สร้างเครือข่ายขับเคลื่อนประเทศ เติมความเข้มหลักสูตร-วิทยากร ต่อยอด "ผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลง" รุ่น 2

วันที่ 02 มีนาคม พ.ศ. 2554 เวลา 19:00:32 น.







กลับมาอีกครั้งสำหรับ "โครงการอบรมผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลง" โครงการที่มีรูปแบบ วัตถุประสงค์ในการระดมพลังของบรรดาผู้นำจากภาคท้องภิ่น ภาคประชา สังคม ภาคเอกชน เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อให้เกิดเครือข่ายในการขับเคลื่อน เปลี่ยนแปลงประเทศไทยในอนาคต

การจัดกิจกรรมผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลง รุ่น 2 จะเริ่มเปิดโครงการในวันที่ 5 มีนาคม 2554 ณ ห้องประชุมอาคารข่าวสด ยังคงเดินหน้าสานต่อจากความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการจัดโครงการครั้งที่ 1 ทั้งยังเน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายอันเป็นผู้นำชุมชน ผู้นำในส่วนท้องถิ่นที่จะเข้ามาเชื่อมต่อกับผู้นำองค์กรภาคธุรกิจ ตลอดจนภาคส่วน ต่าง ๆ ของสังคม

สำหรับวัตถุประสงค์และการพัฒนาแนวทางการจัดกิจกรรมอบรมต่อเนื่องรุ่น 2 นั้น "สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์"ผู้อำนวยการโครงการมูลนิธิสัมมาชีพกล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ถือเป็น ความสำเร็จของโครงการผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลง นับแต่ครั้งที่ 1 คือการเปิดโอกาสให้กับกลุ่มบุคคลที่เป็นผู้นำองค์กร ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำความคิดของกลุ่มพลังทางสังคมหลาย ๆ ส่วน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนภูมิภาคที่ได้มีโอกาสเข้ามารับฟังแนวคิด ความรู้จากวิทยากร ซึ่งถือว่าเป็นผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญในทุกสาขา อันจะเป็นการปูพื้นฐานความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับทิศทางการขับเคลื่อนประเทศไทยในอนาคต

ประเด็นที่เป็นข้อแตกต่างจากโครงการผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลง รุ่น 1 บ้าง นั่นคือหลังจากมีการประเมินผลและสรุปโครงการคณะทำงานเกี่ยวกับหลักสูตรการอบรม พบว่าควรเพิ่มความเข้มข้นด้วยการขยายเวลาจาก 4 สัปดาห์ เป็น 5 สัปดาห์ ขณะเดียวกันยังมีทั้งวิทยากรชุดเดิมที่คุณภาพแน่นปึ้ก และวิทยากรเสริมที่เป็นผู้รู้ในบางเรื่องเพิ่มขึ้นด้วย

"น่ายินดีที่โครงการอันเป็นประโยชน์ในลักษณะแบบนี้ นอกจากจะมีรุ่นพี่ผู้นำนำการเปลี่ยนแปลง รุ่น 1 เข้ามาร่วม จุดกระแสเพื่อสร้างผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลงรอบใหม่แล้ว ส่วนของวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิยังมากด้วยประสบการณ์จากภาคการเมือง วิชาการ การบริหาร องค์กรเอกชน ฯลฯ ยังให้การสนับสนุนอย่างแข็งขัน ตอบรับในการเข้ามาร่วมให้ความรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ ผู้เข้าร่วมอบรมกันอย่างเต็มที่"

ไม่ว่าจะเป็น ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งให้ความสำคัญกับโครงการนี้อย่างมุ่งมั่นและจริงจัง ทั้งยังเตรียมประเด็นที่น่าสนใจในการตั้งคำถามกับบรรดาผู้นำที่จะเข้าร่วมการอบรมด้วยว่า นอกจากจะร่วมคิดถึงประเทศไทยในอนาคต ทิศทางการเปลี่ยนแปลงให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนแล้ว

การสร้างคุณค่าและความหมายของ "ประเทศไทย" จะดำเนินไปอย่างไรจึงจะเหมาะสม

หรือประเทศไทยมีคุณค่าและความหมายสำหรับทุกคนอย่างไรบ้าง ?

