โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตัวเอง แนะนำ”รางจืด”ยาแก้พิษเชื้อชาติไทย

วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554 เวลา 12:07:42 น.

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

 

น่ายินดีอย่างยิ่งที่รางจืด สมุนไพรเชื้อชาติไทยใช้แก้พิษ ได้รับการบรรจุในบัญชียาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ ซึ่งกำลังจะประกาศอย่างเป็นทางการภายในเดือนมีนาคม 2554 นี้

 

สรรพคุณของ รางจืด ตามประกาศของบัญชียาหลักแห่งชาติ ระบุข้อบ่งใช้ เพื่อถอนพิษเบื่อเมา ถอนพิษไข้ แก้ร้อนใน ทำให้ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข แอ็กทีฟประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้มีการใช้รางจือเพื่อลดการสะสมของสารเคมียาฆ่าแมลงในกระแสเลือดของเกษตรกร ทำให้เกิดความตื่นตัวเป็นกระแสนิยมรางจืดในสังคมเวลานี้อย่างยิ่ง

 

จะว่าไปแล้วเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่แต่อย่างใด หมอพื้นบ้านรู้จักการใช้รางจืด ทั้งราก เถา ใบ ในการแก้พิษมาเนิ่นนาน แก้ได้ทั้งพิษจากยาพิษ ยาสั่ง พิษจากพืช ใครที่ได้อ่านนวนิยายคลาสสิกของไทยเรื่องเพชรพระอุมา คงจำกันได้ว่ามีการใช้สมุนไพรรางจืดให้กับผู้ที่ถูกพิษว่านพระอาทิตย์ ที่ทำให้ตาค้างนอนไม่หลับสักที วิธีแก้พิษว่านพระอาทิตย์นั้นให้ใช้รางจืด ซึ่งจะดับพิษยาสั่งทุกชนิด ความรู้ที่สอดแทรกไว้ในนวนิยายแนวผจญภัยนี้ ให้ใช้อมรางจืดไว้ในปากไม่นานนักก็จะแก้พิษทำให้นอนหลับได้

 

รางจืดจึงเป็นสมุนไพรที่คนไทยมีประสบการณ์ในการแก้พิษเป็นอย่างดี ย้อนไป 20 ปีพอดิบพอดี จำไม่ผิด 2 มีนาคม ปี 2534 ตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสารเคมีที่ท่าเรือคลองเตยเกิดระเบิดไฟไหม้ ทำให้สารเคมีสารพัด เช่น พิษเมทิลโบรไมด์ รวมทั้งพิษฟอร์มาลดีไฮด์ที่ใช้ดองศพ และพิษร้ายแรงอื่นๆ กระจายออกมา ปรากฏว่ามีผู้ได้รับพิษเฉียบพลันต้องถูกส่งเข้าโรงพยาบาลทันทีถึง 2,000 คน ในเวลานั้นยังจำได้ว่าชาวคณะมูลนิธิสุขภาพไทยร่วมกับกับองค์กรเครือข่ายได้นำเอารางจืดไปช่วยชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาอาการต่างๆ จากพิษสารเคมี เช่น อาการคอแห้ง ใจสั่น หายใจไม่สะดวก ซึ่งพบว่า รางจืดสามารถบรรเทาอาการช่วยเหลือชาวบ้านคลองเตยได้อย่างดี แม้ว่าจะไม่สามารถช่วยผู้ที่โดนสารเคมีอย่างรุนแรงก็ตาม

 

ตลอดระยะ 20 ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลของรัฐหลายแห่งได้นำรางจืดมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษเช่น ยาฆ่าหญ้พาราควอท รวมทั้งมีการใช้รางจืดแก้พิษ Tetrodotoxin จากไข่แมงดาทะเล ซึ่งลงข่าว น.ส.พ. หน้าหนึ่งเมื่อปี 2551 เมื่อแพทย์โรงพยาบาลชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ยอมให้ญาติๆ นำรางจืดมาตำคั้นผสมน้ำซาวข้าว แล้วฉีดเข้าทางหลอดอาหาร

 

สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยที่มีความหวังแค่ 20% รอดชีวิตได้ราวปาฏิหาริย์

 

นอกจากนี้ มีรายงานการวิจัยรางจืดมากมายกว่า 30 ปี ในการยืนยันสรรพคุณแก้พิษ เช่น มีการศึกษาถึง ฤทธิ์ต้านพิษของสารกำจัดศัตรูพืช กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟส ในยาฆ่าหญ้า ฆ่าวัชพืช เช่น Folidol (methyl parathion), parathion) และยาฆ่าหญ้าพาราควอต (paraquat) ทั้งในสัตว์ทดลองและในคน

 

พบว่า รางจืดช่วยลดพิษของสารกำจัดศัตรูพืชได้ ทำให้อัตราการตายของหนูทดลองลดลง โดยกลไกการออกฤทธิ์ต้านสารพิษ อาจเนื่องจากการทำให้ระดับเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรสเพิ่มขึ้นรวมทั้งฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน ต้านอนุมูลอิสระด้วย

และมีหลายโรงพยาบาลได้ทำการศึกษาวิจัยทางคลินิกของรางจืดในการต้านยาฆ่าแมลง เช่น โรงพยาบาลบางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม จ.อุบลราชธานี และยังมีการศึกษาการลดอัตราการตายของผู้ป่วยที่ได้รับพิษพาราควอทที่โรงพยาบาลบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี

 

รางจืดยังช่วยป้องกันการตายของเซลล์ตับจากพิษของแอลกอฮอล์ทั้งในหลอดทดลองและในหนูรางจืดช่วยลดระดับแอลกอฮอล์ในเลือด มีผลต่ออาการขาดเหล้า (ผู้ที่มีปัญหาติดแอลกอฮอล์) และพบว่า สารสกัดรางจืดให้ผลลดภาวะซึมเศร้าและทำให้พฤติกรรมที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของหนูเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

