สงคราม”ความเชื่อ”กรณี”ใครยิงก่อน”ที่ชายแดน”ไทย-กัมพูชา”

วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2554 เวลา 19:25:27 น.








ทุกครั้งที่มีเสียงปืนดังขึ้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
 
ทั้งกองทัพไทย และกองทัพกัมพูชาจะชี้นิ้วใส่กันทันทีว่าอีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ลั่นกระสุนก่อน
 
ซึ่งเป็น”เรื่องยาก”ที่จะพิสูจน์ได้
 
ในอดีตการปะทะกันระหว่างกองทัพ 2 ประเทศจะจบลงด้วยการเจรจาหยุดยิง  และสานสัมพันธ์กันใหม่
 
แต่ทันทีที่กรณีพิพาทไทย-กัมพูชา ยกระดับเข้าสู่ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554
 
ปัญหาความขัดแย้งก็”ยกระดับ”ขึ้นทันที
 
สหประชาชาติโยน“ลูกบอล”แห่งความขัดแย้งใส่มือ”อาเซียน”ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซีย เป็นประธาน
 
และที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ณ.กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์  มีมติชัดเจน
  
“ยินดีต่อการที่กัมพูชาและไทยได้เชิญผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซียไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบบริเวณชายแดนกัมพูชา-ไทยในฝั่งของกัมพูชาและของไทยตามลำดับ  เพื่อสังเกตการณ์การปฏิบัติตามคำมั่นของทั้ง 2 ฝ่ายที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะด้วยอาวุธไม่ให้เกิดขึ้นระหว่างกันอีก”
 
ถ้าตีความแบบไม่ซับซ้อนก็คือ มี”คนกลาง”มาเฝ้าระวังที่ชายแดน 2 ประเทศ เพื่อเป็น”พยาน”ว่า 2 ฝ่ายจะยุติการปะทะกัน
 
และหากเกิดปะทะกันจะได้มี”คนกลาง”ตัดสินใจว่าใครลงมือก่อน
 
“กัมพูชา”ที่มี”จุดยืน”ชัดเจนว่าต้องการให้องค์กรระหว่างประเทศและ”คนกลาง”เข้ามาจึงเปิดประตูรับทันทีแบบไม่มีเงื่อนไข
 
พร้อมให้ 15 ผู้สังเกตการณ์ทหารจากอินโดนีเซียเข้าไปได้ทุกจุดแม้ในค่ายทหาร
 
ในขณะที่ฝั่งไทย  มติสภากลาโหมเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ กลับมีมติสวนทางกับกระทรวงการต่างประเทศ
 
“สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ยังไม่ได้อยู่ในภาวะสงคราม  เป็นการปะทะกันระดับพื้นที่เท่านั้น  ถ้าหากส่งผู้สังเกตการณ์เข้ามาในพื้นที่ซึ่งเป็นคนต่างชาติอาจจะทำให้ความเข้าใจในข้อมูลคลาดเคลื่อน”
 
และภายใต้เหตุผลเรื่อง”อธิปไตย”ของประเทศ  ทางกองทัพจึงมีเงื่อนไขเพิ่มเติมว่าผู้สังเกตการณ์ต้องไม่ใส่ชุดทหาร ไม่พกอาวุธ และเป็นส่วนหนึ่งของสถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย
 
ด้วย”ท่าที”ที่แตกต่างกัน  ฝั่งหนึ่งเปิดกว้างสำหรับ”คนกลาง”  แต่อีกฝั่งหนึ่งมีเงื่อนไขในการเปิดประตู
 
การเดินเกมของกระทรวงต่างประเทศที่ไม่เป็นเอกภาพภายในทำให้ไทยเพลี่ยงพล้ำเรื่อง”ความเชื่อถือ”
 
ไม่ว่าจะเรื่อง”คนกลาง”  หรือ การถอนบันทึกข้อตกลงเจบีซี 3 ฉบับออกจากสภาฯ
 
ภาพที่ออกมา“ไทย”ย่อมเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
  
ดังนั้น เมื่อเกิดการสู้รบครั้งใหม่ที่ชายแดนไทย-กัมพูชา 
 
และทั้งสองฝ่ายต่างชี้นิ้วใส่กันว่าอีกฝั่งหนึ่งเป็นฝ่ายเริ่มก่อน
 
คำถามเรื่อง”ความเชื่อ”จึงเกิดขึ้น

"สหประชาชาติ"และ"อาเซียน"จะเชื่อใคร
 ...................
 
