เป็ดบาบารี ไก่พื้นเมือง พันธุ์ดี ที่ เกษมพลฟาร์ม เมืองอุบล

วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2554 เวลา 15:04:15 น.







เทคโนฯ ปศุสัตว์

ธนสิทธิ์ เหล่าประเสริฐ

               

เกษมพลฟาร์ม ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 232 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองขอน อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โทร. (089)  845-9426 มีกำลังการผลิตลูกเป็ดและลูกไก่จำหน่ายปีละ 80,000 ตัว คือ หลักฐานที่ยืนยันความสำเร็จของเกษตรกรผู้นี้ คุณเกษม ตอพล ซึ่งในวันนี้ถือเป็นแหล่งผลิตสายพันธุ์สัตว์ปีกที่ได้รับการยอมรับจากเกษตรกรในพื้นที่เป็นอย่างมาก

 

นับเป็นเวลาถึง 20 ปี ที่เกษตรกรชาย วัย 53 ปี คนนี้ได้ทุ่มเทให้กับการทำฟาร์มเพาะพันธุ์สัตว์ปีก จนก้าวมาสู่ความสำเร็จ เป็นแหล่งผลิตใหญ่แห่งหนึ่งของภาคอีสานตอนล่าง

 

จึงนับได้ว่าเป็นเกษตรกรคนสู้ชีวิตอีกคนหนึ่งที่น่าสนใจ และถือเป็นแบบอย่างแห่งการก่อร่างสร้างตัวจากเกษตรกรเล็กๆ จนมาเป็นเจ้าของฟาร์มขนาดใหญ่ โดยอาศัยประสบการณ์ ภูมิปัญญา และความซื่อตรง ยึดมั่นในคุณภาพเป็นเครื่องมือสำคัญในการประกอบอาชีพ จนประสบความสำเร็จ

 

เริ่มต้นจากพื้นที่ว่างในบ้าน แม่เป็ด 5 ตัว

คุณเกษม บอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นเมื่อ 20 ปีก่อนว่า อาชีพหลักแต่ดั้งเดิมคือ เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลด้านสัตว์ปีกอยู่ที่สถานีบำรุงพันธุ์อุบลราชธานี หรือสถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์อุบลราชธานีในปัจจุบัน โดยจากงานที่ทำนั้นทำให้ต้องสัมผัสกับเกษตรกรที่เข้ามาติดต่อขอซื้อสายพันธุ์เป็ด ไก่ จากสถานีอยู่เป็นประจำ

 

"แต่มีปัญหาว่า ปริมาณลูกเป็ด ลูกไก่ ที่ทางสถานีผลิตได้นั้นไม่เพียงพอกับความต้องการของเกษตรกร ซึ่งมีเป็นจำนวนมากเกินกว่ากำลังการผลิต จึงทำให้เรามองเห็นช่องทางว่า ถ้าสามารถผลิตลูกเป็ด ลูกไก่ พันธุ์ดีตรงตามมาตรฐานของกรมปศุสัตว์ น่าจะเป็นช่องทางการสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว"

 

จากแนวคิดดังกล่าว คุณเกษมและครอบครัวจึงเริ่มต้นด้วยการใช้พื้นที่ว่างในบริเวณบ้านสร้างเล้าเป็ดขึ้นจากวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เลี้ยงเป็ดแม่พันธุ์ครั้งแรกในจำนวน 5 ตัว และเริ่มผลิตลูกเป็ดออกจำหน่ายให้กับเกษตรกรที่สนใจ และขยายจำนวนเพิ่มขึ้นมากขึ้นตามความต้องการที่เพิ่มอย่างต่อเนื่อง

 

"ด้วยเรายึดหลักในการผลิตที่เน้นถึงคุณภาพเป็นหลัก ผลิตลูกเป็ดพันธุ์ดี โดยเฉพาะสายพันธุ์เป็ดบาบารี ซึ่งนำพ่อแม่พันธุ์ที่ดำเนินการวิจัยพัฒนาโดยกรมปศุสัตว์มาเลี้ยง เกษตรกรที่นำไปเลี้ยงแล้วประสบความสำเร็จ จึงทำให้ได้รับการยอมรับมาอย่างต่อเนื่อง จนต้องขยายฟาร์มใหญ่ขึ้นตลอดเวลา"

