เงินทิ้ง

วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2554 เวลา 12:05:07 น.

มติชนสุดสัปดาห์ประกวดเรื่องสั้น

อุดร ทองน้อย


กินหลายกะขี้หลาย ขี้บ่สุดบ่ส่วง...คำพูดของพ่อที่เขาจำได้จนขึ้นสมอง หลายปีต่อมา ต่อมไตอวัยวะต่างๆ ก็ล้าเหนื่อย ขี้เยี่ยวควบคุมยาก ปวดขึ้นมาต้องได้ระบายออกทันที แล้วยังมีอาการขี้หยอด เยี่ยวหยัด ต้องเข้าส้วมวันละหลายครั้ง

เขาถามตัวเองอยู่เหมือนกันว่า กูกินมากไปรึเปล่า?

เมื่อยืนขึ้นทำหน้าที่ทนายความ ต่อหน้าผู้พิพากษาบนบัลลังก์ คนละฝ่ายกับอัยการ เขากลับมีความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะแก้ความผิดเป็นความถูกให้ลูกความ จนลืมขี้ลืมเยี่ยวไปเลย

ในห้องพิจารณาคดีของศาล เขาได้ชื่อว่าเป็นทนายความผู้มีฝีมือ คือมีความรู้และมีประสบการณ์เชี่ยวชาญในวิชาชีพ แต่ในห้องนอน กลิ่นขี้เยี่ยวกลับตรลบไป

เขาเหมือนคนถูกสาป โสโครกราวกับหมูในคอก แต่เขากลับมีลูกความมากมาย โดยเฉพาะฝ่ายที่ได้ทำผิดกฎหมาย ทั้งเจตนาและไม่เจตนา มาจ้างเขาให้ว่าความทุกเรื่อง ตั้งแต่คดีอุกฉกรรจ์มหันตโทษ ปล้นชิงวิ่งราว ขี้โกงคอร์รัปชั่น ข่มขืน ค้ามนุษย์ ยาเสพติด ผิดลูกเมียคนอื่น และยื่นคำร้องขอจัดการมรดก เป็นต้น

ทั้งที่เขาเรียกค่าว่าความแพง บางคนว่าเขาหน้าเลือดด้วยซ้ำ แต่คนที่รู้ว่าตนทำความผิด ต้องมาจ้าง ลืมไปว่าเขาเป็นคนสกปรก กินมูมมามและจ่ายแพง เขาคิดอยู่เหมือนกันว่า การที่เขาชอบอวดอ้างว่านี่คือวิชาชีพ คนผิดไม่ติดคุก มันเป็นเรื่องฝีมือ แต่มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วละหรือ?

สังคมทุกวันนี้ มือถือสากปากถือศีล เขาเองก็รู้ อย่างมัคนายกวัด อายุ 70 ปี ต้องข้อหาว่าข่มขืนเด็กหญิงอายุไม่ถึง 17 ปี แถมข้อหาโกงเงินขายข้าวแห้งสังกะสีอีกด้วย

บ้างก็ว่า คนทุกวันนี้หน้าไหว้หลังหลอก โกหกเอาตัวรอดไปวันๆ ไม่มีหลักมีแกนอะไรทั้งนั้น อย่างหมู่บ้านแห่งหนึ่ง พอถึงหน้าแล้ง พากันหายหน้าออกไปทั้งหมู่บ้าน นึกว่าลงไปกรุงเทพฯ ขายลาบขายข้าวเหนียวส้มตำ ที่ไหนได้ ออกไปตั้งแก๊งขอทาน หลอกต้มตุ๋นชาวบ้าน โกนหัวห่มจีวร ถือบาตรออกไปขอรับบริจาคที่บ้านอื่น เมืองอื่นไกลๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก เลียนแบบพวกเขมรอพยพ

เขารู้ว่า ผู้คนสมัยนี้ไม่ชอบความจริง นิยมเรื่องโกหกมากกว่า พูดความจริงไม่รับ ฟังเรื่องโกหกแล้วเชื่อเป็นวักเป็นเวร

คราวหนึ่ง มีคนเดินมาขอเหล้ากับเขา ด้วยรู้ว่า เขาเป็นทนายความ เคยทำทีว่าจะลงสมัคร ส.ส. และชอบดื่มเหล้าเป็นประจำอยู่แล้ว ขณะกำลังมึนๆ จึงบอกไปว่า "มึงไปเอาหมากจกมา"

ด้วยความสงสัย มันจึงถามเขาว่า จะให้เอามาทำอะไร

เขาจึงว่า "เอามาขุดสระ"

มันไม่เข้าใจถามว่า ขุดทำไม?

