"ตลาดดอทคอม" ทางลัดสำหรับ SMEs สู่โลกการค้าออนไลน์

วันที่ 05 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 เวลา 23:57:53 น.




"หากผู้ประกอบการไทยยังไม่ลุกขึ้นมาออนไลน์จะไม่สามารถวัดผลได้ว่าเงินรั่วไหลออกนอกประเทศจำนวนเท่าไหร่ และปัจจุบัน อี-คอมเมิร์ซไทยยังไม่แข็งแรง จึงขอให้ผู้ประกอบการเข้าใจว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าสินค้าจะเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ต คนจะเข้าสู่ระบบออนไลน์ และเมื่อถึงเวลานั้นหากสินค้าไทยยังเข้าสู่ระบบออนไลน์น้อยกว่าประเทศอื่น หมายถึง เงินกำลังไหลออกและผู้ประกอบการจะเจ็บหนัก"

สัมภาษณ์พิเศษ
กอง บ.ก.เส้นทางเศรษฐี


เดือนมกราคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ช็อปปิ้งออนไลน์แนวหน้าของเมืองไทย "ตลาดดอทคอม" เปิดเผยตัวเลขการเติบโตของวงการการค้าออนไลน์ หรือ อี-คอมเมิร์ซ โดยเปิดเผยการเติบโตของเว็บไซต์ตลาดดอทคอมว่า มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยรูปแบบการค้าแบบใหม่ที่เรียกว่า พรีเมี่ยมมอลล์ หรือ ห้างสรรพสินค้าออนไลน์ เติบโตขึ้นเกือบ 1,000 เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่เปิดตัวไปในปี 2553 ที่ผ่านมา


ตัวเลขการเติบโตแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค เก็บข้อมูลสำรวจพบตัวเลขคนไทยนิยมช็อปปิ้งออนไลน์สูงถึง 57.2 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหมายถึงค่านิยมการซื้อออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น และผู้ประกอบการใช้ช่องทางค้าผ่านเว็บไซต์มากขึ้นเช่นกัน


คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดดอทคอม จำกัด แสดงทรรศนะการเติบโตของอี-คอมเมิร์ซไทย โดยเปรียบเทียบกับญี่ปุ่นว่า ไทยยังล้าหลังและตามหลังญี่ปุ่นนานถึง 8 ปี และปัจจุบันไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการตลาดที่เปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม นักการตลาดในยุคเดิมจะถูกสอนให้คิดว่าต้องทำการตลาดเฉพาะอยู่ในเมืองไทยเท่านั้น เพราะขอบเขตสื่อจะอยู่ภายในประเทศ แต่การตลาดยุคใหม่มีโลกที่เข้าสู่ยุคอินเตอร์เน็ต อินเตอร์เน็ตถูกนำมาใช้ในการตลาดตั้งแต่ปีที่ผ่านมา
    
เทรนด์ค้ายุคหน้า
จ่ายเงินออนไลน์
ปิดการขาย
เมื่อการตลาดยุคใหม่ที่โตขึ้น ก้าวเข้าสู่โลกอินเตอร์เน็ต สิ่งที่ตามมา คือ การตลาดจะเปิดกว้างมากขึ้น รูปแบบการสื่อสารเปลี่ยนจากเดิมที่มีเพียงโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ มาเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา หรือเรียกว่า โซเชียลเน็ตเวิร์ก ซึ่งปัจจุบันมีคนใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก เฟซบุ๊ก กว่า 500 ล้านคนทั่วประเทศ ดังนั้น โซเชียลเน็ตเวิร์กจึงเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพมากในการเข้าถึง และทั่วโลกมีคนจำนวน 30 เปอร์เซ็นต์ของประชากรเน็ตที่ใช้เฟซบุ๊ก โดยประชากรไทยที่ใช้เฟซบุ๊กก็มีจำนวนมากถึงร้อยละ 10 ทีเดียว


