"ฉันคือเอรี่" ผู้หญิง "ขายตัว" ตอนที่ 2

วันที่ 06 มกราคม พ.ศ. 2554 เวลา 13:01:01 น.







บทสัมภาษณ์ "ธนัดดา สว่างเดือน" หญิงวัย 42 ปี เจ้าของรางวัลชมนาด จากผลงานเรื่อง  "ฉันคือเอรี่ กับประสบการณ์ข้ามแดน" เกี่ยวกับชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องไปขายตัวถึงเมืองนอกซึ่งเรื่องราวในหนังสือคือชีวิตจริงที่เธอประสบมาและไม่อยากให้เด็กวัยรุ่นเลียบแบบและเลือกชีวิตแบบเธอ อยากให้เรื่องที่เขียนเป็นอุทาหรณ์สอนใจ แม้จะเป็นเรื่องราวในมุมมืดที่ไม่ค่อยมีใครยอมรับ แต่อยากให้ผู้ปกครองแนะนำให้ลูกอ่าน เพราะเรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากพูดถึงอยากเล่าอยากบอกคนอื่น เพราะมันเป็นเรื่องที่จี้ใจรู้สึกผิดทุกครั้งที่นึกถึงมัน คิดแค่ว่าได้เขียนระบายความรู้สึก แต่ตอนนี้คิดว่าถ้ามีพ่อแม่ที่มีลูกในวัย ม.2-ม.3 สามารถเอาหนังสือไปให้ลูกเขาอ่านแล้วสอนลูกได้ว่า ถ้าลูกของเขาเลือกชีวิตอย่างเรา ไม่สนใจการเรียน ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ มีแฟนในวัยเรียน เลือกอาชีพขายบริการผลก็ต้องออกมาอย่างในหนังสือ ต้องเจอกับเหตุการณ์เลวร้าย ต้องเจออะไรที่รออยู่ข้างหน้าบ้างครั้งเกือบเสียชีวิต และเป็นอุทาหรณ์สอนพวกเขาได้


"ธนัดดา"เริ่มเล่าย้อนชีวิตในวัยเด็กของเธอจากเด็กนักเรียนสู่เส้นทางการขายตัวที่ไม่อยากให้เด็กๆเยาวชนที่กำลังเดินทางผิด พบชะตากรรมเดียวกับเธอได้ฉุกคิด มีสติ ไตร่ตรอง เพราะเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ล้วนเป็นเรื่องราวที่ไม่ควรมีใครเอาเป็นเยี่ยงย่าง แต่มันเป็นการสัะท้อนผลของการกระทำจะดีหรือเลวอยู่ที่ตัวเองจะเลือกแบบไหน


"บางทีมีคนมาถามว่าทำไมต้องมาทำอาชีพขายตัว ทำไมไม่เลือกอาชีพอื่นที่สุจริต ก็เพราะตนเลือกอาชีพนี้แล้วตอนนี้ก็ได้ผลอยู่ที่ตัวเองแล้ว" ประโยคเริ่มต้นที่เธอกล่าว ก่อนจะให้เหตุผลว่าเพราะเคยไปทำงานกินเงินเดือนมาแล้วอยู่ในองค์กรที่ดูดี หรูหรา แต่คนมันเหมือนกันหมด มีรักโลภ โกรธหลง คือ มองเราแค่พฤติกรรม แต่เขาไม่ได้มองถึงจิตใจเคยได้ไปสัมผัสกับคนที่ทำงานดีๆ มาแล้วหลายๆ อาชีพ สุดท้ายแล้วก็คิดว่าความเป็นคนมันเหมือนกัน มองในมุมที่ว่าคนที่ชอบไปแย่งผัว แย่งเมียเขา คนมักจะคิดว่าคนที่ทำงานเป็นผู้หญิงกลางคืนเป็นพวกบาป ที่ทำให้ครอบครัวเขาแตกแยก


