“ภุชงค์ เครือม่วง” ปลูกเลี้ยงชวนชม หลังเกษียณ ที่ พิจิตร

วันที่ 07 มิถุนายน พ.ศ. 2554 เวลา 16:23:19 น.

























บันทึกไว้เป็นเกียรติ
ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ
 
“ชวนชม” ไม้งามชื่อเป็นมงคล คนจีนเรียกชวนชมว่า “ปู้กุ้ยฮวย” ซึ่งหมายความว่า ดอกไม้แห่งความร่ำรวย แม้แต่คนไทยเอง เชื่อกันว่า บ้านใดปลูกชวนชมไว้ที่บ้านจะทำให้เกิดความนิยมชมชอบและมีผู้คนชื่นชม ปัจจุบัน “ชวนชม” ยังคงได้รับความนิยมจากผู้ปลูกเลี้ยงด้วยเสน่ห์ของสีสันของดอกที่หลากหลาย และรูปแบบของดอกที่มีตั้งแต่กลีบดอกชั้นเดียวและมีกลีบดอกหลายๆ ชั้น หรือเรียกชวนชมดอกซ้อนที่มองดูคล้ายกับดอกกุหลาบ ชวนชมยังคงเพิ่มเสน่ห์มากขึ้น เมื่อมีโขดและรากที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละต้น ทั้งจากธรรมชาติเองก็ดี หรือจากฝีมือเชิงศิลปะในการจัดแต่งรากและโขดให้เกิดความสวยงามของผู้ปลูกเลี้ยง


ครูภุชงค์ เครือม่วง บ้านเลขที่ 25/15 ถนนศรีมาลา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร 66000 โทร. (089) 460-9787 หลังจากเกษียณอายุราชการครูก็ผันตัวเอง เปิดร้านจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับ เมื่อปี พ.ศ. 2552 เริ่มแรกก็เป็นการรับไม้ดอก-ไม้ประดับจากที่อื่นมาขายที่ร้าน เช่น กลุ่มไม้ใบ อะโกลนีมา หน้าวัวใบ ไม้มงคล ฯลฯ


ครูภุชงค์ เล่าย้อนว่า เดิมไม่ได้มีพื้นฐานด้านการเกษตรเลย ในช่วงที่เป็นครูสอนเด็กในโรงเรียนเล็กๆ เด็กมีไม่มาก บุคลากรครูขาดแคลน ตนเองก็จำเป็นต้องสอนหลายๆ วิชา เช่น วิชาภาษาไทย วิชาพละ รวมถึงวิชาเกษตร ซึ่งตนเองไม่มีความถนัดเลย แต่อาศัยศึกษาหาความรู้ไปแล้วสอนเด็กไป ในวิชาเกษตรพื้นฐานให้เด็กรู้จักการเพาะเมล็ด การปักชำกิ่ง การตอนกิ่ง ฯลฯ พันธุ์ไม้ที่ใช้สอนเด็กในโรงเรียนก็จะมีพวกต้นเทียนทอง โกสนชาฮกเกี้ยน ฯลฯ จากนั้นก็นำต้นไม้ของเด็กนักเรียนมาจัดสวนหย่อมภายในโรงเรียน ทำให้ตัวเองรู้สึกว่ามีความสุขในการทำงานเกษตร ได้ปลูกเลี้ยงต้นไม้ จึงมีความสนใจไม้ดอกไม้ประดับมากเป็นพิเศษ จึงซื้อต้นไม้ตามร้านต้นไม้ และตลาดนัดทั่วไป เริ่มแรกเอามาปลูกเลี้ยงเล่น ลองขยายพันธุ์ดูเพื่อความเพลิดเพลิน เพื่อสร้างความสุข


