เปิดเวที "ต่อต้านคอร์รัปชั่น...จุดเปลี่ยนประเทศไทย": ระดมความคิดจากภาคเอกชน

วันที่ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2554 เวลา 21:00:00 น.




























เมื่อวันพุธที่ 1 มิถุนายน 2554 เวลา 8.00-16.00 น. หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น ได้จัดสัมมนาในหัวข้อ "ต่อต้านคอร์รัปชั่น...จุดเปลี่ยนประเทศไทย" ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธีนี รอยัล เมอร์ริเดียน โดยมีการระดมความเห็นจากภาคเอกชน ซึ่งนำโดยวิทยากรซึ่งเป็นผู้บริหารบริษัทเอกชนต่างๆ ได้แก่ นายบุญเกียรติ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการบริหารและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มหาชน นายชัยบูรณ์ กุลสิริสวัสดิ์ รองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท ชัยบูรณ์ บราเดอร์ส จำกัด นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด มหาชน และนายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด มหาชน

 

 

         

 

ประเด็นแรกของการสัมมนาคือ  ภาคเอกชนจะสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อที่จะต่อต้านไม่ให้มีการคอร์รัปชั่น โดยนายบุญเกียรติ กล่าวว่า ความซื่อสัตย์ ซื่อตรงเป็นสิ่งสำคัญ ผู้บริหารตำแหน่งสูงๆในบริษัทเอกชนต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี ส่วนบริษัทเองก็ต้องมีการสร้างเงื่อนไขไม่ให้เกิดการคอร์รัปชั่น และควรมีการประกาศเจตนารมณ์ของบริษัทว่าจะไม่มีการให้ใต้โต๊ะแก่ราชการอย่างเด็ดขาด

 

นายชัยบูรณ์  ในฐานะที่เป็นตัวแทนของบริษัทขนาดกลางและเล็ก กล่าวว่า ผู้ประกอบธุรกิจต้องไม่โกงลูกค้า-ลูกน้อง-ลูกพี่ และลูกเมีย ซึ่งในสมัยก่อนทำได้ยากกว่าสมัยนี้เพราะไม่มีทั้งสื่อมวลชน และไม่มีมาตรฐานเดียวกัน นอกจากนี้ นายชัยบูรณ์กล่าวว่า แม้ว่าเราจะไปปราบปรามการคอร์รัปชั่นไม่ได้ แต่เราสามารถไม่ให้ความร่วมมือได้ และท้ายสุดนี้ บริษัทต่างๆต้องทำ "จรรยาบรรณ" ให้เป็นรูปแบบที่ชัดเจน


นายปิยสวัสดิ์ กล่าวในส่วนของบริษัทการบินไทยว่า  การบินไทยต่างจากธุรกิจเอกชนทั่วไป เนื่องจากเป็นของรัฐและเอกชนคนละครึ่ง ดังนั้นการที่บริษัทการบินไทยจะไปให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นเป็นเรื่องยาก แต่ในทางกลับกัน กลุ่มผลประโยชน์ซึ่งอาจเป็นนักการเมือง นักธุรกิจ หรือข้าราชการ สามารถที่เข้ามาแสวงหาประโยชน์ในการบินไทยได้ ดังนั้นปัญหาหลักของการบินไทยก็คือ  จะทำอย่างไรให้ป้องกันการให้สินบนจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นในการแต่งตั้ง การจัดซื้อจัดจ้าง

 

ทั้งยังกล่าวว่า กฎเกณฑ์กติกาที่รัฐออกเป็นปัจจัยสำคัญซึ่งเอื้อให้เกิดการคอร์รัปชั่น และตนเห็นว่าทางแก้ไขก็คือ ให้มีการแบ่งอำนาจบริหารจัดการให้ชัดเจนภายในบริษัท อย่างเช่น ระหว่างบอร์ดผู้บริหารกับซีอีโอ ซึ่งจะช่วยลดการแทรกแซงจากภายนอกได้พอสมควร และการจัดซื้อจัดจ้างก็ควรทำให้มีความโปร่งใสที่สุด  ให้มีการแข่งขันมากที่สุด ให้มีหลายฝ่าย

เข้ามาดู ส่วนเวลาที่พบปัญหาคอร์รัปชั่นก็ต้องมีกระบวนการสอบสวน มีการเอาข้อมูลเบาะแสต่างๆมาพิจารณา และเมื่อพบความผิดก็ต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด ไม่ใช่สอบสวนแล้วก็จบไป
 

นายประทีป กล่าวว่า บริษัทต้องปฏิบัติตามกฏหมาย เพราะถ้าบริษัททำถูกต้องตามกฏหมายก็ไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใดที่จะต้องไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ ส่วนภายในบริษัทต้องมีการเขียนระเบียบกฏเกณฑ์ให้ดีเพื่อป้องกันมิให้เกิดการคอร์รัปชั้น และผู้บริหารระดับสูงต้องต้องบริหารแบบมีธรรมาภิบาล และทำตนเป็นตัวอย่างที่ดี