เขาจึงบอกว่า "กูจะเทเหล้าลงไปในสระจนเต็ม ให้มึงลงไปลอยคอแดก...สาให้พอ" เท่านั้นเอง มันพาลโกรธเขาเป็นฟืนเป็นไฟ หาว่าเขาดูหมิ่นศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ ไปซะโน่น

เรื่องแบบเดียวกัน แต่คราวนี้เขาถามว่า พ่อจะเอาเหล้าขาวหรือเหล้าแดง จึงได้คำตอบว่า "เหล้าขาวหรือแดงไม่ว่า ขอเป็นเหล้าก็ดีทั้งนั้น" เขาจึงให้ไปขวดหนึ่ง

หลายปีต่อมา เขายังได้รับความชมเชยอยู่ไม่ขาดปากว่า ทนายแกดีเหลือเกิน ขอเหล้าก็ให้ แถมยังชวนกินข้าวกินน้ำ คนอย่างนี้ถ้าลงสมัคร ส.ส. ก็ต้องเลือก เพราะแกมีใจกับชาวบ้าน



เขาไม่เคยมีปัญหาทางคดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับพยานหลักฐาน เรื่องข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมาย การขอประกันตัวจำเลย ขอให้อัยการสั่งสอบสวนใหม่ หรือขอพนักงานสอบสวนทำสำนวนอ่อนลง

ทุกเรื่องใช้หลักการเดียวกัน คือ "เงิน" ทิ้งใส่หอยหอยก็อ้า ทิ้งใส่หญ้าหญ้าก็ตาย"

ในกระบวนยุติธรรม ถ้าจะเข้าถึงความยุติธรรมก็ต้องทิ้งเงินเข้าไป น้อยคนที่จะปฏิเสธ แม้จะไม่ยอมรับความจริงก็ตาม วงการอื่นถ้าไม่ใช้เงินทิ้งแล้วไปถึงเป้าหมายได้ เขาคิดว่าไม่มี นับไปตั้งแต่ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. อบจ. ส.ส. สว. รัฐมนตรี พ่อค้า นักธุรกิจ ก็เงินทั้งนั้นที่ทิ้งกันเข้าไป มากน้อยแล้วแต่ ไม่มีเกี่ยง จากนั้นก็อาศัยอำนาจหน้าที่หาเงินต่อไป

เขาเอาเงินไปวิ่งคดีนักการเมืองท้องถิ่น ที่ถูกจับว่าโกงเลือกตั้ง และส่งฟ้องศาลอุทธรณ์ แผนกคดีเลือกตั้งหลายคดี นักการเมืองระดับชาติ ถ้า ป.ป.ช. ชี้มูลว่าผิด ต้องส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เขาก็เคยวิ่งให้จนหลุดหลายคน

ทนายบางคนวิ่งผิดช่องต้องถูกศาลลงโทษและถอนใบอนุญาตว่าความ จะเรียกว่ามือใหม่หรือประมาทเกินไปก็ได้ มีที่ไหนถือเงินเข้าไปในศาลเป็นล้านๆ เรื่องแบบนี้มันต้องซี้กัน

เขาเคยวิ่งให้เจ้าของเกาะแถวกระบี่ สั่งลูกน้องขนกัญชาเป็นกระสอบๆ ปิดเกาะให้ฝรั่งพี้ เรื่องนี้ทิ้งเงินนับล้านใส่มือตำรวจ ก็ปล่อยผู้ต้องหาแล้ว จากนั้นจะไปฉีกบันทึกการจับกุมทิ้ง ก็เรื่องของมึง ยาบ้า ถ้าจับได้เป็นแสนเป็นล้านเม็ด โทษประหารชีวิตแน่นอน ต้องหาทางขอประกันตัวออกไปให้ได้ แล้วหนีประกันซะเลย

คำว่านักกฎหมาย บางทีหลักกฎหมายก็รู้ไม่เท่าไหร่ อยู่ที่ฝีมือการวิ่งทิ้งเงิน ศิลปะตรงนี้ต้องทิ้งให้ดี หอยจึงจะอ้า หญ้าจึงจะตาย ยิงแสกหน้าตอนกลางวันแท้ๆ แม้ศาลชั้นต้นจะลงโทษ พอถึงศาลอุทธรณ์กลับยกฟ้อง อัยการก็ทำความเห็นไม่ฎีกา ญาติพี่น้องลูกเมียก็ไม่ติดใจเอาความอะไรอีก ปล่อยให้เป็นเรื่องของไอ้ปื๊ด

