"วิสันต์ สินธุนนท์" กับการปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่ 1 ไร่ ให้ผลตอบแทนมากกว่าปลูก 3 ไร่ (ตอนที่ 1)

วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2554 เวลา 11:11:10 น.































บันทึกไว้เป็นเกียรติ
ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ
 
“ปาล์มน้ำมัน” จัดเป็นพืชยืนต้นที่มีอายุการให้ผลผลิตอย่างยาวนานถึง 20-25 ปี ดังนั้น การคัดเลือกสายพันธุ์ การเตรียมการปลูก และการปลูกสร้างสวนปาล์มน้ำมันในช่วงแรกนับว่ามีความสำคัญที่สุด เพราะต้นปาล์มน้ำมันจะให้ผลผลิตสูงอย่างสม่ำเสมอนั้นขึ้นอยู่กับการเตรียมพื้นที่และการจัดการสวนในระยะเริ่มปลูกสร้างสวน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้นปาล์มอยู่ในระยะอ่อนแอ ดังนั้น การปฏิบัติที่ถูกวิธีในการปลูกและการดูแลรักษา จะเป็นแนวทางอันหนึ่งที่ทำให้สามารถเพิ่มผลผลิตและลดค่าใช้จ่ายในการผลิตในระยะยาวได้ ปัจจุบันปาล์มน้ำมันได้มีการขยายพื้นที่ปลูกไปยังภาคต่างๆ ของประเทศไทยอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ หรือแม้แต่พื้นที่ลุ่มภาคกลาง โดยเฉพาะบริเวณทุ่งหลวงรังสิต ได้มีการใช้พื้นที่ที่เคยปลูกส้มเขียวหวานมาก่อน มาปลูกปาล์มน้ำมันกันมากขึ้น


มีข้อมูลว่า มีการปลูกปาล์มน้ำมันในทุ่งรังสิตมา 6 ปีแล้ว ซึ่งให้ผลผลิตมากกว่า 6,000 กิโลกรัม ต่อไร่ ต่อปี และถ้าได้สายพันธุ์คุณภาพสูงสกัดเปอร์เซ็นต์ได้มากกว่า 25% มีตัวอย่างภาคเอกชน โดย คุณวิสันต์ สินธุนนท์ เกษตรกรดีเด่นภาคใต้ ปี 2540 บริษัท สินธุเศรษฐ์ จำกัด เลขที่ 96 หมู่ที่ 5 ตำบลเขาพนม อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ 81140 โทร. (081) 968-0272, (081) 894-8222, (075) 689-349 เว็บไซต์ www.sintusatepalmoil.com, E-mail : s_wishson@yahoo.com ได้นำร่อง 1,000 ไร่ ใช้สายพันธุ์คอมแพคท์ ปลูกในพื้นที่ทุ่งหลวงรังสิต ตั้งแต่กลางปี พ.ศ. 2553 เพื่อเป็นต้นแบบการปลูกปาล์มน้ำมันสายพันธุ์ที่มีคุณภาพดี ในพื้นที่เหมาะสมเพื่อผลประโยชน์ตอบแทนและความคุ้มค่าสูงสุดในอาชีพ โดยมีเป้าหมายใช้พื้นที่ปลูก 1 ไร่ ให้ผลตอบแทนมากเท่ากับ 3 ไร่
 
