"สวย"สนาม

วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554 เวลา 14:39:47 น.

ในประเทศ


"ภาพ" น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จากราชอาณาจักรไทย เดินตรวจพลกองทหารเกียรติยศอินโดนีเซีย "งาม" อย่างไม่ต้องสงสัย

งามในฐานะ "ผู้นำหญิง"

งามใน "บุคลิกภาพ-หน้าตา"

แต่กระนั้น คำถามที่หนักหน่วง และมาเร็วเกินคาด สำหรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็คือ

"ผลงาน" จะงามดั่งรูปโฉนโนมพรรณหรือไม่

เพียงแค่ 1 เดือนที่เข้ามาบริหารงาน เสียง "ขอโอกาสทำงาน" ยังไม่ทันจางไปไหน

เสียงแห่งคำถาม เสียงแห่งการปรามาส ต่อการบริหารงานก็สอดแทรกเข้ามาอึงมี่

"ดีแต่โม้" หลุดออกมาจากปากของนักวิชาการรุ่นใหญ่ อย่าง ดร.อัมาร สยามวาลา ตั้งแต่ไก่โห่

สะท้อนให้เห็นว่า เส้นทางของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต่อจากนี้ เป็นเส้นทางกันดารอย่างแน่นอน

นโยบาย, การบริการ, การเมือง กำลังเริ่มถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น



ว่าที่จริง คงต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ด้วยเช่นกัน เพราะการประชุมคณะรัฐมนตรี ผ่านไปไม่กี่ครั้ง

แต่ก็สามารถผลักดันสิ่งที่รับปากไว้ ออกมาหลายเรื่อง

ไม่ว่า การลดราคาน้ำมันเบนซิน และดีเซล โดยการลดการส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเป็นการชั่วคราว

ไม่ว่า การคืนภาษีรถยนต์คันแรก

ไม่ว่า การอนุมัติกรอบรับจำนำข้าว ที่ใช้งบประมาณมหาศาลถึง 4 แสนล้านบาท

ไม่ว่า การเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดโดยให้เป็นวาระแห่งชาติ

เป็นต้น

แต่กระนั้น จะด้วยเพราะสิ่งที่ผลักดันออกมานั้นไม่สุกงอมเพียงพอ

หรือ คนคิดไม่ได้ทำ คนทำไม่ได้คิด

เลยเกิดสภาพ ทำไปแก้ไป เหมือนไม่พร้อม

อย่างเรื่องลดราคาน้ำมันก็เกิดผลกระทบต่อแก๊สโซฮอล์ และรวมถึงไม่สามารถกระชากราคาสินค้าลงได้มากอย่างที่หวัง

เรื่องคืนภาษีรถยนต์ ก็มีเสียงกังวลเรื่องแนวทางปฏิบัติที่อาจรั่วไหล และผลประโยชน์ตกอยู่กับผู้ผลิตรถมากกว่าชาวบ้าน

เรื่องรับจำนำข้าว ยิ่งมีคำถามมากมายโดยเฉพาะความกังวลเรื่อง "ทุจริต" ขณะเดียวกันก็เริ่มมีปฏิกิริยาจากต่างประเทศ ที่หาว่าไทยปั่นราคา "อาหารโลก" ซึ่งถ้าอธิบายไม่ดี เสียรังวัดในทางสากลได้ง่ายๆ

เรื่องยาเสพติด เมื่อ คนนำทัพ นามสกุล "ดามาพงศ์" ก็บานทะโร่ไปเรื่องอื่นอย่างไม่น่าเชื่อ

สิ่งเหล่านี้ ทำให้ "นโยบาย" ที่คลอดออกมาได้เร็วน่าจะเรียกเสียงชื่นชม

แต่ก็ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหมาย ยิ่งมีเรื่องของความไม่มั่นใจในบางนโยบายว่าจะทำได้หรือไม่ได้ อย่าง ค่าแรง 300 บาท เงินเดือนข้าราชการ 15,000 บาท ฯลฯ

ก็เลยพลอยฉุดความมั่นใจต่อ "ฝีมือ" ในการผลักดันนโยบายให้เกิดขึ้นได้จริงลดลง

ทั้งที่เรื่องนี้ เคยเป็นจุดแข็งสำคัญของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่เมื่อมาถึงมือน้องสาว น.ส.ยิ่งลักษณ์ กลับไม่สามารถทำได้เทียบเท่า

นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นแห่ง "วิกฤตศรัทธา" ที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว



ในแง่การบริหาร

ความที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นมือใหม่ทางการเมือง

จึงทำให้ต้องมีองครักษ์ คอยปกป้อง โดยเฉพาะ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่สามารถทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยม

น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงเหมือน "ไข่ในหิน"

แต่ก็ใช่จะเป็นเรื่องดีไปทั้งหมด

เพราะเอาเข้าจริง สังคมก็ต้องการเห็นความเป็นผู้นำจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ควรจะกระโดดออกมายืนแถวหน้าในบางเรื่อง