ในบรรดาตำรวจของประเทศต่างๆ ตำรวจไทยเก่งกว่าใคร ตำรวจประเทศไหนสืบจับผู้ร้ายไม่ได้ มาใช้ตำรวจไทยดูบ้า ขอเวลาเดินเข้าป่าเข้าดง ไม่ช้าก็จับแพะจูงออกมา ปิดคดีส่งอัยการหน้าตาเฉย

เวลานี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมนี้ สามารถรจนารูปคดีให้ไปในลู่ในทางอย่างไรก็ได้ บางทีออกนอกลู่นอกทางไปเลย

เขาไม่เคยแปลกใจ ถ้ามันต้องอยู่ในลู่ในทาง ระบบกล่าวหาของประเทศนี้ก็ไร้ความหมาย ใครจะไม่ชอบระบบนี้ ทำให้มีเวลาไปหากิ๊กและออกรอบตีกอล์ฟได้สบายๆ พวกทนายความอย่างเขาก็มีแต่เรียกเงินว่าความได้เป็นกอบเป็นกำ เพราะมันเอื้อ...

พรรคไหนจะถูกยุบหรือไม่ยุบทั้งที่ทำผิดกฎหมาย ต้องทิ้งเงินนับร้อยล้านพันล้านทั้งนั้น ทีแรกเขาไม่ค่อยเชื่อนัก คิดว่าเป็นข้อโจมตีกล่าวหา จากคนที่อยู่คนละฝ่ายกัน แต่เขาเริ่มสังเกตพฤติกรรม ที่พากันเผยออกมาเรื่อยๆ วงการรัฐบาลที่เสนอออกโครงการต่างๆ มา ปากก็พร่ำว่าเพื่อประชาชน แท้ทิ้งเงินหลายหมื่นหลายแสนล้าน ก็หวังโกยเข้ากระเป๋าพรรคพวก ทุกกรณีล้วนเพื่ออำนาจและผลประโยชน์

ตอนที่เล่นกันแรงๆ กับม็อบเสื้อแดง สอยร่วงไปเกือบร้อยศพ บาดเจ็บหลายพัน ก็มีข่าวว่าทิ้งเงินไปหลายพันล้าน ชั่วเวลาไม่กี่วัน เงินแบบนี้ก็คล้ายๆ กับเงินที่เอามาทิ้งในกระบวนยุติธรรม ผิดกันก็แต่ว่า เงินที่ทนายทิ้งเป็นเงินโสโครกจากพวกผู้ร้ายอ้ายขโมย แต่เงินทิ้งปราบม็อบเสื้อแดง เป็นเงินภาษีประชาชน เจ้าของเงินไม่อนุมัติ แถมทิ้งใส่มือคนโสโครกมือที่เปื้อนเลือดเสียด้วย

เขามีความสะใจจริงๆ ทนายอย่างเขาก็โสโครก อำนาจก็โสโครก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนักการเมือง และบุคลากรในองค์กรต่างๆ ที่จะไม่โสโครกไปตามระบบอันโสโครก หายาก...ตุลาการภิวัตน์ก็เต็มไปด้วยสองมาตรฐาน

เห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัว เห็นแก่เงิน จะต้องแหกปากร้องบอกใครทำไมว่า กูต้องมาก่อน ใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้น และใครๆ ก็ซาบซึ้งกันทั้งนั้นแหละว่า ถ้าต้องอยู่โดยไม่มีเงิน ก็ไร้ศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ทุกวันนี้คือเงิน มีเงิน มีศักดิ์ศรี ที่มาของเงินมาจากไหน มาอย่างไร โกงเขามา ถูกหวยรวยหุ้น ไม่มีเกี่ยง ไม่ถามไม่สอบ ชอบอย่างเดียว



คิดมาถึงตรงนี้ เขาต้องวิ่งเข้าส้วมอีกแล้ว...นึกว่าปวดเยี่ยวธรรมดา พอเบ่งกลับมีขี้หยอดดากออกมาด้วย จนเลอะกางเกง มันเป็นเสียอย่างนี้ ขี้ไม่สุด เขาต้องเปลี่ยนกางเกงใหม่ เตรียมตัวไปศาล...

