"VRZO" อีกบทบาทหนึ่งในทีวีออนไลน์ "สุรบถ หลีกภัย"

วันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554 เวลา 11:54:41 น.




รายงานพิเศษ

ปลื้ม "สุรบถ หลีกภัย" บัดนี้เติบโตเป็นหนุ่มวัย 23 ปี หน้าตาหล่อเหลา เรียนจบคณะรัฐศาสตร์ สาขาการเมืองการปกครองมหาวิทยาลัยรามคำแหง

มีตำแหน่งเป็นรองโฆษกกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งทำงานในเก้าอี้นี้มาเกือบครึ่งปีแล้ว และยังทำกิจกรรมอีกหลายอย่างที่น่าสนใจมากทีเดียว

ล่าสุดที่เจ้าตัวภูมิใจนำเสนอคือ การทำทีวีออนไลน์ที่เขาลงทุนเป็นพิธีกรและครีเอทีฟเอง โดยทำร่วมกับกลุ่มเพื่อนอีก 4-5 คน ในส่วนของพิธีกรหญิงนั้น ช่วงแรกนี้เป็น ม.ร.ว.หญิง แม้นมาส ยุคล

"เราอยากมาทำกระแสทีวีออนไลน์ครับเพราะมันกำลังมาแรงแล้วก็น่าสนใจ"

หนุ่มปลื้มเล่าว่า มาทำทีวีออนไลน์ได้ไม่นาน โดยเพิ่งนำเสนอเป็นตอนแรก ผ่านทางยูทูป ใช้ชื่อรายการ "vrzo" ถ้าแปลง่าย ๆ แปลว่าพวกเราเยอะเลยมาเป็นคอนเซ็ปต์ของรายการ นอกจากนี้ ยังใช้เป็นแบรนด์เสื้อยืดและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่จะวางขายในเร็วๆ นี้อีกด้วย เป็นรายการขอสัมภาษณ์คนดูดี 100 คน แต่คนดูดีในที่นี้ไม่ใช่จะถามเฉพาะแต่คนที่หล่อที่สวยเท่านั้น จะถามคนที่มีบุคคลิกดีแล้วจะขอความคิดเห็นใน 1 หัวข้อ ซึ่งในแต่ละตอนจะเลือกหัวข้อที่วัยรุ่นสนใจ

"ตอนแรกที่ทำลงอินเตอร์เน็ตไปอาจจะแรงหน่อย ใช้ชื่อหัวข้อรูปลับ มาจากปัญหาที่กำลังพยายามรณรงค์กันว่าอย่าถ่ายรูปกับแฟนเรา เพราะจะมีปัญหาเรื่องรูปหลุด โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นชอบถ่ายรูปกับแฟนแล้วรูปหลุดลงอินเตอร์เน็ต เลยรู้สึกว่าอยากจะทำไกด์ออกมาว่าคนอื่นเขาคิดอย่างไรทำไมถึงถ่ายรูปลับ เราก็ไปสัมภาษณ์คุณผู้หญิง 100 คน ว่าถ้าแฟนขอถ่ายจริงๆ จะให้ถ่ายไหม แล้วเอาผลโหวตมารวมกันว่ามีกี่คนที่ให้ถ่ายกี่คนที่ไม่ให้ถ่าย ผลโหวตบออกมา 29 : 71 คือ 71 คนไม่ให้ถ่าย แปลว่าคนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการถ่ายรูปเราก็เอามาเป็นไกด์ให้กับเด็กได้ว่ามันไม่ดี คนส่วนใหญ่ไม่ถ่ายกัน"

แม้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับปัญหาของวัยรุ่นยุคนี้ แต่ "ปลื้ม" ย้ำว่า "ไม่ได้ทำออกมาซีเรียสเหมือนเป็นโพลโหวต เป็นรายการดูสบาย ๆ ดูความคิดเห็นคนอื่นด้วยแล้วก็เป็นตลกด้วย คือพยายามใส่อะไรให้เด็กเขาสนใจ ตอนนี้กำลังถ่ายตอน 2 กับตอน 3 คาดว่าจะฉายลงยูทูปได้เร็วๆ นี้"