 

จากปริมาณความต้องการสายพันธุ์สัตว์ปีกที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้ คุณเกษม ต้องขยายพื้นที่ฟาร์มออกไปเรื่อยๆ จนพื้นที่เดิมที่มีอยู่ไม่สามารถรองรับการผลิตได้ จึงทำให้เขานำเงินออมมาซื้อที่ดินเพิ่มเติม และตั้งเป็นฟาร์มเพาะพันธุ์อย่างจริงจัง

 

มาถึงวันนี้ เป็นเวลา 20 ปีแล้ว ที่ชายผู้นี้มุ่งมั่นกับการผลิตสายพันธุ์เป็ด ไก่ ออกจำหน่าย โดยอยู่ภายใต้ชื่อ เกษมพลฟาร์ม ซึ่งมีที่ตั้งอยู่เลขที่ 232 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองขอน อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โทร. (089) 845-9426

 

"สำหรับสายพันธุ์ที่เราผลิตจำหน่ายในวันนี้จะเน้นที่เป็ดพันธุ์บาบารีเป็นหลัก และมีไก่พื้นเมืองเสริมความต้องการของเกษตรกรที่เป็นลูกค้า โดยแต่ละปีนั้นจะสามารถผลิตลูกเป็ดบาบารีออกจำหน่ายได้ ประมาณ 80,000 ตัว โดยราคาจำหน่ายลูกเป็ด อายุ 7 วัน อยู่ที่ตัวละ 30 บาท"

 

"ทุกวันนี้ ผมก็ยังทำงานอยู่ที่สถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์อุบลราชธานี ส่วนงานที่ฟาร์ม จะดูแลเฉพาะในช่วงที่ว่างจากงานประจำ นอกนั้นจะมอบหมายให้ภรรยาและลูกๆ ช่วยกันดูแล โดยเราเป็นผู้ควบคุมอีกทีหนึ่ง"คุณเกษม กล่าว

 

เน้นคุณภาพ

และมีจำหน่ายตลอดปี สร้างจุดขาย

คุณเกษม บอกว่า สำหรับภาคอีสานนั้น จะนิยมบริโภคเนื้อสัตว์ปีก โดยเฉพาะเป็ดกันมาก จึงทำให้มีปริมาณความต้องการสายพันธุ์เพื่อนำไปเลี้ยงขุนส่งตลาดของเกษตรกรสูงและต่อเนื่อง เกษมพลฟาร์ม จึงวางเป้าหมายในการผลิตสายพันธุ์เป็ดเป็นหลัก

 

"ตลาดหลักๆ ตอนนี้ จะเป็นกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดอุบลราชธานีเป็นหลัก ซึ่งแต่ละปีนั้นมีแนวโน้มความต้องการสายพันธุ์สัตว์ปีกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง"

 

"สิ่งที่เรายึดมั่นมาอย่างต่อเนื่องตลอด 20 ปี คือ คุณภาพ และความสม่ำเสมอในการผลิต ไม่ว่าเกษตรกรจะเลี้ยงเป็ด ไก่ ในช่วงไหน มาหาเราที่ฟาร์ม รับรองจะไม่ผิดหวัง เพราะเราจะมีลูกเป็ด ลูกไก่ พันธุ์ดี พร้อมจำหน่ายให้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอ มาซื้อช่วงไหนก็จะได้คุณภาพของลูกเป็ด ลูกไก่ ที่เป็นสายพันธุ์มาตรฐานและมีคุณภาพเดียวกันหมด"

"เราไม่เคยจำกัดว่า ในช่วงไหนตลาดไม่ดีแล้วจะผลิตน้อยหรืองดการผลิต แต่เราจะทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรมีเป็ด ไก่ ไปเลี้ยงได้ตลอดทั้งปี โดยขณะนี้มีแม่พันธุ์เป็ดบาบารีในฟาร์มทั้งหมด ประมาณ 1,500 แม่ และพ่อพันธุ์อีกจำหนวนหนึ่ง"คุณเกษม กล่าว