วันนี้เป็นวันนัดสืบโจทก์และจำเลย เป็นนัดสืบต่อเนื่อง แต่เรื่องไม่ยุ่งยากซับซ้อน จึงกำหนดวันสืบโจทก์จำเลยในวันเดียว เช้าสืบพยานฝ่ายโจทก์ บ่ายสืบพยานฝ่ายจำเลย เขารับเป็นทนายความฝ่ายจำเลย ซึ่งถูกฟ้องว่ามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย คือมีเมตแอมเฟตามีน 13 เม็ด พูดอย่างทั่วไปก็ว่ายาบ้า 13 เม็ด ตำรวจล่อซื้อและจับได้ อัยการ ส่งฟ้องศาล

ถูกจับวันสองวัน พ่อแม่มาหาเขาที่สำนักงาน เขาก็แนะนำให้ประกันตัวลูกออกมาสู้คดี เขาถามพ่อแม่จำเลยว่ามีเงินสู้คดีเท่าไหร่? ตอบว่า มีอยู่ห้าพัน เขาบอกว่า "ห้าพันเก็บไว้แล้วให้มันรับเอา ติดคุกห้าปีสิบปีก็ออกมาแล้ว"

พ่อแม่จำเลยบอกกับเขาว่า ไม่อยากให้ลูกติดคุกนานขนาดนั้น

เขาบอกว่า "ถ้าตำรวจล่อซื้อมันหลุดยาก เพราะมันจับได้ในตัว ถ้าลดจำนวนเม็ดลง เวลานี้ก็พอทำได้ คิดเม็ดละหมื่น สิบสามเม็ดก็แสนสาม ตำรวจมันต้องไปแบ่งกัน ปกติชุดจับกุมก็มีสามคน ห้าคน สิบคน แล้วแต่ว่ารายย่อยหรือรายใหญ่"

พ่อกับแม่ของจำเลยก็คร่ำครวญว่า จะหาเงินมากอย่างนั้นได้จากที่ไหน ที่ให้ลูกมันไปรับยาบ้ามาขายก็เพราะความจน ทำเป็นครั้งแรกก็โดนจับแล้ว

เขาจึงบอกว่า "งั้นก็รับสารภาพ ไม่ต้องประกัน ไม่ต้องทำอะไร"

พ่อกับแม่อ้อนวอนเขาให้เป็นทนายว่าความให้ลูก เขาจึงถามว่า "นอกจากเงินห้าพันแล้ว มีไร่นาวัวควายอีกไหม? "ตอบว่ามีนาอยู่เจ็ดไร่ เขาถามว่า "ดินนาไร่ละเท่าไหร่" ตอบว่า คงราวๆ ไร่ละหมื่น เขาจึงว่า "คดีนี้ โอนที่นามาแทนค่าว่าความ" พ่อแม่จำเลยอึ้ง ถามว่า จะให้พวกผมเอาอะไรทำกิน

เขาจึงแนะว่า "ให้ไปขอทานกิน"



แม้ว่าเขาจะเป็นทนายเห็นแก่เงิน กินกะหลายขี้กะหลาย ให้คำแนะนำที่ไม่มีใครทำแบบนี้ แต่เขาก็มักจะหลับตานึกถึงความทุกข์ยากในวัยเด็กของตนเสมอๆ ด้วยความขมขื่น...

เขาเกิดในครอบครัวยากจนจริงๆ พอลืมตาดูโลกก็พบแต่ความหิวโหย พ่อมีลูกถึงสิบคน จะเลี้ยงยังไงไหว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการส่งเสียให้เรียนหนังสือ พ่อระบายลูกผู้ชายออกไปทำงานตามโรงงานในเมือง สำหรับลูกสาวก็ให้ไปรับจ้างตามบ้านเรือน

ตัวเขาเป็นลูกชายคนที่หก ไม่รู้ว่าพ่อคิดอย่างไร ส่งไปอยู่วัดให้บวช ถือว่าโชคดีมากๆ หลายปีต่อมา นอกจากเขาจะจบนักธรรมเอกแล้ว ยังมีโอกาสเรียนจบมัธยมปลาย