เมื่อเกษียณอายุราชการครูจึงมีความตั้งใจที่จะเปิดร้านขายไม้ดอกไม้ประดับ ร้านเล็กๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเป็นยุคทองของไม้ใบอย่างอะโกลนีมา ต่อมาได้มีความสนใจชวนชมมากขึ้นจากการไปออกร้านขายต้นไม้ ซึ่งครูภุชงค์นำต้นไม้ไปขาย ก็พบว่ามีร้านชวนชมไปจำหน่ายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะดอกชวนชมที่บานสะพรั่งทั้งร้าน มีหลายสิบสี ดอกเล็กใหญ่ต่างกันไป บางต้นมีโขดและรากที่แปลกตา ดูสวยงามจึงเกิดความสนใจ ลองซื้อมาทดลองเลี้ยงดูบ้าง พบว่าชวนชมปลูกเลี้ยงง่าย ออกดอกมาให้ชื่นชมได้ไม่ขาดต้น จึงเริ่มซื้อสะสมชวนชมสายพันธุ์ต่างๆ มากขึ้น พร้อมกับศึกษาสายพันธุ์และเทคนิคในการเลี้ยงไปพร้อมๆ กัน พบว่า ชวนชม หากจะเลี้ยงให้ดี ให้สวย มันต้องมีเทคนิคและเคล็ดลับต่างๆ ให้เรียนรู้ไม่รู้จบ ทำให้การเลี้ยงชวนชมมีความสุขใจ ประกอบกับตนเองเปิดร้านไม้ดอก-ไม้ประดับ จึงทดลองขยายพันธุ์ชวนชมเพื่อเพิ่มจำนวนต้นและลองจำหน่ายให้ลูกค้าที่ชื่นชอบ ปรากฏว่าจำหน่ายได้ จึงเป็นการสร้างรายได้อีกทาง


ซึ่งทุกวันนี้ ครูภุชงค์ต้องตระเวนนำต้นชวนชมขนาดต่างๆ ออกจำหน่ายตามงานเกษตรและตลาดนัด เพื่อให้เจอกับผู้ซื้อโดยตรง ครูภุชงค์ เล่าว่า ชวนชมก็เหมือนไม้ประดับชนิดอื่นๆ ตรงที่มีคนสนใจเฉพาะกลุ่ม หากรอจำหน่ายแต่ในร้าน ตลาดก็จะแคบลง แต่ถ้าตระเวนออกร้านตามสถานที่ต่างๆ ทำให้ได้ลูกค้าใหม่ๆ ที่เขาสนใจชวนชม ก็จะเกิดการติดตาม สายพันธุ์ใหม่ๆ จากสวนเราที่ขยายพันธุ์ออกมา


สายพันธุ์ชวนชมที่สวนก็จะเป็นไปตามกระแสตลาดนิยม เช่น พันธุ์ “แดงอุดมทรัพย์” เป็นพันธุ์ที่ขายดีมาก ดอกมีสีแดงโดดเด่นมาก สังเกตได้ว่าเวลามีงานประกวดชวนชมแดงอุดมทรัพย์มักต้องติดรางวัล พันธุ์ “ทริปเปิ้ล” เป็นชวนชมพันธุ์ใหม่ดอกมีสีชมพูโดดเด่นด้วยกลีบดอกซ้อนกัน 3 ชั้น คล้ายดอกกุหลาบ พันธุ์ “หัสดีพิงค์” ก็เป็นพันธุ์ใหม่ ชวนชมจากสวนหัสดี ดอกสีชมพูเข้ม สวยมาก และกำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ เป็นต้น สำหรับชวนชมที่โชว์โขดและรากนั้น ก็จะเป็นชวนชมพันธุ์ “เพชรบ้านนา” ที่โดดเด่นเรื่องของโขดและรากที่สามารถนำมาจัดราก จัดกิ่ง ตามความต้องการของผู้ปลูกเลี้ยงแต่ละคน เพชรบ้านนาถือว่าเป็นไม้อมตะต้องมีปลูกกันทุกสวน

