"ว้อหมาบ้ามหาสนุก" ความเชื่อ อุปาทานหมู่ คู่สังคมไทย...

วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2554 เวลา 12:02:00 น.







คอลัมน์ "หนังช่างคิด" โดย Oldboy บางคูวัด

ไม่น่าแปลกใจที่เกิดปรากฎการณ์ “คนไทยเกินล้านคน” จะ(ถูกทำให้)เชื่อว่า “แพรวา” เป็น เด็กสาวลูกคนรวย(ธิดาไฮโซ) นามสกุลดัง ใช้ บีบี ที่ไม่มีความรับผิดชอบและไร้จิตใจ จากกรณีอุบัติเหตุบน ดอนเมือง-โทล์เวย์ อันทำให้ผู้คน 9 คนต้องมาเสียชีวิต โดยเฉพาะ ด๊อกเตอร์หนุ่มที่อุตส่าห์เรียนจบมาด้วยการส่งเสียอย่างยากลำบากของแม่!!!

 

 

ดูเหมือนการรับข้อมูลอย่างรวดเร็วต่อๆ กันมาบนช่องทางการสื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์จะมีประสิทธิผลดีกว่า

 

“เรื่องเล่า” หรือเรื่องราวบอกต่อของวิถีชุมชนในอดีตหรือที่ยังเป็นอยู่ในเขตชนบทอันห่างไกล

 

แต่น่าแปลกที่สุดท้ายดูเหมือนจะให้ผลลัพธ์ในลักษณะเดียวกันไม่ผิดเพี้ยน

 

ติดตามมหกรรมข่าวและความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ อุบัติเหตุกรณีดังกล่าว ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นตามมา แล้ว ภาพของหนังไทยเรื่องหนึ่งก็แว่บเข้ามาในภาพจำแทบจะทันทีนั่นคือเรื่อง “ว้อหมาบ้าหมาสนุก”

 

ภาพยนตร์ของ ผู้กำกับ บรรจง สินธรมงคลกุล (อดีตผู้ช่วยผู้กำกับ ‘ แหยม ยโสธร′ หนังตลกกวาดรายได้ของ เพชรทาย  วงศ์คำเหลา หรือหม่ำ จ๊กมก ) อาจยังไม่ขึ้นชั้นหนังในดวงใจของผม แต่สำหรับกลุ่มหนังไทยร่วมสมัย(โพสต์ 19 กันยา 2549) นี่เป็นเรื่องที่ชอบมากที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง

 

 

แม้จะถูกมองข้ามหรือประเมินค่าว่าเป็นหนังตลกไร้สาระ จับตลาดล่าง ลงทุนน้อยแบบตีหัวเข้าบ้าน ฯลฯ

 

หากเมื่อหยิบมาดูซ้ำอีกหลายรอบ ผมก็ยังได้รับความบันเทิง ฮาแตกในหลายๆ มุก ที่ก็ “มุกควาย” มุกค่าเฟ่ต์ เน้นเอาขำหรือตลกแบบ หม่ำ-เท่ง-โหน่ง นั่นแหละ แต่โดยจังหวะของหนัง ก็ยังได้ผลกับผมเสมอ

 

ที่สำคัญ ทั้งประเด็นหลักที่หนังบอกเล่า รวมถึงประเด็นรองๆ  ที่แทรกอยู่ในเรื่องล้วนชวนให้เราตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นและเป็นไปในสังคมได้อย่างสนุกสมองเป็นบ้าเลย

 

 

ประเด็นหลักในหนังเรื่อง“ว้อหมาบ้ามหาสนุก” ก็คือคนทั้งหมู่บ้านก็พากันเชื่อเสียสนิทใจว่า “ไอ้โชค” หมาตัวเดียวของหมู่บ้านคือสัตว์ประหลาดที่อาละวาดไล่ฆ่าคนในหมู่บ้าน โดยไม่เคยคิดที่จะตั้งคำถามหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า ใช่อย่างที่คนส่วนใหญ่พากันคิดหรือไม่

 

 

ในกรณีอุบัติเหตุ รถตู้-รถเก๋งซีวิค ที่เกิดบน ทางพิเศษดอนเมืองโทลเวย์ ผู้คนจำนวนไม่น้อยก็เชื่อเสียตั้งแต่ต้นว่า ผู้เยาว์ ซึ่งขับรถเก๋งโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่คือ “ผู้กระทำผิด” ต้องรับผิดชอบ ต้องชดใช้ต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น

