ดาษดา แกลอรี่ ชูจุดขาย ฟาแลนนอปซิสŽ

วันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 เวลา 16:39:05 น.






















ไม้ดอกไม้ประดับ

ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง srangbun@hotmail.com

 

ในโลกเทคโนโลยีก้าวล้ำอย่างทุกวันนี้ ทำให้วิถีชีวิตของผู้คนสะดวกสบายขึ้น การเกษตรก็ได้อานิสงส์เช่นกัน อย่างแต่ก่อนถ้าจะไปดูความสวยความงามของดอกไม้เมืองหนาว หรือไม้ดอกไม้ประดับของต่างประเทศก็ต้องขึ้นไปเมืองเหนือ ทว่าปัจจุบันคุณๆ ทั้งหลายสามารถไปดื่มด่ำกับความอลังการงานสร้างของดอกไม้เมืองหนาวได้ที่ (Dasada Gallery) ที่อยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งปลูกดอกไม้เมืองหนาวสารพัดชนิดไว้อวดโฉมให้นักท่องเที่ยวให้ได้ยลกัน ขณะที่บางส่วนตัดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไฮเดรนเยีย...ดอกกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิส คริสซานติมั่ม และเยอร์บีร่าหลากสีสันกว่า 60 สายพันธุ์ ฯลฯ

 

ยามนี้ใครไปใครมาเมืองปราจีนฯ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่ต้องแวะไปเยี่ยมชมกันก็คือ สวนดาษดา อยู่ตรงบริเวณเชิงอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ฝั่งจังหวัดปราจีนบุรี แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่า ถ้าชอบถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ ต้องเตรียมเม็มโมรี่การ์ดที่ใช้ในกล้องถ่ายรูปไปเยอะๆ ไม่เช่นนั้นจะถ่ายไม่พอ เนื่องจากมีไม้ดอกไม้ประดับสวยๆ ให้ถ่ายกันมากมาย บางคนเห็นห้องน้ำตกแต่งอย่างสวยงามก็ยังกดชัตเตอร์ไปหลายช็อต

 

   เน้นไม้ดอกหายาก  

ดร. ปวเรศ บุญตานนท์ วิศวกรด้านเคมี และผู้บริหารสูงสุดของ PSP Group กลุ่มธุรกิจคลังน้ำมันและโรงผลิตน้ำมันหล่อลื่นจารtบีรายใหญ่ของประเทศไทย อันเป็นบริษัทแม่ของ บริษัท DSD Blossom เจ้าของ ดาษดา แกลอรี่ เล่าความเป็นมาของที่นี่ให้ฟังว่า เริ่มมาตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว ตอนแรกมาซื้อที่ดินผืนนี้เพื่อจะปลูกป่า ต่อมาพัฒนาจากที่ที่ปลูกป่ามาเป็นศูนย์อบรมของบริษัท PSP Group โดยสร้างห้องประชุมและห้องพักให้พนักงาน ประมาณ 20 ห้อง จากนั้นคิดว่าน่าจะทำในเชิงธุรกิจได้ เลยเปลี่ยนศูนย์ประชุมให้เป็นรีสอร์ต ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง แต่เนื่องจากแถวนี้ไม่มีสิ่งจูงใจให้มีคนมาเที่ยว จึงคิดว่าจะต้องสร้างอะไรขึ้นมาสักอย่างหนึ่ง ในที่สุดก็ลงตัวที่ว่าจะทำเกษตรพร้อมสรุปเลือกไม้ดอก

 

ทั้งนี้ การเลือกปลูกไม้ดอกของ ดาษดา แกลอรี่ มีความพิเศษตรงที่ว่าเป็นไม้ดอกหายาก เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาด

 

เราศึกษาว่า ไม้ดอกอะไรบ้าง ที่หายากและมีมูลค่าสูง คือ ฟาแลนนอปซิส ซึ่งเป็นกล้วยไม้พันธุ์หนึ่ง เป็นกล้วยไม้สำหรับในภาคพื้นเมืองร้อน แต่เราไม่ได้พัฒนาพันธุ์เอง ที่ผ่านมาฝรั่งนำไปพัฒนาพันธุ์จนสวยเหมือนปัจจุบัน คือดอกใหญ่และช่อยาว โดยเริ่มศึกษาว่าจะเลี้ยงดูอย่างไร หลังจากปลูกฟาแลนนอปซิส เราก็ขยายไปเรื่อยๆ แต่ยังคงแนวความคิดเดิม คือต้องเป็นดอกไม้ที่ไม่ค่อยมีในประเทศไทย โดยลองไม้ตัดดอกดู คือ เยอร์บีร่า เพราะเคยอยู่ในเมืองไทยแล้ว 30 ปี ก่อนมันจะหายไป แล้วเยอร์บีร่าพันธุ์ใหม่ ดอกก็ใหญ่ขึ้น สีก็มากขึ้น เราจึงศึกษาดูว่าจะนำกลับมาเลี้ยงดูในประเทศไทยได้อย่างไรŽ ดร. ปวเรศ บอก

