สำนักงานเกษตรจังหวัดปทุมธานี ส่งเสริมการปลูกเตยหอมเพื่อการค้า

วันที่ 02 มีนาคม พ.ศ. 2554 เวลา 11:49:19 น.




เทคโนโลยีการเกษตร
มาโนช ระรวยรส


manoot_8@hotmail.com

โทร. (081) 633-6189


 

ดร.รุจีพัชร บุญจริง เกษตรจังหวัดปทุมธานี ให้ข้อมูลว่า จังหวัดปทุมธานี เป็นเมืองเกษตรกรรมชาญเมือง ที่มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ เหมาะสมต่อการทำการเกษตร พร้อมทั้งใกล้แหล่งตลาดรับซื้อผลผลิต พื้นที่การเกษตรทั้งหมดประมาณ  5 แสนไร่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำนา 3.5 แสนไร่ รองลงมาพืชผักและผลไม้ สำหรับพืชสมุนไพรที่กำลังให้การส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกเพื่อการค้า ได้แก่ เตยหอม ซึ่งมีการปลูกมานาน 5-6 ปี


ปัจจุบัน มีพื้นที่ปลูกมาก อยู่ที่บริเวณ ตำบลคลองสาม-คลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ได้มีการจัดตั้ง ′กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเตยหอมคลองสาม′ หมู่ที่ 13 ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พื้นที่รวมไม่ต่ำกว่า 450 ไร่ เกษตรกรที่เป็นสมาชิก จำนวน 34 ราย มี คุณสุเทพ เมฆกำพล เป็นประธานกลุ่ม เบอร์โทรศัพท์ (085) 114-5427 และ คุณสมใจ คชศิลา เป็นรองประธาน โทร. (084) 660-7034 โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะรวมกลุ่มในการพัฒนาการผลิตเตยหอมให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน GAP และเป็นที่ต้องการของตลาด
ข้อมูลบางส่วนของเตยหอมมี ดังนี้
เตยหอม(Toeihom) Screw pine
ชื่อวิทยาศาสตร์ Pandunus odorus Ridi            
วงศ์ PANDANACEAE                                      
ชื่ออื่นๆ ภาคกลาง : เตยหอมใหญ่ (Toei-hom-yai)
เตยหอมเล็ก (Toei-hom-lek)
มลายู : ปาแนะวองิง (Pa-nae-wo-nging)
ชื่อพื้นเมือง เตยหอม หวานข้าวไหม้ ปาแนะออจิง (Pandanus)
ถิ่นกำเนิด ไทย มาเลเซีย
รูปลักษณะ ไม้น้ำ ต้นเล็กใบยาวแยกออกจากโคนต้น ใบเขียวเกลี้ยงไม่มีหนามริมใบ มีกลิ่นหอมมันๆ ต้นแก่มีรากอากาศขึ้นอยู่ตามชายคลองที่น้ำขึ้นลงถึง
 
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
แก้อ่อนเพลีย บำรุงหัวใจ ดับพิษไข้ ชูกำลัง
ต้นและราก-ใช้เป็นยาขับปัสสาวะกระษัย
ใบสด-ตำพอกรักษาโรคหัด โรคผิวหนัง ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื้น โดยใช้น้ำใบเตยผสมอาหาร แต่งกลิ่น แต่งสีขนม


ประโยชน์
ใช้ ผสมอาหาร ทำอาหาร ดับกลิ่น แก้โรคเบาหวาน ใช้บำรุงหัวใจ
กลิ่นหอมเย็นชื่นใจ ดื่มทำให้ชุ่มคอ


ใบ
ใบเตยประกอบไปด้วยน้ำมันหอมระเหย และมีสีเขียวของคลอโรฟิลล์ ซึ่งในน้ำมันหอมระเหยประกอบไปด้วยสารหลายชนิด เช่น ไลนาลิลอะซีเตท (Linalyl acetate) เบนซิลอะซีเตท (Benzyl acetate) ไลนาโลออล  (Linalool) และเจอรานิออล (Geraniol) และสารที่ทำให้มีกลิ่นหอมคือ คูมาริน (Coumarin) และเอทิลวานิลลิน (Ethyl vanillin)