 

 

ไม่ต้องพูดถึง “อารมณ์ร่วม” ที่ขยายผลออกไปในลักษณะของความร่วมมือร่วมใจในการลงโทษทางสังคม ติดตามประณาม ว่ากล่าวผ่านช่องทางต่างๆ เท่าที่จะทำได้

 

 

เป็น “อารมณ์ร่วม” ที่ทั้งต่างและคล้ายกับเรื่องราวใน “ว้อ”

 

 

ใน “ว้อ” หนังตลกของ บรรจง สร้างโจทย์ให้คนทั้งหมู่บ้านรับรู้เรื่องราวอันน่ากลัวของ “ไอ้โชค” หมาปีศาจ ที่ทำร้ายชาวบ้านจนเสียชีวิตไปศพแล้วศพเล่า ความหวาดกลัวกลายเป็นแรงขับให้ทั้ง ผู้ใหญ่บ้าน นักวิชาการ พระ นักเลงหัวไม้ อาแปะร้านชำประจำหมู่บ้าน ฯลฯ ต้องมารวมพลังกัน หาวิธีแก้ไข

 

แม้ในช่วงต้นจะมีบางคนอย่าง พระหลวงตาประจำวัด หรือพระเอกที่เป็นลูกศิษย์วัดคลางแคลงใจว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่แล้วกระแสของคนและเหตุการณ์ก็ฉุดดึงให้ส่วนใหญ่เชื่อไปในทางเดียวกันหมด

 

จากภาพช่วงต้นที่เคยเป็นชุมชนชนบทที่เงียบสงบ(แต่ก็มีวิถีความเป็นเมืองเบียดแทรกเข้ามาตามสมควรอาทิมอเตอร์ไซค์รับจ้าง) ความอลหม่านวุ่นวายก็บังเกิดขึ้นอย่างสนุกสนาน เฮฮา หวาดผวา ฯลฯ

 

 

กระบวนการต่อจากนั้น ล้วนมีนัยยะเชิงเสียดสี ชวนให้นึกถึงการแก้ปัญหาในแต่ละเรื่องของแต่ละชุมชน แต่ละสังคม ไปจนถึงระดับชาติ ที่ก็ไม่ได้แตกต่างกันเลย

 

 

ไม่ว่าจะเป็นความเห็นแก่ตัว โยนภาระให้กับคนที่ดูเหมือนจะมีภาวะผู้นำ ความคาดหวังจากผู้มีอำนาจหน้าที่(ผู้ใหญ่บ้าน) จากผู้เป็นที่พึ่งทางจิตวิญญาณ(พระ) ฯลฯ ซึ่งถึงที่สุดแล้ว ก็ไม่มีใครเป็นอัศวินม้าขาวหรือเป็น “วีรบุรุษสำเร็จรูป” ที่จะมาเนรมิตให้ปัญหาต่างๆ ยุติลงได้

 

 

รวมถึงการออกไปแสวงหานายพรานชื่อดังในตำนานมาจัดการกับเจ้าหมาปีศาจ-สุดท้ายก็พบว่า นายพรานคนที่พวกเขาหาดหวังเนื่องจากได้ยิน “คำร่ำลือ” ก็คือคนสติไม่ดีคนหนึ่งเท่านั้น

 

หนังคลี่คลายแบบไม่ได้เซอร์ไพรส์หรือหักมุมอย่างมีชั้นเชิงอะไรมากนัก (นักวิจารณ์บางคนบอกว่า หาทางจบดื้อๆ ซะงั้น) ความจริงถูกเปิดเผยว่า “ไอ้โชค” หมาตัวเดียวของหมู่บ้านที่อาศัยอยู่กับวัดไม่ได้กลายร่างเป็นหมาปีศาจมาไล่ฆ่าคนในหมู่บ้าน แต่เป็นหมาประหลาด(หมาฝรั่ง!) จากที่อื่นหลุดมาสร้างความปั่นป่วน แล้วก็ถูกเจ้าหน้าที่จับไปได้แบบไม่ยากเย็นอะไร เหตุการณ์ก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

 

 

