ทำหมันมะพร้าวกะทิ เพื่อ กะทิแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ งานวิจัยที่จับต้องได้

วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 เวลา 19:39:28 น.

























เทคโนโลยีการเกษตร

สุจิต เมืองสุข

 

“มะพร้าว” ยังคงเป็นพระเอกที่ไม่เป็นรองในตลาดการค้าภาคเกษตร ยิ่งเมื่อแหล่งปลูกมะพร้าวที่สำคัญในพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ประสบวิกฤตขั้นรุนแรงจากแมลงศัตรูมะพร้าวที่ระบาดหนัก ความหวังเพิ่มผลผลิตให้เพียงพอกับระดับความต้องการ เพื่อผลต่อเนื่องในราคามะพร้าวที่ลดลงจึงเป็นความต้องการยิ่งในตลาด

 

แรงขับเคลื่อนในภาคกระตุ้นเกษตรกรสวนมะพร้าวให้หันกลับมาฟื้นฟูสวน ยังคงเป็นงานหลักของกรมวิชาการเกษตรที่ไม่หยุดนิ่ง

 

ขณะที่อีกด้านเป็นงานวิจัยมะพร้าวกะทิเพื่อเกษตรกรไทย ยังเดินหน้าตามเป้าหมายการผลิตมะพร้าวกะทิแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างต่อเนื่อง

 

ก่อนมาถึงงานวิจัยมะพร้าวกะทิ 100 เปอร์เซ็นต์ ขอเล่าย้อนอย่างรวบรัด เนื่องจากก่อนหน้า คุณพานิชย์ ยศปัญญา ได้ให้รายละเอียดผ่านข้อเขียนอย่างถี่ถ้วนลงตีพิมพ์ไปแล้วถึง 2 ครั้ง ในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ปักษ์ที่ 483 วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 และ ปักษ์ที่ 490 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมาเริ่มต้นจากงานวิจัยมะพร้าวลูกผสมกะทิเมื่อปี 2551 ที่ถือว่าเป็นงานวิจัยชิ้นแรกของโลกยังเป็นงานวิจัยที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมของกรมวิชาการเกษตรและเป็นงานวิจัยยอดเยี่ยมในวาระที่กรมวิชาการเกษตรก่อตั้งครบรอบ 36 ปี

 

งานวิจัยมะพร้าว เป็นหนึ่งในงานวิจัยเด่นของศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอสวี และใช้พื้นที่ภายในศูนย์วิจัยยางสุราษฎร์ธานี อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นแปลงทดลองวิจัยมะพร้าวกะทิ

 

งานวิจัยมะพร้าวกะทิ มีหัวหน้าโครงการ คือ คุณสมชาย วัฒนโยธิน จากสถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร และมี คุณปริญาดา หรูนหีม รับผิดชอบโดยตรงในปัจจุบัน

 

เริ่มจากการคัดเลือกมะพร้าว 5 สายพันธุ์ ที่มีลักษณะเด่นนำมาผสมกับเกสรของมะพร้าวกะทิ และพบว่าคู่ผสมของมะพร้าวน้ำหอมxกะทิ และ มะพร้าวมลายูสีเหลืองต้นเตี้ยxกะทิ มีลักษณะดีเด่นที่สามารถให้ผลผลิตเป็นมะพร้าวกะทิ 25 เปอร์เซ็นต์  หมายถึง ผลผลิตมะพร้าว 100 ผล ต่อต้น จะมีมะพร้าวที่เป็นกะทิ 25 ผล ทั้ง 2 สายพันธุ์ จึงเป็นสายพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตร มีเกษตรกรสนใจกันล้นหลาม

 

ส่งผลให้เกิดการต่อยอดงานวิจัยเดิม จากงานวิจัยมะพร้าวกะทิที่ให้ผลผลิต 25 เปอร์เซ็นต์ คัดสายพันธุ์ให้ได้มะพร้าวกะทิลูกผสม 50 เปอร์เซ็นต์ และ 100 เปอร์เซ็นต์ ในอนาคตเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายมะพร้าวกะทิ เพราะปัจจุบันมะพร้าวกะทิยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่มาก ทั้งราคาจำหน่ายต่อผลอยู่ที่ 60-80 บาท ส่วนราคาหน้าสวนอยู่ที่ 25-30 บาท

 