 ปลูกชวนชมให้งาม        
 วัสดุปลูกต้องระบายน้ำดี
ครูภุชงค์ เน้นว่า ชวนชม เป็นไม้ชอบแดด ดินปลูกระบายน้ำดี ดังนั้น วัสดุปลูกจึงมีความสำคัญมาก เพราะชวนชมเป็นพืชอวบน้ำ หากน้ำขังแฉะมักจะทำให้เกิดการเน่าได้ง่าย แต่ละสวนก็จะมีสูตรวัสดุปลูกที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้ปลูกเลี้ยงชวนชมที่ได้มาจากคำบอกเล่าบ้าง การแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้ปลูกด้วยกัน การสังเกตและนำมาทดลองทำด้วยตัวเอง ไม่มีสูตรที่ตายตัว แต่ก็จะเป็นแนวทางให้นำไปประยุกต์ใช้
ครูภุชงค์เอง จะใช้สูตรผสมวัสดุ คือ ใบก้ามปูหมักกับขี้วัว 2 ส่วน ผสมกาบมะพร้าวสับชิ้นเล็ก 2 ส่วน และขี้วัวหมักอีก 1 ส่วน ขั้นตอนการเตรียมวัสดุปลูกนั้น เริ่มจากใบก้ามปูหมักกับขี้วัว โดยทำบล็อ8จากไม้หรือคอกก็ได้ เพื่อนำใบก้ามปูมากองหมักในคอก การกองจะปูพื้นด้วยใบก้ามปูก่อน กะให้ใบก้ามปูมีความสูงประมาณ 1 นิ้วฟุต จากนั้นโรยทับด้วยขี้วัวเลี้ยงแห้ง กะความสูงสัก 1 คืบมือ (ขี้วัวปล่อยทุ่งเมล็ดหญ้าจะเยอะ หากนำมาใช้มักจะเกิดวัชพืชในกระถางปลูก) แล้วใช้สาร อีเอ็ม (EM) ผสมกับน้ำ 1 บัวรดน้ำ รดให้พอชุ่ม แล้วทำเช่นเดิมอีกสัก 2-5 ชั้น ตามปริมาณความต้องการที่จะใช้ จากนั้นใช้ผืนพลาสติคคลุมกองใบก้ามปูเกิดกระบวนการหมักทุกๆ 5-7 วัน อาจจะนำ อีเอ็ม ผสมน้ำรดช่วยในช่วงแรกๆ ให้เกิดการหมัก การย่อยสลายดีขึ้นอีก 1-2 เดือน ใบก้ามปูที่หมักกับขี้วัวจะเริ่มนำมาใช้ได้ ให้สังเกตดูว่ากองใบก้ามปูหมักไม่ร้อน ใบก้ามปูจะผุเปื่อยไปครึ่งหนึ่ง เป็นอันใช้ได้

  การเตรียมขี้วัวหมัก 
เนื่องจากขี้วัวที่ใส่ลงไปในการหมักใบก้ามปู ธาตุอาหารต่างๆ อาจจะน้อย เราจึงต้องเตรียมขี้วัวหมักไว้ผสมเพิ่มเติมลงไปอีกครั้ง ขี้วัวที่เลือกใช้จะเป็นขี้วัวนม หรือขี้วัวเลี้ยงก็ได้ ซึ่งขี้วัวดังกล่าวจะมีธาตุอาหารค่อนข้างดี ไม่มีปัญหาเมล็ดวัชพืช การหมัก เช่น ขี้วัว 1 กระสอบ นำมาเทกองกับพื้น นำสาร อีเอ็ม (EM) ผสมกับน้ำ สัก 1 บัวรดน้ำ รดขี้วัวให้พอชื้น แต่ไม่ถึงกับแฉะ คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นตักขี้วัวกลับเข้ากระสอบเหมือนเดิม มัดปากกระสอบ ไว้ในที่ร่มให้เกิดกระบวนการหมักราว 7-10 วัน ขี้วัวหมักก็นำไปใช้ผสมวัสดุปลูกได้


ส่วน “กาบมะพร้าวสับ” จะเลือกใช้กาบมะพร้าวสับชิ้นเล็กขนาดประมาณลูกเต๋าเล็ก ซึ่งจะไม่นำไปหมัก เพราะกาบมะพร้าวจะผุเสียก่อน กาบมะพร้าวสับจะนำมาใช้ตอนผสมวัสดุปลูกเลย เมื่อวัสดุทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็นำมาผสมกันตามสูตรคือ ใบก้ามปูหมัก 2 ส่วน กาบมะพร้าว 2 ส่วน และขี้วัวหมัก 1 ส่วน คลุกเคล้าให้เข้ากัน วัสดุปลูกชวนชมที่ดีต้องระบายน้ำดี ก็นำวัสดุปลูกใส่กระถางรดน้ำดู หากรดน้ำแล้วน้ำไม่ขังแช่ น้ำไหลผ่านกระถางอย่างรวดเร็ว แสดงว่าวัสดุปลูกใช้ได้แล้ว