เตย เป็นพืชครึ่งบกครึ่งน้ำชนิดหนึ่งที่มีใบสีเขียวยาว มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ใบเล็กหรือใหญ่ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ปลูก ใบเตยจะขึ้นอยู่ในพื้นที่ใดก็ได้ แต่ต้องมีน้ำเพียงพอต่อการดำรงชีวิตและการเติบโตของต้นเตยได้ ส่วนใหญ่ต้องปลูกตามชายน้ำ


ประโยชน์ที่ได้จากใบเตยก็แสนจะสารพัดที่จะใช้ประโยชน์ได้จริงๆ ชาวบ้านตามชนบทส่วนใหญ่ปลูกไว้ตามครัวเรือนแทบทุกหลังคาเรือน เพื่อประกอบอาหารในครัวเรือนเองได้ ไม่ต้องไปขอบ้านข้างเคียง เพราะชาวบ้านในชนบทยังเป็นการขอ การให้ ที่แสดงถึงความเป็นไทยอย่างดั้งเดิม เพราะคนในชนบทจะมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันอยู่อย่างต่อเนื่อง เรื่องเงินเป็นเรื่องรองลงมาจากเรื่องของน้ำใจและความจริงใจ อีกอย่างหนึ่งคือ ชุมชนจะดูแลเฝ้าระวังกันเอง
รักใคร่กลมเกลียวกันเองจึงปลอดจากสิ่งที่ไม่ดีไปโดยสิ้นเชิง


บางคนนำใบเตยเป็นกำใหญ่ๆ ไปใส่ไว้ในรถ หรือตามหลังรถเพื่อขจัดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ในรถ เรียกง่ายๆ ว่าขจัดกลิ่นในรถนั้นก็ว่าได้ แถมยังส่งกลิ่นหอมที่เป็นลักษณะพิเศษของต้นเตยที่ส่งกลิ่นหอม


ในยุคปัจจุบันนี้มีคนนำใบเตยมาตัดทำกระทงใส่ขนมตะโก้สมหวัง (หรือตะโก้แห้ว) ก็มีให้เห็นอย่างมากมาย นอกจากนี้ ยังใช้ใบเตยสดมาปรุงแต่งสีสันอาหารขนมให้เป็นสีเขียวอ่อนๆ พร้อมยังเป็นการแต่งกลิ่นให้หอมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นขนม หรือข้าวร้อนๆ ที่สุกใหม่ๆ นำใบเตยที่ยังสดๆ ใส่สักครู่ก็เป็นข้าวที่มีกลิ่นน่ารับประทานยิ่งนัก (แต่มีบางคนที่ไม่ชอบ ก็อย่านำไปใส่เดี๋ยวจะพานมีเรื่องกันไปใหญ่ เพราะใบเตยเพียงใบเดียว)


คราวนี้มาพูดเรื่องทางธรรมบ้าง ว่าแล้วก็ไม่พ้นใบเตยที่นำมาประกอบกับดอกบัวหลวง ดอกไม้ชนิดอื่นๆ อีกนิดหน่อยไหว้พระ บูชาพระ แต่ในยุคคนรุ่นใหม่ก็มีน้อยคนนักที่จะรู้จักการใช้ประโยชน์จากใบเตย เด็กบางคนยังไม่รู้จักใบเตยเลยว่าต้นจริงๆ เป็นอย่างไร เพราะยุคนี้อะไรก็สะดวกก็รวดเร็ว อะไรก็สำเร็จรูป