แต่จุดที่กระตุกให้ทั้งคนในหมู่บ้านของหนังเรื่องนี้กับผู้ที่ได้ชมต้องขบคิดต่อไปก็คือ เพราะเหตุใด “เหตุผล” และ “ความจริง” มักถูกมองข้ามหรือละเลยเสมอ เวลาที่เกิดปัญหา หรือปัญหาดึงเราเข้าไปอยู่ในวังวนนั้นๆ อันนำไปสู่ “อวิชา” หรือบางครั้งเลยเถิดเป็น อุปาทานหมู่ ขาดสติที่จะไตร่ตรอง ค้นหาต้นเหตุที่แท้ริงแห่งปัญหา แล้วจึงลงมือสะสางจัดการ แทนที่จะโยนภาระ หรือผลักความคาดหวังไปสู่ใครต่อใครก็ไม่รู้

 

 

บนโครงเรื่องแบบง่ายๆ การแสดงที่เป็นธรรมชาติไม่ซับซ้อน ทำให้หนังทำหน้าที่ให้ความบันเทิงพร้อมกับแง่คิดที่น่าสนใจ และหากมุมคิดหรือการตีความของผู้ชม เชื่อมโยงไปถึงประเด็นลึกๆ ทางการเมืองไทย มุกตลก ตัวละคร และนัยยะที่แฝงเร้นอยู่ภายใน “ว้อหมาบ้ามหาสนุก” น่าจะเข้าขั้น แบล็กคอมมิดี้ หรือตลกร้ายที่เสียดสีเชิงโครงสร้าง สังคม การเมืองอย่างแยบคาย(อ่านบทวิเคราะห์เชิงลึกเพิ่มเติมได้ใน “แขนที่สาม หมาบ้า ฆาตกรฆ่าต่อเนื่อง: อาการหลัง 919 ในภาพยนตร์ไทยจากมุมมองของนกกระจอก” โดย วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา  วารสาร “อ่าน” ปีที่ 2 ฉบับที่ 3 มกราคม-มีนาคม 2553)


ขณะที่หนังเรื่อง “ว้อ” มีแรงขับจากความรักตัวกลัวตายบวกกับ ความไม่รู้(องค์ความรู้สุดมั่วของตัวละครที่เป็นเหมือนเกษตรตำบลประจำพื้นที่นั้น) ก่อให้เกิดความเชื่อ อุปาทานหมู่เตลิดไปไกลพอสมควรนั้น

 

 

แล้วในกรณีของ “แพรวา” กับท่าทีของบุคคลหรือ อุปาทานหมู่ในสังคมออนไลน์มีแรงขับมาจากอะไรกันแน่

แง่ดีอย่างหนึ่งอาจเป็นปฏิกริยาความตื่นตัวต่อเหตุการณ์ทางสังคมที่คนจำนวนมากรับรู้ใส่ใจ ตลอดจนมีอารมณ์ร่วม หรือถึงขั้นลงทุนไปเสาะแสวงหาข้อมูลมา “บอกต่อ” ขยายผลข้อมูล สร้างกลุ่มความร่วมมือ ฯลฯ ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นสังคมที่อุดมไปด้วยผู้มี “จิตสาธารณะ”

 

 

แต่อีกด้านหนึ่ง “อารมณ์ร่วม” นั่นแหละที่น่าจะเป็นแรงขับให้เกิดปรากฎการณ์ “ต่อยอดความอาฆาตเกลียดชัง” ไปจนถึงระดับ “เชื่อว่าคนไทยเกินล้านคน....” รุมถล่มจนแทบจะให้เด็กสาวผู้ขับขี่รถเก๋งกลายเป็น ศพที่ 10 ไปในที่สุด

หลักคิดเกี่ยวกับความผิดที่เกิดขึ้นคืออะไร ขั้นตอนการพิจารณาดำเนินคดี ความรับผิดทางแพ่ง-อาญา ข้อพึงปฏิบัติสำหรับผู้เยาว์-เยาวชน ตลอดจนข้อเท็จจริงที่ถ่องแท้ไม่ได้ถูกนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจแม้แต่น้อย ในเมื่อ “สังคมออนไลน์” ส่วนนั้นพิพากษาตามอารมณ์ร่วมไปเรียบร้อยแล้ว

 

 

ทั้งที่ถ้าตัดประเด็นแวดล้อมที่เร้าอารมณ์เช่นผู้เสียชีวิตเป็นบุคคลอัน(น่าจะ)เป็นทรัพยากรสำคัญของชาติ , ผู้เสียชีวิตอาจไม่ได้รับความเป็นธรรม, ผู้กระทำผิดอาจลอยนวล ฯลฯ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้แตกต่างไปจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทั่วไปในชีวิตประจำวัน