"แต่พอได้ไปทำงานตรงนั้น รู้สึกว่าผู้หญิงที่ไปยุ่งกับลูกกับผัวเขา  คือ ผู้หญิงดีๆทั้งนั้นเลย นี่คือมุมมองความคิดของดิฉัน คนอื่นฉันไม่รู้ อย่างผู้ชายที่มาเที่ยวผู้หญิงหาเงินแค่จ่ายเงินก็จบกัน แต่ถ้าเขาไปติดผู้หญิงที่ไม่ใช่ผู้หญิงบริการ มันต้องมีการเลี้ยงดูส่งเสียกัน อีกฝ่ายก็ไม่ยอมฉันเป็นลูกมีพ่อมีแม่นะ มันเลยกลายเป็นปัญหาเมียน้อย เมียหลวง ซึ่งอีกมุมหนึ่งคนก็จะมองว่าผู้หญิงกลางคืน คือ ผู้หญิงไม่ดี ชอบทำให้ครอบครัวเขาร้าวฉาน พาสามีฉันไปสำมะเลเทเมา จริงๆ แล้วคนเราเหมือนกันหมดอยู่ที่นิสัยสันดาน เพราะฉันเคยเจอคนระดับหัวหน้าเขาก็มีสามี แต่เขาก็มายุ่งกับคนในระดับเดียวกันเห็นภาพที่มันลามกมาก เขาทำได้ยังไง พอตกตอนเย็นสามีก็มารับกลับบ้าน ฉันเป็นคนชอบศึกษาคนว่าคนเราเป็นอย่างไรบ้าง ไม่รู้จะแบ่งแยกอะไรกันหนักหนาไม่นานก็ตายกันแล้ว"


ธนัดดา เล่าถึงชีวิตในวัยเด็กของเธอว่า อยู่ในครอบครัวที่เมื่อก่อนจะคิดว่าพอมีพอกิน แต่พอโตขึ้นมาไม่ใช่อยู่ในครอบครัวที่ยากจน คุณพ่อทำงานเป็นช่างไม้เฟอร์นิเจอร์ และมีภรรยาน้อย เมื่อก่อนแม่ทำงานโรงทอผ้า สมัยเด็กๆ มีพี่น้อง 4 คน ธนัดดาเป็นลูกคนสุดท้อง เด็กๆชอบไปอยู่กับปู่กับย่าเพราะจะมีเงินให้ไปโรงเรียนให้ซื้อขนมซื้อข้าวกิน จึงลดภาระให้พ่อกับแม่ไปได้บ้าง พอโตขึ้นก็มีความรู้สึกว่าบ้านเรามันจนนะ พ่อก็ไปทำงานที่ต่างประเทศ(ซาอุดิอาระเบีย)ต้องจำนอง จำนำที่ดิน สุดท้ายที่ดินเราก็ถูกโกงไป เราก็เร่ร่อนหนักกว่าเดิมแล้ว เพราะไม่มีที่อยู่ต้องไปเช่าบ้าน ไปขออาศัยอยู่กับญาติพี่น้อง พอเรียน ม.3ไปชอบผู้ชายคนหนึ่งเป็นญาติพี่น้อง นั่นคือ จุดเปลี่ยนที่ทำให้ตนมีวันนี้


"ตอนนั้นอายุประมาณ 16-17 ปี และไปได้เสียกันครั้งแรก ครั้งเดียว แล้วก็ท้องแถมยังติดโรค(ซิฟิลิส)มาด้วย ทำให้มองย้อนว่าเราทำงานเป็นอาชีพขายบริการมาเป็นเวลา 20 ปี ถึงแม้ไม่ได้ขายต่อเนื่องในขณะนั้น แต่ไม่เคยติดโรคเลยจากการทำงาน แต่สามีครั้งเดียวทีเดียวติดโรคซิฟิลิสมาด้วย ถามว่าวันนั้นเสียใจมั้ย ไม่เสียใจ แต่ตอนนี้ เสียใจมาก ด้วยความที่ไม่รู้เรื่องเพศสัมพันธ์ ตอนนั้นเรียบจบ ม. 3 พอดี แล้วไปสอบเข้าเรียนใหม่และสอบติดแต่ มีปัญหา 2 อย่าง คือ ท้อง ไม่มีเงินเรียนต่อ ขนาดเรียน ม.3 ยังติดค่าเทอมโรงเรียนไว้ถ้าไม่ไปจ่ายก็ไม่ให้จบ เป็นอะไรที่แย่มาก"   


ระหว่างที่ท้องลำบากมากทำแท้งมา 4 ครั้ง เพื่อจะเอาเด็กออกเพราะอยากกลับไปเรียนต่อ แต่ว่าทำ 4 ครั้งก็ไม่ออกเลย ครั้งล่าสุดเด็ก 4 เดือนแล้ว สุดท้ายก็ไม่ทำเลยต้องปล่อยไป เพราะเราทนไม่ได้มันเจ็บมาก หลังจากนั้นก็คลอดลูกออกมา แต่สามีก็เป็นญาติพี่น้องกัน คือ เป็นลูกของอาเราใช้นามสกุลเดียวกัน เรามาได้เสียกันเองมันเป็นอะไรที่คนอื่นเขาไม่ทำกัน"