ดร.รุจีพัชร บุญจริง เกษตรจังหวัดปทุมธานี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การปลูกเตยหอมของ′กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเตยหอมคลองสาม′ หมู่ที่ 13 ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี นับว่าประสบผลสำเร็จอย่างมาก เป็นแบบอย่างให้เกษตรกรใกล้เคียง ที่สนใจเข้าร่วมกลุ่ม/หรือนำไปเพื่อสร้างรายได้ให้ครอบครัว โดยมีวิธีการปลูกและผลตอบแทน ดังนี้

 

เคล็ดลับปลูกเตยหอม
การปลูกเตยหอมต้องมีพื้นที่จะเพาะปลูก ต้องใกล้น้ำค่อนข้างแฉะ มีน้ำหมุนเวียนตลอดปี มีร่มเงารำไรให้ต้นเตยไม่โดนแสงแดดโดยตรง หรือตามร่องสวน ตามชายบ่อน้ำ ส่วนการปลูกในพื้นนามีการเตรียมดินคล้ายกับการทำนา แต่ทำเพียงครั้งเดียว ก่อนปลูกเพื่อให้พื้นที่เรียบ ระบบน้ำดูแลง่าย ส่วนทางเดินเข้าเก็บเกี่ยวเตยหอมขึ้นอยู่ตามความสะดวกสบายที่ผู้ปลูกต้องจัดการและวางแผนเองตามความเหมาะสมของพื้นที่ปลูกและขนาดพื้นที่


ก่อนปลูกต้องใช้ตาข่ายขึงพรางแสง ความโปร่งแสง 60% เหนือบริเวณที่ปลูก โดยทำเป็นโรงเรือน แต่อย่าให้ร่มเกินไป จะเป็นการทำให้ต้นไม้โตช้า ใบสั้น และไม่เป็นที่ต้องการของตลาด จากนั้นต้องเปิดน้ำเข้าแปลง สูงประมาณ 1 ฝ่ามือ หรือประมาณ 15 เซนติเมตร จากนั้นเตรียมต้นพันธุ์เตยหอมที่แข็งแรงที่มีรากปักลงในแปลง โดยทำเหมือนการดำนา จากนั้นดูแลระบบถ่ายเทน้ำ ดูแลไม่ให้ต้นที่ปักดำลอยขึ้นมา ทิ้งไว้ 1-2 เดือน จึงเพิ่มปริมาณน้ำขึ้น


หลังจากปลูก 6-7 เดือน สามารถเก็บเกี่ยวได้ การเก็บเกี่ยวใช้มีดตัดยอด อย่าเสียดายยอด การตัดยอด 1 ยอด ทำให้เกิดยอดใหม่มากมาย โดยเฉลี่ยตัดไป 1 ยอด จะได้ยอดใหม่ 3-5 ยอด


หลังจากตัดยอดจำหน่ายแล้วก็เหมือนคนไข้พักฟื้น คือดูแลเรื่องหนอนบ้างเป็นบางครั้ง เพราะจะมีหนอนม้วนใบกวนบ้าง เรากำจัดโดยการสังเกตและจัดเก็บ ใช้สารชีวินทรีย์ป้องกันกำจัด หรือสารเคมีเท่าที่จำเป็น และใส่ใส่ปุ๋ย สูตร 16-20-0 ในอัตรา 50-100 กิโลกรัม ต่อไร่ ทุกๆ 1-2 เดือน


ส่วนการปลูกเตยเมื่อได้หลายๆ ปี (ปกติสามารถอยู่ได้ 5-10 ปี) ต้องมีการปลูกใหม่ เพราะต้นจะสูงขึ้น รากเตยจะลอยและล้ม ดูแลยาก เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค การปลูกเตยหอมใหม่ก็จะปลูกแบบเดิม แต่การปลูกจะยุบทีละแปลงสลับแปลงกัน เพื่อให้มียอดเตยออกสู่ตลาดอย่างไม่ขาดช่วง

 

