ต่อยอดของดีเมืองเพชร "ตาลโตนดผง" ส่งขายนอก

วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2554 เวลา 07:06:50 น.



















"ตอนนี้ที่มีส่งให้เป็นญี่ปุ่นและอังกฤษ ญี่ปุ่นเป็นต้นคิดออกแบบและผลิตเครื่องให้ มีข้อผูกพันที่ต้องผลิตส่งให้กับญี่ปุ่นในทุก 4 เดือน จำนวนส่ง 700-800 กิโลกรัม ต่อครั้ง ส่วนอังกฤษเป็นช่องทางที่ลูกชายไปเรียนและมีกลุ่มเพื่อนที่รู้จักนำไปจำหน่าย จึงยังเป็นจำนวนไม่มากนัก รวมถึงในประเทศไทยที่ยังวางจำหน่ายไม่แพร่หลายเท่าที่ควร มีมากในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และร้านเลมอนฟาร์ม ในกรุงเทพฯ เท่านั้น"

อาหารสร้างอาชีพ
สุทธิทัต


 

สินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ขายดีต่อยอด เป็นสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือโอท็อป (OTOP) มีให้เห็นเป็นจำนวนหลักหมื่นต่อภูมิภาคของประเทศ ซึ่งหลังตราแบรนด์เป็นสินค้าโอท็อปแล้ว ขึ้นอยู่กับกลุ่มหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ในการพัฒนายกระดับสินค้าให้ครองใจ จนกลายเป็นสินค้าท็อปฮิตติดลมบน นอกเหนือจากตราแบรนด์โอท็อปที่ได้รับมาก่อนหน้า


ส่วนใหญ่ของดีของขึ้นชื่อจะได้รับการพัฒนายกระดับมาจากทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นนั้นๆ และหวังต่อยอดให้เป็นเสมือนหนึ่งอาชีพของชุมชน แต่ทั้งหมดก็ด้วยความสร้างสรรค์พัฒนาต่อยอดให้สินค้าขายตัวเองได้หรือไม่ เช่น ตาลโตนด เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นของดีเมืองเพชรบุรี เพราะเป็นพืชที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีมากที่สุดของประเทศไทย ทั้งยังเป็นพืชที่ให้คุณประโยชน์นับจากรากถึงยอด โดยเฉพาะ "น้ำตาลโตนด" กลายเป็นน้ำตาลโตนดที่รสชาติดีที่สุดของประเทศ แม้ว่าจะมีผลิตในจังหวัดอื่นบ้างก็ตาม


ความหวานหอมอันเลื่องชื่อของน้ำตาลโตนด ปัจจุบัน ได้รับการสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดการแปรรูป ออกแบบโลโก้ แพ็กเกจ และชื่อผลิตภัณฑ์ วางจำหน่ายเป็นน้ำตาลโตนดผง บรรจุในรูปของซองขนาดเล็ก ฉีกง่าย สำหรับปรุงรสชาติเครื่องดื่มร้อนโดยเฉพาะ "เส้นทางเศรษฐี" ขออาสาพาไปดูความสำเร็จของน้ำตาลโตนดของดีเมืองเพชรบุรี

 

รักษาฐานอาชีพ
สร้างผลิตภัณฑ์รองรับ

"ตอนนี้ที่มีส่งให้เป็นญี่ปุ่นและอังกฤษ ญี่ปุ่นเป็นต้นคิดออกแบบและผลิตเครื่องให้ มีข้อผูกพันที่ต้องผลิตส่งให้กับญี่ปุ่นในทุก 4 เดือน จำนวนส่ง 700-800 กิโลกรัม ต่อครั้ง ส่วนอังกฤษเป็นช่องทางที่ลูกชายไปเรียนและมีกลุ่มเพื่อนที่รู้จักนำไปจำหน่าย จึงยังเป็นจำนวนไม่มากนัก รวมถึงในประเทศไทยที่ยังวางจำหน่ายไม่แพร่หลายเท่าที่ควร มีมากในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และร้านเลมอนฟาร์ม ในกรุงเทพฯ เท่านั้น"


ข้อความข้างต้นเป็นคำให้สัมภาษณ์ของ คุณบุญสม นุชนิยม ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี และอีกตำแหน่งคือแม่ของลูกและภรรยาที่ดีของครอบครัว "ยี่สาร"