"เพราะเราไม่ได้รับความคิดจากญาติพี่น้องและมีครอบครัวที่อบอุ่น พอได้สามีมาก็ไม่ได้ใส่ใจ ไม่กระตือรือร้นที่จะทำงาน เพราะยังเป็นเด็กวัยรุ่นอยู่ คลอดลูกออกมาก็รู้สึกลำบากมาก ตนก็ไปทำงานก่อนที่จะขายบริการก็ไปทำงานมาหลายอย่างแล้ว รับจ้างล้างจาน , รับจ้างทำความสะอาดบ้าน คือ ทำอะไรก็ได้ในความคิดของเด็กที่ต้องหาเงินให้ได้ พอคลอดลูกมาได้เดือนกว่าๆไปเป็นพนักงานขายในห้างแห่งหนึ่ง ยืนขายของทั้งวัน ตอนนั้นน้ำนมยังไม่หมดก็ไหล เป็นอะไรที่ทรมานเงินก็ไม่มี ตอนนั้นได้เงินเดือน 3,000กว่าบาท ก็ไม่พอซื้อนมให้ลูกสามีก็ไม่สนใจเพราะแฟนไปอยู่บ้านเขา จนสุดท้ายงานหมดมีแค่ 3 เดือน กลุ้มใจไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกแม่ก็ยากจน บ้านก็ต้องเช่า พ่อก็ไปทำงานที่ต่างประเทศ"


เพื่อนมาชวนว่าไปทำงานที่พัทยาบอกว่าจะได้ เดือนละ 5 พันบาท ไปเป็นบาร์เทนดี้คอยเสิร์ฟคอยชงเหล้า เห็นว่าเป็นงานดี งานสบายเลยไป โดยไม่รู้เรื่องโลกภายนอก ว่า ผู้หญิงกลางคืนเขาเป็นแบบไหนโสเภณีเป็นอย่างไร จนไปถึงพัทยา เพื่อนพาไปทำงานเหมือนเป็นการนั่งตู้ตามที่เขียนในหนังสือ เขาจะติดเบอร์กัน นั่งอยู่ 4 วันก็ไม่มีใครเลือกนั่งรอคนเดียวจนปิดร้าน มีผู้หญิงเกือบ100 คน ในตู้รอให้แขกมาเลือกไป ทุกคนในตู้ไม่เคยคุยกับเพื่อนรอบข้างเลย แต่เพื่อนที่มาด้วยกันถูกแขกออฟออกไปแล้ว เหลือฉันคนเดียว 4 วันต้องเดินมาทำงานก็ไปอาศัยอยู่กับใครไม่รู้ซึ่งเพื่อนเอามาทิ้งไว้ที่พัทยา เหลือเงินอยู่ 4 บาท  หิวข้าว เงินก็ไม่มี ค่ารถกลับบ้านก็ไม่มีทำไงดี ด้วยความที่เราก็ไม่ได้ถามคนรอบข้าง เห็นแต่แขกออฟออกไป ไปนั่งห้องคาราโอเกะชงเหล้ากัน

 

 

นั่นคือความคิดของตนว่า ถ้ามีแขกเลือกเราเดี๋ยวเราต้องไปนั่งทำงานอย่างนั้น เดี๋ยวเราจะได้ทริป ได้เงินเดือน คือ คิดแค่นั้น แล้วสุดท้ายแขกก็พาไปโรงแรมหลังเจ๊แกช่วยดันให้แขกเป็นไกด์ชาวญี่ปุ่น ตอนนั้นรู้ตัวแล้วว่ามันต้องขายตัวแน่ ในลักษณะนี้เราก็เลยคุยกับแขกสองคนเลยว่า  "พี่หนูไม่เคยทำงานแบบนี้ปล่อยหนูไปได้ไหม" ไม่เคยทำงานแล้วมาได้ไงแขกถาม ก็บอกไปว่าเพื่อนหลอกมา แขกก็ให้เงินมา 4 พันบาท เขาสงสารแล้วบอกว่าให้กลับบ้านไปเลยซื้อนมให้ลูกแล้วไม่ต้องกลับมาพัทยาอีกนะ" ตอนนั้นน้ำนมไหลออกมาพอดี 