 

ใครที่ไม่เคยรู้จักดอกไม้ต่างประเทศ มาที่ ดาษดา แกลอรี่ จะได้เห็นหน้าค่าตาอย่างใกล้ชิดและเขายังจัดมุมสวยๆ ไว้ให้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอีกด้วย ซึ่งในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมามีการเปิดตัวแกลอรี่ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก ด้วยเทศกาลไฮเดรนเยีย หรือ Winter Meets SummerŽ

 

เมนูอาหาร-ไอศครีมŽ พิเศษ   

ปัจจุบัน มีโรงเรือนเยอร์บีร่า เนื้อที่ 12,000 ตารางเมตร สามารถผลิตดอกเยอร์บีร่าขายได้เต็มที่ ประมาณวันละ 10,000 ดอก หลังจากนั้น เราก็มาดูไม้ดอกไม้กระถาง ช่วงนี้เราพยายามหาดอกไม้ที่ไม่ค่อยมีในหน้าร้อน เลยเลือกดอกไฮเดรนเยียมาแสดง ต่อไปจะหาดอกอื่นมาแนะนำให้ลูกค้าได้ดูตลอดทั้งปี ในเดือนมิถุนายนอาจจะเป็นดอกกุหลาบหินซ้อน ซึ่งดอกไม้ที่นี่เป็นดอกไม้ที่หายาก ไม่จำเป็นว่าจะเป็นดอกไม้จากต่างประเทศ อาจจะเป็นดอกไม้พื้นเพแถวนี้ก็ได้ แต่มันหายาก อย่างไรก็ตาม  ตอนนี้เพิ่งเริ่มเปิดตัวเลยเน้นดอกไม้จากต่างประเทศมากกว่าŽ ดร.ปวเรศ เล่า

 

พื้นที่ของ ดาษดา แกลอรี่ นั้น สุดลูกหูลูกตา แต่ด้านหน้าจัดเป็นโซนๆ ให้นักท่องเที่ยวเดินชมไม้ดอกไม้ประดับกันอย่างจุใจ ซึ่งมีทั้งอยู่ในโรงเรือนและแบบเปิดโล่ง นอกจากนี้ ในแกลอรี่ยังมีที่พักให้นั่งดื่มกาแฟ นั่งรับประทานไอศครีม และยังมีอาหารเมนูพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ให้ได้นั่งรับประทานกันอย่างสบายอารมณ์ท่ามกลางดอกไม้สีสวยสด และในอนาคตอันใกล้ก็จะเปิดรีสอร์ตและสปาไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย

 

สำหรับ ร้านไอศครีมนั้น ใช้ชื่อ La LallaŽ ซึ่งได้ พริมา จักรพันธุ์ ณ อยุธยาŽ เจ้าของ บริษัท IceDEA นักออกแบบไอศครีม มาดีไซน์รสชาติและรูปลักษณ์ของไอศครีมให้เข้ากับความเป็นแกลอรี่ดอกไม้ เช่น Phalaenopsis White Choc Raspberry ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก ฟาแลนนอปซิสสีขาวจุดแดง รสชาติหวานและอมเปรี้ยว Hydrangea Mint Bluebarry ได้ไอเดียมาจากดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าอมชมพู มีรสชาติเย็นสดชื่น จากมินต์ และ Flower strawberry Mango Tea อันมาจากชาดอกไม้ผสมสตรอเบอรี่และมะม่วง รสชาติออกขมชาและรสเปรี้ยวของผลไม้แห้ง

 

ในส่วนร้านอาหารนั้น ใช้ชื่อ To-Sit Bloom เมนูพิเศษ อาทิ พล่าปลาแซลมอนกับดอกไม้, แกงส้มบุษบากับปลาสลิดทอด, บุปผา 3 รส, เมี่ยงดอกไม้, ดอกแคยัดไส้โรยหิมะ, ขนมปังหน้าหมูดอกโสน, ลิ้นจี่สอดไส้ ชีสกับฟาแลนด์ และดอกเข็มชุบแป้งทอด ฟังแล้วเชื่อว่าคงทำให้ใครหลายคนเกิดอาการอยากชิมกันขึ้นมาบ้าง