เขาคิดว่า การบวชเรียนกับจิตสำนึกทางศีลธรรมย่อมไม่เหมือนกัน เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ชะตากรรมและวาสนาเป็นอย่างไร ที่ทำให้เขาไปรู้จักกับพระที่เป็นมหาเปรียญรูปหนึ่ง ซึ่งก็มาจากท้องไร่ท้องนาเหมือนกัน พระมหาวิทยาจึงพาเขาไปกราบพระครูโสภณธรรมสิทธิมุนี หรือนามตามที่เรียกว่า หลวงปู่ลิงกัง มีญาติโยมขึ้นหาพอสมควร เนื่องจากท่านตั้งตนเป็นพระเกจิ

คืนหนึ่ง เขาอดแปลกใจไม่ได้ เมื่อพี่มหาวิทยาใช้ให้สังกะลีออกไปซื้อเบียร์เป็นลัง เอามาแช่ตู้เย็นไว้ แล้วนิมนต์หลวงปู่ลิงกังมานั่งดื่ม พร้อมกันนั้น ก็ชักชวนให้เขาดื่มด้วยกัน โดยบอกว่า "ก็แค่เบียร์"

ผ่านไปในวันเวลาของชีวิต หลวงปู่ลิงกัง ได้จัดทำเหรียญรูปตัวท่านแล้วทำพิธีเอิกเกริก โดยนิมนต์บรรดาพระเกจิอาจารย์รวม 108 รูปมาปลุกเสก ต่อมาญาติโยมเลื่องลือกันไปว่า เหรียญหลวงปู่มีไว้ค้าขายดีมีเงินทองร่ำรวย

ด้วยความเชื่อและศรัทธา คนจึงพากันเช่าเหรียญหลวงปู่ใครไปกราบไหว้บูชา จนต้องผลิตออกมาอีกหลายรุ่น เงินทองไหลมาเทมา

หลวงปู่ลิงกังได้ซื้อรถเบนซ์ ราคาหลายล้าน เป็นรถประจำตัว ใช้ไปมาในกิจนิมนต์ต่างๆ ส่วนพี่มหาวิทยาก็ได้ทุกอย่างที่อยากได้ และฉลาดในการหาเงิน โดยสร้างโบสถ์ สร้างศาลาการเปรียญ สร้างโรงทาน ที่พักสงฆ์ ทั้งนี้ ทำให้ผู้มีจิตศรัทธามาบริจาคเงินค่าก่อสร้างมากมาย ทำให้วัดและชื่อเสียงหลวงปู่ลิงกังระบือไปไกลทั้งประเทศ คนก็ยิ่งหลั่งไหลมามากและเงินทองบริจาคก็เพิ่มขึ้นทบทวี

หลายปีต่อมา ด้วยเงินทิ้งที่ผ่านมือของหลวงปู่ลิงกังและพี่มหาวิทยา ทำให้เขาได้เข้าศึกษาในคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมีชื่อ จนจบได้รับปริญญา แล้วยังสอบได้เนติบัณฑิต สอบได้ใบประกอบวิชาชีพของสภาทนายความ และได้ว่าความเรื่องแรกให้พี่มหาวิทยา โดยฟ้องเรียกเงินหลายสิบล้านจากม่ายสาวเศรษฐินี ฐานหมิ่นประมาท ทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชัง เพราะเปิดโปงความจริงว่า "แข้งสามล้อ ข้อนักมวย และ...ของพระ แข็งที่สุดเท่าที่อิฉันผ่านมา" ความจริงเธอได้เสียเป็นเมียผัวกับมหาวิทยา แล้วยังกล่าวหาว่าหลวงปู่ลิงกังเข้ามาบังคับข่มขืนในบางคืนอีกด้วย

ใครจะเชื่อ...

จากฟ้องคดีแรกและทั้งฟ้องทั้งเป็นทนายแก้ต่างอีกหลายคดี เขาจึงมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ทางวิชาชีพมากมาย ทำให้เขาเรียกค่าว่าความแพงมากๆ ใครก็ไม่รู้พูดมาตั้งแต่ครั้งที่ยังเป็นทนายใหม่ๆ ว่า ที่ยากมากๆ ก็คือการเรียกค่าว่าความ เพราะว่าคนมีเงินไม่อยากจ่าย ถ้ารู้ว่าตนเองต้องติดคุก

ส่วนคนจน ไม่มีเงินแต่อยากได้ทนายเก่งๆ สู้ให้หลุดคุกหลุดตะราง แล้วเบี้ยวค่าว่าความซะเลย จึงมักพูดกันในวงการนี้ว่า "ตีเหล็กต้องตีเวลาร้อนๆ"