  การให้น้ำชวนชม 
ครูภุชงค์ อธิบายว่า ที่สนใจจะให้น้ำทุกวันโดยการใช้สายยางติดหัวฉีดน้ำฝอย การให้น้ำด้วยตัวเองทุกต้น ทำให้ผู้เลี้ยงเห็นการเจริญเติบโต และพัฒนาการของชวนชมว่าดีหรือไม่ดี ชวนชมต้นไหนมีปัญหาเน่า หรือมีโรค-แมลง มารบกวน ส่วนการเดินรดน้ำต้นไม้ด้วยสายยาง พบว่า ทุกต้นจะได้น้ำอย่างเต็มที่และเหมาะสมตามขนาดของต้น เช่น ต้นเล็กหรือยังเป็นต้นอายุน้อย ยังอ่อนแอก็ต้องให้น้ำอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดการเน่า บางต้นเป็นไม้ต้นใหญ่ก็มีความต้องการน้ำทั้งเช้าและเย็นนั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วยว่าเราจะพิจารณารดน้ำให้วันละ 1 ครั้ง หรือรดน้ำเช้า-เย็น หรือเว้นการให้น้ำหากเป็นช่วงฤดูฝน บางต้นเพิ่งเปลี่ยนกระถางยังมีความอ่อนแอต่อสภาพอากาศ ก็ต้องระมัดระวังในการให้น้ำ เป็นต้น การให้น้ำจึงไม่มีความแน่นอนเท่าใดนัก หรือหากเป็นชวนชมที่ออกดอกก็ต้องรดน้ำไม่ให้โดนดอก จะทำให้กลีบดอกช้ำและร่วงเร็ว


 การให้ปุ๋ยต้นชวนชม 
ครูภุชงค์ อธิบายว่า ชวนชมเองเป็นพืชที่ต้องการปุ๋ยไม่มากเท่าใดนัก จะเน้นการให้ปุ๋ยดอก เช่น ปุ๋ยขี้วัวหมัก ในการให้ปุ๋ยเคมีเสริมนั้นก็จะคล้ายๆ กับพืชทั่วๆ ไป คือเร่งการเจริญเติบโตสำหรับชวนชมต้นขนาดเล็ก ก็จะให้ปุ๋ยที่มีสูตรตัวหน้าสูง ซึ่งจะช่วยบำรุงใบ (ธาตุไนโตรเจน N) เช่น สูตร 18-6-6 หรือ 46-0-0 เดือนละ 1-2 ครั้ง แต่ต้องใส่ในปริมาณน้อยๆ 3-5 เม็ด เท่านั้น แต่หากไม่มีประสบการณ์ในการใส่ปุ๋ย กลัวว่าต้นชวนชมจะเน่า เพราะปุ๋ยเคมีจะไปติดชิดที่โขดหรือลำต้นชวนชม แนะนำให้ใส่ปุ๋ยโดยนำปุ๋ยเคมี ประมาณ 1 ช้อนแกง ละลายกับน้ำ 1 ฝักบัวรด ให้แทน จะไม่เกิดผลข้างเคียง เมื่อต้นชวนชมโตพร้อมที่จะออกดอกจึงเปลี่ยนมาให้ปุ๋ยเร่งดอก คือสูตรปุ๋ยที่มีตัวกลางสูง (ธาตุฟอสฟอรัสสูง P) เช่น สูตร 8-24-24 ให้ทุกๆ 10 วัน หลังการให้ปุ๋ยเพียง 1 เดือนครึ่ง ถึง 2 เดือน ชวนชมจะออกดอก ดังนั้น หากวางแผนการออกร้านนำชวนชมออกขายพร้อมมีดอก จึงต้องมีการให้ปุ๋ยสูตรดังกล่าวพร้อมการลดปริมาณการให้น้ำน้อยลง จะทำให้ชวนชมมีดอกพร้อมขาย หลังจากนั้น ก็จะบำรุงต้นให้มีความสมบูรณ์ด้วยปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น สูตร 15-15-15 เดือนละ 1 ครั้ง
หากเป็นชวนชมที่เน้นการโชว์โขด เร่งการเจริญเติบโตให้โขดใหญ่ อาจจะให้ปุ๋ยที่มีธาตุอาหารตัวท้ายสูง ธาตุโพแทสเซียม (K) ก็จะเลือกให้ปุ๋ยสูตร 0-0-60 เป็นต้น