ต้นทุนการปลูกเตย ต่อ พื้นที่ 1 ไร่
(ตั้งแต่เริ่มปลูก-ก่อนเก็บเกี่ยว อายุ 7 เดือน)
เป็นแบบมาตรฐานของกลุ่ม ′กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเตยหอมคลองสาม′ ราคาค่อนข้างสูง แต่เป็นการลงทุนครั้งแรกครั้งเดียว มีอายุการใช้งานยาวนาน 5-10 ปี
1. ค่าเสาปูน ขนาด 3x3 นิ้ว ยาว 3 เมตร จำนวน 90 ต้น ต้นละ 100 บาท เป็นเงิน 9,000 บาท
2. ค่าซาแรน จำนวน 10 ม้วน ม้วนละ 1,200 บาท เป็นเงิน 12,000 บาท
3. ค่าสายโทรศัพท์ จำนวน 100 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 30 บาท เป็นเงิน  3,000 บาท
4. ค่าจ้างทำโครงสร้าง ไร่ละ 6,000 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท
5. ค่าหน่อเตย จำนวน 30,000 หน่อ หน่อละ 0.35 บาท เป็นเงิน 10,500 บาท
6. ค่าจ้างเตรียมดิน ไร่ละ 500 บาท เป็นเงิน 500 บาท
7. ค่าสเตย์มัดยึด จำนวน 60 อัน อันละ 35 บาท เป็นเงิน 2,100 บาท
8. ไม้เคร่า จำนวน 12 ลำ ลำละ 70 บาท เป็นเงิน 840 บาท 
9. ค่าลวด จำนวน 10 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 70 บาท เป็นเงิน 700 บาท
10. ค่าตะปู จำนวน 3 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 70 บาท เป็นเงิน 195 บาท
11. ค่าจ้างปักดำเตย ไร่ละ 1,200 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
12. ค่าปุ๋ย สูตร 16-20-0 ไร่ละ 6 กระสอบ กระสอบละ 700 บาท เป็นเงิน 4,200 บาท (แบ่งใส่ครั้งละ 2 กระสอบ ทุก 2 เดือน จำนวน 3 ครั้ง) 
13. ค่าแรงงานใส่ปุ๋ย จำนวน 3 ครั้ง ครั้งละ 200 บาท เป็นเงิน 600 บาท
14. ค่าแรงงานฉีดพ่นสารชีวินทรีย์/สารเคมี เป็นเงิน 800 บาท
15. ค่าสารชีวินทรีย์/สารเคมี-ฮอร์โมน เป็นเงิน 400 บาท
16. ค่าน้ำมันสูบน้ำเข้าแปลงเตย เป็นเงิน 280 บาท  
รวมเป็นเงิน 52,315 บาท


การเก็บผลผลิต ต่อไร่ (เมื่อเตยอายุครบ 7 เดือนแรก)


วิธีที่ 1 การตัดยอด จำหน่าย (ทำขนม/ส่งออกต่างประเทศ)
ในปีที่ 1
ครั้งที่ 1 การตัดยอดจำหน่าย ได้ผลผลิต จำนวน 6,000 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 7 บาท เป็นเงิน 42,000 บาท
หักต้นทุนเป็นค่าแรงงานในการตัดยอด-บรรจุถุง กิโลกรัมละ 1.50 บาท จำนวน 9,000 บาท คงเหลือ กำไรครั้งแรก จำนวน 33,000 บาท


ครั้งที่ 2 ถัดจากครั้งแรกไปอีก 4 เดือน (และสามารถตัดยอดต่อไปได้ ทุกๆ 4 เดือน จนอายุเตย 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษา)
การตัดยอดจำหน่าย ได้ผลผลิต จำนวน 5,000 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 7 บาท เป็นเงิน 35,000 บาท
หักต้นทุนเป็นค่าแรงงานในการตัดยอด-บรรจุถุง กิโลกรัมละ 1.50 บาท จำนวน 7,500 บาท คงเหลือ กำไรครั้งที่ 2 จำนวน 27,500 บาท
รวมปีที่ 1 มีกำไร จำนวน 60,500 บาท - (ถ้าหักต้นทุนที่เริ่มปลูก จำนวน 52,315 บาท) คงเหลือกำไรสุทธิ จำนวน 7,185 บาท