ความที่เนื้อหารายการมีอะไรที่น่าสนใจและมีความแปลกใหม่ ดังนั้น แม้จะเพิ่งออกฉายได้ไม่นาน ปรากฏว่าช่วงแค่ 2 สัปดาห์มีผู้เข้าชมมากถึง 80,000 กว่าคนแล้ว โดยมีแบรนด์เถ้าแก่น้อย กับเอ็มเคสุกี้ เป็นสปอนเซ่อร์รายใหญ่



ปลื้มบอกว่าทีวีออนไลน์มีจุดเด่นตรงที่เปิดซ้ำได้อีก แตกต่างจากทีวีทั่วไปที่ฉายได้ครั้งเดียว "ถ้าคนสนใจก็เข้าไปดูในเว็บแฟนเพจ ในเฟซบุคชื่อ"vrzoclub งานที่ทำตอนนี้เราอยากเป็นไกด์ให้กับเด็ก เพราะเวลาผมและทีมงานเล่นอินเตอร์เน็ตจะเห็นพวกเว็บบอร์ดที่ชอบตั้งหัวข้อคาใจเด็ก สมมติผมทำเรื่องรูปลับก็จะมีเด็กมาตั้งเป็นหัวข้อในกระทู้ในเว็บบอร์ดว่า แฟนขอถ่ายรูปลับ จะให้ถ่ายดีไหม ผมรู้สึกว่าคนที่มาตอบสักแต่ตอบ บางอันก็ไม่ควรที่จะตอบเด็ก บางคำตอบคนอื่นมาอ่านก็ไม่ใช่คำตอบที่ดี ผมเลยรู้สึกว่ามันไม่ใช่ พอเด็กอ่านเด็กจะเกิดอาการที่เรียกว่าเชื่อทั้ง ๆ ที่คนที่มาตอบเป็นใครก็ไม่รู้ แล้วเชื่อได้มากน้อยแค่ไหนก็ไม่รู้ เราเลยอยากเป็นไกด์ให้กับเด็กว่าอันนี้คนส่วนใหญ่คิดกันอย่างนี้ คนตอบหน้าตาอย่างนี้"

กับคำถามที่ว่า ได้ปรึกษาหารือคุณพ่อ"ชวน หลีกภัย" เกี่ยวกับการทำ ทีวีออนไลน์หรือเปล่า

"ปลื้ม"แจงว่า "คุณพ่อก็บอกว่าดี แต่ไม่ได้ขอคำแนะนำอะไร การขอคำแนะนำจากคุณพ่อส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการใช้ชีวิตเรื่องของการเมืองแบบนั้นมากกว่า"

ปลื้มสาธยายสิ่งที่ได้จากผู้เป็นพ่อว่า "ส่วนใหญ่ปลื้มได้รับคำแนะนำดี ๆ จากคุณพ่อมาตั้งแต่เด็กไปจนหมดแล้ว ชีวิตทุกวันนี้เป็นการนำเอาคำสอนของคุณพ่อนำมาใช้ ไม่ใช่เวลาจะทำอะไรแล้วต้องไปคอยมาถามคุณพ่อ เพราะคุณพ่อจะไม่ใช่คนที่สอนว่าถ้าเดินหมากตัวนี้แล้วต้องไปทำอย่างนี้ ต้องถอน ต้องบุก ต้องไปถามคนนี้ คุณพ่อไม่ใช่คนที่สอนอะไรแบบนั้น จะสอนหลักคุณธรรม หลักของสิ่งที่มนุษย์เราควรทำ หลักของสิ่งที่คนไทยควรจะทำ เมื่อเราฟังแล้วนำมาประยุกต์ก็สามารถนำไปใช้กับทุกอย่างได้ นอกจากนี้คุณพ่อยังบอกว่าชีวิตเราเกิดมาเพื่อเรียนรู้ ไม่ใช่เรียนในห้องเรียน ต้องเรียนรู้ทุกอย่างรอบๆ ตัวเรา และต้องศึกษาเรื่องต่างๆให้รู้อย่างถ่องแท้"

ทุกวันนี้แม้คุณพ่อ "ชวน หลีกภัย" จะไม่ได้มีตำแหน่งบริหารกิจการบ้านเมือง แต่บารมีของอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้ก็ยังมีอยู่ ซึ่งลูกชายอย่าง"ปลื้ม" ก็รู้ดีว่ามีบางคนต้องการใช้ประโยชน์ตรงนี้