การคัดเลือกสายพันธุ์ และต้นกล้าปาล์มน้ำมัน
   อายุของต้นกล้าที่ใช้ปลูก ควรมีอายุ 10-18 เดือน และต้องผ่านการคัดต้นกล้าที่ผิดปกติทิ้ง เช่น ต้นเตี้ย และแคระแกร็น ทางใบทำมุมที่แคบกว่าปกติ ทางใบสั้น ต้นผอมชะลูด ซึ่งการดูแลรักษาต้นกล้าปาล์มน้ำมันในแปลงเพาะมีความสำคัญมากในการผลิตปาล์มน้ำมัน ถ้ามีการนำต้นกล้าปาล์มที่ไม่แข็งแรงและไม่สมบูรณ์ไปปลูกจะให้ผลผลิตช้า และผลผลิตที่ได้จะต่ำในระยะยาว ดังนั้น การพิจารณาแหล่งพันธุ์และแหล่งเพาะกล้าจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งในการทำสวนปาล์มน้ำมันให้ประสบความสำเร็จ ไม่ควรใช้ต้นกล้าที่มีอายุต่ำกว่า 10 เดือน ไปปลูก เพราะการใช้ต้นกล้าอายุน้อยจะทำให้มีอัตราการผิดปกติของต้นปาล์มในแปลงสูง และให้ผลผลิตต่ำ ควรเลือกใช้ต้นกล้าปาล์มน้ำมันที่มีอายุ 18 เดือน ไปปลูก ทั้งนี้ เพราะจะทำให้ต้นปาล์มตกผลเร็ว และให้ผลผลิตถึงจุดคุ้มทุนได้เร็วกว่าใช้ต้นกล้าปกติเป็นจุดที่เกษตรกรควรให้ความสำคัญ เพราะจะเป็นปัจจัยอันหนึ่งที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้


    สำหรับสายพันธุ์ที่นำเข้ามาจากประเทศคอสตาริกา เป็นสายพันธุ์คอมแพคท์ (compact) ที่ได้พิสูจน์ว่า ปลูกในบ้านเราเจริญเติบโตเร็วและให้ผลผลิตสูง อาทิ สายพันธุ์เดลิ x คอมแพคท์ (Deli x Compact) คุณสมบัติของสายพันธุ์ ให้ผลผลิตสูง 5-6 ตัน ต่อไร่ ต่อปี เมื่ออายุ 8 ปี, ผลผลิตสม่ำเสมอ ติดทะลายดก, น้ำหนักทะลายเฉลี่ย 18-22 กิโลกรัม, ให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันมากกว่า 30%, ผลดิบสีดำ ผลสุกสีแดง, ทางใบสั้น 6.6-6.9 เมตร, ต้นเตี้ย ความสูงเฉลี่ยประมาณ 40 เซนติเมตร ต่อปี อายุการเก็บเกี่ยว 35 ปี, ทนแล้งปานกลาง และคุณสมบัติพิเศษปลูกได้ในพื้นที่ที่มีสภาพแสงน้อยและอุณหภูมิต่ำ ซึ่งสายพันธุ์นี้มีเกษตรกรปลูกไว้ 1,000 ต้น ที่คลองสิบสี่ให้ผลผลิตดกมาก เก็บเกี่ยวได้แล้ว, สายพันธุ์คอมแพคท์ x ไนจีเรียแบล็ค (Compact x Nigeria Black) คุณสมบัติของสายพันธุ์ ให้ผลผลิตสูง 5-6 ตัน ต่อไร่ ต่อปี เมื่ออายุ 8 ปี, ผลผลิตสม่ำเสมอ ติดทะลายดก, น้ำหนักทะลายเฉลี่ย 18-22 กิโลกรัม, ให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันมากกว่า 30%, ผลดิบสีดำ ผลสุกสีแดง, ทางใบยาว 6.6-6.9 เมตร, ต้นเตี้ย ความสูงเฉลี่ย 40-45 เซนติเมตร ต่อปี อายุการเก็บเกี่ยว 35 ปี และทนแล้งปานกลาง-สูง และสายพันธุ์คอมแพคท์ x กานา (Compact x Ghana) คุณสมบัติของสายพันธุ์ ให้ผลผลิตสูง 5-6 ตัน ต่อไร่ ต่อปี เมื่ออายุ 8 ปี, ผลผลิตสม่ำเสมอ ติดทะลายดก, น้ำหนักทะลายเฉลี่ย 18-22 กิโลกรัม, ให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันมากกว่า 30%, ผลดิบสีดำ ผลสุกสีแดง, ทางใบยาว 6.6-6.9 เมตร, ต้นเตี้ย ความสูงเฉลี่ย 40-45 เซนติเมตร ต่อปี อายุการเก็บเกี่ยว 35 ปี และทนแล้งปานกลาง
 
