ครม.รัฐบาลอภิสิทธิ์สั่งลา เทกระจาดงบฯกว่าแสนล้าน โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

วันที่ 02 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 เวลา 12:00:21 น.




(โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ มติชนรายวัน ฉบับ 2 พ.ค.2554)




ในที่สุด...ก็มาถึงโค้งสุดท้ายของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศชัดว่าจะยุบสภาภายในสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคมนี้

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 3 พฤษภาคม ถือเป็นนัดสุดท้าย ซึ่งรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงต่าง "ทิ้งทวน" เสนอโครงการต่างๆ เข้าพิจารณากันเป็นหางว่าว ไม่นับรวม ครม.ก่อนหน้าวันที่ 26 เมษายน ที่อนุมัติกันมาราธอนกว่า 5-6 ชั่วโมง ตั้งแต่ 9 โมงเช้าไปจนถึงเกือบ 4 โมงเย็น มีวาระเสนอให้พิจารณาถึง 24 เรื่อง วาระจรอีก 15 เรื่อง แถมด้วยวาระเพื่อทราบอีก 21 เรื่อง รวมเป็นวงเงินที่อนุมัติภายในวันเดียวกว่า 66,113.76 ล้านบาท

โครงการที่เสนอขอเข้ามาและผ่านการอนุมัติส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ใช้งบฯจำนวนมาก และเป็นงบฯผูกพัน ขณะเดียวกัน ยังพบว่าโครงการที่ผ่านการอนุมัติแบ่งเป็น 2 จำพวกใหญ่ๆ คือ งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง โดยกระทรวงกลาโหมรับไปเต็มๆ กว่า 1.7 หมื่นล้านบาท กับโครงการที่เข้าข่ายประชานิยม ที่หวังผลคะแนนเสียงทางการเมือง

เพื่อให้มีผลต่อการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนั่นเอง!!

ไม่ว่าจะเป็นโครงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ตามที่นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี เสนอ ซึ่ง ครม.อนุมัติกรอบสูงถึง 3,500 ล้านบาท แม้นายไตรรงค์จะยืนยันว่า จริงๆ แล้วโครงการนี้ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 2,250 ล้านบาท คำนวณจากการชดเชยให้กิโลกรัม (กก.) ละ 1.50 บาท ในปริมาณปุ๋ย 1.5 ล้านตัน ให้สิทธิกับเกษตรกรที่เคยมาลงทะเบียนประกันรายได้เกษตรกรเท่านั้น พร้อมยืนยันว่า โครงการนี้จะช่วยลดต้นทุนได้ถึง 20% และเพิ่มผลผลิตได้ 5% ต่อไร่ ช่วยลดต้นทุนทั้งระบบกว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อปี



แม้ว่านักวิชาการจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ จะค้านกับแนวคิดดังกล่าว โดยอ้างว่าข้อเท็จจริงเกษตรกรยังคงซื้อปุ๋ยสูงกว่าราคาควบคุม สุดท้ายผลประโยชน์จึงตกอยู่กับบริษัทปุ๋ย อีกทั้งรัฐบาลยังมีโครงการประกันรายได้อยู่แล้ว ดังนั้น การชดเชยราคาปุ๋ยถือเป็นมาตรการช่วยเหลือที่ซ้ำซ้อน

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังโดยนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ยังฉวยโอกาสช่วง ครม. 2 นัดส่งท้าย เสนอขออนุมัติออกสลากการกุศล 2 ครั้ง ครั้งแรกวงเงิน 8,000 ล้านบาท และครั้งถัดมาอีก 6,999 ล้านบาท ทั้งๆ ที่จากข้อมูลพบว่านับตั้งแต่เดือนกันยายน 2552 จนถึงวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา มีสลากการกุศลที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.แล้วกว่า 29,670 ล้านบาท ปัจจุบันสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้นำสลากเหล่านี้ออกขายเพียง 6,311 ล้านบาท จึงทำให้เหลือสลากการกุศลที่ยังไม่ได้นำไปจัดสรรโควต้า หรือไม่ได้นำไปวางแผนการจัดจำหน่ายอีก 23,359 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงมาก

ไม่รู้ว่า รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนการออกสลากมอมเมาประชาชนมากขนาดนี้ แล้วเหตุใดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กลับทักท้วงการอนุมัติสลากออนไลน์

ดูจะเป็นนโยบายที่สวนทางกัน...ใช่หรือไม่!!

ในทางตรงกันข้าม นโยบายสำคัญบางเรื่องที่ควรจะเร่งรัดให้มีผลปฏิบัติโดยเร็ว ทั้งๆ ที่รัฐบาลอภิสิทธิ์เงื้อง่ามานานเป็นปี แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถอนุมัติได้ ได้แก่ แนวทางการปรับปรุงโครงสร้างภาษีรถยนต์ ซึ่งเอกชนถามไถ่และติดตามอย่างใจจดใจจ่อ เพราะจะก่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในการทำธุรกิจ กลับได้รับคำตอบจากนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่าเสนอไม่ทัน ทั้งที่ในฟากกระทรวงอุตสาหกรรมก็พยายามผลักดันอย่างเต็มที่ เนื่องจากโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่จะสนับสนุนการผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และช่วยลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง

แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก็ยืนยันอีกครั้งว่า คาดว่าจะไม่สามารถเสนอได้ทันรัฐบาลชุดนี้ เนื่องจากยังเหลือเรื่องที่ต้องผ่านความเห็นชอบจาก ครม.อีกมาก แต่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรณ์ว่าจะนำเข้า ครม.นัดสุดท้ายนี้หรือไม่