จากนั้นจึงได้เกิดความคิดโลภขึ้นมาว่าถ้าเกิดวันหนึ่งเราไม่ได้ทำอะไรเลยได้เงิน 4 พันบาท ถ้าทำงานต่อไปเราเก็บเงินสักหน่อย ก็หาเงินซื้อนมให้ลูกทำสัก 2-3เดือน แล้วค่อยเลิก จึงตัดสินใจทำงาน เพราะถ้ากลับมากรุงเทพไม่รู้จะทำงานอะไร ความรู้ก็แค่ ม.3 บ้านก็ยังต้องเช่า คิดอย่างเดียวต้องมีบ้านให้พ่อแม่อยู่จึงยอมทำ ตอนนี้เริ่มยอมรับสภาพ แขกคนแรกเป็นผู้ชายไทยและได้ทำงานกับต่างชาติ เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง แขกคนที่ 2 ก็ยังเป็นคนไทยเขาเป็นไกด์ คือ ต้องไป เพราะถูกบังคับจากทางร้านจริงๆแม่จะไม่ชอบไปกับคนไทย ทั้งชีวิตขายตัวนอนกับผู้ชายไทยแค่ 2 ครั้ง ไม่เคยทำงานกับคนไทย แล้วก็ไม่ทำด้วย กลับมาอยู่กรุงเทพอีกครั้งหลังจากที่ทำงานที่พัทยาอยู่ 8 เดือน มีแขกเลี้ยงอยู่ 5-6เดือน ไม่อยากขายตัวแล้ว จึงไปขายบุหรี่ รับจ้างได้ซองละ 5 บาท ขายไปรู้สึกไม่พอใช้ได้วันละ 100 กว่าบาท จึงได้ลองขายเทป ได้วันละ 200-300 บาท ได้มาขึ้นมาหน่อยรู้สึกยังไม่พอใช้อีกเอาเงินไปเที่ยวเล่นกับพวกแก๊งซิ่งมอเตอร์ไซต์ เพราะเคยได้เงินมากก็เลยเลิก


บังเอิญมีคนมาติดต่อว่าให้ไปทำงานที่ฮ่องกง บอกว่าเงินดีเลยตอบตกลง เขาไม่ได้บอกเงื่อนไขว่าต้องไปทำงานเท่าไหร่ ใช้หนี้เท่าไหร่ เราไม่รู้ไปอย่างเดียว เขาพูดกันว่าแขกเยอะวันละ 40-50 คน คิดว่าไม่ไหวแน่ เพราะไม่เชื่อว่าใครจะรับได้วันละ 40-50 คน คิดว่าเขาหลอกเพื่อทดลองความกล้า พอไปถึงฮ่องกงเป็นจริง ลงจากเครื่องก็เรียกไปทำงานเลย วันแรกรับแขก 2 คน อีกวันทนไม่ไหวขอกลับบ้านแล้วเพราะเหนื่อยจริงๆ ได้ยินคนไทยเขาคุยกันว่าได้แขกกี่คน คนหนึ่งบอก 30 อีกคนบอก 40 ตกใจมากเลยอยากกลับบ้าน แต่คนพามาบอกว่าไม่ได้มาแล้วต้องทำงานใช้หนี้ก่อนไม่งั้นกลับบ้านไม่ได้ จึงยอมทำไปทำเท่าที่เรารับได้แล้วกัน แต่ไม่เคยถึง 40-50เหมือนเขาว่ากัน ถามเพื่อนว่าได้เท่าไหร่ แล้วเเขาก็จะปั่นรอบแข่งกัน


"การทำงานแค่ 20 นาที ไม่มีการเปลื้องผ้าแค่ถลกกระโปรง วิ่งทำรอบตามตึก ถ้าเกินเวลา 20 นาที ชาร์จอย่างเดียวแขกจะเสร็จหรือไม่เสร็จไม่รู้ถ้าเกินต้องจ่ายเพิ่มเท่านั้น สุดท้ายทำงานใช้หนี้ 8 วันก็หมดใน 150 คน ซึ่งเราไม่ได้อะไรเลย จนต้องโกงเงินเฮียโดยฮั้วกับคนกลางว่าถ้าทำได้ 30 คนให้บอกว่า 20 คนแล้วมาแบ่งกัน จึงมีเงินเก็บเป็นแสน แล้วเดินให้ตำรวจจับเลย เพราะอยากกลับเมืองไทย แต่กลับบ้านมาได้เพราะไม่มีตั๋วเครื่องบิน ได้เงินเงิน 70,000-80,000 บาท ดีใจมากเลย อายุ 17-18 ได้เงินขนาดนี้เอามาให้พ่อแม่อยู่เมืองไทยไม่เกิน10 วันเงินหมด