การเตรียมพื้นที่ปลูกและการทำถนน
    ในพื้นที่ลุ่มน้ำท่วมขังมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการยกร่องและขุดคูระบายน้ำในแปลงปลูกปาล์มน้ำมัน ควรทำควบคู่ไปกับการปรับสภาพดินและทำถนน ร่องระบายน้ำในสวนปาล์มมี 3 ชนิด คือ “ร่องระบายน้ำในแปลง” ทำทุกๆ แถวของปาล์มน้ำมัน ขนาด 100 x 30 x 110 เซนติเมตร (ด้านบน x ด้านล่าง x ลึก), “ร่องระบายน้ำรวม” สร้างขนานไปกับถนนเข้าแปลง เชื่อมต่อกับร่องระบายน้ำในแปลงกับร่องระบายน้ำใหญ่ ขนาด 2.0 x 0.6 x 1.25 เมตร และ “ร่องระบายน้ำใหญ่” รับน้ำจากร่องระบายน้ำรวม และระบายออกสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ สร้างขนานไปกับถนนใหญ่ ขนาด 3.0 x 1.0 x 2.5 เมตร


 


 

 
การทำถนน การวางแผนทำถนนขึ้นอยู่กับขนาดของสวนปาล์มน้ำมัน โดยทั่วไปรูปแบบของถนนมี 3 แบบ คือ “ถนนใหญ่” กว้างประมาณ 5-8 เมตร เพื่อใช้เป็นเส้นทางขนส่งวัสดุการเกษตรและผลผลิตไปโรงสกัดน้ำมันปาล์ม (สำหรับสวนปาล์มขนาดเล็กกว่า 500 ไร่ ไม่จำเป็นต้องสร้างถนนใหญ่) “ถนนเข้าแปลง” หรือถนนซอยแยกออกจากถนนใหญ่ มีความกว้างประมาณ 4-5 เมตร ห่างกันประมาณ 40 ต้นปาล์ม เพื่อใช้สำหรับขนส่งวัสดุการเกษตรเข้าสวนปาล์มและขนส่งผลผลิต และ “ถนนซอย” แยกจากถนนเข้าแปลง ขนาดกว้างประมาณ 3-4 เมตร ซึ่งสามารถทำถนนซอยขนานไปกับแถวของต้นปาล์มน้ำมันได้ในทุกๆ ร่องระบายน้ำได้ ใช้ขนส่งวัสดุการเกษตรและผลผลิต


สำหรับระบบการปลูกปาล์มน้ำมัน การวางผังปลูกปาล์มน้ำมันควรวางแบบสามเหลี่ยมด้านเท่า เพราะจะทำให้การกระจายตัวของต้นปาล์มน้ำมันได้รับแสงดีกว่า ให้จำนวนต้นสูงกว่าแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส ระยะปลูกปาล์มสายพันธุ์คอมแพคท์ของ คุณวิสันต์ สินธุนนท์ ทุกสายพันธุ์จะใช้ระยะปลูกเพียง 8 x 8 x 8 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ 28 ต้น เนื่องจากปาล์มสายพันธุ์คอมแพคท์จะมีทางใบสั้นกว่าปาล์มสายพันธุ์อื่น โดยหากเป็นปาล์มสายพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่พันธุ์คอมแพคท์จะใช้ระยะปลูก 9 x 9 x 9 เมตร
 