ขณะขับรถยนต์ออกไปศาล เยี่ยวหยัดก็หยดออกเปื้อนกางเกงอีกแล้ว

เขาเคยไปปรึกษาแพทย์ แม้จะรู้ว่าต่อมลูกหมากเสื่อม หรืออะไรเสื่อมก็ช่าง เขาเห็นว่า ต่อมลูกหมากเสื่อมมันอาจเกี่ยวกับการร่วมเพศอยู่บ้าง แต่จะให้เขาเลิก คงไม่ได้ แม้ว่าเขาจะอยู่เป็นโสดมาถึงปูนนี้ ได้ร่วมเพศมามากน่าจะปลงๆ แต่เขาขาดผู้หญิงร่วมเตียงได้ถึงไม่ถึงสามวัน

เขาเคยเรียกค่าว่าความเป็นผู้หญิงเป็นเด็กสาว และเขาก็มักโชคดีในเรื่องแบบนี้ โดยทั่วไป ไม่ว่าสาวแก่แม่หม้าย สาวใสวัยเอ๊าะๆ ชอบคนมีเงินด้วยกันทั้งนั้น และคนอย่างเขาก็รู้ว่า ซื้อนมกินง่ายกว่าการเลี้ยงวัวเยอะ ดังนั้น จึงไม่ปวดหัวห่วงลูกห่วงเมีย

แต่นั่นเป็นการเก็บความรู้สึก ที่จริงเขาคิดน้อยใจอยู่ลึกๆ ว่า ตอนที่จนกลับไม่มอง พอมีเงินมีทองหวังจะผูกมัด เสียเปรียบชัดๆ อย่าดีกว่า

พอถึงศาล จอดรถได้ก็รีบไปปลดทุกข์ คำพูดของพ่อ ไม่รู้เขาจำได้อย่างไร แต่มันผุดขึ้นมากลางสมองแทบทุกวี่วัน "กินหลายกะขี้หลาย ขี้บ่สุดบ่ส่วง..." ผุดขึ้นมาทุกครั้งที่เขาปวดขี้ปวดเยี่ยว

ช่างมันเถอะเขาบอกตัวเอง ถ้าจะได้สมญานามว่าทนายขี้แตกแดกเหล้าเอาผู้หญิงเก่ง ก็ไม่ว่ากัน

แต่คำว่า กินหลายกะขี้หลาย... คงจะเป็นคำที่พ่อใช้ปรามตอนเขาเด็กๆ มากกว่า พูดย้ำพูดเตือนอยู่บ่อยๆ ว่า อย่ากินมากเพราะเราอดยาก ต้องกินน้อยๆ กินแต่พออิ่ม จนเขาจำขึ้นสมอง นั่นก็นานมาแล้ว จนพ่อตายจากไปหลายปี คำพูดนี้ยังวนเวียนอยู่ในหัว อาจจะเป็นจิตใต้สำนึกของเขา บอกให้รีบหารีบขวนขวาย จึงส่งผลให้มีการเรียกค่าว่าความแพงๆ ตามมา

จากที่เคยอดหิวกิ่วท้อง อยากกินก็ไม่ได้กิน ทำให้เขามีปมขึ้นในใจ จึงต้องใช้เงินไปซื้อกินให้สมอยาก ไม่รู้สึกรู้สาถึงความฟุ่มเฟือย เขาทิ้งเงินไปในการนี้แบบที่เรียกว่าไม่มีอั้น เริ่มจากเหล้าต้องยี่ห้อดีราคาแพง ต้องมีประจำไว้ที่บ้านเป็นลังและใส่หลังรถก็เป็นลัง

เขาไม่ชอบดื่มไวน์เพราะเมาทีไร ขี้แตกขี้แตนเลอะเทอะนอนซมขี้ซมเยี่ยวตัวเองลุกไม่ไหวอีกนานกว่าจะหาย

นอกจากนี้ เขายังทำตารางการกินไว้ว่า อาทิตย์ ต้องกินหูฉลาม กินเหลาเป๋าฮื้อ จันทร์ต้องกินเป็ดย่างปักกิ่ง อาหารกวางตุ้ง อังคาร ต้องกินปลาดิบ อาหารญี่ปุ่น พุธ ต้องกินขาหมูเยอรมัน พฤหัสฯ ต้องกินตับห่านฝรั่งเศส หรืออาหารอิตาลี ศุกร์ ต้องกินผัดเผ็ดกบ ผัดเผ็ดตะพาบน้ำ หรือปลาไหลต้มเปรต เสาร์ ต้องกินอาหารทะเล กุ้ง หอย ปู ปลา...