หากใครที่ชื่นชอบความงามของดอกไม้และอยากสัมผัสการจัดดอกไม้ในสวนถาด เขาก็มีให้ได้ดูกันอย่างตื่นตาตื่นใจด้วยฝีมือการจัดดอกไม้ระดับมืออาชีพ

 

  พื้นที่ 800 ไร่ แบ่งเป็น 3 โซน 

พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 800 ไร่ แบ่งออกเป็น 3 โซน ด้วยกัน โซนแรกคือ โซนที่จะสร้างโรงแรมและรีสอร์ต โดยแกลอรี่ (โรงเรือนที่จัดแสดงดอกไม้) ก็เป็นในส่วนของโรงแรม ซึ่งมีเนื้อที่รวมกันเกือบ 200 ไร่ ส่วนที่ 2 เป็นส่วนที่ใช้ผลิตดอกไม้ เป็นเนิร์สเซอรี่เกือบ 100 ไร่ ส่วนที่เหลือ 400-500 ไร่ ยังไม่ได้ทำอะไรที่เป็นธุรกิจ เพียงแต่ปลูกป่าไว้ให้ร่มรื่น ในอนาคตอาจจะพัฒนาป่าให้กลายเป็นสถานที่ชมต้นไม้พันธุ์ไม้ที่มีอยู่หลากหลายในประเทศ และเรายังมีโครงการที่จะนำกล้วยไม้โดยเฉพาะฟาแลนนอปซิส ซึ่งเป็นกล้วยไม้ในเขตร้อนไปปลูกไว้ตามต้นไม้ในป่าของเรา เพื่อจะให้มันกลับคืนไปสู่ป่าอีกครั้งหนึ่งŽ เจ้าของเล่า

 

  ใช้งบฯ หลายร้อยล้านบาท 

 การก่อสร้างต่างๆ ใน ดาษดา แกลอรี่ ต้องบอกว่า ใช้เงินลงทุนมากจริงๆ อย่างที่ ดร. ปวเรศ บอกใช้งบประมาณไปแล้ว 200 ล้านบาท โดยโรงแรมนั้นแบ่งเป็น 2 ส่วน ด้วยกัน คือส่วนแรกเป็นโรงแรม 4 ดาว ที่มุ่งเน้นเป็นสถานที่จัดสัมมนาของบริษัททั่วๆ ไป อีกส่วนหนึ่งเป็นระดับไฮเอนด์ อาจจะเป็น 5 ดาวขึ้น ในส่วนนี้เงินลงทุนน่าจะใกล้ๆ 600 ล้านบาท

 

ความต่างจากสวนสามพราน

ว่าไปแล้วในเมืองไทยยังไม่มีเอกชนรายใดที่ปลูกดอกไม้เป็นกิจกรรมหลักอย่างใหญ่โตเพื่อเป็นจุดขายในการดึงผู้คนมาท่องเที่ยวกัน          

 

ผมไม่แน่ใจว่า เราเป็นที่เดียวที่เป็นแกลอรี่แสดงดอกไม้หรือเปล่า แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นแห่งแรกๆ ที่นำเอาธุรกิจดอกไม้มาผูกเข้ากับธุรกิจของรีสอร์ตโรงแรม ซึ่งตอนนี้คิดว่าค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ คนละ 200 บาท เด็ก 100 บาท น่าจะเป็นค่าเข้าชมที่เหมาะสมแล้ว แต่ต้องขอดูไปอีกสักพัก เพราะกำลังทดสอบดูว่าสิ่งที่เราทำมานี้มันดีไหม มีคุณค่ากับผู้ที่เข้ามาชมมากน้อยขนาดไหน ทั้งนี้ สิ่งที่เราหวังว่าคนที่มาชมที่นี่อย่างน้อยที่สุดก็มีความสุขกลับบ้านในการที่ได้มาดูดอกไม้สวยๆ อย่างที่สองน่าจะเป็นการศึกษาไปด้วยว่าพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับที่มีอยู่หลากหลายในโลกนี้ มีอะไรบ้างŽ ดร. ปวเรศ เล่า

 