ปลูกพืชตระกูลถั่วคลุมดิน และการเตรียมหลุมปลูก
เพิ่มอินทรียวัตถุให้แปลงปลูก การปลูกพืชคลุมดินควรปลูกในช่วงเตรียมพื้นที่ ปลูกหลังจากการวางแนวหลุมปลูก เพื่อให้พืชคลุมเจริญเติบโต คลุมพื้นที่แปลงปลูก ลดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน และควบคุมวัชพืชก่อนที่จะย้ายปลูกต้นปาล์ม ปลูกพืชตระกูลถั่วคลุมดินก่อนปลูกปาล์มน้ำมัน ในสัดส่วน ถั่วเพอราเรีย : ถั่วคาโลโปโกเนียม : ถั่วซีรูเลียม 3 : 3 :1 โดยน้ำหนัก โดยใช้เมล็ดอัตรา 1.5-2 กิโลกรัม ต่อไร่ หว่านเมล็ดเป็นแถวระหว่างแถวปลูกต้นปาล์ม ประมาณ 3-5 แถว ต่อระหว่างแถวปลูกปาล์ม หรือหยอดเป็นหลุมก็ได้ หลังจากเริ่มปลูกปาล์มน้ำมันถึงอายุ 3 ปี เกษตรกรสามารถปลูกพืชล้มลุกหรือพืชไร่ ในระหว่างแถวปาล์มน้ำมัน เพื่อเสริมรายได้ เช่น พืชผัก ข้าวโพด ถั่วต่างๆ สับปะรด เป็นต้น
หลังจากวางแนวการปลูก และปลูกพืชคลุมดินเรียบร้อยแล้ว ควรเตรียมหลุมปลูก ซึ่งการเตรียมหลุมมีการปฏิบัติ ดังนี้ ขุดหลุมให้มีขนาดใหญ่กว่าถุงต้นกล้าเล็กน้อย มีลักษณะเป็นรูปตัวยู หรือทรงกระบอก, การขุดหลุมควรแยกดินบน-ล่าง ออกจากกัน และใส่ปุ๋ยร็อกฟอสเฟต (0-3-0) รองก้นหลุม 250-500 กรัม ต่อหลุม


การขนส่งหรือขนย้ายต้นกล้าปาล์มจากแปลงเพาะไปแปลงปลูกจะต้องกระทำอย่างระมัดระวัง ไม่ให้ต้นกล้ากระทบกระเทือน ขนย้ายต้นกล้าเข้าประจำหลุมปลูก (ต้องขนย้ายอย่างระมัดระวัง ห้ามจับหิ้ว และโยนต้นปาล์มโดยเด็ดขาด)
 
ช่วงเวลาการปลูกปาล์มน้ำมัน
ระยะเวลาปลูก ควรกำหนดช่วงเวลาในการปลูกปาล์มน้ำมันในช่วงฤดูฝน ไม่ควรปลูกช่วงปลายฤดูฝนต่อเนื่องฤดูแล้ง หรือหลังจากปลูกต้นกล้าแล้วจะต้องมีฝนตกอีกอย่างน้อย 3 เดือน จึงจะเข้าฤดูแล้ง ถ้าเป็นไปได้หลังจากปลูกไม่ควรเกิน 10 วัน จะต้องมีฝนตก ทั้งนี้ เพื่อให้ต้นกล้าได้ตั้งตัว และมีการเจริญเติบโตในแปลงปลูกอย่างรวดเร็ว การปลูกจะต้องนำถุงพลาสติคออกจากต้นกล้าปาล์มน้ำมันอย่างระมัดระวัง อย่าให้ก้อนดินแตกโดยเด็ดขาด จะทำให้ต้นกล้าชะงักการเจริญเติบโต ประคองต้นกล้าอย่างระมัดระวังแล้ววางลงในหลุมปลูก ใส่ดินชั้นบนลงก้นหลุมแล้วจึงใส่ดินชั้นล่างตามลงไป และจัดต้นกล้าให้ตั้งตรงแล้วจึงอัดดินให้แน่น เมื่อปลูกเสร็จแล้วโคนต้นกล้าจะต้องอยู่ในระดับเดียวกันกับระดับดินเดิมของแปลงปลูก


หลังการปลูกควรมีการตรวจต้นปาล์มในแปลงปลูกทุกวัน เมื่อพบต้นที่โยกหรือเอน จะต้องปรับให้ต้นตั้งตรง ถ้าพบสัตว์และแมลงทำลายจะต้องป้องกันกำจัด และถ้าพบสภาพน้ำท่วมขังจะต้องระบายน้ำทันที ศัตรูที่สำคัญที่สุดในช่วงหลังการปลูก 1 ปี คือ สัตว์กัดกินต้นปาล์ม เช่น หนู เม่น และหมูป่า จะต้องป้องกันกำจัด โดยใช้ลวดตาข่ายห่อปิดโคนต้น และใช้กับดัก นอกจากนี้ แมลงที่เป็นศัตรูในช่วงหลังปลูกคือ ด้วงกุหลาบ กัดกินใบในเวลากลางคืน ป้องกันกำจัด โดยใช้ฟูราดาน รองก้นหลุมประมาณ 1 ช้อนชา หรือใช้สารเซฟวิน 85% 40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นในเวลาเย็นช่วงใกล้ค่ำ มีการกำจัดวัชพืชรอบโคนต้น หรือหากมีการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช ในช่วงต้นปาล์มอายุ 1-3 ปีแรก ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการใช้สารกำจัดวัชพืชประเภทดูดซึม