อาหารต่างๆ ที่เขาทำตารางไว้นี้ เขาบอกตนเองว่า เพื่อจะได้สุขภาพแข็งแรงและสมรรถภาพทางเพศไม่เสื่อม ความจริงแล้ว ถ้าจะร่วมเพศเขาต้องใช้ไวอากร้าช่วยครึ่งเม็ดเสมอ



เมื่อออกจากห้องส้วมก็เข้าห้องพิจารณา...จำเลยซึ่งไม่ได้ประกันตัว ถูกตำรวจศาล เบิกตัวมาจากห้องขัง มานั่งหน้าซีดๆ ตื่นๆ ต่อหน้าเสมียนบัลลังก์ ครั้นเห็นเขาเดินเข้ามา ก็รู้ได้จากสีหน้าว่า ใจชื้นขึ้นมากโข

จำเลยซึ่งยังเป็นเยาวชนอายุสิบแปดสิบเก้าปี แม้อนาคตจะยังอยู่อีกนาน แต่ตัดสินใจเข้ามาอยู่ในขบวนยาบ้ายาเสพติด ก็เรียกว่าไม่มีอนาคตแล้ว

ส่วนเขาแม้จะเป็นทนายผู้เฒ่า ก็ไม่รู้จักอนาคตเช่นกัน สรุปแล้ว ทั้งสองคนต่างก็เป็นจำเลยของความไม่มีอนาคตและไม่รู้จักอนาคต

เขายืนขึ้นแถลงศาล เมื่อสืบพยานโจทก์ครบทุกปากแล้วว่า จำเลยขอรับสารภาพว่าได้กระทำความผิดจริง โดยมียาบ้าไว้ในครอบครองจำนวน 13 เม็ด ซึ่งรับมาจากผู้จำหน่ายเพื่อนำไปให้ผู้ซื้อเสพภายในหมู่บ้าน แล้วนำเงินที่ขายได้ไปให้ผู้จำหน่ายและรับค่าจ้างจากผู้จำหน่ายเม็ดละยี่สิบบาท เมื่อตำรวจล่อซื้อและจำเลยถูกจับได้ จำเลยได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต่อพนักงานสอบสวน จำเลยจึงไม่รับว่ามียาบ้าไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่าย จำเลยขอใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติยาเสพติดฯ มาตรา 100/2...

เมื่อเขาแถลงจบ ก็ถอยครุยวิ่งไปเข้าส้วมแทบไม่ทัน ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ขึ้นศาลนัดนี้จึงไม่ถึงกับลืมขี้ลืมเยี่ยวอย่างนัดอื่นๆ

"หรือจะเป็นเพราะว่า จำเลยในคดีนี้ไม่มีเงินจ่ายค่าทนาย"

อย่างไรก็ตาม ลงจากศาลแล้ว เขาก็ไม่รอช้า ลงมือตีเหล็กเวลาร้อน โดยตามพ่อแม่จำเลยออกไปถึงหมู่บ้านทันที บอกจะพาไปโอนที่นาที่สำนักงานที่ดิน แต่เขากลับได้รับการปฏิเสธ โดยพ่อแม่จำเลยบอกว่า ที่ดินเป็นที่ ส.ป.ก. โอนให้แก่บุคคลภายนอกไม่ได้ นอกจากทายาทผู้มีอาชีพเกษตรกร

แม้ว่าเขาจะไม่ถึงกับอึ้ง แต่ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร นอกจากขอดูใบเอกสารกำกับที่ดิน ซึ่งระบุว่าเป็น ส.ป.ก. 4-01 จริงๆ แต่เขาก็ไม่ลดละ บอกพ่อแม่จำเลยว่า "ถือว่าติดหนี้ค่าว่าความอยู่ก็แล้วกัน"

พ่อแม่จำเลยถามว่า เป็นหนี้จำนวนเท่าใด เขาบอกว่า "แสนบาทถ้วนๆ"

พ่อแม่ของจำเลยว่า แสนหนึ่งไม่มี ห้าพันพอมีอยู่

เขาบอกว่า "งั้นเอามาเลย จ่ายสดตอนนี้" พ่อของจำเลยจึงหยิบเงินจำนวนนั้นส่งให้เขาโดยไม่ต้องนับ เพราะว่าแกมีอยู่ห้าพันตั้งแต่วันที่ไปหาเขาที่สำนักงานและเก็บไว้ติดตัวไม่นำออกไปซื้ออะไรทั้งนั้น