วิธีที่ 2 การตัดใบ จำหน่าย (ทำขนม/กำดอกไม้)
ในปีที่ 2-10 ปี
สามารถตัดใบจำหน่ายได้ทุกๆ เดือน ผลผลิต จำนวน 1,000 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 10 บาท เป็นเงิน 10,000 บาท  หักต้นทุนเป็นค่าแรงงานในการตัดใบ-บรรจุถุง กิโลกรัมละ 4 บาท จำนวน 4,000 บาท คงเหลือกำไร ต่อครั้ง ต่อเดือน จำนวน 6,000 บาท (ข้อดีคือ มีรายได้หมุนเวียนทุกเดือน)
รวมกำไร 1 ปี จำนวน 72,000 บาท


วิธีที่ 3 การตัดหน่อ จำหน่าย (เป็นต้นพันธุ์/กำดอกไม้)
ในปีที่ 2-10 ปี     
สามารถตัดหน่อจำหน่ายได้ทุกๆ 15 วัน (เดือนละ 2 ครั้ง) ผลผลิต ครั้งละจำนวน 10,000 หน่อ หน่อละ 0.35 บาท เป็นเงิน 3,500 บาท หักต้นทุนเป็นค่าแรงงานในการตัดหน่อ-บรรจุถุง ร้อยละ 8 บาท จำนวน 800 บาท คงเหลือกำไร ต่อครั้ง จำนวน 2,700 บาท กำไรต่อเดือน 5,400 บาท
รวมกำไร 1 ปี จำนวน 64,800 บาท

 

แหล่งรับซื้อผลผลิต
ผลผลิตที่จำหน่าย ทั้ง 3 รูปแบบ จะจำหน่ายลักษณะไหน มาก-น้อย เท่าไร ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด แหล่งตลาดรับซื้อที่สำคัญ ได้แก่
1. พ่อค้าตลาดไทย-ตลาดสี่มุมเมือง
2. นำส่งตลาดเอง
3. พ่อค้ารับซื้อส่งตลาดต่างประเทศ
หากใครสนใจที่จะต้องการปลูกเตย สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ สำนักงานเกษตรอำเภอคลองหลวง โทรศัพท์ (02) 524-0370 หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดปทุมธานี โทรศัพท์ (02) 581-7968


 








ซีพีเอฟ เป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมงาน World Nutrition Forum 2014
‘โค้ก’ สร้างปรากฏการณ์สุขซ่ายิ่งใหญ่ ชวนชาวไทย “แชร์โค้ก แชร์ยิ้ม”
ยูนิลีเวอร์ไทย เทรดดิ้ง เปิดตัว “ลักส์ ฟอร์เอเวอร์ คอลเลคชั่น”
บางกอกแอร์เวย์สจัดงานฉลองเปิดเส้นทางบินใหม่จากเชียงใหม่สู่ 4 เมืองสำคัญ
โรบินสัน อวดเทรนด์ “Holiday Lover”ทริปไหนๆ ก็มันส์ไปกับยีนส์
ซีคอน บางแค เอาใจสิงนักปั่น จัดงาน Seacon Bicycle Expo 2014
การเคหะแห่งชาติสนับสนุน “โครงการลานกีฬาพัฒน์”
CPF รับมอบตราสัญลักษณ์คุณภาพ Thailand Trust Mark (TTM)
"ตุ๊กกี้" แดนซ์สะบัด! 8ืนความสุขให้แฟนคลับและลูกค้าโตโยต้า บัสส์ เพชรเกษม 88
“ไทยออยล์นำพนักงานใหม่ทำกิจกรรม CSR คืนความสุขให้กับน้องๆ”