นอกจากนี้ ทีมวิทยากรอันประกอบด้วยบุคลากรที่เป็นพลังสำคัญของสังคมไทย อาทิ น.พ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส, ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ, ดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าไทย, องอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ตลอดจนนักวิชาการอีกจำนวนมาก ก็ยังให้ความเอื้อเฟื้อยินดีเข้ามาร่วมกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์แก่ผู้เข้าร่วมอบรมรุ่นที่ 2 อย่างคับคั่ง

สำหรับการแบ่งกลุ่มเนื้อหาและทีมวิทยากรรุ่นที่ 2 จะเน้นทั้งในด้านการคิด และการค้นหามุมมองที่ชัดเจนสำหรับการกำหนดยุทธศาสตร์ประเทศไทย

ภายใต้บริบทที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาของสังคมโลก สภาพแวดล้อมทั้งทางเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ การทำความเข้าใจที่จะเชื่อมโยงของภาคเศรษฐกิจ จากระดับชุมชนสู่ระดับประเทศ ระดับภูมิภาค ไปจนถึงความเกี่ยวพันในระดับโลก

นอกจากนี้ ยังอัดแน่นไปด้วยกลุ่มเนื้อหาการอบรมด้านเศรษฐกิจมหภาค เศรษฐกิจชุมชน ไปจนถึงการขับเคลื่อนที่เข้มข้นมากขึ้นโดยภาคเอกชน ภาคประชาชน ทั้งในด้านการพัฒนาประเทศ และความสัมพันธ์กับความเป็นอยู่ของประชาชน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

จุดเด่นอีกประการของหลักสูตรอบรมผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลง คือ จะมีเนื้อหาครอบคลุมทั้งในเรื่องการเมืองการปกครอง ทิศทางที่ควรจะเป็นบทบาทและความหมายของภาคประชาชน กลุ่มพลังในประชาสังคมยุคใหม่ ทิศทางการปฏิรูปภาคเกษตร การศึกษา ฯลฯ

ทั้งหมดทั้งมวลสิ่งที่คณะทำงานอันประกอบด้วย บริษัท มติชน จำกัด(มหาชน) มูลนิธิสัมมาชีพ และคณะกรรมการตัวแทนผู้ร่วมอบรมโครงการผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลง รุ่น 1 มองเห็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ ความจำเป็นที่จะต้องเร่งสร้างองค์ความรู้สำหรับผู้นำรุ่นใหม่ในอนาคต

พร้อม ๆ กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระยะยาว สำหรับกลุ่มคนที่จะร่วมคิด ร่วมขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

โดยรูปธรรมของเครือข่ายความร่วมมือลักษณะดังกล่าว ปรากฏให้เห็นตั้งแต่โครงการรุ่น 1 นั่นคือ มีการคิดโครงงานเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ชุมชน ตลอดจนข้อเสนอสำหรับการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยออกมาได้ถึง 8 โครงการ

ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมถึงการเกิดขึ้นของเครือข่ายผู้เข้าร่วมอบรมในรุ่น 1 ซึ่งมีการจัดทำโครงสร้างในรูปตัวแทน คณะกรรมการของรุ่นขึ้นมาเพื่อประสานงานกันในระยะยาวอีกด้วย

นี่คือความเคลื่อนไหวล่าสุดของโครงการผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลง รุ่น 2 ภารกิจต่อยอดความสำเร็จ และเครือข่ายความร่วมมือ ภายใต้หลักสูตรที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้นในปี 2554 นั่นเอง

 

......

 

ที่มา: ประชาชาติธุกิจ คลิกอ่านข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ








ทีฟาล์ว สานต่อโครงการ ‘ทีฟาล์ว เก่าแลกใหม่’ กับมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
เชิญชาวค่ายจุฬาฯ ร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับ 2 พ.ย.นี้
สร้างแรงบันดาลใจให้คุณกล้าหลุดออกจากกรอบชีวิตแบบเดิม
“ศิลป์แผ่นดิน” สมบัติศิลป์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
@skinexercise ชวนหนุ่มสาวเมอร์เซเดส-เบนซ์ ฝึกศิลปะป้องกันตัว
รวมพลังต้านยาเสพติด
ซีพีเอฟ คว้ารางวัลการพัฒนาด้านก๊าซเรือนกระจกยอดเยี่ยม
กรุงศรี ออโต้ คอนเน็ค’ สานสัมพันธ์อบอุ่น ขอบคุณพันธมิตรดีลเลอร์รถใหม่
สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจจัดกิจกรรม “แรลลี่ชั่งหัวมัน”
คลีนฟู้ดที่คุณต้องไม่อยากปฏิเสธ ที่ ยู เซนมายา ภูเก็ต
"ชูวิทย์" ส่งตรงจากอเมริกา "เรื่องเศร้า ตำรวจไทย" "เกาะเต่า" และ "การแทงข้างหลัง"
โสภณ พรโชคชัย : ข้าราชการคนหนึ่งพึงมีทรัพย์เท่าไหร่
คำปราศรัย 38 ปีที่แล้วของ "จาตุรนต์" กับบทเรียนที่ไม่เคยเรียนรู้ในเหตุการณ์ "6 ตุลาฯ 2519"
"ชูวิทย์" เหน็บ "แนวคิด 1 จังหวัด 1 ส.ส."...ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว...ไม่ต้องมีนักการเมืองไปเลย
แน่ใจหรือว่าไทยจะมีทูตสหรัฐปีหน้า ?