ประเทศไทยไม่ได้อยู่เพียงเดียวดายในโลก 
 
แต่ประเทศไทยอยู่ในสังคมโลก
 
“ความเชื่อ”ว่าปราสาทพระวิหารเป็นของไทย
 
พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรเป็นของไทย
 
“กัมพูชา”รุกราน”ไทย”ก่อน ฯลฯ
 
ทั้งหมดอาจเป็น”ความเชื่อ”ของคนกลุ่มหนึ่งในเมืองไทย
 
แต่ในสังคมโลกที่ต้องฟังและต้องคำนึงถึง”วิธีคิด”และ”กติกา”ที่เป็นสากล 
 
ประเด็นสำคัญที่สุด ก็คือ ประเทศไทยได้สร้าง”ความน่าเชื่อถือ”มากแค่ไหนในระดับนานาชาติ 
 
โดยเฉพาะเรื่องปัญหาชายแดน”ไทย-กัมพูชา”
 
ในทางการเมือง  มีคนเคยบอกว่า”ความเชื่อ”คือ”ความจริง”
 
ไม่ว่าจะเป็นการเมืองระหว่างประเทศ  หรือ การเมืองในประเทศ
 
ตอนที่สหรัฐอเมริกาบุกอิรัก และจับ”ซัดดัม ฮุสเซ็น”ประหารชีวิต  ประธานาธิบดีบุชสร้าง”ความเชื่อ”ระดับเรื่อง”อิรัก”สร้างระเบิดนิวเคลียร์ขึ้นมา
 
เมื่อโลกเชื่อ  “ความชอบธรรม”ก็เกิด
 
แม้สุดท้ายจะพิสูจน์แล้วว่า”ระเบิดนิวเคลียร์”เป็นเพียง”นิยาย”ที่สหรัฐอเมริกาสร้างขึ้นมา
 
“ความเชื่อ”นั้นผิดพลาด
 
แต่”ความจริง”ก็คือ “อิรัก”ราบเป็นหน้ากลอง  และยังไม่สงบจนถึงทุกวันนี้
 
การเมืองระหว่างประเทศเรื่อง”ไทย-กัมพูชา”ก็เช่นกัน
 
ไม่มีใครรู้ว่า”ความจริง”เป็นอย่างไร
 
ใครยิงใครก่อน
 
แต่สำคัญที่ว่า”โลก”จะเชื่อใคร
 
นี่คือ “สัจธรรม”ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย
 
 


 








อื้อฮือ! ถ้าหนุ่มพม่าจะหล่อเเซ่บเว่อร์ขนาดนี้นะ !!
รู้ยัง? “5 ผลไม้ เด่น ที่น่าปลูกในอนาคต” มีอะไรบ้าง
สวยอยู่ดีๆ พริบตาเดียวหมดกัน !! (ชมคลิป)
ป.ป.ช.เปิดเซฟ 5 สนช.พ้นตำแหน่ง โชว์ขุมทรัพย์รัฐมนตรีหลักร้อยล้าน
ชื่นมื่น งานวิวาห์ "เปิ้ล ภารดี - นิว เชื้อชาติ" เพื่อนพ้องร่วมยินดีคับคั่ง
ถอดรหัส การเมือง การเมือง เรื่อง"ถอดถอน" จาก"กลุ่ม 40 ส.ว."
ทำไม ′มติชนสุดสัปดาห์′ ฉบับนี้จึงพาดหัวปก "บวรศักดิ์ ตามสั่ง" !!
"นุ้ย"ใส่เต็ม"ขอเป็นเจ้าสาวฯ" ท้าพิสูจน์ไม่ใช่แค่ตลก!!
"หอยทาก" นับพันตัว! บุกแฟลตตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก (ชมคลิปชัดๆ)
เดินตามดาว โดยหมอทรัพย์ สวนพลู ประจำวันที่ 24-30 ตุลาคม 2557
"ชูวิทย์" ส่งตรงจากอเมริกา "เรื่องเศร้า ตำรวจไทย" "เกาะเต่า" และ "การแทงข้างหลัง"
โสภณ พรโชคชัย : ข้าราชการคนหนึ่งพึงมีทรัพย์เท่าไหร่
"ส.ศิวรักษ์"เขียน"จดหมายรักถึงเผด็จการ" ห่วงปฏิรูปเหลว รอบข้างมีแต่คนใกล้ชิด"ทักษิณ"
คำปราศรัย 38 ปีที่แล้วของ "จาตุรนต์" กับบทเรียนที่ไม่เคยเรียนรู้ในเหตุการณ์ "6 ตุลาฯ 2519"
"ชูวิทย์" เหน็บ "แนวคิด 1 จังหวัด 1 ส.ส."...ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว...ไม่ต้องมีนักการเมืองไปเลย