คุณภาวุธ กล่าวว่า อนาคตอินเตอร์เน็ตจะราคาถูกลง คนเข้าถึงง่าย อุปกรณ์รองรับ 3G มากขึ้น และเมื่ออินเตอร์เน็ตกับโทรทัศน์เริ่มรวมเข้าด้วยกัน การเข้ามาของ tablet หรือ kindle 3G เมื่อกระแสโซเชียลเน็ตเวิร์กแรงขึ้น "เฟซบุ๊ก" จะกลายเป็นหน้าแรก เพราะคนจะหันมาใช้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางใหม่ในการสื่อสารมากขึ้น นอกเหนือจากกระแสความแรงที่มาพร้อมกับ tablet หรือ kindle 3G แล้ว ยังมีเรื่องของ location เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งประการหลังเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดรูปแบบใหม่ของการค้าขึ้น


"การขายผ่านช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์กเริ่มมาแรง เป็นการค้าที่ขายผ่านออนไลน์ เป็นช่องทางใหม่ เช่น ผมซื้อโทรศัพท์ใหม่ ผมถ่ายรูป แล้วบอกเพื่อนว่าโทรศัพท์รุ่นนี้ดีจังเลย แค่ถ่ายรูปแล้วพูดว่าดี เท่ากับเป็นการกระตุ้นให้เพื่อนซื้อตามโดยไม่รู้ตัว ช่องทางการขายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นช่องทางที่นักการตลาดยุคใหม่เลือกใช้ ซึ่งเหมาะสำหรับการค้าในยุคนี้ เนื่องจากโซเชียลเน็ตเวิร์กเติบโตค่อนข้างรุนแรง ผู้ที่ทำธุรกิจการค้าก็ต้องเปลี่ยนมุมมองไป"


ข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการที่สนใจช่องทางการค้าขายออนไลน์ คุณภาวุธ แนะนำให้เริ่มต้นจากการมีเว็บไซต์ หรือ อี-คอมเมิร์ซก่อน เมื่อเว็บไซต์สมบูรณ์มากขึ้น ควรมีระบบ payment online ซึ่งเป็นประการสำคัญในการกระตุ้นและเพิ่มยอดขายให้เกิดขึ้นได้ ส่วนการนำโซเชียลเน็ตเวิร์กมาใช้สามารถทำได้หลายทาง เช่น บอกเพื่อนว่าอาหารร้านนี้อร่อย เพื่อนไปที่ร้าน ถ่ายรูปร้านและอาหารโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ทำให้คนที่เห็นภาพรู้สึกอยากไปร้านอาหาร ซึ่งการทำการค้าลักษณะนี้เป็นการค้ากึ่งขายตรง ทำให้เกิดความต้องการซื้อ แต่ผู้บริโภคไม่สามารถซื้อได้ทันที


คุณภาวุธ ระบุว่า แม้ว่าการขายลักษณะกึ่งขายตรงจะเหมาะกับพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยก็ตาม แต่การค้าที่มีอี-คอมเมิร์ซแล้วนำโซเชียลเน็ตเวิร์กเข้ามาผนวก จะช่วยเพิ่มยอดขาย ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการขายที่สามารถปิดการขายได้ทันที เช่น มีเว็บไซต์ขายโทรศัพท์ มีคนสนใจโทรศัพท์รุ่นนี้ คลิกเข้ามาดู ต้องการสั่งซื้อ เราสามารถปิดการขายได้หากมีระบบการชำระเงินออนไลน์ กรณีไม่มีระบบชำระเงินออนไลน์จะไม่ช่วยเพิ่มยอดขายตรงที่เมื่อลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้า แต่ต้องชะลอการจ่ายเงินออกไป ลูกค้าส่วนใหญ่จะเปลี่ยนใจ ดังนั้น การขายของออนไลน์ที่ดีต้องสามารถปิดการขายได้ จึงเหมาะกับพฤติกรรมของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในยุคนี้ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเทรนด์การค้าขายในยุคต่อไป
    