หลายคนอาจจะมองว่า ดาษดา แกลอรี่ ก็มีอะไรที่คล้ายๆ กับสวนสามพราน ประเด็นนี้ ดร. ปวเรศ แจกแจงความต่างให้เห็นว่า แนวความคิดของเรากับสวนสามพรานต่างกัน ของเราใช้ดอกไม้เป็นหลัก ส่วนของสวนสามพรานใช้เป็นสวน เราจะเอาดอกไม้มาประดับเพื่อที่จะให้มันแตกต่างออกไปจากสวนธรรมชาติ ด้วยความคิดที่ว่าการจัดดอกไม้ผสมผสานไปกับสวนแล้วกลืนกับธรรมชาติสามารถที่จะปรุงแต่งในสิ่งที่ธรรมชาติไม่มีให้มีมากขึ้น มันหลากหลายมากขึ้น และสามารถจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ไม่เหมือนกับสวนธรรมชาติ เพราะจะคงที่อยู่อย่างนั้นไปนาน ทั้งนี้ เราจะนำดอกไม้ต่างๆ มาแสดงในแกลอรี่แตกต่างกันไป ปีหนึ่งอาจจะสัก 4-5 ครั้งŽ

 

  มุ่งพัฒนาผสมพันธุ์ไม้เอง 

การปลูกไม้ดอกของ ดาษดา แกลอรี่ นั้นน่าสนใจทีเดียว เพราะใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่หมด เป็นการเกษตรแบบอุตสาหกรรมที่ใช้เงินลงทุนสูง และมีเป้าหมายที่จะพัฒนาพันธุ์ไม้ดอกเองด้วย

 

ในขณะนี้พยายามจะพัฒนาพันธุ์ใหม่ของฟาแลนนอปซิส เราผสมเองเพื่อที่จะให้ได้พันธุ์ใหม่เกิดขึ้น ในปัจจุบันมีสัก 6 สายพันธุ์ ที่กำลังศึกษาอยู่ว่าสามารถจะทำธุรกิจได้ไหม มีการปลูกเลี้ยงยากไหม การออกดอกเป็นอย่างไร ความสวยงามเป็นอย่างไรŽ เจ้าของบอก

 

นอกจากนี้ ดร. ปวเรศ ยังอธิบายด้วยว่า การเลี้ยงแต่ละสายพันธุ์ยากง่ายแตกต่างกันไป การทำดอกไม้มีความยากง่ายต่างกัน สิ่งที่เราทำคือ พยายามจะบังคับให้ต้นไม้ที่เป็นต้นไม้เมืองหนาวมาออกดอกในเมืองร้อน แต่ละสายพันธุ์ก็มีเทคนิคให้ออกดอกแตกต่างกันไป อย่าง ไฮเดรนเยีย โดยธรรมชาติถ้าเป็นสายพันธุ์ในประเทศไทยหรือของแถบเมืองร้อนจะออกดอกปีละครั้ง ในเดือนมีนาฯ เมษาฯ และพฤษภาฯ แต่ไฮเดรนเยียที่นำมาเสนอในช่วงหน้าร้อนนี้เป็นไฮเดรนเยียที่ผสมพันธุ์มาจากประเทศฮอลแลนด์ ซึ่งพื้นเพคือไม้เมืองหนาวแท้ๆ เลยต้องใช้กรรมวิธีมากในการให้ออกดอก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนามาโดยประเทศฮอลแลนด์ร่วมกับญี่ปุ่น แล้วเขาก็ไปบังคับให้ไฮเดรนเยียออกดอกนอกฤดูในประเทศของเขา

 

เราก็ศึกษาว่า เขาทำอย่างไร แล้วนำมาดัดแปลงเพื่อให้เหมาะสมกับภูมิประเท ศและภูมิอากาศในประเทศไทย 80% เราได้มาจากฮอลแลนด์กับญี่ปุ่น อีก 20% คิดค้นเอง เพราะไม่สามารถนำของเขามาใช้ทั้ง 100% ได้ เนื่องจากภูมิอากาศต่างกันมากŽการปลูกไม้ดอกในระบบอุตสาหกรรมนั้น ต้องมีระบบการบริหารจัดการที่ดี

 

เมื่อก่อนเราเลี้ยงนอกโรงเรือน เลี้ยงตามธรรมชาติ แต่ปัจจุบันเรานำเข้ามาเลี้ยงในโรงเรือน ทำให้สามารถควบคุมเงื่อนไขได้หลายๆ อย่าง เมื่อเราควบคุมได้ ก็เหมือนกับเราทำอุตสาหกรรม ต้องควบคุมการผลิตในแต่ละขั้นตอน ในการปลูกเลี้ยงดอกไม้ก็เช่นกัน เราสามารถที่จะควบคุมกระบวนการในสวนนั้นได้ เพราะฉะนั้นเราก็จะได้ดอกไม้ที่มีคุณภาพค่อนข้างดีและปริมาณสูง เมื่อเราปลูกในโรงเรือนเราสามารถบังคับหรือควบคุมภูมิอากาศได้ระดับหนึ่ง ซึ่งแต่ละสายพันธุ์อุณหภูมิ ความชื้น และแสงจะไม่เท่ากันŽ