ประเด็นถัดมาคือ อะไรคือสิ่งที่วิทยากรแต่ละคนเห็นว่าสำคัญที่สุดเพื่อที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถต่อต้านคอรัปชั่น

 

โดยนายบุญเกียรติ กล่าวว่า การหามาตรวัดคุณธรรมเป็นเรื่องยาก สิ่งที่ทำได้คือการเป็นตัวอย่างที่ดี และขอให้แต่ละคนทบทวน-ดูแลตัวเองไม่ให้คอร์รัปชั่น รวมทั้งไม่ปล่อยหรือสนับสนุนให้คนอื่นคอร์รัปชั่นด้วย

 

นายชัยบูรณ์  กล่าวว่า ถ้าเราสร้าง sequence (กระบวนการทำงาน)ของกิจกรรมต่างๆให้ง่าย ให้มีความชัดเจน เป็นที่เข้าใจได้ ซึ่งจะทำให้เกิดการตรวจสอบ  และควรมีการรวมกลุ่มรของบริษัทต่างๆ เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังการคอร์รัปชั่น

 

นายปิยสวัสดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันว่าคอร์รัปชั่นคืออะไร  และกล่าวว่า กติกากฏเกณฑ์ของภาครัฐเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อให้เกิดการคอร์รัปชั่น อย่างในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างได้เปิดช่องทางให้คนที่รู้ระเบียบดีสามารถแสวงหาผลประโยชน์ได้ รวมทั้งการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนเองก็ต้องดูแลไม่ให้มีการให้เงินใต้โต๊ะ ต้องมีการดูแลในเรื่องความโปร่งใส

 

ส่วนนายประทีป กล่าวว่า การยึดหลัก "ทำถูกกฏหมาย-ถูกศีลธรรม" รวมทั้งการมีความโปร่งใสนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันไม่ให้เกิดการคอร์รัปชั่น

 

ทั้งนี้ จากผลการวิจัยสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทยของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเมื่อปลายปี 2553 ระบุว่า ข้าราชการ นักธุรกิจ และประชาชนกลุ่มตัวอย่าง 1220 คน เห็นตรงกันว่า สถานการณ์คอร์รัปชั่นในประเทศไทยมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ผู้ประกอบการกว่าร้อยละ 71 รู้ว่าจะต้องจ่ายอย่างไร และเท่าใดเพื่อความสะดวกในการทำงานแม้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่เรียกร้องก็ตาม และอีกร้อยละ 29 จ่ายเมื่อรัฐเรียกร้อง และเกือบร้อยละ 80 ของผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจกับภาครัฐต้องจ่ายเงินเพื่อให้สามารถทำธุรกิจกับรัฐ โดย 1 ใน 3 ต้องจ่ายเงินมากกว่าร้อยละ 25 นอกจากนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ๋กว่าร้อยละ 77.6 ยินดีมีส่วนร่วมต่อต้านคอร์รัปชั่น และผู้ประกอบการกว่าร้อยละ 20.7 อยากมีส่วนร่วมแต่ทำไม่ได้ เพราะมีความจำเป็นทางธุรกิจ

 

 









อึ้ง! คนงาน300คนประท้วง ทำงานมาทั้งปีได้โบนัสแค่ 8 วัน บริษัทอ้างไม่มีกำไร
ประชาชนแห่นำโทรศัพท์มือถือเก่าแลกเครื่องใหม่ล้น
ตรวจสอบดวงท่านวันนี้้ กับ "คอลัมน์ดาวกับดวง" วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2557 โดย พิมพ์พรร
สวย ๆ อย่าง "เมญ่า" ก็สมัครเป็นติ่ง "ชัปปุยส์" นะจ๊ะ ขอบอก!!
ไทม์ เปิดภาพโลกตะลึงแห่งปี 2014 (ชุดแรก 10 ภาพ)
ทำไมมติชนสุดสัปดาห์ฉบับนี้ จึงพาดหัวปก "ท่านผู้หญิง" !!?
ฮือฮา! พระถูกหวยรางวัลที่ 1 หอบเงินสร้างโบสถ์
"นิด้า"เปิดผลวิจัยทำโลกตะลึง ชี้แหล่งปลูกพืชที่มี"สารก่อมะเร็ง"
ฮือฮา! วัดดังเมืองสองแคว แจกไอโฟน6 ปีใหม่ อ้างกุศโลบายดึงคนเข้าวัดทำบุญ
โหรดังทำนาย "พล.อ.ประยุทธ์" ดวงดีจนถึงปี 2561 เตือนสองช่วง′ดาวดับ′ปีหน้า สารพัดความวุ่นวาย !!
"ชูวิทย์" โพสต์เตือนคนซื้อบ้าน ให้ระวัง "แบงก์สีเขียวๆ" ให้ดี!
(ทำไม?) นักวิชาการเชียร์ เลือกตั้งแบบเยอรมนี
พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก : ข้าว น้ำ สายลม และแสงแดด ในสยามเมื่อ 300 กว่าปีที่แล้ว
ตรรกะพิสดาร โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์
วสิษฐ เดชกุญชร : แดนสนธยา