 

รางจืดยังเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่นำมาใช้ในการรักษาผู้ติดสารเสพติด เนื่องจากรางจืดมีฤทธิ์ต่อระบบประสาทคล้ายกับสารเสพติดแอมเฟตามีนนี่เอง อาจทำให้ผู้ป่วยที่ใช้สารสมุนไพรเกิดความพึงพอใจเช่นเดียวกับการรับยาเสพติด จึงอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ใช้สารสกัดสมุนไพรแล้วได้ผล

 

รางจืด เป็นความหวังของสังคมเกษตรแล้วยังเป็นความหวังของคนเมืองด้วย เนื่องจากพบว่า เมื่อให้สารสกัดด้วยน้ำของรางจืดช่วยลดพิษของตะกั่วในสัตว์ทดลอง ทำให้เซลล์ประสาทของหนูตายน้อยลงด้วย ชีวิตประจำวันของคนเมืองที่ต้องหายใจเอาสารตะกั่วเข้าไปทุกวันนั้น น่าจะหันมาชงชารางจืดกินกันบ้าง

 

ตัวอย่างรายงานการศึกษาวิจัยข้างต้น คงทำให้มั่นใจในภูมิปัญญาของปู่ย่าตายายของเราที่วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ได้ต่อยอดวิจัยเรื่อยมา ช่วยให้เราลดพิษและลดมลพิษได้ จากนี้ไปมาช่วยกันปลูกรางจืดดีกว่า เพราะเป็นพืชปลูกง่ายโตเร็ว และนำมาใช้ประโยชน์อื่นได้อีกมาก

 

ทั้งใช้เป็นยาภายนอกรักษาโรคผิวหนังผดผื่นคัน เริม งูสวัด อาการฟกช้ำดำเขียว แผล และใช้ต้มหรือชงกินเพื่อบรรเทาไข้ ร้อนใน ปวดหัว และยังนำมาทำกับข้าวกิน นำยอดอ่อนหรือดอกมาลวกจิ้มน้ำพริก ทำแกงกิน หรือนำมาผัดเหมือนผัดผักบุ้งก็ได้

 

รางจืดเป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัยมากชนิดหนึ่ง จากการศึกษาพิษเรื้อรังของกรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์ ทดลองให้หนูกินรางจืดมากถึง 100 เท่า ในขนาดที่คนกิน และยังให้กินนาน 6 เดือน ไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด แต่ถึงรางจืดจะดีและปลอดภัยเพียงไหน ก็ไม่แนะนำให้กินสมุนไพรตัวใดตัวหนึ่งติดต่อกันนานๆ ควรสลับเปลี่ยนกินสมุนไพรชนิดอื่นบ้าง หรือกินรางจืดเท่าที่จำเป็น หากต้องแก้ไขปัญหาการสะสมของสารเคมียาฆ่าแมลงในเลือด แทนที่จะพึ่งรางจืดเท่านั้น

ผู้บริหารแต่ละกระทรวงน่าจะจับมือแก้ต้นเหตุ เช่น สาธารณสุขจับมือกระทรวงเกษตรฯ ลดการใช้สารเคมีก็จะช่วยคนไทยปลอดภัยขึ้นแน่ไม่ต้องแก้ด้วยรางจืด

 

ต่อจากนี้เราจะมีรางจืดอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ มาช่วยกันเพาะขยายพันธุ์ให้มากๆ จะได้มีวัตถุดิบสมุนไพรใช้ทำยาทั้งในด้านการพึ่งตนเองของครัวเรือน และเพียงพอต่อการผลิตในระดับอุตสาหกรรมในประเทศ รางจืดมีการใช้และการวิจัยในเมืองไทยจำนวนมาก ถือว่าคือสมุนไพรที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยอย่างหนึ่ง

 

เหมือนบทเพลงของชาวบ้านที่ซอกซอนหาแย่งกับมดในการกินน้ำหวานจากดอกรางจืด ที่ชาวบ้านยังขับขาน ในช่วงเดือน 12 ดอกนำแนหรือรางจืดสีม่วงบานประดับราวป่า คนท้องถิ่นจะพูดว่า "น้ำแนน้ำนอง เดือนสิบสองขอน้ำกินแน" แล้วเด็ดดอกมาดูดกินน้ำหวาน หวานปานน้ำผึ้งเดือนห้าเชียว.

 

รางจืด มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Thunbergia laurifolia Linn.








ซีพีเอฟ คว้ารางวัลการพัฒนาด้านก๊าซเรือนกระจกยอดเยี่ยม
กรุงศรี ออโต้ คอนเน็ค’ สานสัมพันธ์อบอุ่น ขอบคุณพันธมิตรดีลเลอร์รถใหม่
สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจจัดกิจกรรม “แรลลี่ชั่งหัวมัน”
คลีนฟู้ดที่คุณต้องไม่อยากปฏิเสธ ที่ ยู เซนมายา ภูเก็ต
ซีพีเอฟ คว้า 27 รางวัล CSR-DIW จากกระทรวงอุตสาหกรรม
ผลฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก วันที่ 22 ต.ค.57
ดิ เอ็มโพเรี่ยม จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟรับเทศกาลฮาโลวีน
Drink Up™ Hydrating Lip Balm ร่วมต้านมะเร็งเต้านม !!
ME by TMB ชวนเซเลบริตี้ร่วมปลุกกระแสวันออมแห่งชาติ
ใหม่ ลอรีเอะ ซูเปอร์ เจนเทิล พลัส อ่อนโยนพิเศษ สำหรับผิวบอบบาง