300-15,000 บาท กำไรจากนโยบายเพื่อไทย

วันที่ 06 สิงหาคม พ.ศ. 2554 เวลา 20:00:00 น.




โดย จำลอง ดอกปิก

(ที่มา คอลัมน์ระหว่างวรรค หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 6 สิงหาคม 2554)

รัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" กำลังเข้าสู่ภาคการบริหารราชการแผ่นดินเต็มรูปแบบ นโยบายหลายเรื่องที่ประกาศเป็นคำมั่นสัญญา ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมากว่า ภาคปฏิบัตินั้นจะทำได้จริงหรือไม่ และครบถ้วนสมบูรณ์เพียงใด

ที่กล่าวถึง และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ออกมาค่อนข้างมาก มีอยู่อย่างน้อย 2 เรื่อง นั่นคือ นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ และเงินเดือนแรกเข้าสำหรับผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี 15,000 บาท

นโยบายค่าแรง 300 บาทนั้น นอกจากผู้มีส่วนได้-เสียโดยตรง คือนายจ้างผู้ประกอบกิจการ กับฝ่ายลูกจ้างแล้ว ยังมีภาควิชาการ สถาบันต่างๆ ออกมาชี้ข้อดี-ข้อด้อย แสดงความห่วงใยผลกระทบอันอาจเกิดขึ้นตามมาเป็นลูกโซ่ในทางเศรษฐกิจ เช่นเดียวกันกับนโยบายเงินเดือน 15,000 บาท ที่ต้องกระทบงบประมาณอย่างแน่นอน สำหรับการเพิ่มเงินเดือนขั้นต้นข้าราชการบรรจุใหม่ และอาจหมายรวมถึงต้องขยับในระดับถัดไปเพื่อความเป็นธรรมด้วย

กระนั้นไม่ว่ารัฐบาลจะผลักดัน 2 เรื่องนี้ได้สำเร็จ ครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งเป้าหมายตัวเลข และระยะเวลาหรือไม่ก็ตาม

ด้านหนึ่งย่อมถือได้ว่า สังคมได้กำไรจากสองเรื่องสองนโยบายนี้แล้ว เมื่อมีการหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นสาธารณะ วิพากษ์วิจารณ์ ศึกษาผลดี-ผลเสียอย่างจริงจัง พร้อมกับเสนอแนะทางออก เพื่อมิให้เกิดผลกระทบรุนแรง

ส่วนใหญ่เป็นทางออกที่ให้การยอมรับว่า ถึงเวลาต้องยกระดับคุณภาพชีวิตของคน 2 กลุ่มนี้ และถึงเวลาแล้วที่ภาคธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างไม่เอารัดเอาเปรียบ

ยอมรับความจริงว่า ค่าแรงและเงินเดือนข้าราชการปัจจุบันนั้น ไม่เพียงพอและเหมาะสมต่อพื้นฐานการครองชีพ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าแรง 300 บาท หรือแม้แต่เงินเดือน 15,000 บาท ทางออกหรือข้อเสนอแนะ ภายหลังการถกเถียงกันด้วยเหตุด้วยผล ล้วนแต่เป็นไปในทิศทางบวกทั้งสิ้น

นั่นคือแทบทุกฝ่ายยอมรับและเห็นตรงกันว่า ควรขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และต้องปรับฐานเงินเดือนข้าราชการแรกเข้าสำหรับผู้จบปริญญาตรี เหลือแต่เพียงวิธีการเท่านั้นว่า เรื่องค่าแรงนั้น จะปรับขึ้นรวดเดียว หรือค่อยเป็นค่อยไป เงินเดือนข้าราชการจะขึ้นอย่างไร ซ่อนอยู่ในรูปค่าครองชีพ ปรับฐานใหม่ ฯลฯ

เห็นทิศทางและแนวโน้มชัดเจนยิ่งว่า ผู้ใช้แรงงาน และผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรีใหม่นั้น จะได้ปรับขึ้นค่าแรง และเงินเดือนใหม่อย่างแน่นอน

จะเรียกว่าเป็นอานิสงส์เบื้องต้นจากนโยบายเพื่อไทยก็คงไม่ผิดนัก!