เช่นเดียวกับการแก้ปัญหาสินค้าราคาแพง ที่สินค้าหลายชนิดทำท่าขยับราคาขึ้นกันเป็นแถว จนสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภค กลับกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจาก ครม.น้อยลงทุกที โดย ครม.วันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา มีเพียงการมอบหมายให้นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ไปศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาไข่ไก่และเนื้อหมู เพื่อนำกลับมาเสนอ ครม.พิจารณาอีกครั้งในวันที่ 3 พฤษภาคมนี้ ซึ่งไม่รู้ว่าจะหวังพึ่ง ครม.นัดสุดท้ายให้ช่วยแก้ปัญหาได้จริง หรือแค่แตะๆ ไว้ไม่ให้ประชาชนหงุดหงิดใจเท่านั้น

คงต้องจับตากันแบบห้ามกะพริบ สำหรับการประชุม ครม.นัดสั่งลานี้ ซึ่งเชื่อว่าจะมีการเสนอโครงการสารพัดเพื่อผูกพันงบประมาณเอาไว้ใช้ แน่นอนว่าเป็นการหวังผลซื้อใจประชาชนสำหรับการหาเสียงเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น

โดยขณะนี้มีโครงการจาก 2 กระทรวงเศรษฐกิจหลักที่เสนอเข้ามามากกว่าใครเพื่อน ได้แก่ กระทรวงคมนาคม มีการเสนอโครงการเข้า ครม.กว่า 10 โครงการ มีการขอวงเงินงบประมาณรวมกันกว่า 32,393.05 ล้านบาท ขณะที่กระทรวงหลักอีกแห่ง คือ กระทรวงการคลัง ก็ไม่น้อยหน้า มีทั้งโครงการให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ปล่อยกู้ซื้อบ้าน ดอกเบี้ย 0% นาน 2 ปี ระยะเวลาผ่อน 30 ปี จากราคาบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาท กำหนดวงเงินสินเชื่อถึง 50,000 ล้านบาท

ยังไม่รวมโครงการของบประมาณอีก 20,000-30,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้สินเชื่อปุ๋ยราคาถูก รวมถึงโครงการประกันภัยพืชผลเกษตรผู้ปลูกข้าวอีก 2,000 กว่าล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จแล้วเป็นเงินถึง 82,000 ล้านบาท

หากรวมโครงการที่เสนอเข้า ครม.นัดสุดท้าย คิดเป็นวงเงินสูงถึง 120,000 ล้านบาท!!

ยังไม่นับรวมโครงการจากกระทรวงอื่นๆ ที่มีกระแสข่าวว่า อาจใช้วิธี "สอดไส้" เข้ามาเป็นวาระจร เพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินการ ไม่ต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรองหลายขั้นตอน

ส่วนผล ครม.จะออกหัวหรือก้อย ใครได้ใครเสีย แล้วผลลัพธ์ที่ได้จะโยงไปสู่สนามการเลือกตั้ง ที่จะมีการจับกลุ่มหาก๊วน ต่อรองอำนาจ ทวงบุญคุณ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่หรือไม่

งานนี้ต้องรอดู...








โยก"บิ๊กแจ๊ด"นั่ง"ผบช.ภ.5" สลับ"ผบช.น."!! จับตาประชุมบอร์ดกลั่นกรองสีกากีพรุ่งนี้
อัพให้ชมเต็มๆไม่มีกั๊ก! ภาพพี่"เบิร์ด ธงชัย"ควง"ชมพู่ อารยา" บวงสรวงเปิดกล้อง"กลกิโมโน"
ฉันเป็นคนรัก ไม่ใช่แค่คนไลค์!! คลิปวิดีโอจิกกัดวัฒนธรรม "ถ่าย-ก่อน-กิน"
ข้อความอวยพรวันเกิดจาก "ป๋อ" ถึง "เอ๋" ทำให้เธอเป็นภรรยาที่น่าอิจฉาที่สุดในเวลานี้!
ปู่แห้ว กับ หลานเติร์ด พิมพ์ดีดกับไอแพด นักข่าว 2 วัยแต่ใจเดียวกัน !!!
ตรวจสอบดวงท่านวันนี้ กับ คอลัมน์ ดาวกับดวง วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน 2557 โดย พิมพ์พรร
มติชนนิวส์รูม : ไม้หนึ่ง ก.กุนที บางแง่มุมที่คุณอาจไม่รู้จัก !!!
เข้าใจตรงกันนะ... "โต้ง"โพสต์ต่ออายุแวต 7% ไม่ใช่เตรียมขึ้นแวตเป็น 10%
คลิปผีสิงเพื่อน! เพื่ออำลาครั้งสุดท้าย หลังเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชน (ชมคลิป)
"ชูวิทย์" แนะ "เทพเทือก"ห่างม็อบ ไปหามุกใหม่ เหตุคนในม็อบยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ แถมเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้
จับตาสัญญาณอันตราย! ตัดโอที-จ่ายเงินเดือนช้า นักธุรกิจชี้โรงงาน"กลาง-ย่อย"กระทบแล้ว
แห่ชมทะลัก ... คลิป ตัน อิชิตัน ถึงบอย วันทัช ยอดชมพุ่งกว่า 3 ล้านวิว
คลิปดัง! ตม.ดอนเมือง ชักปืน (ฉีดน้ำ) จ่อนักท่องเที่ยวกลางสนามบิน
กกร.คาดไตรมาส2 เศรษฐกิจขยายตัว วอนการเมืองรีบจบหวั่นจีดีพีเหลือ 0%
"ไพรินทร์"เดือด เล็งฟ้องอดีตผู้บริหารปตท. ขึ้นเวที กปปส.กล่าวหาบิดเบือนราคาน้ำมัน (ชมคลิป)