 

สำหรับสายพันธุ์เป็ดบาบารีและไก่พื้นเมืองที่ทางเกษมพลฟาร์มผลิตจำหน่ายนั้น เจ้าของฟาร์มบอกว่า จะใช้สายพันธุ์ซึ่งได้รับการปรับปรุงพันธุ์มาจากกรมปศุสัตว์เป็นหลัก เพราะเป็นสายพันธุ์ที่แข็งแรง เหมาะสมกับการเลี้ยงของเกษตรกร และมีอัตราการเจริญเติบโตที่ดี สามารถให้ผลตอบแทนได้เป็นอย่างดี

 

"ในระบบการผลิตของเราจะเน้นมาตรฐานเป็นหลัก นับตั้งแต่เรื่องของพ่อแม่พันธุ์ โรงเรือน และระบบการฟักไข่ การจัดการบริหารดูแล รวมถึงการทำวัคซีนแก่ลูกพันธุ์สัตว์ตามมาตรฐานของกรมปศุสัตว์ เพื่อให้เกษตรกรได้สัตว์พันธุ์ดีไปเลี้ยง โดยทั้งหมดนี้อยู่ในการดูแลของกรมปศุสัตว์ ด้วยเราเป็นฟาร์มเครือข่ายของกรมปศุสัตว์ด้วย ดังนั้น จึงมีมาตรฐานที่แน่นอนเข้ามากำหนด" คุณเกษม กล่าว

 

แนะเคล็ดลับ ต้องกกให้ดี

อาหารต้องถึงในช่วงแรก

สำหรับในการเลี้ยงลูกเป็ดบาบารีและลูกไก่พื้นเมืองให้ประสบความสำเร็จนั้น เจ้าของเกษมพลฟาร์มให้ข้อแนะนำว่า สิ่งสำคัญคือ เกษตรกรต้องเข้าถึงการจัดการดูแลในช่วงแรก โดยเฉพาะในเรื่องของการกกให้ความอบอุ่นแก่ลูกสัตว์ปีกในช่วงแรก รวมถึงการให้อาหารที่ต้องมีปริมาณอย่างเพียงพอ

 

"มีเกษตรกรจำนวนไม่น้อย ที่เริ่มต้นเลี้ยง โดยการซื้อลูกพันธุ์จากฟาร์มต่างๆ ไปเลี้ยงแล้วไม่ประสบความสำเร็จ สาเหตุสำคัญโดยมากจะมาจากการให้อาหารไม่เพียงพอกับความต้องการ และมีพื้นที่เลี้ยงเล็กเกินไป รวมถึงการให้ความอบอุ่นด้วยการกกไฟในช่วงแรก"

 

"อย่างคอกเลี้ยง ควรเป็นคอกที่โปร่ง อากาศมีการถ่ายเทได้สะดวก พื้นคอกต้องแห้งเสมอ และมีพื้นที่ที่เหมาะสม โดยสัดส่วนที่เหมาะสมคือ 2-3 ตัว ต่อตารางเมตร"

 

"เรื่องของการกกลูกเป็ดก็เช่นกัน ต้องให้ความร้อนอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะในช่วง 7 วันแรก ที่รับไปจากฟาร์ม ส่วนอาหารในระยะ 20-30 วัน ต้องให้อาหารที่ดี ซึ่งควรใช้อาหารไก่เล็กให้ช่วงนี้ จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นอาหารระยะที่ 2 ตามลำดับ"

คุณเกษม บอกว่า ในปัจจุบันทางฟาร์มได้มีการจัดทำคู่มือการบริหารจัดการดูแลและการเลี้ยงแจกให้กับเกษตรกรที่มาซื้อลูกพันธุ์จากฟาร์มไปเลี้ยงด้วย 

 