จากการสำรวจแปลงปลูก เมื่อพบต้นที่ถูกทำลายโดยศัตรูพืชและต้นที่ถูกกระทบกระเทือนจากการขนส่ง หรือการปลูกอย่างรุนแรง ตลอดจนต้นผิดปกติ จะต้องขุดทิ้งและปลูกซ่อม ควรปลูกซ่อมให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ ควรสำรองต้นกล้าไว้สำหรับปลูกซ่อมประมาณ 5% ของต้นกล้าที่ต้องการใช้ปลูกจริง โดยดูแลรักษาไว้ในถุงพลาสติคสีดำขนาด 15 x 18 นิ้ว ต้นกล้าจะมีอายุระหว่าง 12-18 เดือน ทั้งนี้ เพื่อให้ต้นกล้าที่นำไปปลูกซ่อมมีขนาดทัดเทียมกับต้นกล้าในแปลงปลูกจริง การปลูกซ่อมแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ปลูกซ่อมหลังจากปลูกในแปลงประมาณ 1-2 เดือน อาจเกิดจากการกระทบกระเทือนตอนขนย้ายปลูก หรือเกิดจากความแห้งแล้งหลังปลูกอย่างรุนแรง และปลูกซ่อมหลังจากการย้ายปลูก 6-8 เดือน หรือไม่ควรเกิน 1 ปี เป็นการปลูกซ่อมต้นกล้าที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น ต้นมีลักษณะทรงสูง โตเร็วผิดปกติซึ่งเป็นลักษณะของต้นตัวผู้
 
หนังสือ “ปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่ 1 ไร่ ให้ผลตอบแทนมากกว่าปลูก 3 ไร่” พิมพ์ 4 สี จำนวน 36 หน้า แจกฟรีพร้อมกับ หนังสือ “เทคนิคการผลิตมะนาวหน้าแล้ง (จัดพิมพ์ใหม่)” รวม 2 เล่ม จำนวน 176 หน้า มีแจกฟรีเกษตรกรและผู้สนใจเขียนจดหมายสอดแสตมป์เป็นมูลค่า 100 บาท (ระบุชื่อหนังสือ) ส่งมาขอได้ที่ ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร เลขที่ 2/395 ถนนศรีมาลา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร 66000 โทร. (056) 613-021, (056) 650-145 และ (081) 886-7398
 

 









เอสซีฯ มอบข้อเสนอพิเศษในงาน “Get Premium Get Million”
กลุ่ม ปตท. รับโล่เกียรติยศความยั่งยืน พร้อมเดินหน้าภารกิจเพื่อสังคมไทย
ซีพีเอฟ คว้ารางวัล CFO ยอดเยี่ยม 2 ปีซ้อน
JCC-TPA จัดคอร์สพิเศษ "การศึกษาเชิงลึกด้านนวัตกรรมการทำธุรกิจของญี่ปุ่น" ให้ 3 มหาวิทยาลัย
เปิดตัวแล้ว Samsung Galaxy S6 และ S6 Edge สวย เร็ว แรง
ยูนิเซฟและภาคีได้เปิดโครงการ “Best Start หกปีแรกของชีวิต คือ หกปีทองของเด็ก”
บียอน รีสอร์ท กระบี่ บายกะตะกรุ๊ปต้อนรับ เบน ชนาทิศ
โครงการ “Designers’ Room และ Talent Thai”
รมว.คลัง ในฐานะประธานบอร์ด ธ.ก.ส. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกองทุนหมู่บ้าน จ.ขอนแก่น
เคทีซีร่วมกับสปอร์ตเวิลด์ ปล่อยหมัดเด็ดออกแคมเปญ “KTC Sport Adventure”