  สาร “รีเฟซ” ใช้ได้ผลดีมากในชวนชม 
ครูภุชงค์ กล่าวถึงการใช้สาร “รีเฟซ” ว่า เป็นสาร “ไบโอแอคติเวเตอร์” ซึ่งเป็นสารกลุ่มชีวภาพที่ใช้ดีมากในการปลูกชวนชม สารรีเฟซจะช่วยบำรุงรากต้นชวนชมที่ผ่านการจัดรากมาใหม่ๆ ฟื้นสภาพต้นชวนชมที่มีสภาพโทรม ไม่สมบูรณ์ ลำต้น และรากชวนชมจะเขียว กลับมาสวยสมบูรณ์หลังการใช้เพียง 1-2 เดือน เท่านั้น ที่สวนจะเน้นใช้กับต้นชวนชมที่กำลังจัดรากใหม่ มีสภาพต้นที่ยังอ่อนแอในช่วงแรกๆ สร้างความสมบูรณ์กับต้นชวนชมที่เตรียมส่งประกวด


วิธีการใช้สาร “รีเฟซ” อันดับแรก ต้องเขย่าขวดก่อนใช้สารรีเฟซ อัตรา 10 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร คนให้เข้ากัน จากนั้นจะนำมารดที่โคนต้น หรือจะใส่กระบอกฉีดน้ำฉีดให้ที่โคนต้น หรือรากทุกๆ 10-15 วัน ต่อครั้ง เพียง 1-2 เดือน ต้นชวนชมจะสดชื่นมีรากใหม่ รากและลำต้นเขียวขึ้นทันตา ครูภุชงค์ เน้นว่าจะให้โดยการราดหรือฉีดที่โคนต้นเท่านั้น จะไม่ฉีดสารรีเฟซที่ใบชวนชม เพราะอาจทำให้ใบร่วง


ครูภุชงค์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การปลูกเลี้ยงชวนชมมีเสน่ห์ สร้างความสุข จากการได้ปลูกเลี้ยงและได้พบปะบุคคลต่างๆ ที่มีความสนใจชวนชมเช่นเดียวกัน และยังสร้างรายได้จากการจำหน่ายชวนชมที่ขยายพันธุ์ได้ด้วย


หนังสือ “ชวนชม” เสน่ห์เงินแสน พิมพ์ 4 สี แจกฟรี พร้อมกับ หนังสือ “อาชีพเกษตรกรรม ทำง่าย รายได้งาม เล่มที่ 1 ถึง เล่มที่ 6” รวม 7 เล่ม จำนวน 540 หน้า เกษตรกรและผู้สนใจเขียนจดหมายสอดแสตมป์มูลค่ารวม 250 บาท (พร้อมระบุชื่อหนังสือ) ส่งมาขอได้ที่ ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร เลขที่ 2/395 ถนนศรีมาลา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร 66000 โทร. (056) 613-021, (056) 650-145 และ (081) 886-7398
 








′ตระกูลใจสมุทร′จัดงานฉลองครบ100ปี-แสดงมุทิตาจิตครู′บำรุง ใจสมุทร′
เมโทรซิสเต็มส์ฯ ร่วมกับ เอชพี จัดงาน “เตรียมความพร้อม...สู่ความสำเร็จของธุรกิจเหนือระดับ”
โอเลย์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด "โอเลย์ ไวท์ เรเดียนซ์ ซีซี ครีม"
เฌอร่า ถวายกุฏิสงฆ์ไฟเบอร์ซีเมนต์หลังแรกในไทย
ม.ศรีปทุมเปิดศูนย์ทดสอบคุณวุฒิด้านไอที ม.เอกชนแห่งแรกในไทย
โครงการหลวง - ปตท. ร่วมส่งเสริมและพัฒนาการปลูกกาแฟส่งเสริมชุมชน
“เทศกาล ชวนชิม ชวนซื้อ ลำไยชาวสวน ประจำปี 2557” วันที่ 5-11 ส.ค.
สสส.เปิด "โครงการสถานศึกษาต้นแบบชุมชนอ่านสร้างสุข”
ซูบารุ ชวนร่วมคาราวาน “Thailand - Malaysia Road Trip”
รู้ลึกเมียนมาร์ก่อนปักธง