คุณปริญดา อธิบายว่า การเลือกสายพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมxกะทิ และมลายูสีเหลืองต้นเตี้ยxกะทิ เป็นสายพันธุ์เด่นเพื่อสร้างมะพร้าวพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กะทิ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะมะพร้าวน้ำหอมกะทิจะมีโอกาสได้ผลผลิตเป็นทั้งมะพร้าวน้ำหอม และ มะพร้าวน้ำหอมกะทิ ซึ่งจากข้อมูลวิจัยที่เก็บได้คือ ได้มะพร้าวกะทิ 50 เปอร์เซ็นต์ หมายถึง ในจำนวน 100 ต้นที่ปลูก มีจำนวน 50 ต้น ที่ให้ผลเป็นกะทิและน้ำหอม แต่ใน 50 ต้น ผลของมะพร้าวที่จะได้จะเป็นกะทิและน้ำหอมไม่ครบทุกผล ส่วนมลายูสีเหลืองต้นเตี้ยxกะทิ มีข้อดีตรงที่ให้ผลผลิตต่อปีสูง ประมาณ 1,800-1,900 ลูก ซึ่งเป็นข้อด้อยของมะพร้าวน้ำหอมกะทิที่ให้ผลผลิตต่ำต่อปีประมาณ 1,100-1,200 ลูก เท่านั้น

 

การเพิ่มผลผลิตให้เป็นกะทิ จาก 25 เปอร์เซ็นต์ ของสายพันธุ์เด่น ปัจจุบันคณะวิจัยสามารถเพิ่มผลผลิตที่เป็นมะพร้าวกะทิได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว และอยู่ระหว่างการทดลองให้ได้มะพร้าวกะทิแท้ 100 เปอร์เซ็นต์

วิธีการทดลองเดิมใช้การคลุมจั่น เพื่อให้เกิดการผสมตัวเองและป้องกันไม่ให้เกสรจากต้นอื่นมาผสม วิธีนี้คุณปริญดา บอกว่า เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แต่มีข้อเสีย คือ การคลุมจั่นใช้ถุงผ้าใบ และเมื่อคลุมแล้วอุณหภูมิภายในถุงผ้าใบจะสูงขึ้น เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้การติดผลลดลง

 

“การทำให้ผลผลิตมะพร้าวเป็นกะทิแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องป้องกันเกสรจากมะพร้าวต้นอื่น เพราะมะพร้าวกะทิเป็นลักษณะของยีนด้อย มะพร้าวอื่นเป็นยีนเด่น หากเกิดการผสมยีนด้อยจะถูกข่มโดยยีนเด่นทันที”

 

ปัจจุบัน คณะวิจัยมีวิธีการทดลองผสมเกสรให้ได้มะพร้าวกะทิ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่ใช้วิธีการคลุมจั่น แต่เลือกวิธีการปลิดดอกตัวผู้ทิ้งให้หมด เหลือเฉพาะดอกตัวเมีย นำดอกตัวผู้ไปเก็บเกสรแล้วนำเกสรกลับมาป้ายดอกตัวเมีย ต้นไหนต้นนั้น เรียกวิธีการผสมแบบนี้ว่า “การทำหมัน”

 

หลังการปลิดดอกตัวผู้ออก คณะผู้วิจัยจะบันทึก โดยปกติดอกตัวเมียจะบานประมาณ 14 วัน หลังออกจั่น แต่หากดอกตัวเมียเริ่มบานก่อน 14 วัน จะนำเกสรตัวผู้ที่นำได้จากการผลิตมาป้ายที่ดอกตัวเมียได้ทันที และนำเกสรตัวผู้มาป้ายที่ดอกตัวเมียติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน ในระหว่างที่จั่นบาน ซึ่งธรรมชาติของมะพร้าวจั่นจะบานจากบนลงล่าง และหากดอกตัวเมียไม่ได้รับการผสมหลังจั่นบานภายใน 3 วันจะร่วง

 

“เกษตรกรที่สนใจปลูกต้องทำตามขั้นตอนนี้ด้วย เพราะถ้าเริ่มต้นปลูกจากลูกผสมมะพร้าวกะทิ 25 เปอร์เซ็นต์ การป้ายเกสรตัวผู้ที่ดอกตัวเมียลักษณะนี้แน่นอนว่าจะเพิ่มผลผลิตมะพร้าวกะทิเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการทำให้ได้มะพร้าวกะทิแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ยังอยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลและการวิจัยในภาคสนาม ซึ่งยังเป็นความหวังของสถาบันวิจัยพืชสวน และ กรมวิชาการเกษตร ที่ต้องการสร้างพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กะทิ 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อจำหน่ายให้กับเกษตรกรนำไปผลิตเป็นมะพร้าวกะทิเพิ่มขึ้น” คุณปริญดา กล่าวทิ้งท้าย

 

ผู้สนใจสอบถามได้ที่ คุณปริญดา หรูนหีม โทร. (081) 472-2647

 