สำหรับเรื่อง 15,000 บาทนั้น มีไอเดียเป็นรูปธรรมบ้างแล้ว อย่างแนวคิดท่านผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ คุณวลัยรัตน์ ศรีอรุณ ก็เข้าท่าดี ขออนุญาตนำมาถ่ายทอด

ผู้อำนวยการสำนักงบฯบอกว่า โครงสร้างเงินเดือนข้าราชการเริ่มต้น วุฒิปริญญาตรี หรือระดับปฏิบัติการ ซี 3 นั้นประมาณ 8,000 บาท สูงสุดระดับ 11 เงินเดือนไม่เกิน 70,000 บาท

หากพิจารณาเส้นกราฟปัจจุบัน อยู่ในลักษณะลาดชันมาก อธิบายได้ง่ายๆ คือช่วงต้นของชีวิตราชการได้รับเงินเดือนน้อยและขั้นที่ขึ้นแต่ละปีก็น้อยมากๆ จึงจำเป็นต้องปากกัดตีนถีบ และค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นไปกินเงินเดือนสูงๆ ในช่วงก่อนวัยเกษียณ ซึ่งจะเห็นว่ามีเส้นกราฟชีวิตที่ลาดชันทำมุม 40-45 องศา

แนวคิดใหม่นี้ คือ การทำให้เส้นกราฟเงินเดือนข้าราชการอยู่ในลักษณะลดความลาดชันลง เกือบเป็นแนวราบ ข้าราชการปริญญาตรีจบใหม่จะมีเงินเดือนเริ่มต้น 15,000 บาท แล้วค่อยๆ ขยับขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึง 40,000-50,000 บาท วิธีการนี้จะทำให้องศาเส้นกราฟเปลี่ยนแปลงไปโดยไม่เป็นภาระต่องบประมาณในระยะยาว แม้กระทบงบประมาณระยะแรก แต่ในท้ายที่สุดแล้วเม็ดเงินที่รัฐบาลจ่ายจริงให้แก่ข้าราชการระหว่างจุดเริ่มต้นที่ 8,000 บาท กับ 15,000 บาท จะใกล้เคียงกันมาก ทั้งนี้เนื่องจากการกำหนดเพดานเงินเดือนสูงสุดใหม่นั้น จะไม่เกิน 50,000 บาท

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างมาเป็นแบบนี้ ทำให้ข้าราชการหนุ่มสาวมีความกระตือรือร้นในการทำงานมากขึ้น เพราะได้รับเงินเดือนสูงโดยไม่ต้องรับจ๊อบอื่นๆ นอกเวลาราชการ

ช่วงวัยเริ่มต้นของการทำงานถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ทุกคนอยากมีบ้าน มีรถยนต์ มีครอบครัว แต่เงินเดือนกลับไม่พอแม้จุนเจือครอบครัว

เรื่องนี้ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณหารือกับปลัดกระทรวงการคลัง และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนเบื้องต้นแล้ว!

เป็นรูปธรรมอีกขั้นของนโยบาย 15,000 บาท ที่น่าสนับสนุน

 

ครับ หากคนหนุ่ม-สาว หรือใครต่อใครไม่ต้องปากกัดตีนถีบแล้วย่อมมีไฟ มีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน สิ่งดีงามในสังคมคงตามมาอีกมากมาย





“น้อมบุญ” ส่งบ้านเดี่ยว เลอ นีโอ เลี่ยงเมือง – ศรีจันทร์ มูลค่า 900 ล้าน
อนันตรา กรุงเทพฯ ริเวอร์ไซด์ จัดงาน Bangkok Farmers Market
มูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทยสนับสนุนสภากาชาดไทย
เคทีซีจับมือพันพธมิตร เปิดตัวแคมเปญ KTC Lady Power Auto and Sports
ยู เชียงใหม่ เดินหน้าเพื่อสังคม
ผลฟุตบอลอินเตอร์ เนชั่นแนล แชมเปี้ยนส์คัพ 2015 วันที่ 30 ก.ค.58
ผลฟุตบอลช้าง เอฟเอคัพ รอบ 32 ทีม วันที่ 29 ก.ค.58
เอ็น.ซี.ซี.ฯ พร้อมพันธมิตรจัดงานวิ่งการกุศล “12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน กรุงเทพฯ 2015”
“หมออำนวย” รักษาการปลัดสธ. ตั้งผู้ช่วยปลัด- 2 รองอธิบดี
ไมโลส่ง “นวัตกรรมแพ็คพูดได้”สร้างประสบการณ์เสมือนจริง 3 มิติครั้งแรกในไทย
เมื่อศาสตราจารย์จากจุฬาฯ โพสต์ "ผมควรไปเป็นอ.ราชภัฏ"
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์: ประชาธิปไตยไม่ใช่ประชาชนเป็นใหญ่
ขุดมาเล่า....พระยอดเมืองขวาง(4) ฝรั่งเศสจองเวรไม่เลิก โดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก
ไม่ควรสงสัยว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลัง 14 นักศึกษา โดย สมลักษณ์ จัดกระบวนพล
ชีวิตและงานของ ′เสด็จเตี่ย′ เบื้องหลังถูกปลด-สาเหตุประชวร