คุณบุญสม แม้จะมีตำแหน่งหน้าที่การงานเป็นถึงประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด ก็ไม่ได้ทำให้มุมมองในแง่ของภูมิปัญญาท้องถิ่นจะเลือนไป เพราะคุณบุญสมถือเป็นตัวตั้งตัวตีและเป็นหลักในการยกระดับน้ำตาลโตนดเป็นของพรีเมี่ยม เทียบเท่าน้ำตาลชั้นดีชนิดบรรจุซองบนชั้นกาแฟ แม้ฟังดูอาจไม่แปลกเพราะน้ำตาลก็สามารถบรรจุซองสำหรับปรุงเครื่องดื่มร้อนได้เช่นกัน เพียงแต่ที่ผ่านมาหากคิดคำนวณให้ดีจะทราบว่า น้ำตาลบรรจุซองล้วนเป็นน้ำตาลทรายที่ไม่ได้เริ่มต้นวัตถุดิบมาจาก "ตาลโตนด"


ทั้งปัจจุบันยังบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบเป็นซองกันความชื้นอย่างดี มีการผลิตที่ได้มาตรฐาน ได้ชื่ออย่างเป็นทางการ วางจำหน่ายภายใต้แบรนด์ "เสน่ห์เมืองเพชร"


คุณบุญสม เล่าย้อนที่มาที่ไปก่อนเติบใหญ่เป็นแบรนด์ว่า ด้วยพื้นฐานอาชีพดั้งเดิมของประชากรจังหวัดเพชรบุรี คือ ทำน้ำตาลโตนด เมื่อวันเวลาเปลี่ยนทำให้การสานต่อด้านอาชีพที่ต้องใช้กำลังกายในการขึ้นตาลเริ่มหดหาย เนื่องจากความเสี่ยงต่อชีวิต หากพลาดพลั้งนั่นหมายถึงโอกาสพิการหรือเสียชีวิต เพราะต้นตาลแต่ละต้นมีความสูงประมาณ 40 เมตร หรือแม้กระทั่งการทำคล้ายนั่งร้านพาดไปยังตาลแต่ละต้นตามแนวคิดของคนรุ่นใหม่ก็นับเป็นความเสี่ยงที่ไม่ต่างกัน
แต่หากยังคงอาชีพทำน้ำตาลโตนดอยู่ ผลผลิตที่ได้สามารถนำรายได้เป็นกอบเป็นกำได้เช่นกัน เนื่องจากตาลเพียง 3 ต้น สามารถนำมาเคี่ยวเป็นน้ำตาลโตนดได้ 2 ครั้ง หรือน้ำตาลโตนด 7-10 กิโลกรัม ขึ้นกับฤดูการให้ผลผลิต


ความคิดของคุณบุญสม พุ่งประเด็นไปที่การรักษาอาชีพดั้งเดิมของท้องถิ่นไว้ในฐานะของคนเมืองเพชรบุรี แต่อีกนัยหนึ่ง คือ มุมมองของการพัฒนา "น้ำตาลโตนด" ให้ออกมาในรูปของผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ

 

รับซื้อราคาสูงกว่าตลาด
มุ่งแปรรูป "น้ำตาลผง"

นับถอยหลังไปก่อนหน้านี้ไม่นานนัก คุณบุญสม ยอมรับว่าเป็นความยากในความพยายามทำให้เกษตรกรที่มีอาชีพทำน้ำตาลโตนดมีรายได้เทียบเท่ากับเกษตรกรผู้ปลูกพืชชนิดอื่น เพราะการส่งเสริมให้คงไว้ในอาชีพการทำน้ำตาลโตนดโดยการขึ้นตาลเองไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในมุมของการรับซื้อผลิตผลเป็นสิ่งที่ต้องขบคิด


ภาพของการเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด ทำให้ถูกตั้งคำถามจากพ่อเมืองเพชรบุรีขณะนั้นว่า จะทำอย่างไรให้น้ำตาลโตนดขายดีเหมือนน้ำตาลทราย ทั้งยังแนะด้วยว่าควรทำให้น้ำตาลโตนดเป็นที่ต้องการจากตลาดในรูปของน้ำตาลผงสำหรับชง เพื่อเป็นช่องทางกระจายสินค้า แต่ด้วยมุมมองของพื้นฐานคนเพชรบุรีเดิม ทำให้คุณบุญสมมองว่า น้ำตาลโตนดไม่เหมาะแปรรูปเป็นน้ำตาลผง เนื่องจากคุณสมบัติของน้ำตาลโตนดหากถูกลมหรือความชื้นเพียงนิดเดียวจะละลาย
"จังหวะนั้นมีรายการโทรทัศน์พูดถึงอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำน้ำตาลจากต้นจาก ยิ่งเมื่อรู้ว่าการทำน้ำตาลไม่แค่น้ำตาลปี๊บแต่เป็นน้ำตาลผง จึงพยายามติดต่อนายอำเภอในพื้นที่ และขอไปดูขั้นตอนการลงมือทำจริง"
คุณบุญสม บอกว่า ขั้นตอนการทำเหมือนการเคี่ยวตาล จึงขอให้เจ้าของพื้นที่เคี่ยวน้ำตาลโตนดที่นำไปด้วยให้เกิดผง กลับได้รับการปฏิเสธ แต่ด้วยความสามารถในการเจรจาต่อรองจึงทำให้การไปในครั้งนั้นได้ประสบการณ์อย่างมากเหลือ
"เมื่อลงมือทำเอง นำน้ำตาลโตนดไปเคี่ยวหลังจากปุดน้ำตาลละเอียดหายหมด ดิฉันยกเทลงกระบะ ก่อนใช้พายไม้คนกระทั่งขึ้นเกล็ด หลังแห้งรีบนำใส่ถุง คนที่ได้ชิมพูดเป็นคำเดียวกันว่า อร่อย หอมและหวาน ทั้งสียังออกเป็นสีทองอร่ามสวย"


นับเป็นครั้งแรกที่คุณบุญสมลงมือเคี่ยวน้ำตาลโตนดและได้ผลผลิตออกมาเป็นน้ำตาลผงอย่างที่เคยได้รับคำแนะนำ ทำให้เริ่มมองเห็นอนาคตของน้ำตาลโตนดผงที่อยู่ในมือ จึงเปิดรับซื้อน้ำตาลโตนดแท้จากชาวบ้านด้วยราคากิโลกรัมละ 60-65 บาท หรือในราคารับซื้อที่มากกว่าราคาท้องตลาด 20 บาท โดยไม่จำกัดจำนวน

 

"เสน่ห์เมืองเพชร"
ส่งญี่ปุ่น-อังกฤษ

หลังประสบความสำเร็จในการเคี่ยวน้ำตาลโตนดผง คุณบุญสมใช้ประสบการณ์เท่าที่มีทั้งหมดในการเคี่ยว เมื่อได้น้ำตาลโตนดผงจึงเก็บไว้บ้าง แจกจ่ายให้กับแขกของจังหวัดบ้าง และท้ายที่สุดได้มีโอกาสถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในนามของจังหวัดเพชรบุรี อีกทั้งระหว่างนั้นมีการพัฒนาเรื่องของการออกแบบแพ็กเกจ โลโก้ และชื่อสินค้า โดยได้รับการสนับสนุนจากจังหวัด เพราะเป็นสินค้าที่เชิดหน้าชูตาให้กับจังหวัดเป็นอย่างดี รวมทั้งการจดอนุสิทธิบัตรน้ำตาลโตนดผงแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจดทะเบียนเป็นประเภท อนุสิทธิบัตรกรรมวิธีการผลิต ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา


คุณบุญสม เล่าว่า เริ่มก้าวเข้าสู่รูปแบบของอุตสาหกรรมหลังจากตัดสินใจซื้อเครื่องผลิตน้ำตาลโตนดผง ซึ่งทราบจากการบอกเล่าของชายคนหนึ่งว่า มีเครื่องผลิตน้ำตาลโตนดผงอยู่ในอำเภอท่ายาง จึงตามไปพบและทราบว่า เครื่องผลิตน้ำตาลโตนดผงเป็นกรรมสิทธิ์ของชาวญี่ปุ่นที่นำเครื่องนี้มอบให้กับคนไทยรายหนึ่ง สำหรับใช้ในการผลิตน้ำตาลโตนดผง โดยมีข้อผูกพันว่าน้ำตาลโตนดผงที่ผลิตได้ทั้งหมดต้องส่งให้กับญี่ปุ่นเพียงรายเดียว


"เจ้าของเดิมที่เป็นคนไทยดูแลการผลิตเสียชีวิตไปก่อนหน้าที่ดิฉันพบเครื่อง จึงตัดสินใจซื้อเครื่องด้วยราคา 1,500,000 บาท และติดต่อกับเจ้าของเครื่องชาวญี่ปุ่นเพื่อผลิตน้ำตาลโตนดผงส่งให้เช่นเดียวกับชาวไทยคนแรก คนญี่ปุ่นต้นตอของเครื่องผลิต บอกกับดิฉันว่า ชาวญี่ปุ่นรับประทานน้ำตาลโตนดผงมานานกว่า 3 ปีแล้ว และติดใจในรสชาติ ความหอม หวาน จึงคิดค้นเครื่องผลิตและขอให้คนไทยผลิตส่งให้ โดยรับซื้อปีละ 3 ครั้ง ครั้งละ 700-800 กิโลกรัม"


