ข 1 ร" ถือไว้ในมือ ใส่ไว้ในใจ เท่านี้คนไทยก็ไม่ต้องถูกเข็นมาบนเตียงรอคิวให้หมอทั้งประเทศ "เฉือน-ตัด-เย็บ" อะไรออกไปจากร่างกายต่อไปอีกแล้ว
 ความหวังของพวกหมอ คือ อยากรักษาโรคนี้ให้หายทั่วไทย...ถ้าเป็นไปได้ เราควรทำให้บรรลุผลของทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนนกับนานาประเทศทั่วโลก ตรงที่  "ลดการเจ็บตายจากอุบัติเหตุทางถนนลงครึ่งหนึ่งภายใน 10 ปี" อย่างที่องค์การอนามัยโลกตั้งเป้าไว้

คนไทยจะอยู่อย่างมีความสุขแน่นอน








วิริยะประกันภัย ฉับไว จ่ายสินไหม พรบ.1 ล้าน
กรุงศรีต้อนรับประธานกรรมการ BTMU จากญี่ปุ่น
ประธานบอร์ดกองสลากฯแถลงมาตรการแก้ไขสลากเกินราคา
มาสด้าร่วมสนับสนุนงานมหกรรมสินค้าจากฝีมือคนไทย
H Magazine ชวนสาวๆ เปลี่ยนลุค​ปรับสไตล์ “Ready To Change”
เดอะพรีเมียร์กสิกรไทย เปิดปฐมบท THE PREMIER Phenomenon
ผลบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัด 2
สัมมนา ′มิติใหม่การลงทุนไทยในจีน : เขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้′
ผลฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก วันที่ 27 ส.ค.57
ซีอีโอและผู้บริหารกลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกิจกรรมบุญ Ice Bucket Challenge พร้อมบริจาค 1 ล้านบาท
จะฮากันไปไหน!! เมื่อชาวเน็ตตัดต่อ "ธีระ นิติราษฎร์" หลังโพสต์บอก "ช่วยตัดต่อภาพนี้ให้หน่อยครับ"
จดหมายน้อยจากลูกศิษย์ ถึง "ครูวรเจตน์" ผู้จุดไฟในสายลม
รู้หรือไม่? "นวน เจีย" จำเลยฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเขมร เคยเรียนมหาวิทยาลัยใดในเมืองไทย
"ชูวิทย์" โพสต์ พลเอกประยุทธ์-สุเทพ-สนธิ นี่สินะ "The Power of Change"
จดหมายแสดงความไม่ยินดีจาก "ยุกติ มุกดาวิจิตร" ถึง สนช. "สมคิด-นรนิติ"