สำหรับแปลงทดลองตั้งแต่เริ่มแรกงานวิจัยมะพร้าวกะทิ 100 เปอร์เซ็นต์ ความหวังเกษตรกรไทย เปิดกว้างให้ผู้สนใจเข้าชม แต่ต้องประสานงานเข้ามาก่อนล่วงหน้า ซึ่งกลางฤดูฝนลมเย็นชุ่มฉ่ำปีนี้ “มติชน เกษตรวัฒนธรรมสัญจร” อาสาพาไปเยือนถึงแปลงวิจัยและลิ้มมะพร้าวกะทิสดๆ จากต้น

 

วันที่ 22-24 กรกฎาคมที่จะถึง ได้ฤกษ์พาตะลอนทัวร์เยือนถิ่นใต้ ตะลุยดงทุเรียน สะละ แก้วมังกร กลางหุบเขาทะลุ สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ (02) 589-0492, (02) 954-4999,  (02) 580-4030 ต่อ 2100-2103

 

 

....................................................

         

ความโดดเด่นของ 2 สายพันธุ์ มีดังนี้

1. มะพร้าวพันธุ์ลูกผสมกะทิ ระหว่างมลายูสีเหลืองต้นเตี้ยxกะทิ (YDK) เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงสุด จำนวน 3,378 ผล/ไร่/3 ปีแรก คิดเป็นรายได้ 28,008 บาท/ไร่/3 ปีแรก มีศักยภาพในการเพิ่มผลผลิต/ไร่ ให้สูงขึ้นเป็น 34,002 บาท/ไร่/3 ปีแรก โดยเลือกแหล่งที่ปลูกให้ปลอดจากมะพร้าวธรรมดา และให้มีรายได้สูงขึ้นเป็น 55,737 บาท/ไร่/3 ปีแรก โดยใช้เทคโนโลยีในการทำหมันและช่วยผสมพันธุ์มะพร้าวด้วยละอองเกสรมะพร้าวกะทิพันธุ์แท้ พันธุ์มะพร้าวดังกล่าวจึงสามารถเสนอเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตร ในปี 2550

2. มะพร้าวพันธุ์ลูกผสมกะทิ ระหว่างพันธุ์น้ำหอมxกะทิ (NHK) ให้มะพร้าวลูกผสมกะทิที่ให้ผลผลิตเป็นมะพร้าวกะทิที่มีกลิ่นหอมทั้งน้ำและเนื้อ จำนวน 55 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนต้นที่ปลูก ต้นมะพร้าวลูกผสมกะทิจำนวนดังกล่าวสามารถใช้พัฒนาพันธุ์มะพร้าวกะทิน้ำหอมต้นเตี้ย โดยใช้เทคนิคการผสมพันธุ์ คัดเลือกพันธุ์ และการเพาะเลี้ยงคัพภะมะพร้าว ในเบื้องต้นพันธุ์คู่ผสมระหว่างน้ำหอมxกะทิ สามารถเสนอเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตรได้อีก 1 พันธุ์

 

หมายเหตุ : ลูกผสมทั้ง 2 สายพันธุ์ เมื่อนำไปปลูกจะให้ผลที่เป็นกะทิ ประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ แต่หากมีการควบคุมเกสรจะให้ผลผลิตที่มากขึ้น

 

 

 





ผลฟุตบอลอินเตอร์ เนชั่นแนล แชมเปี้ยนส์คัพ 2015 วันที่ 30 ก.ค.58
ผลฟุตบอลช้าง เอฟเอคัพ รอบ 32 ทีม วันที่ 29 ก.ค.58
เอ็น.ซี.ซี.ฯ พร้อมพันธมิตรจัดงานวิ่งการกุศล “12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน กรุงเทพฯ 2015”
“หมออำนวย” รักษาการปลัดสธ. ตั้งผู้ช่วยปลัด- 2 รองอธิบดี
ไมโลส่ง “นวัตกรรมแพ็คพูดได้”สร้างประสบการณ์เสมือนจริง 3 มิติครั้งแรกในไทย
เอไอเอส ชวนลูกค้าบอกรักแม่ในแคมเปญ “AIS Gift for Mom”
สตาร์บัคส์ฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ เปิดตัวรสชาติใหม่ไส้ช็อคโกแลตมิ้นท์
ฟู้ดแพนด้าเอาใจคนรักศิลปะ
“กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์” คว้ารางวัล Thailand ICT Excellence Award 2015
"ยูตะ ฮาดะ เฟเชียล มาส์ก"ทวงบัลลังก์อันดับ 1 มีขายเเล้วที่7-ELEVEN