รังสรรค์ เปิดอกช้ำ 25 ปีสู้คดีลอบฆ่าท่านประธานฯ ธุรกิจหมื่นล้านล้มระเนระนาด อนาคตสูญสิ้น

วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554 เวลา 16:29:57 น.




 

รังสรรค์ ต่อสุวรรณ พ้นพงหนามในคดีลอบฆ่าประธานศาลฎีกา (นายประมาณ ชันซื่อ)แล้ว

 

สิ่งที่เขา และภริยาคือ นางยินดี วัชรพงศ์  ต่อสุวรรณ  ทำเป็นสิ่งแรกคือ การยื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

สำนักงานอัยการสูงสุด  และสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยในคดีแพ่ง เรียกค่าเสียหายแบบสะใจ 3,000 ล้าน
 
รังสรรค์ ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันก่อให้เกิดความเสียหาย   ทำให้เศรษฐีใหญ่อย่าง รังสรรค์ ต้องตกเป็นจำเลยในคดีอาญา  เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียง  เกียรติยศ  และสิ้นไปซึ่งสิทธิทุกอย่าง  ต้องถูกจองจำต้องมีการประกันตัว  ไม่อาจติดต่อธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศได้เลย 


ความเสียหายทางธุรกิจของ รังสรรค์ มีอะไรบ้าง  เขาบรรยายลงในคำฟ้องอย่างละเอียด  เสมือนว่า 25 ปีที่ติดอยู่ในคดีลอบฆ่าท่านประธาน เกิดขึ้นเมื่อวาน

 

อยากรู้ รังสรรค์  ต่อสุวรรณ เสียหายมากน้อยแค่ไหน  ต้องอ่านบางส่วนของคำฟ้องต่อไปนี้   ...

 

 

ขณะข้าพเจ้าถูกฟ้องร้องในคดีลอบฆ่าประธานศาลฎีกา    ข้าพเจ้ากำลังขยายธุรกิจ  ไปลงทุนก่อสร้างอาคารสูงที่สุดในประเทศจีนในโครงการ Chinese  Business Center    โดยได้ติดต่อกับรัฐบาลจีนเพื่อขอเช่าที่ดินที่เมืองเซินเจิ้น และได้ดำเนินการออกแบบสถาปัตยกรรมเสนอต่อรัฐบาลประเทศจีน    ซึ่งรัฐบาลจีนที่กรุงปักกิ่งก็ได้เห็นชอบในโครงการดังกล่าวแล้ว  กับได้ติดต่อที่จะลงทุนในประเทศกัมพูชาในโครงการ Rainbow offshore  lsland   โดยขอเช่าเกาะในประเทศกัมพูชา  และอยู่ในระหว่างการเสนอแบบก่อสร้างและเจรจา   แต่การดำเนินการโครงการดังกล่าวต้องล้มเลิกไป  เพราะ ถูกฟ้องคดีอาญา มีข่าวไปทั้วโลก  ทำให้ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือต้องสูญสิ้นไปด้วย

  

ข้าพเจ้าได้รับความเสียหายที่กระทบไปถึงการงาน   ความเป็นอยู่ในชีวิต  ชื่อเสียง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ  และอนาคตต้องสูญสิ้นไปทั้งหมด

ในขณะที่ข้าพเจ้า ถูกกล่าวหาและถูกฟ้องคดีนั้น   เป็นช่วงเวลาที่   ได้เตรียมการที่จะเอาบริษัทพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์   ซึ่งข้าพเจ้า เป็นประธานบริษัทอยู่หลาย

 

บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย   โดยกำลังดำเนินการสว๊อปหุ้น ปรับองค์กรบริษัทในเครือใหม่   โดยรวมบริษัทต่างๆเข้าด้วยกันในนามของบริษัทบ้านฉัตรเพชร จำกัด  และได้จัดการโฆษณาด้วยการจัดงานและเรียกชื่องานว่า “วันสู่ความสำเร็จ” ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตต์ ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2536   ก่อนเกิดเหตุคดีนี้เพียงประมาณ 3 เดือนเท่านั้น  ได้มีการประกาศเปิดตัวการปรับโครงการบริษัทใหม่ เพื่อเอาเข้าตลาดหลักทรัพย์และขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์   โดยในขณะนั้น  ได้เตรียมการเอาบริษัทพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปรับโครงสร้างการถือหุ้นใหม่ คือ 
   