คุณบุญสม ระบุด้วยว่า เครื่องดังกล่าวเป็นลิขสิทธิ์ของญี่ปุ่น ไม่มีจำหน่ายที่ใดในโลก จึงไม่กลัวการลอกเลียนแบบทำน้ำตาลโตนดผง ซึ่งผลผลิตที่ได้จากเครื่องจะได้น้ำตาลโตนดผง 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเครื่องไม่รับน้ำตาลปลอม หากนำน้ำตาลอื่นปนไประหว่างการผลิตจะทำให้เครื่องเกิดปัญหา


หลังมีชื่อสินค้า โลโก้ และแพ็กเกจเป็นของตนเอง คุณบุญสมเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทย โดยให้วางจำหน่ายยังร้านค้าในแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนของจังหวัดเพชรบุรีเพียง 4-5 ร้าน และร้านเลมอนฟาร์มในกรุงเทพฯ เพียงแห่งเดียว โดยจำนวนการผลิตหลักจัดส่งไปยังประเทศญี่ปุ่นเป็นระยะ


สำหรับกำลังการผลิต คุณบุญสม ระบุว่า สามารถผลิตได้ 20 กิโลกรัม ต่อครั้ง ใน 1 วัน จะเดินเครื่อง 5-6 ครั้งแล้วแต่ออร์เดอร์ ซึ่งในอนาคตอยู่ระหว่างการขนส่งเครื่องที่มีกำลังผลิตมากขึ้นจากญี่ปุ่น โดยเครื่องดังกล่าวจะสามารถผลิตได้ครั้งละ 150 กิโลกรัม ต่อครั้ง ดังนั้น เมื่อสามารถผลิตได้สินค้าคราวละจำนวนมาก การสต๊อควัตถุดิบ คือ น้ำตาลโตนด จึงเป็นส่วนสำคัญ


ฤดูที่น้ำตาลโตนดมีมากคือระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ส่วนเดือนอื่นๆ เป็นปริมาณน้ำตาลที่มีน้อย หรือไม่มีเลย ทำให้คุณบุญสมจำต้องนำวัตถุดิบที่ได้มากในช่วงฤดูของผลผลิตเข้าห้องเย็นเช่าซึ่งอยู่ในละแวกบ้าน


"กำไร" ตัวเลขของการประกอบธุรกิจ คุณบุญสมไม่ปฏิเสธว่า คนทำธุรกิจไม่มีใครไม่หวังรวย เธอเองก็เช่นกันหวังว่าสักวันหนึ่งจะรวย แต่ด้วยอุตสาหกรรมขนาดเล็กที่ประกอบอยู่ขณะนี้ อยู่ในระดับเริ่มต้น อีกทั้งจำต้องเปิดตลาดใหม่ให้กับสินค้า ราคาสินค้าที่วางจำหน่ายจึงทำให้เธอได้กำไรเพียงกล่องละ 4 บาท


ในท้ายที่สุด คุณบุญสมยังหวังว่า "เสน่ห์เมืองเพชร" ในรูปของน้ำตาลโตนดผง จะได้รับการตอบรับจากสังคมอย่างดี เพราะเป็นการผลิตโดยวัตถุดิบดั้งเดิมในท้องถิ่นของประเทศ ดังนั้น หากมีผู้สนใจนำไปจำหน่ายเพื่อเพิ่มยอดการผลิตให้กับสินค้าภายในประเทศ สามารถติดต่อได้ที่ โทรศัพท์ (081) 984-8946 หรือ (032) 414-128 คุณบุญสม ยินดีต้อนรับ 