 

  ส่งขาย ญี่ปุ่น-ตะวันออกกลาง 

อย่างที่เกริ่นไปแต่แรก ใช่แต่ ดาษดา แกลอรี่ จะปลูกดอกไม้สวยๆ ไว้โชว์อย่างเดียว ยังตัดขายทั้งในและต่างประเทศด้วย

 

ปัจจุบัน ไม้ตัดดอกอย่าง เยอร์บีร่า เราก็ขายให้กับผู้ใช้ดอกไม้ในประเทศ ขายให้กับร้านขายดอกไม้ ตามโรงแรม ตามตลาดขายส่งประเภทนี้ แต่ฟาแลนนอปซิสส่งออก ซึ่งตลาดใหญ่ของเราคือ ญี่ปุ่นกับตะวันออกกลาง โดยกำลังพัฒนาวิธีการผลิตเพื่อให้สามารถนำเข้าไปที่อเมริกาและตลาดยุโรปให้ได้Ž

 

เห็นเงินลงทุนหลายร้อยล้านบาท หลายคนคงอยากรู้ว่าเจ้าของสวนดาษดาตั้งเป้าไว้ว่าจะคืนทุนภายในระยะเวลากี่ปี

การคืนทุนในแง่ของเศรษฐศาสตร์ถามว่า คุ้มไหม คุ้ม แต่คุ้มมากแค่ไหนขึ้นอยู่กับการทำตลาดขายดอกไม้ของผมจะประสบความสำเร็จมากน้อยขนาดไหน ถ้าสามารถทำตลาดได้ดีก็จะคุ้มมาก แต่เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆ แล้ว ความคุ้มทุนมันสู้ไม่ได้ ในอุตสาหกรรมเราควบคุมได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่การผลิตต้นไม้ควบคุมได้ แต่ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นมันก็ยังทำผลผลิตและคุณภาพให้เป๊ะๆ เหมือนอุตสาหกรรมอื่นๆ ไม่ได้ เรื่องคุ้มทุนก็น้อยกว่า เนื่องจากมีความยากกว่าอุตสาหกรรมตรงความเป็นธรรมชาติ เพราะมันตายได้ อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าภายใน 5 ปี สำหรับโรงแรม สวนดอกไม้และหน่วยที่เราใช้ในการผลิตดอกไม้น่าจะคืนทุนได้ทั้งหมดŽ

ท่านใดที่ชอบไม้ดอกไม้ประดับ และยังไม่เคยไป ดาษดา แกลอรี่Ž ขอแนะนำให้ไปเที่ยวชมกันดู ซึ่งนอกจากจะได้ความรู้เกี่ยวกับพืชพันธุ์ไม้ที่เขานำมาจัดแสดงแล้ว ยังจะได้เห็นถึงการทำธุรกิจท่องเที่ยวแบบครบวงจรที่นำการเกษตรสมัยใหม่มาผสมผสานอย่างลงตัว เชื่อว่าอีกหน่อยคงมีนักลงทุนบางรายนำไอเดียนี้ไปใช้บ้าง

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (037) 239-800 หรือ www.DASDA_HAPPYNESS.COM

 








ผลฟุตบอล โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก วันที่ 19 เม.ย.57
ลีวายส์® ประเทศไทยจัดกิจกรรม “มันส์ สุด คูล”ลุ้นรับยีนส์ไปเลย 19-20 เม.ย.นี้
สถาบันปลูกป่า ปตท.จัดเสวนาเรื่อง ไม้พะยูง...พยุงชาติ 21 เม.ย.นี้
อารียา First Class Movie Day! Captain America
เปิดตัวโปรโมชั่น”CDC & THE CRYSTAL SUMMER PARADISE” ช็อปลุ้นโชครับสิทธิพิเศษ 3 ต่อ
ธอส. ซ่อมแซมบ้านให้ผู้ประสบอุทกภัยใน จ.พระนครศรีอยุธยา
ผลฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมนี วันที่ 17 เม.ย.57
ลูกค้าเอไอเอส เซเรเนด ดื่มด่ำ “จิบชายามบ่าย” รับสิทธิพิเศษส่วนลด 20% ถึง 30 เมษายนนี้
ม.รังสิต จัดกิจกรรมเวิร์คช็อป “RSU-IP COTH FUN Camp” ฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย เปิดรับสมัครแล้ว