1. บริษัท บ้านฉัตรเพชร จำกัด เป็นโครงการบ้านจัดสรรและโครงการอาคารชุด มีมูลค่าของโครงการประมาณ  สองหมื่นล้านบาท  

 

 

2.บริษัทสาธร ยูนีค จำกัด(มหาชน) เป็นโครงสร้างการอาคารชุด มีมูลค่าของโครงการประมาณ  สองพันห้าร้อยล้านบาท
 
3. บริษัทสีลม พรีเชียส  ทาวเวอร์  จำกัด เป็นโครงการสร้างอาคารชุด มีมูลค่าของโครงการประมาณ   หนึ่งหมื่นห้าพันล้านบาท 
 
4.บริษัทสกายบีช  คอนโดมิเนียม  จำกัด เป็นโครงการสร้างอาคารชุด มีมูลค่าของโครงการประมาณ  สี่พันล้านบาท
   
5. บริษัทพาร์คบีช  รีสอร์ท จำกัด เป็นโครงการสร้างอาคารชุด มีมูลค่าโครงการประมาณ   สามพันล้านบาท
 
6. บริษัทกรีนวู้ด ไฮเทค รีสอร์ท จำกัด เป็นโครงการหมู่บ้านจัดสรร  ซึ่งจัดสรรขายทั้งที่ดินเปล่า และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอาคารชุด  โรงแรม สนามกอล์ฟ มีมูลค่าของโครงการประมาณ  ห้าพันล้านบาท
 
7.บริษัทโกลเด้นบีช การ์เด้นท์  รีสอร์ท  จำกัด เป็นโครงการสร้างอาคารชุด มีมูลค่าของโครงการประมาณ    สองพันห้าร้อยล้านบาท
   
และได้มีแผนการที่จะเอาบริษัท ซึ่งเป็นบริษัทค้าวัสดุหินอ่อนและค้าคอนกรีตผสมเสร็จ คือบริษัท หินสวย จำกัด และบริษัทยูนิค คอนกรีต จำกัด รวมหุ้นเข้าไปด้วย  แต่เมื่อมีเหตุการที่มีการกล่าวหาและดำเนินคดีกับข้าพเจ้า เกิดขึ้น   โครงการที่ดำเนินการทางธุรกิจที่จะเอาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ต้องล้มเลิกไป  เพราะการเอา

บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ ชื่อเสียง และความน่าเชื่อถือของผู้ดำเนินการเป็นสิ่งสำคัญที่สุด 

  

เมื่อมีคดีเกิดขึ้น ทำให้ข้าพเจ้า หมดโอกาสที่จะดำเนินธุรกิจโดยจะเอาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้อีกต่อไป
  

นอกจากนี้ ข้าพเจ้ายังมีหุ้นในบริษัทสีลม พรีเซียส ทาวเวอร์ จำนวน   11,200,000   หุ้น (สิบเอ็ดล้านสองแสนหุ้น) คิดเป็นร้อยละ  56  ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ในระหว่างที่ข้าพเจ้า ถูกดำเนินคดีในศาล  ข้าพเจ้าได้รับการปล่อยชั่วคราวจากศาล     ได้ต่อสู้คดีและได้ดำเนินธุรกิจ ให้เดินต่อไปได้   ในระหว่างการสืบพยานโจทก์ในคดีนี้นั้น พนักงานสอบสวนได้กลั่นแกล้งสร้างเรื่องกล่าวหาว่าข้าพเจ้า ข่มขู่พยาน เพื่อให้ศาลถอนประกัน   และศาลถอนประกัน ข้าพเจ้าถูกคุมขังตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2536    จนถึงวันที่ 20  เมษายน  2537   เป็นเวลาเกือบ 6  เดือน ทำให้ธุรกิจโครงการสีลมพรีเซียส ทาวเวอร์  ซึ่งกำลังก่อสร้างและลูกค้ากำลังผ่อนชำระค่าห้องที่จอง

ไว้นั้นได้รับความเสียหาย

      

 

เนื่องจากข้าพเจ้า ถูกจำคุก   ธนาคารได้งดการปล่อยสินเชื่อและลูกค้าหยุดชำระค่าผ่อน   ทำให้ผู้ถือหุ้นหวั่นไหวและเสนอจะขายหุ้นให้แก่บุคคลอื่น   เมื่อข้าพเจ้าได้ขอประกันตัวได้ในเดือนเมษายน 2537      จึงจำเป็นต้องขายหุ้นให้แก่นางสาวราศรี  บัวเลิศ เพราะไม่สามารถดำเนินกิจการได้อีกต่อไป    ข้าพเจ้าจำเป็นต้องขายหุ้นไปในราคาถูก คือหุ้นละ 10 บาท เป็นเงิน  336,000,000  บาท โดยนางสาวราศีได้ชำระค่าหุ้นให้ บางส่วน ค้างชำระเงินค่าหุ้นอีก 136,000,000บาท แต่นางสาวราศรีไม่มีเงินจ่ายให้   จึงได้ทำสัญญาเปลี่ยนเป็นหุ้นคิดเป็นร้อยละ 16 ของทุนจดทะเบียนเมื่อเสร็จสิ้นโครงการ 