ข้อมูลจำเพาะ
กิจการ   รับซื้อน้ำตาลโตนด ผลิตและจำหน่ายน้ำตาลโตนดผง
ชื่อกิจการ  เสน่ห์เมืองเพชร
ลักษณะกิจการ  เจ้าของคนเดียว
เจ้าของกิจการ  คุณบุญสม นุชนิยม
เงินลงทุน  หลักล้านบาท
วัตถุดิบ/วัสดุอุปกรณ์ น้ำตาลโตนดแท้ เครื่องผลิตน้ำตาลโตนดผง
รูปแบบการขาย  จำหน่ายส่ง
แหล่งซื้อวัตถุดิบ  รับซื้อจากเกษตรกรปลูกตาลในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี
สินค้า   น้ำตาลโตนดผง
จุดเด่นของสินค้า  หอม หวาน สีสวย
รายจ่ายซื้อวัตถุดิบ ขึ้นกับการรับซื้อวัตถุดิบ โดยให้ราคารับซื้อสูงกว่าราคาตลาด 20 บาท
พนักงาน  8 คน
ยอดขาย   ประมาณ 3-4 ตัน ต่อปี
สถานที่ตั้ง  เลขที่ 210/8-10 หมู่ 1 ถนนใหญ่ ตำบลท่ายาง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
โทรศัพท์   (081) 984-8946 และ (032) 414-128


........................................................


ตาล เป็นพรรณไม้พวกปาล์มขนาดใหญ่ สกุล (Genus) Borassus ในวงศ์ (Family) Palmae เป็นปาล์มที่แข็งแรงมากชนิดหนึ่ง และเป็นปาล์มที่แยกเพศกันอยู่คนละต้น ต้นสูงถึง 40 เมตร และโตวัดผ่ากลางประมาณ 60 เซนติเมตร ลำต้นเป็นเสี้ยนสีดำแข็งมาก แต่ไส้กลางลำต้นอ่อน บริเวณโคนต้นจะมีรากเป็นกลุ่มใหญ่ ใบเหมือนพัดขนาดใหญ่ กว้าง 1-1.5 เมตร มีก้านเป็นทางยาว 1-2 เมตร ขอบทางของก้านทั้ง 2 ข้าง มีหนามเหมือนฟันเลื่อยสีดำแข็งและคมมาก โคนก้านแยกออกจากกันคล้ายคีมเหล็กโอบหุ้มลำต้นไว้ ช่อดอกเพศผู้ใหญ่ รวมกันเป็นกลุ่มคล้ายนิ้วมือ เราเรียกว่านิ้วตาล แต่ละนิ้วยาวประมาณ 40 เซนติเมตร และโตวัดผ่ากลางประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร โคนกลุ่มช่อจะมีก้าน ช่อรวมและมีกาบแข็งหลายกาบหุ้มโคนก้านช่ออีกทีหนึ่ง ช่อดอกเพศเมียก็คล้ายกัน แต่นิ้วจะเป็นปุ่มปม ปุ่มปมคือดอกที่ติดนิ้วตาล ดอกหนึ่งโตวัดผ่ากลางประมาณ 2 เซนติเมตร และมีกาบแข็งหุ้มแต่ละดอก กาบนี้จะเติบโตไปเป็นหัวจุกลูกตาลอีกทีหนึ่ง ผลกลมหรือรูปทรงกระบอกสั้นๆ โตวัดผ่ากลางประมาณ 15 เซนติเมตร ผลเป็นเส้นใยแข็งเป็นมัน มักมีสีเหลืองแกมดำคล้ำเป็นมัน หุ้มห่อเนื้อเยื่อสีเหลืองไว้ภายใน ผลหนึ่งๆ จะมีเมล็ดใหญ่แข็ง 1-3 เมล็ด
    
............................................................