โลเกชั่น ระบุตำแหน่ง
การตลาดที่เข้าถึงทั่วโลก
การสื่อสารช่องทางใหม่ที่สำคัญ นอกเหนือจากเฟซบุ๊กที่ในอนาคตจะกลายเป็นหน้าแรกของการเปิดอินเตอร์เน็ต คือ location ซึ่งสามารถบอกตำแหน่งของคนหรือสินค้าที่ต้องซื้อได้ คุณภาวุธ ยกตัวอย่าง "ตลาดดอทคอม" ที่เกี่ยวข้องกับ location ว่า ตลาดดอทคอมเปิดบริการใหม่ที่สามารถรู้ตำแหน่งคนและสินค้า เช่น เมื่อมีคนเปิดหน้าเว็บตลาดดอทคอมที่จังหวัดหนึ่ง ข้อมูลจะวิ่งไปที่จังหวัดนั้น และบอกว่ามีสินค้าอะไรขายอยู่จุดใด เป็นข้อดีที่ช่วยให้เราสามารถทราบได้ว่ารอบตัวเรามีสินค้าอะไรขาย หรือหากต้องการซื้อสินค้าชนิดหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา สามารถคลิกเข้าไปดูว่ามีร้านไหนขายสินค้าประเภทอะไร


คุณภาวุธ ให้ข้อมูลว่า ก่อนจะมีรูปแบบของ location เข้ามาให้ความสะดวกในเว็บไซต์ ทางตลาดดอทคอมจะต้องมีข้อมูลของร้านค้าที่นำสินค้ามาขายในเว็บของตลาดดอทคอมก่อน โดยระบุตำแหน่งเป็นละติจูด ลองจิจูด เพื่อง่ายต่อการผนวกเป็น location ซึ่งทั้งหมดเป็นตัวอย่างของอี-คอมเมิร์ซที่มี location เข้ามาเกี่ยวข้อง


"แนวโน้มการตลาดยุคใหม่ ผู้ประกอบการสามารถทำการตลาดเองได้และการทำการตลาดของคุณสามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้ทั่วโลก ขณะเดียวกัน การตลาดอีกด้านหนึ่ง คือ การตลาดบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก ซึ่งจะเริ่มมีคนทำการตลาดบนนี้มากขึ้น เพราะปัจจุบันคนไทยใช้เฟซบุ๊กประมาณ 6 ล้านคน และคนที่ใช้อินเตอร์เน็ตอีกประมาณ 20 ล้านคน หากต้องการทำการตลาดกลุ่มสินค้าและบริการ และกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มเป้าหมายเดียวกับเฟซบุ๊ก คือ อายุประมาณ 18-35 ปี ซึ่งหากสินค้ามีกลุ่มเป้าหมายนี้ ช่องทางการทำการตลาดบนเฟซบุ๊กก็เป็นช่องทางที่น่าสนใจ"


นอกจากนี้ ในโลกอนาคต การตลาดในโลกออนไลน์จะเริ่มลงลึกมากขึ้น หากผู้ประกอบการมีเว็บไซต์ มีสินค้า มีบริการ เมื่อมีลูกค้าเข้ามาในเว็บไซต์จะสามารถวิเคราะห์เชิงลึกได้ว่า ลูกค้าเข้ามาเวลาเท่าไหร่ ลูกค้าซื้อสินค้าหรือไม่ ลูกค้ามาจากประเทศใด สินค้าหรือตำแหน่งใดในเว็บไซต์ที่ลูกค้าชอบคลิกเป็นพิเศษ ซึ่งทั้งหมดวิเคราะห์ได้จากพฤติกรรมของลูกค้าที่เข้ามาในเว็บไซต์ นำกลับมาเป็นข้อมูลในการเพิ่มยอดขายได้


คุณภาวุธ วิเคราะห์ถึงอนาคตของผู้ประกอบการอย่างย่นย่อ โดยชี้ว่า หากผู้ประกอบการไทยยังไม่ลุกขึ้นมาออนไลน์จะไม่สามารถวัดผลได้ว่าเงินรั่วไหลออกนอกประเทศจำนวนเท่าไหร่ และปัจจุบัน อี-คอมเมิร์ซไทยยังไม่แข็งแรง จึงขอให้ผู้ประกอบการเข้าใจว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าสินค้าจะเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ต คนจะเข้าสู่ระบบออนไลน์ และเมื่อถึงเวลานั้นหากสินค้าไทยยังเข้าสู่ระบบออนไลน์น้อยกว่าประเทศอื่น หมายถึง เงินกำลังไหลออกและผู้ประกอบการจะเจ็บหนัก
    