"คนรอบตัวคุณพ่อก็มีอยู่หลายคนที่ปลื้มพยายามกันออก ที่ไม่อยากให้มายุ่ง ดูแล้วนักการเมืองมีหลายรูปแบบหรืออาจจะไม่ใช่นักการเมืองแต่อาจจะเป็นนักธุรกิจก็ได้ แต่ถ้าเกิดเขามาอยู่ใกล้กับเรามากๆ แล้วเขามาหาผลประโยชน์อย่างชัดเจนเราก็ไม่ควรยุ่งกับเขา ปลื้มก็พยายามดูๆ คนรอบตัวคุณพ่อครับก็มีอยู่หลายคนที่ปลื้มรู้สึกว่าจะทำให้ทั้งตัวพรรคและตัวคุณพ่อเองเสียหาย"

"อันนี้มันคือโลกของการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนักธุรกิจที่เข้ามาหวังจะเป็นน้ำเลี้ยงหวังจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ แล้วเราจะไปรู้ได้อย่างไร บางครั้งเขาอาจจะค้าไม้เถื่อนก็ได้ เขาอาจจะทำอะไรที่เป็นผลเสียต่อคุณพ่อปลื้ม คือยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าเวลาเราจะดูอะไร เราต้องดูที่จุดหลักของคนนั้น อย่างถ้าจะดู นายชวน หลีกภัย คุณต้องดูจุดหลักของ นายชวน หลีกภัย ว่าเขาทำอะไรบ้าง เขาเป็นอย่างไร เขานิสัยอย่างไร จะมาดูคนรอบตัวเขาอย่างเดียวก็ไม่ถูก"

ปลื้มพูดถึงนิสัยการทำงานของตัวเองว่า "จะทำอะไรแบบให้ถึงที่สุด ไม่ใช่คนเหลาะแหละ เช่น ผมจะทำทีวีออนไลน์ผมก็ต้องทำให้มันดี ต้องให้มันถึงที่สุด ตอนเด็กๆ ผมอยากเป็นสัตวแพทย์ ผมก็ศึกษาสัตว์ทุกอย่างให้ถ่องแท้ ดังนั้น ถ้าถามว่าปลื้มอยากทำอะไรปลื้มอยากทำเยอะมาก ตั้งแต่เป็นนักการเมืองจนถึงธุรกิจ หรืออะไรก็ตาม แต่ปลื้มเป็นคนชอบศึกษางาน"

"เหมือนช่วงหนึ่งปลื้มชอบเรื่องไร่น่า ก็ไปนอนค้างบ้านเพื่อนที่เป็นชาวนา ไปอยู่กับเขาเป็นเดือน ไปอยู่กับเขา นอนกับเขา ตื่นพร้อมเขา ศึกษาว่าเขาดำนา ใช้ควาย จูงควายกันอย่างไร"



ในฐานะเป็นรองโฆษกพระทรวงวัฒนธรรม ปลื้มบอกว่า "อยากเปลี่ยนค่านิยมที่คนมองกระทรวงวัฒนธรรมว่าเป็นไดโนเสาร์เต่าล้านปี ล้าสมัย ผมอยากให้เป็นอะไรที่ร่วมสมัย ผมได้รับความเมตตาจากท่านรัฐมนตรี นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ท่านรับฟังความคิดเห็นของผม การที่ผมอยากมาอยู่ที่กระทรวงนี้ เพราะรู้สึกว่าประเทศของเรามีปัญหาเรื่องค่านิยม เรามักจะรับค่านิยมมาจากประเทศอื่นเยอะเกินไป รับมาได้ถ้าเป็นเรื่องที่ดี"

"อย่างตอนนี้ เด็กวัยรุ่นบ้าเกาหลีกันมาก อะไรก็เกาหลี เกาหลี เราเห็นผู้ชายหน้าเกาหลีมา...คนนี้หล่อ เราเห็นผู้ชายหน้าไทยมา คนนี้...อี้ ผมรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควร เหมือนอย่างผม ทำทรงผมอย่างนี้มาเป็น 10 ปีแล้ว ผมแสกข้างมาเป็น 10 ปีแล้ว พอผมออกข่าวกลายเป็นว่าปลื้มทำผมเกาหลี นี่คือปัญหา เรารับของเขามาเยอะไป จนมองว่าอะไรรอบๆ ตัวเรากลายเป็นเกาหลี เกาหลี เกาหลี"