  

 

เมื่อเสร็จสิ้นโครงการบริษัท มีทุนจดทะเบียน   2,400,000,000   บาท มีหุ้น 240,000,000  หุ้น จึงเป็นหุ้นที่ข้าพเจ้า  จะได้รับเมื่อเสร็จสิ้นโครงการ 38,400,000   หุ้น หุ้นละ 10 บาท  คิดเป็นเงิน 384,000,000   บาท แต่เมื่อเสร็จสิ้นโครงการแล้ว   นางสาวราศรีไม่ยอมโอนหุ้นร้อยละ 16  ข้าพเจ้าได้ฟ้องนางสาวราศรีเมื่อวันที่ 23 

กุมภาพันธ์  2547  ซึ่งในขณะนั้นนางสาวราศรียังไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  

  

 

แต่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้นางสาวราศรีโอนหุ้นบริษัทให้แก่ข้าพเจ้า   ร้อยละ  16  ของทุนจดทะเบียน  200,000,000 บาท หากโอนไม่ได้ให้ชำระเป็นเงินโดยคิดมูลค่าหุ้น ๆละ 10  บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5  ต่อปี นับแต่วันที่  18  ธันวาคม  2546  เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยนับถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน  89,600,000บาท
  

 ต่อมานางสาวราศีถูกศาลพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเป็นบุคคลล้มละลาย    ข้าพเจ้า ไม่ได้รับชำระหนี้ค่าหุ้น  เกิดความเสียหายในเงินจำนวน  384,000,000  บาท  พร้อมดอกเบี้ยเป็นเงินไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท
   
  นางสาวราศีได้ซื้อหุ้นบริษัท สีลม พรีเซียส ทาวเวอร์ ไปทั้งหมด ในขณะนั้นโครงการสีลม พรีเซียส ทาวเวอร์ ได้เริ่มดำเนินการไปมากแล้ว  มีการก่อสร้างไปแล้วกว่า 10 ชั้น มีการขายพื้นที่ให้ลูกค้าไปแล้วเป็นจำนวนมากและรับเงินผ่อนจากลูกค้ามาลงทุนในการก่อสร้างไปทั้งหมด   และในการดำเนินการของนางสาวราศรีที่ได้ซื้อโครงการไปดำเนินการโครงการจนเสร็จสิ้นโครงการ  

  

 

ปรากฏว่าเมื่อโครงการเสร็จเจ้าพนักงานที่ดินประเมินราคาขายห้องชุดในโครงการทั้งหมดเป็นเงิน หนึ่งหมื่นเจ็ดร้อยเก้าสิบหกล้านหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นหกพันสี่ร้อยบาท   อันเป็นราคาประเมินซึ่งต่ำกว่า ราคาขายประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะเป็นราคาขายพื้นที่อาคารทั้งหมดเป็นเงินประมาณ   หนึ่งหมื่นสี่พันสามสิบสี่ล้านเก้าแสนห้าหมื่นหนึ่งพันสามร้อยยี่สิบบาท    เมื่อหักจากหนี้จำนองแล้ว 8,893 ล้านบาท โครงการจะมีกำไรประมาณ  5,141  ล้านบาท เมื่อข้าพเจ้า ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 56  จึงเป็นเงินที่ได้รับเงินปันผลกำไรจากโครงการเป็นเงินประมาณ  2,879ล้านบาท อันเป็นความเสียหายจำนวนน้อยที่สุดที่โจทก์ควรจะได้รับ

 

 

หากไม่มีคดีเกิดขึ้นและโจทก์ดำเนินโครงการไปจนเสร็จ  ความเสียหายดังกล่าวจึงเป็นความเสียหายที่เกิดจากการกระทำของจำเลยทั้งสามโดยตรง

  

 