 

 

ซึ่งทางแก้หรือการป้องกันเท่าที่จะเป็นไปได้ก็มีเพียงแค่ ไม่ประมาท ระมัดระวัง และการบังคับใช้กฎหมายให้เคร่งครัด นั่นแหละ

 

เฉกเช่นวลีเด็ดที่เป็นบทสรุปของหนังเรื่อง “ว้อหมาบ้ามหาสนุก” ได้ชัดแจ้ง ตรงประเด็นมากที่สุด สำหรับคำถามที่ว่า จะรับมือหรือทำอย่างไรดีกับหมาบ้าที่อาละวาดนั้น

 

 

ไอ้จุ่น (รับบทโดย สายสิน วงษ์คำเหลา ) ตัวละครเด็กวัดที่ตลอดทั้งเรื่องดูบื้อๆ พูดจาไม่รู้เรื่องตอบย้ำว่า  “ก็อย่าให้หมามันกัดสิ”   ก็แค่นั้นเอง จริงๆ


 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

“ว้อ หมาบ้ามหาสนุก”  เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ กรกฎาคม 2551 จัดจำหน่ายโดย สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล 
มีแผ่น DVD จำหน่ายในแบบ มาสเตอร์ โซน3 โดย บริษัท แฮปปี้โฮม เอนเตอร์เทนเมนต์ จำกัด


หมายเหตุ : บทความประเภทนี้ไม่อาจถือเป็น บทวิจารณ์ภาพยนตร์   หากจะมีการเปิดเผยสาระสำคัญของเรื่อง ถือเป็นสิทธิ์ของผู้เขียน    หากมุมมอง การเปรียบเทียบ พาดพิง ถึงบุคคล เหตุการณ์ ใดๆ ขอให้ผู้อ่าน ผู้มีศีลธรรมอันดีใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลเอาเอง : Oldboy บางคูวัด








เทสโก้ โลตัส แนะนำอาหารพร้อมทานเพื่อสุขภาพแบรนด์ “อิ่มอิ่ม” แคลอรี่ไม่ถึง 200 ต่อจาน
ซีพีเอฟ รับรางวัลความเป็นเลิศด้านการพัฒนาการบริหารจัดการองค์กร
รามคำแหงจัดงาน′แต่งผ้าไทยเทิดไท้มหาราชินี′
โสสุโก้ มอบเงินสนับสนุนโครงการ Gen A “รวมพลคนรุ่นใหม่หัวใจอาสา”
บีทีเอสจัดกิจกรรม แม่ลูกผูกพัน
บล.ไทยพาณิชย์ จัดสัมมนา “เจาะลึกหุ้นไทยไตรมาส 3 ความเหมือน...ที่แตกต่าง”
ยู ซาปา เวียดนาม พร้อมรับนักท่องเที่ยวสิงหาคมนี้
(อ่านต่อ) คลิกอ่านโดยพลัน ...รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗
10 ปี เซเรเนด เอไอเอส รุกครองใจลูกค้า ยกระดับการดูแล
ปตท. มอบทุนการศึกษาให้เยาวชนขาดแคลนจังหวัดลำปาง
ข้อมูลใหม่ทำ "มาดามเจนี่" ช้ำใจอีกครา "พี่เอ๋" ฟูมฟัก พริตตี้ "น้องปุยนุ่น" มาตั้งแต่ยังเรียนมัธยม!
เมื่อ "อั้ม เนโกะ" ถาม ส่วน "มันแกว" เจ้าของคำฮิต "นมคุณธรรม" ตอบ อะไรจะเกิดขึ้น???
"เจ เจตริน"แอบเศร้า! ส่ง2 ลูกชายสุดหล่อ "เจ้านาย-เจ้าขุน"ไปเรียนอังกฤษ
ตายละหว่า! ชาวพันทิป แฉ "ผู้หญิงอีกคน" ที่ทำขาเตียง "มาดามเจนี่-พี่เอ๋" สั่นคลอน จวนเจียนหัก
"เจมี่ บูเฮอร์" ขโมยซีนอีกแล้ว ใส่กระโปรงแหวกสุดๆ โชว์กกน. "จีสตริง" กลางงานสยามดาราฯ