ก่อนจะเดินทางกลับ เขาหันไปบอกพ่อแม่จำเลยว่า "ศาลคงพิพากษาลงโทษไม่กี่ปี ถ้ามันพ้นคุกแล้ว จะออกมาขายยาบ้าต่อ บอกให้มันไปรับมาขายเป็นแสนๆ เม็ดเลย แค่สิบเม็ดยี่สิบเม็ด เมื่อไหร่จะรวย" พ่อแม่จำเลยฟังแล้วก็ได้แต่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ

เป็นธรรมดาที่ใครจะไม่แนะนำเลวๆ แบบนี้ แต่เขาเป็นทนายอาชีพ มีความเชี่ยวชาญทางกฎหมาย ประสบการณ์ว่าความสูง จิตใจโสโครกเพียงพอที่จะสัประยุทธ์กับความดี ความสะอาด และความงามทั้งหลาย



"กินหลายกะขี้หลาย ขี้บ่สุดบ่ส่วง..." คำพูดของพ่อผุดขึ้นมากลางสมองอีกแล้ว ตอนนี้เขากำลังขับรถออกมาจากบ้านนอก มาปวดขี้ขึ้นกลางดงกลางดอน ทั้งเปลี่ยวทั้งรก แต่ก็ต้องหยุดรถจอดไว้ข้างทางแล้ววิ่งเข้าป่าไปปลดทุกข์แบบฉุกละหุก จนลืมมองซ้ายมองขวา เพราะขืนโอ้เอ้ก็จะร่วงใส่กางเกงแลอะเทอะแน่

ในตอนนั้น มีหญิงชาวบ้านคนหนึ่งกำลังขุดหาแมงกินูน ทราบชื่อภายหลังว่า นางแดง อายุอานามประมาณสี่สิบปีเศษ มองเห็นเขาถอดกางเกงออกต่อหน้าต่อตาชัดเจน

"ว้าย ตาเถร!" นางร้องอย่างตกอกตกใจ จนเสียมแทบจะหลุดมือ แต่ทนายอย่างเขาจะทำอย่างไร ขี้จะแตก ยังไงๆ ก็ต้องขอเบ่งออกเสียก่อน แล้วแสร้งถามแก้เขินว่า "ขุดอะไรอยู่น่ะ"?

ต่อมานางแดงเข้าแจ้งความผู้ใหญ่บ้าน ว่ามีคนแก้ผ้าอนาจารใส่ตนขณะกำลังขุดหาแมงกินูน ผู้ใหญ่บ้านพาเรื่องไปถึงตำรวจ ข้อหาเปลี่ยนไปว่า มีคนแก้ผ้าทำอนาจารนางแดง

พนักงานสอบสวนตั้งข้อหาว่า ทนายผู้มีชื่อแก้ผ้าไล่ปล้ำหญิงชาวบ้าน และสำนวนของพนักงานสอบสวนถึงอัยการ ตั้งข้อหาและฐานความผิดว่า ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยขู่เข็ญด้วยประการใด...








เปิดตัว “ซันซิล เฮลธีเออร์ แอนด์ ลอง”เพื่อผมยาวสวยสุขภาพดี
ไทยประกันชีวิตจัดงาน"วันเกียรติยศนักขาย"
อีตั้นจัด Mid Year Mega Sale ลดราคากระหน่ำสุดยอดยนตรกรรมรถใหม่และรถมือ 2
ซีพีเอฟ ร่วมมหกรรม “ปรองดองสมานฉันท์ 22-27 ก.ค. ที่สนามหลวง
ซูรูฮะฉลองครบรอบ 2 ปี เปิดแคมเปญพิเศษขอบคุณลูกค้า
ปลื้ม “เล็ทส์ รีเเลกซ์” 1 ในสปาชั้นนำของไทย ได้รับการเสนอชื่อ 4 รางวัล
เซ็นทาราจัดพิธีมอบรางวัลยิ่งใหญ่ สุดยอดผู้บริหาร และพนักงานดีเด่น
วิริยะประกันภัยมอบทุนสนับสนุนครอบครัวผู้บกพร่องทางสติปัญญา
ไทยพาณิชย์คว้ารางวัลธนาคารยอดเยี่ยมจาก Euromoney
ผลฟุตบอล โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก วันที่ 23 ก.ค.57