นอกจากนี้ข้าพเจ้า  ยังประกอบอาชีพเป็นสถาปนิก    เป็นสถาปนิกออกแบบร่วมกับบริษัทรังสรรค์ สถาปัตย์ จำกัด  ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็นบริษัทรังสรรค์ แอนด์ พรรษิษฐ์ สถาปัตย์ จำกัด ในการให้บริการวิชาชีพสถาปัตยกรรม   ข้าพเจ้าและบริษัทรังสรรค์  สถาปัตย์ จำกัด ได้รับจ้างให้บริการออกแบบโครงการให้กับบริษัทในเครือทุกโครงการ  ซึ่งบริษัทต่างๆในเครือของข้าพเจ้า  ที่ได้ดำเนินโครงการนั้น บริษัทรังสรรค์ สถาปัตย์ จำกัด เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพ    โดยคิดค่าออกแบบและค่าบริการวิชาชีพในทุกโครงการ  ในอัตราร้อยละ 3.5    ของค่าก่อสร้างอาคารโครงการทุกโครงการ 

 

โครงการที่ข้าพเจ้าและบริษัทรังสรรค์ฯได้ออกแบบไปแล้ว คือ โครงการฉัตรเพชร ทาวเวอร์ เป็นอาคารคอนโดมิเนียม ตั้งอยู่ที่ถนนตกเป็นอาคารสูง  55  ชั้น ค่าบริการวิชาชีพและค่าออกแบบเป็นเงิน  210    ล้านบาท  โครงการฉัตรเพชรคอนโดมิเนียมที่บางพลี   ค่าบริการวิชาชีพเป็นเงินประมาณ  60  ล้านบาท  โครงการฉัตร

เพชรบางพลัด ค่าบริการวิชาชีพเป็นเงิน 52.5   ล้านบาท โครงการฉัตรเพชรรัชดาภิเษก  ค่าบริการวิชาชีพเป็นเงิน 52.5  ล้านบาท  โครงการฉัตรเพชร รัตนาธิเบศร์ ค่าบริการวิชาชีพเป็นเงิน  105   ล้านบาท  โครงการสาธร ยูนีค ทาวเวอร์ ค่าบริการวิชาชีพเป็นเงิน 38.5   ล้านบาท

  

 

 โครงการสีลมพรีเซียส ทาวเวอร์ ค่าบริการวิชาชีพเป็นเงิน   209   ล้านบาท โครงการกรีนวู๊ดไฮเทค รีสอร์ท จำกัด  ค่าบริการวิชาชีพ  140  ล้านบาท โครงการโกลเด้นบีช การ์เด้น รีสอร์ท จำกัด  ค่าบริการวิชาชีพและค่าออกแบบ 52.5  ล้านบาท รวมเป็นเงินประมาณ  920   ล้านบาท


    และเนื่องจากการเกิดเหตุคดีนี้    แบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมที่ได้ออกไปแล้วต้องสูญเปล่า ทำให้ไม่ได้รับค่าออกแบบ   และแบบสถาปัตยกรรมเป็นการงานทางทรัพย์สินทางปัญญาของโจทก์ต้องสูญสิ้นไปทั้งหมด   เพราะทำให้โครงการทุกโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ต้องหยุดลงทั้งหมด

 

เนื่องจากการที่มีเหตุเกิดขึ้นนั้นทำให้สถาบันการเงินที่ให้กู้ยืม  หรือให้สินเชื่อตลอดจนลูกค้าผู้จองซื้อห้องชุดทุกโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่นั้น ขาดความเชื่อมั่นว่าโครงการทั้งหมดไม่อาจจะดำเนินการต่อไปได้จนเป็นผลสำเร็จ   เพราะข้าพเจ้า ซึ่งเป็นผู้คิดโครงการและเป็นผู้ควบคุมการดำเนินการของโครงการให้บรรลุเป้าหมายนั้นอาจจะต้องติดคุก    ซึ่งในระหว่างการดำเนินคดีกำลังสืบพยานโจทก์  และข้าพเจ้า  ได้รับการประกันตัวจากศาลนั้น ในเดือนธันวาคม  2536  พนักงานสอบสวนได้สร้างเรื่องว่ามีการข่มขู่พยาน  เพื่อที่จะให้ศาลถอนประกัน

 

 