"ผมเลยมองว่าเราควรจะมีค่าความเจ๋งของเรา เหมือนคนไทยเรามีของเจ๋งๆ เยอะ ซุบที่อร่อยที่สุดในโลกก็อยู่ในไทยเรา คือต้มยำกุ้ง ศิลปะป้องกันตัวที่ใช้ได้จริง และดีที่สุดในโลกก็คือมวยไทย ประเทศเรามีของดีสุดยอดในโลกอยู่ในไทยเราเยอะมาก พรีเมี่ยมของเรามีเยอะและเจ๋งมากอยู่แล้ว แต่เราไม่ค่อยสนใจกันเอง"

"ผมอยากเปลี่ยนค่านิยมอันนี้ แต่ไม่ใช่ว่าผมมาอยู่กระทรวงวัฒนธรรม ผมจะต้องทำทุกอย่างให้ไทยจ๋า ไม่ครับ เราต้องทำให้ร่วมสมัย เพราะเราอยู่ในโลกที่ทุกอย่างเชื่อมกันหมดด้วยอินเตอร์เน็ต"

การเลือกมาอยู่กระทรวงวัฒนธรรมนั้น ปลื้มยืนยันว่า เป็นความต้องการของตัวเอง

"เหมือนเป็นความโชคดีของปลื้มที่เป็นลูกคุณพ่อ เลยมีโอกาสได้มาทำงานในสิ่งที่ผมคิดว่าอยากจะเข้ามาทำอะไรบ้าง ส่วนที่ใครวิจารณ์ว่าใช้เส้นนั้น ผมไม่ซีเรียสเพราะผมอยากมาทำเองและค่อนข้างมั่นใจว่ามันน่าจะมีประโยชน์ต่อสังคมบ้างไม่มากก็น้อย ไม่ใช่ว่าผมเข้ามาแล้วไม่มีประโยชน์อะไรเลย"

หลายคนอาจจะมองว่าการเข้ามาทำงานการเมือง ในฐานะที่มีคุณพ่อที่มีประสบการณ์การเมืองมาอย่างยาวนานและเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คงจะแนะนำอะไรบ้าง ประเด็นนี้ "ปลื้ม" ตอบชัดถ้อยชัดคำ

"คุณพ่อไม่ได้บอกว่าถ้ามานั่งในตำแหน่งนี้แล้วต้องทำอะไรเพราะคุณพ่อสอนสอนในหลักการในสิ่งที่คนในสังคมควรจะเป็น คือการเป็นคนดี การมีหลักคุณธรรม คุณพ่อสอนว่าถ้าเราอยู่ใน 3 ข้อได้ทุกอย่างจะดีหมด คือ 1. อยู่ภายใต้กฎหมาย 2. มีหลักคุณธรรม 3. ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร"

"หากมี 3 ข้อนี้ทุกอย่างเราสามารถแปรมาใช้ได้หมด"



"ในกรณีที่รัก"

"ปลื้ม"ชิมลาง"ละครเวที"

และ บทบาท"ผู้เก็บศพ"

อย่างที่เกริ่นไว้แต่ต้น หนุ่มปลื้มทำกิจกรรมน่าสนใจหลายอย่าง โดยในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ เขาได้ร่วมกับนิสิตจุฬาฯ เล่นละครเวทีเรื่อง "ในกรณีที่รัก" ซึ่งจะเล่นที่ทองหล่อซอย 10 เป็นละครเกี่ยวกับความรักของวัยรุ่นในแต่ละกรณี

"ผมเล่นเป็นเด็กเป๋อๆ เป็นเด็กเรียนหนังสือแต่ขี้อาย จะเล่นรับวันวาเลนไทน์ เพื่อจะเป็นข้อเสนอแนะให้วัยรุ่นว่าความรักมันไม่ใช่ทุกสิ่ง ความรักมีหลายรูปแบบ เราควรจะใช้ความรักให้ถูกรูปแบบและไม่ให้มันเกินไป นี่คือสิ่งที่ละครเราอยากจะเสนอ"