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน
เฟซบุ๊ก ช่องทางเพิ่มยอดขาย

เมื่อถามถึงตลาดดอทคอมที่จัดว่าเป็นอี-คอมเมิร์ซอันดับต้นของเมืองไทย คุณภาวุธ กล่าวถึงภาพรวมของตลาดดอทคอมหลังการร่วมเป็นพันธมิตรกับ ราคูเท็น อิชิบะ (Rakuten Ichiba) ซึ่งเป็นตลาดออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น มีสินค้าที่ขายในเว็บไซต์กว่า 40 ล้านชิ้น มีร้านค้าออนไลน์กว่า 30,000 ร้าน ว่า นับว่าเป็นอีกช่องทางที่จะพาผู้ประกอบและสินค้าไทยไปสู่อี-คอมเมิร์ซในระดับโลก และสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้นกับอี-คอมเมิร์ซในประเทศไทย


ปัจจุบัน ร้านค้าในตลาดดอทคอมมีประมาณ 207,000 ร้านค้า และเปิดเวอร์ชั่นร้านค้าบนเฟซบุ๊กด้วย โดยให้แต่ละร้านค้านำสินค้ามาวาง เมื่อมีลูกค้าสนใจจะวิ่งเข้าไปที่เฟซบุ๊ก ทำให้ผู้ประกอบการสามารถทราบว่าใครเข้ามาดูสินค้าอะไรอย่างไรบ้าง และถ้าลูกค้าตัดสินใจซื้อก็จะวิ่งกลับไปที่สินค้านั้นในตลาดดอทคอม พร้อมกับจ่ายเงินออนไลน์ได้ทันที
"ข้อดีของการขายของบนเฟซบุ๊ก คือ ร้านค้ามีตัวตนแน่นอน เพราะเฟซบุ๊กมี account เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือของร้านค้าและช่วยให้ยอดขายของร้านค้าสูงมากกว่าหน้าร้านประเภทอื่น โดยสินค้าที่ขายดีเรียงลำดับ ได้แก่ เสื้อผ้าและแฟชั่น นาฬิกาและจิวเวลรี่ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ โทรศัพท์มือถือ และวิดีโอเกม และการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต กลายเป็นช่องทางที่คนนิยมชำระเงินผ่านทางออนไลน์มากที่สุดในขณะนี้"


คุณภาวุธ สรุปพฤติกรรมการซื้อของคนไทยผ่านอี-คอมเมิร์ซว่า พฤติกรรมของผู้ซื้อเริ่มเปลี่ยน จากในอดีตการซื้อของออนไลน์ผู้ซื้อส่วนใหญ่เกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ จ่ายเงินด้วยวิธีการโอนเงินผ่านเอทีเอ็ม (ATM) แต่หลังจากระบบพรีเมี่ยมมอลล์ในตลาดดอทคอมเปิดตัวหลังร่วมทุนกับราคูเท็น พบว่า ผู้ซื้อนิยมชำระเงินผ่านบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 1 แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของผู้ซื้อสินค้าออนไลน์คนไทยที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์เกือบ 70 เปอร์เซ็นต์เป็นผู้ซื้อที่มาจากต่างจังหวัด และให้เห็นถึงความต้องการของคนไทยในจังหวัดอื่นๆ ที่เริ่มมีความพร้อมและพฤติกรรมการซื้อของเริ่มเปลี่ยนไปซื้อของทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น
    ............................................................    


@ การเปิดร้านค้าในพรีเมี่ยมมอลล์ ผู้สนใจไม่ว่าสินค้าอะไรขอเพียงถูกกฎหมาย สามารถลงทะเบียนและสมัครเข้าร่วมเป็นหนึ่งในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ได้ โดยเฉพาะใน 3 เดือนแรกหลังจากบริษัทเปิดให้ทดลองตลาดฟรีโดยไม่คิดค่าเช่า หลังจากนั้น ผู้เช่าจะต้องเสียค่าเช่าเดือนละ 3,000 บาท และเสียค่าคอมมิสชั่นประมาณ 3-5 เปอร์เซ็นต์ให้กับตลาดดอทคอม