ข้าพเจ้า  และศาลได้ถอนประกัน และสั่งขังข้าพเจ้า  ทำให้การดำเนินการทางธุรกิจในบริษัทต่างๆ  ซึ่งพอจะประคับประคองให้ดำเนินการต่อไปได้บ้าง  ในระหว่างที่ข้าพเจ้า ยังมีอิสระได้รับการประกันตัวไปจากศาลก็ต้องล้มครืนลงทั้งหมด เพราะสถาบันการเงินและลูกค้าผู้ซื้อห้องชุด   ตลอดจนเจ้าหนี้ทางการค้าต่างๆก็หมดความหวังที่จะเห็นได้ว่า  โครงการที่กำลังดำเนินการในบริษัทต่างๆของโจทก์จะดำเนินการไม่ได้อีกต่อไป  

 

 

  เพราะข้าพเจ้า ติดคุกไปแล้วจริงๆ ปรากฏออกเป็นข่าวไปทั่วประเทศและทั่วโลกในขณะนั้นจากการดำเนินการเพื่อให้ศาลถอนประกันกับข้าพเจ้า   สถาบันการเงินก็งดการให้สินเชื่อแก่โครงการที่กำลังดำเนินการอยู่นั้นทั้งหมด   ลูกค้าผู้ซื้อห้องชุดซึ่งกำลังผ่อนห้องชุดก็หยุดชำระค่าห้องชุด    ซึ่งมีผลกระทบกับการดำเนินธุรกิจอย่างมาก    เพราะเงินที่ได้จากลูกค้าจะต้องนำมาเป็นเงินลงทุนในการก่อสร้างร่วมกับเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินตามข้อบังคับและข้อตกลงของสถาบันการเงินผู้ให้สินเชื่อที่ต้องให้ผู้ทำโครงการขายห้องชุดให้ได้จำนวนมากพอสมควร เพื่อนำเงินที่ได้จากการขายนั้นมาสมทบเป็นค่าก่อสร้างอาคาร

โครงการด้วย  

   

 ธุรกิจทุกชนิดของข้าพเจ้า  ต้องล้มระเนระนาดไปทั้งหมด  เพราะเหตุเกิดจากคดีนี้โดยตรง   

   

 

3,000 ล้านบาท คือ ค่าเสียหายที่รังสรรค์และภริยา ยื่นฟ้องตำรวจ อัยการ และสำนักนายกฯไปแล้ว เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา

 

 








ช็อก! พระอนาจารเด็ก ฆ่าตัวตายหนีอาญา หลังได้ประกันตัว
น่ารู้! คำแปลชื่อรุ่นโตโยต้าทั้ง 5 รุ่น
"สภาพัฒน์" ผุดเมืองใหม่ 4 โมเดล กางรัศมี 5-10 กม. บูมต่างจังหวัด
สาว ๆ เตรียมกรี๊ดให้สนั่น กับว่าที่ ดร. คนใหม่ "ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี"
กดไลค์ทะลุล้านแล้ว ′น้องเมย์′ รัชนก อินทนนท์
อึ้ง พ่อมดวอลล์สตรีท"วอร์เรน บัฟเฟต์"ถือหุ้นพลาด 2 วันขาดทุนยับ 64,000 ล้านบาท
คุณพระ!! เปิดโฉม 10 เน็ตไอดอล "ชาย" สวยมาก ที่สาวแท้ยังต้องอาย
คุมตัว 2 ผัวเมีย ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คดีฆ่าหั่นศพ "ครูญี่ปุ่น"แล้ว
สลด หนุ่มสุดชอกช้ำ ตัด "เจ้าโลกตัวเอง" ทิ้งถังขยะ หลังถูกแฟนทิ้ง หยาม "ไซส์เล็ก-ไม่เก่ง" (ชมภาพ)
"อุ๊งอิ๊ง" โพสต์อินสตาแกรม พ่อแม้ว-อาปู-หลานไปป์ ชื่นมื่น ระบุ"คิดถึง อยากไปด้วยค่ะ"
"ชูวิทย์" ส่งตรงจากอเมริกา "เรื่องเศร้า ตำรวจไทย" "เกาะเต่า" และ "การแทงข้างหลัง"
โสภณ พรโชคชัย : ข้าราชการคนหนึ่งพึงมีทรัพย์เท่าไหร่
"ส.ศิวรักษ์"เขียน"จดหมายรักถึงเผด็จการ" ห่วงปฏิรูปเหลว รอบข้างมีแต่คนใกล้ชิด"ทักษิณ"
คำปราศรัย 38 ปีที่แล้วของ "จาตุรนต์" กับบทเรียนที่ไม่เคยเรียนรู้ในเหตุการณ์ "6 ตุลาฯ 2519"
"ชูวิทย์" เหน็บ "แนวคิด 1 จังหวัด 1 ส.ส."...ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว...ไม่ต้องมีนักการเมืองไปเลย