ส่วนที่หนุ่มปลื้มไปเป็นอาสาสมัครปอเต็กตึ๊งมาได้ 2 ปีแล้ว เขาถ่ายทอดประสบการณ์นี้ให้ฟังว่า "ผมไม่ได้รู้สึกอะไรไม่กลัวตั้งแต่เก็บศพแรกนี่ก็ทำมา 2 ปีแล้ว ผมเป็นคนไม่กลัวเลือด ไม่กลัวศพ ไม่กลัวเครื่องใน ผมรู้สึกสงสาร ผมสงสารเพราะคนอื่นกลัว ผมไม่ชอบท่าทางเวลามีคนมามุงดูแล้วทำท่ารังเกียจ ผมรู้สึกว่าทำไมต้องรังเกียจในเมื่อคนๆนี้ก่อนหน้านี้ไม่กี่วินาทีเขาเป็นคนอยู่เขายังมีชีวิตอยู่ เขายังไม่ใช่ซากก้อนเนื้อ ผมรู้สึกว่าการที่เราจะไปรังเกียจเรื่องที่ไม่ถูกไม่ควรเพราะเขาก็ยังมีคนรักอยู่ ยังมีภรรยามีลูกมีคนที่เป็นห่วง เวลาผมทำงานผมอยากจะรวบรวมทุกอย่างที่เป็นเขากลับมารวบรวมไปส่งให้ครอบครัวของเขาเพื่อให้ครอบครัวของเขาได้เห็นเขาอีกครั้งหนึ่ง"

"ผมจะรู้สึกมากในกรณีที่คนที่ตายด้วยอุบัติเหตุ มันจะเป็นเครื่องเตือนใจอย่างดีว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อและเราจะตายได้โดยไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้น เราจะต้องอยู่ในความไม่ประมาท ผมเก็บศพมาเยอะครับ ส่วนใหญ่ผมจะเก็บแถวบ้าน ผมไม่ได้ไปทำทุกวันเอาเฉพาะวันที่ว่าง หรือวันที่บังเอิญผมอยู่แถวนั้นแล้วเขาแจ้งมาว่ามีศพผมก็จะไป"

แล้วก็มาถึงคำถามที่สาวๆ อยากรู้ว่าหนุ่มหล่อลูกนักการเมืองผู้นี้ มีหวานใจหรือยัง

"ผมไม่รีบจะมีแฟนครับ ผมรู้สึกว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ผมค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ผมชอบคนดี ผมเชื่อว่าการที่เราอยู่กับคนดีนี่เราไม่เสียใจและไม่เป็นทุกข์แน่นอนเพราะว่าเขาเป็นคนดี เขาก็จะทำดีกับรอบๆ ตัวเขาและเขาทำดีกับเรา ซึ่งคิดว่าจะมีผู้หญิงแบบนี้อยู่"

"แต่ ณ วันนี้ผมยังไม่มีใคร"








ไทยพาณิชย์ จับมือ ประวิทย์กรุ๊ป และ เรืองอาภัสร์การเกษตร
กรมการท่องเที่ยวจับมือพันธมิตรรณรงค์โครงการห้องน้ำสะอาดในแหล่งท่องเที่ยวทั่วไทย
“อิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง” เฉลิมฉลองครบรอบ 32 ปี อย่างยิ่งใหญ่
"การีนา ออนไลน์" ประกาศผลชนะเลิศโครงการประกวดหนังสั้น “Garena Short Film เกมไม่เกรียน”
เตรียมMeet&Greet กับพระเอกหนุ่มสไตล์อบอุ่น“โป๊ป ธนวรรธน์” ณ โตโยต้า บัสส์ สาขาเพชรเกษม 88
เนื่องในวันสิทธิเด็กสากล เด็กและเยาวชนไทยเรียกร้องให้เกิดโอกาสที่เท่าเทียม และมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
ModernMom จัดงานสนุกสุดหรรษารับลมหนาว
ซีพีเอฟรับรางวัล Thailand Energy Awards 2014
กลุ่มแลนด์แอนด์เฮ้าส์ เปิดตัวทรัสต์ลงทุนเทอร์มินอล 21