@ ลูกค้าที่ซื้อสินค้าผ่านพรีเมี่ยมมอลล์ สามารถชำระเงินได้สะดวกหลายช่องทาง ทั้งจ่ายเงินสดผ่านธนาคาร บัตรเครดิต เคาน์เตอร์เซอร์วิส เพย์พัล เพย์สบาย และเอ็มเปย์ผ่านโทรศัพท์มือถือ ในกรณีที่ลูกค้าไม่ได้รับสินค้าตามที่ตกลง ตลาดดอทคอม รับประกันคืนเงินให้สูงสุด 50,000 บาท

     .......................................................

 

ตลาดดอทคอม เป็นเว็บไซต์การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เว็บแรกๆ ของเมืองไทย เริ่มให้บริการครั้งแรกในปี 2544 ก่อตั้งโดย คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ และเพื่อน ซึ่งร่วมกันพัฒนาเว็บไซต์ www.Thaisecondhand.com ที่เป็นเว็บไซต์ประกาศซื้อ-ขายสินค้า (Classifieds) และหลังเปิดเว็บไซต์ www.Thaisecondhand.com ไม่นานนัก ก็เริ่มเปิดบริการเว็บไซต์ www.TARAD.com (ตลาดดอทคอม) เพื่อเป็นเว็บไซต์ตลาดนัดของการซื้อขาย


ในปี 2544 กลุ่มบริษัท โมโนเทคโนโลยี ได้เข้ามาร่วมลงทุนในบริษัท ตลาดดอทคอม ทำให้มีการขยายทีมทำงานมากขึ้น และพัฒนาเว็บไซต์ แต่ในปี 2551 คุณภาวุธและเพื่อนได้ซื้อหุ้นคืนจากกลุ่มโมโนทั้งหมด


ปี 2549 ตลาดดอทคอม ขยายทีมขึ้นใหม่ ชื่อทีม ตลาดอีดียู (TARADedu.com) เพื่อเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการค้าขายออนไลน์ และการตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (E-Marketing) โดยออกหนังสือและเปิดหลักสูตรอบรมในองค์ความรู้ด้านนี้ขึ้น


ต่อมาในปี 2552 บริษัท ราคูเท็น จากญี่ปุ่น ได้ร่วมทุนกับตลาดดอทคอม โดยซื้อหุ้นตลาดดอทคอม จำนวน 67 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีแผนขยายกิจการเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยการเปิดตัวรูปแบบการใช้งานและการบริการที่หลากหลายสำหรับคู่ค้าและผู้ใช้บริการ เริ่มตั้งแต่ปี 2553 ที่ผ่านมา


ปัจจุบัน ตลาดดอทคอม มีการขยายบริการต่างๆ ออกไป โดยเน้นที่การให้บริการด้านการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) เป็นหลัก เช่น บริการสร้างเว็บไซต์สำเร็จรูป, การชำระเงินออนไลน์, การอบรม-หนังสือ ด้านการค้าขายออนไลน์, การประมูลสินค้า เป็นต้น

 








‘Scan & Pay’ นวัตกรรมการเงินล่าสุดจาก ‘กรุงศรี โมบาย แอพพลิเคชั่น’
บอสใหญ่น้อมบุญ งัดโปรฯ ดับร้อนกระตุ้นยอดขาย “เลอ เน็กซ์ตร้า”
วอลล์เปิดตัวเมกะเซอร์ไพรส์ “ไอศกรีม แม็กนั่ม โกลด์” ลิมิเต็ดอิดิชั่น
ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันที่ 21 เม.ย.57
ผลฟุตบอล ลาลีกา สเปน วันที่ 20 เม.ย.57
ผลฟุตบอล โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก วันที่ 20 เม.ย.57
ผลฟุตบอล โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก วันที่ 19 เม.ย.57
ลีวายส์® ประเทศไทยจัดกิจกรรม “มันส์ สุด คูล”ลุ้นรับยีนส์ไปเลย 19-20 เม.ย.นี้
สถาบันปลูกป่า ปตท.จัดเสวนาเรื่อง ไม้พะยูง...พยุงชาติ 21 เม.ย.นี้