"สำหรับปัจจุบัน ปัญหาที่สำคัญอีกประการคือ ปัญหาเรื่องต้นทุนค่าอาหารสัตว์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกษตรกรต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม เพื่อทำให้การเลี้ยงประสบความสำเร็จ โดยแนวทางหนึ่งที่ทำได้คือ การผสมอาหารสัตว์ขึ้นใช้เอง เพื่อให้ต้นทุนในส่วนนี้ลดน้อยลง โดยช่วงแรกอาจจำเป็นต้องใช้อาหารสำเร็จรูปของบริษัทเอกชนที่ผลิตออกมาขายก่อน หลังจากนั้น ก็ปรับเปลี่ยนมาใช้อาหารที่ผสมขึ้นเอง ซึ่งจะมีส่วนช่วยทำให้การเลี้ยงประสบความสำเร็จ ในส่วนของสูตรอาหารนั้นทางฟาร์มมีข้อมูลสูตรอาหารแนะนำให้กับเกษตรกรที่สนใจ" คุณเกษม กล่าวทิ้งท้ายในที่สุด

 

............................................

 

เตือนเลี้ยงไก่ไข่ ระวังโรคติดเชื้อหลอดลมอักเสบ QX ชี้ยังไร้วัคซีนป้องกัน

 

คุณปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จากกรณีปัญหาผลผลิตของฟาร์มสัตว์ปีกในหลายจังหวัด โดยเฉพาะในจังหวัดชลบุรีและจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเลี้ยงไก่ไข่เป็นจำนวนมาก ได้รับความเสียหายอันเนื่องมาจากการติดเชื้อโรคระบาด ทำให้ไก่ไข่มีอัตราการไข่ลดลง ส่งผลให้เกษตรกรและผู้ประกอบการได้รับผลกระทบทำให้สูญเสียรายได้จนประสบปัญหาขาดทุนนั้น  

 

ในเรื่องดังกล่าว กรมปศุสัตว์ ขอชี้แจงว่า การเกิดโรคระบาดในไก่ไข่ดังกล่าว เกิดจากการติดเชื้อหลอดลมอักเสบติดต่อ (Infectious Bronchitis) ซึ่งเป็นไวรัสติดเชื้อแบบเฉียบพลัน มีการแพร่ระบาดของโรครวดเร็ว เป็นโรคเฉพาะในไก่ ไม่ติดต่อสู่คน เป็นได้ในไก่ทุกช่วงอายุ มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ไต รังไข่ และท่อนำไข่ ทำให้รังไข่ฝ่อ ไก่ไม่ไข่ ส่งผลให้อัตราการไข่ในฝูงลดลง คุณภาพของไข่แดงและเปลือกไข่ต่ำ ถึงแม้ว่าไก่จะไม่แสดงอาการป่วยหรือหายป่วยแล้วก็จะไม่สามารถออกไข่ได้Ž

 

สถานการณ์การระบาดที่รุนแรงในไก่ไข่ได้เริ่มมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2553 เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ใหม่ ชื่อว่าสายพันธุ์ QX ซึ่งไม่เคยพบในประเทศไทยมาก่อน แต่มีการระบาดในต่างประเทศอยู่ก่อนแล้ว วัคซีนที่ใช้ควบคุมโรคปัจจุบันไม่สามารถควบคุมโรคได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่วน วัคซีนสายพันธุ์ QX ยังไม่มีใช้ในประเทศไทยŽ

 

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการรักษานั้น เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสจึงไม่มียารักษาโดยตรง แต่สามารถใช้ยาในการควบคุมการติดเชื้อโรคแทรกซ้อนร่วมกับการเสริมวิตามิน เกลือแร่ ให้แก่สัตว์ การจัดการสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม เช่น อย่าให้ลมโกรก ให้ไก่อยู่ในที่อุณหภูมิพอเหมาะ เป็นต้น

 

นอกจากนี้ ให้คัดทิ้งไก่ที่ไม่ออกไข่ออกจากฝูงทันที และให้ใช้หลักความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) ในการป้องกันเชื้อโรคเข้ามาในฟาร์ม เช่น การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรค การควบคุมคนหรือยานพาหนะเข้า-ออกฟาร์ม การมีเล้าหรือโรงเรือนเพื่อป้องกันพาหะนำโรค เป็นต้น และให้ทำวัคซีนตามโปรแกรมที่สัตวแพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด

 

อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย สัตว์ปีกอาจเจ็บป่วยได้ง่าย และจากที่ผ่านมาเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ส่วนใหญ่ไม่ได้แจ้งการเกิดโรคระบาดให้เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ทราบในทันที ส่งผลให้การควบคุมโรคล่าช้า โรคจึงสามารถแพร่กระจายไปได้

 

ส่วนที่เกิดการตายของโคเป็นจำนวนมากที่จังหวัดแพร่และลำปางนั้น อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวว่า จากการเข้าไปตรวจสอบพบว่า โคมีอาการมีไข้และแสดงอาการในระบบทางเดินหายใจ จึงได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจผลทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งอยู่ระหว่างการรอผลยืนยัน เบื้องต้นคาดว่า มีสาเหตุมาจากการติดชื้อในระบบทางเดินหายใจ และสัตว์อยู่ในสภาพซูบผอมเนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูแล้ง ทำให้พืชอาหารสัตว์ตามธรรมชาติขาดแคลน จึงอาจเป็นปัจจัยให้สุขภาพสัตว์อ่อนแอ ไม่สามารถทนต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงได้

 

สำหรับโคในตำบลยกกระบัตรและตำบลบ้านนา จังหวัดตาก น่าจะเนื่องมาจากสาเหตุเดียวกัน เพราะเป็นโคที่เลี้ยงกลางแจ้ง ไม่มีหลังคา กรมปศุสัตว์ โดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่และตากได้เข้าไปดำเนินการรักษาเบื้องต้นและให้คำแนะนำกับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในการดูแลสุขภาพสัตว์เบื้องต้นแล้ว การตายของโคดังกล่าวไม่น่าจะเกิดจากโรคระบาด เพราะไม่พบสัตว์ป่วยและตายเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

 

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เน้นย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างกะทันหันมีผลต่อสุขภาพสัตว์โดยตรง ดังนั้น เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ควรเพิ่มมาตรการในการดูแลสุขภาพสัตว์ให้มากขึ้น พร้อมทั้งจัดเตรียมโรงเรือนหรือพื้นที่การเลี้ยงให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ การจัดวัสดุปูรองคอกเลี้ยงสัตว์และการพ่นทำลายเชื้อโรคอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ควรมีการจัดเตรียมอาหารสัตว์หรือพืชอาหารสัตว์ให้เพียงพอ

 

"ดังนั้น จึงขอความร่วมมือเกษตรกรต้องหมั่นดูแลและสังเกตอาการสัตว์ปีก หากพบว่า ป่วยตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ในพื้นที่ทันที หรือ call center โทร. (085) 660-9906 เพื่อจะได้ดำเนินการควบคุมโรคไม่ให้แพร่กระจายออกไปได้อย่างทันท่วงที" อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด








อารียา First Class Movie Day! Captain America
เปิดตัวโปรโมชั่น”CDC & THE CRYSTAL SUMMER PARADISE” ช็อปลุ้นโชครับสิทธิพิเศษ 3 ต่อ
ธอส. ซ่อมแซมบ้านให้ผู้ประสบอุทกภัยใน จ.พระนครศรีอยุธยา
ผลฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมนี วันที่ 17 เม.ย.57
ลูกค้าเอไอเอส เซเรเนด ดื่มด่ำ “จิบชายามบ่าย” รับสิทธิพิเศษส่วนลด 20% ถึง 30 เมษายนนี้
ม.รังสิต จัดกิจกรรมเวิร์คช็อป “RSU-IP COTH FUN Camp” ฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย เปิดรับสมัครแล้ว
ANNE KLEIN แบรนด์ดังสหรัฐฯ เผยโฉมนาฬิกา คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด
ไทยพาณิชย์ มอบวุฒิบัตรโครงการ “เสริมศักยภาพนักธุรกิจมือโปร” รุ่นที่ 8
ไอแบงก์ สนับสนุนโครงการโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ
เปิดตัวโรงแรมใหม่ ยู สุขุมวิท กับราคาสุดพิเศษเฉพาะคนไทย