หลังจากนั้น มีคนมาติดต่อไปญี่ปุ่นตัดสินใจไปชวนเพื่อนจากพัทยาที่อยากไปต่างประเทศไปกัน 7 คน ไปญี่ปุ่นก็เจอปัญหามากมายไปอยู่กับแก๊งยากูซ่า บรรยากาศมันใช่แบบที่เราเห็นความเป็นอยู่ที่เห็นก็ไม่ใช่ มันแตกต่างกันมากมันไม่ได้สวยหรูเหมือนที่เราเห็นในละครหรือภาพยนตร์ที่เขานำแต่มุมดีดีมาฉาย ที่ญี่ปุ่นหาเงินง่ายมากขายตัวใช้หนี้กัน 5-8 แสนบาทเวลาประมาณ 2-3 เดือนก็หมดแล้ว จากนั้นไม่คิดทำอะไรแล้วกินน้อยเที่ยวเล่น ติดเพื่อนชักจูงกันไปมาก็ไปติด ยาเสพติด ติดผู้ชาย ติดการพนัน หาได้เท่าไหร่ก็หมดไปกับการพนันหมด หนังสือเล่มนี้จะสอนให้คนเรามีสติ ถ้ามัวแต่หลงระเริงจะไม่เหลืออะไรเลยเช่น "ธนัดดา" ได้มาง่ายก็จ่ายง่ายชีวิตไม่มีอะไรดีเลย 


ในตอนต่อไปจะเล่าถึงการใช้ชีวิตในแดนปลาดิบกับแก๊งยากูซ่าชีวิตสุขสบายไม่ต้องทำงานทำอะไรแต่จบลงด้วยเลือดกลบปากฟันหลุดกระเด็น นอนคุก ติดยา เพราะเลิกอาชีพโสเภณีและนิสัยเกเรไม่ได้

 








"ฉันคือเอรี่" ผู้หญิง "ขายตัว" ตอนที่ 1

ถอดรหัส การเมือง การเมือง เรื่อง"ถอดถอน" จาก"กลุ่ม 40 ส.ว."
ทำไม ′มติชนสุดสัปดาห์′ ฉบับนี้จึงพาดหัวปก "บวรศักดิ์ ตามสั่ง" !!
"นุ้ย"ใส่เต็ม"ขอเป็นเจ้าสาวฯ" ท้าพิสูจน์ไม่ใช่แค่ตลก!!
"หอยทาก" นับพันตัว! บุกแฟลตตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก (ชมคลิปชัดๆ)
เดินตามดาว โดยหมอทรัพย์ สวนพลู ประจำวันที่ 24-30 ตุลาคม 2557
ตามไปดูกระแส "ลุงเนลสัน" ฟีเวอร์ ซุปตาร์ขวัญใจชาวออนไลน์ แฟนคลับรุมกรี๊ด (มีคลิป)
"ตั๊กเเตน ชลดา" ของขึ้น! ฉะเเหลกขาเมาธ์ ไม่คิดว่าความสวยจะถูกโจมตีขนาดนี้!!
นี่คือ เหตุผลที่ บิ๊กตู่ ไม่ฟังเสียงค้าน"รสนา" ปมอนุมัติสัมปทานปิโตรเลียม !!!(ชมคลิป)
ไปรษณีย์ไทยออกโรงแจง กรณีโล่รางวัลของผู้กำกับ "เต๋อ นวพล" ที่ถูกส่งจากเยอรมันแตกหัก
ช็อก! พระอนาจารเด็ก ฆ่าตัวตายหนีอาญา หลังได้ประกันตัว
แชร์สนั่น! คลิป "แจ๊ส ชวนชื่น" แสดงสด ให้สองสาวถอดเสื้อในนัวเนียบนร่างกาย จวกไม่เหมาะสม !!
ต้นสังกัดคอนเฟิร์ม!! "มุนกึนยอง" ตั้งท้องกับ "คิมบอม" 2 เดือนเเล้ว
เป๊ะเหมือนเดิม! "ปีใหม่ สุมนรัตน์" โชว์บิกินี่ อวดหุ่นเก๋ริมทะเล
ชาวเน็ตให้กำลังใจ "แพท ณปภา" หลุดอุทานของลับออกทีวี ชี้เป็นเหตุสุดวิสัย (ชมคลิป)
67 ยังสวยเป๊ะ!! ลือสนั่น "อาภัสรา หงสกุล" ทุ่มเงิน 2.5 ล้านบาทเข้าคอร์สเสริมความงาม