จังหวัดเพชรบุรี มีต้นตาลมากที่สุดในประเทศไทย ดังปรากฏหลักฐานจาก "นิราศเมืองเพชร" ของ สุนทรภู่ ความตอนหนึ่งว่า "ทุกประเทศเขตแคว้นแดนพริบพรี เหมือนจะชี้ไปไม่พ้นแต่ต้นตาล" ด้วยเหตุนี้ ต้นตาลจึงกลายเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดเพชรบุรีคู่กับเขาวัง หรือพระนครคีรี ปรากฏเป็นตราและธงประจำจังหวัดเพชรบุรี สืบมาจนถึงทุกวันนี้
ต้นตาลเมืองเพชร ให้ผลผลิตน้ำตาลโตนดที่ดีที่สุดมาตั้งแต่สมัยโบราณตราบจนถึงปัจจุบัน จึงมีชื่อเสียงติดปากคนทั่วไปว่า "น้ำตาลเพชรบุรี" เพราะมีรสหวานหอมอร่อย มีรสชาติกลมกล่อมชวนรับประทาน จนเป็นที่มาของคำว่า "หวานเหมือนน้ำตาลเมืองเพชร" ดังนั้น ต้นตาลจึงนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดเพชรบุรี โดยทั่วไปชาวชนบท ชาวนาจะปลูกข้าวและทำตาลควบคู่กันไป ส่วนใหญ่จะนิยมปลูกต้นตาลไว้บริเวณคันนา ในตัวเมืองเพชรบุรี ก็ปรากฏว่ามีการปลูกต้นตาลเช่นกัน บริเวณที่มีต้นตาลมากที่สุดของจังหวัดเพชรบุรี ได้แก่ ท้องทุ่งตำบลหนองไม้เหลือง ตำบลโตนดหลาย ตำบลไร่ส้ม ตำบลโรงเข้ เป็นต้น และทุกท้องที่ในเขตอำเภอบ้านลาด เมื่อมองผ่านต้นตาล จะมองไม่เห็นท้องฟ้าอีกด้านหนึ่ง แต่ปัจจุบันเนื่องจากมีการทำนา 2 ครั้ง เป็นผลให้ต้นตาลปรับสภาพไม่ทัน เพราะพื้นที่มีน้ำมากเกินไป กลายเป็นที่ที่มีน้ำท่วมขัง ต้นตาลไม่ได้พักตัวที่เรียกว่า "แต่งตัว" ในที่สุดก็ต้องยืนต้นตายภายในเวลาไม่นานนัก เพราะระบบนิเวศเปลี่ยนจากเดิม ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ

..................................................


ต้นตาลในจังหวัดเพชรบุรี แบ่งออกได้เป็น 2 พันธุ์ ดังนี้
1. ตาลบ้าน มีจำนวนเต้าตาลในแต่ละผล 1-4 เต้า แบ่งสายพันธุ์ย่อยได้อีก 3 พันธุ์ คือ
1.1 ตาลหม้อ มีผลขนาดใหญ่ ผิวดำคล้ำ
1.2 ตาลไข่ มีผลสีขาวเหลือง ผลขนาดเล็กกว่า แต่เต้าตาลใหญ่ขนาดใกล้เคียงกับตาลหม้อ (มีเนื้อหุ้มเต้าตาลบาง)
1.3 ตาลจาก มีผลในทะลายแน่นคล้ายทะลายจาก
2. ตาลป่า มีผลเล็กขนาดตาลไข่ มีผลเขียวคล้ำ มีเต้า 1-2 เต้า ลำต้นสีเขียวสด ก้านใบยาว (บางคนเรียกว่า ตาลก้านยาว) พบแถบเขาแด่น อำเภอบ้านลาด และในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตาลป่ายังไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก เพราะมักขึ้นอยู่ในป่า
ประโยชน์ของต้นตาล ต้นตาลเป็นต้นไม้คู่บ้านคู่เมืองเพชรบุรี ที่แข็งแรงยืนยง สามารถทนแล้ง ทนฝน และกระแสลมร้อนหนาวตามสภาพดินฟ้าอากาศได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องบำรุงรักษามากนัก นอกจากต้นตาลจะให้ประโยชน์ในการทำน้ำตาลโตนดแล้ว ส่วนต่างๆ ของต้นตาลยังมีประโยชน์ในด้านต่างๆ อีก

 








ธนาคารกรุงเทพ จับมือ4บริษัทในกลุ่ม เดินสายให้ความรู้ทางการเงินต่อเนื่อง
ชมฟรีนิทรรศการ “โขนพระราชทาน ศาสตร์และศิลป์แผ่นดินไทย” 30 ก.ค.
เอไอเอส ชวนลูกๆ ร่วมกิจกรรม “สานรักวันแม่”
ผู้บริหารระดับสูง เยี่ยมชมศูนย์บริการ เล็กซ์ซัส กรุงเทพ
พลอย เฌอมาลย์ ร่วมงาน บันทึกสถิติ​โลก จาก ME by TMB
ซีพีเอฟเดินหน้า กิจกรรม จากฟาร์มพี่ สู่โรงเรียนน้อง ปี 3
เมกา โฮม เซ็นเตอร์ มอบทุนการศึกษา พร้อมสื่อการเรียนการสอน
ธ.ไทยพาณิชย์คว้ารางวัลอันทรงเกียรติจาก Thailand Corporate Excellence Awards 2013
บลจ.ธนชาต ชวนฟังเสวนาปรับพอร์ตลงทุนพุ่งเป้าหุ้นชั้นนำระดับโลก 4 ส.ค.นี้ สำรองที่นั่งด่วน !!
“ซีพีเอฟ” มั่นใจ “อิโตชู” ช่วยผลักดันธุรกิจเติบโต