ไม่ใช่ยืนอยู่แถวหลังตลอด อันนำไปสู่เสียงกระแหนะกระแหนโดยเฉพาะจากพรรคประชาธิปัตย์ ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี "ตัวจริง"

ต้องหลบซ่อนอยู่หลังคนอื่นตลอดเวลา โดยเฉพาะในเวทีรัฐสภา

เรื่องการบริหาร อีกเรื่องหนึ่งที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกจับตามอง

นั่นก็คือ การบริหารบุคคล

ในฝ่ายการเมือง ชัดเจนยิ่งกับการแต่งตั้งข้าราชการเมือง ที่มีกลุ่มคนเสื้อแดงเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดเสียงครหาว่านี่คือ การปูนบำเหน็จต่อกัน

หรือล่าสุดคือการตั้ง นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เจ้าของคลิปฉาวศาลรัฐธรรมนูญ เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทำให้มีการเชื่อมโยงขบวนการเขย่าศาลรัฐธรรมนูญกับพรรคเพื่อไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และ "ต่างตอบแทน" กันหลังจากภารกิจลุล่วง

ในส่วนข้าราชการประจำ การเปลี่ยนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อเปิดทางให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์

การโยกย้ายในกระทรวงยุติธรรม ที่ดึงตำรวจและคนในสายพรรคเพื่อไทยตรึงเก้าอี้สำคัญทั้งกรมราชทัณฑ์, ป.ป.ส. เป็นต้น

ถูกมองว่า เป็นปฏิบัติการกระชับอำนาจ เพื่อปูทางไปสู่การกลับบ้านของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มากกว่าที่จะเป็นไปเพื่อประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน

และยิ่งเมื่อเกิดกรณีที่ นายถวิล เปลี่ยนสี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ถูกย้าย จนนำไปสู่การร้องเรียนคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม ว่า การแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม ทำให้ภาพของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ หมองลงไปอีก

ยิ่งเมื่อมีปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องน้ำท่วม มาให้แก้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ถูกตั้งคำถามไม่น้อย เกี่ยวกับการบริหารจัดการ ที่ไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร

จนต้องมาปรับกระบวนการทำงานใหม่โดยให้รัฐมนตรีเข้าไปดูแลรายจังหวัด ซึ่งก็ต้องดูต่อไปว่า จะทำให้เกิดผลในทางปฏิบัติเพียงใด



ในทางการเมือง แทบจะไม่ต้องคาดเดาอะไร

เพราะพรรคประชาธิปัตย์ และเครือข่ายต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต่างขมีขมัน ในการต่อ "จิ๊กซอว์" เรื่องต่างๆ เพื่อที่จะขับเน้น ว่า สิ่งที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ดำเนินการมาในระยะ 1 เดือน เป็นไปเพื่อตอบสนอง เพียงสิ่งเดียว นั่นคือ ล้างมลทินให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ และนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศ

การทวงถามเรื่องฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ

ความพยามที่จะรื้อฟื้นคดีที่ดินรัชดาภิเษกขึ้นมาพิจารณา

เป็นตัวอย่างที่ถูกหยิบยกขึ้นตอกย้ำถึงความพยายามนั้น

พร้อมกันนั้น สิ่งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ประกาศต่อสาธารณชน ว่า จะไม่แก้แค้น จะแก้ไข พรรคประชาธิปัตย์ ก็พยายามใช้การโยกย้ายข้าราชการ มาเป็นตัวอธิบายว่าไม่เป็นความจริง มีความพยายามล้างบางฝ่ายตรงข้าม และดึงเอาพวกของตนเองขึ้นมา เพื่อที่จะก้าวไปสู่การควบคุมของตัวเองอย่างเบ็ดเสร็จ

ภาวะดังกล่าว ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ลังเลที่จะตอกลิ่มลงไปในทันที ว่า "ภายใน 6 เดือน รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ อาจต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หรืออาจเกิดวิกฤตการณ์ขึ้น"

นี่ย่อมเป็นการไม่ไว้หน้ารัฐบาลเพื่อไทย ที่ประชาชนกว่า 15 ล้านเสียงเทคะแนนให้อย่างชัดเจน



การจะลบคำสบประมาทของพรรคประชาธิปัตย์ได้ ดูเหมือนจะไม่มีทางอื่นนอกจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องทำให้นโยบายที่ผลักดันออกมา บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

ในด้านการบริหาร เมื่อ "จัดแถว" ข้าราชการลงตัว ก็ต้องเป็นมือไม้ในการทำงาน อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพื่อนำไปสู่ความเบ็ดเสร็จ ที่จะตอบสนองเป้าประสงค์ของใครบางคนเท่านั้น

ถ้าหากทั้งนโยบาย และการบริหารสอดคล้องกัน ก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการเมือง เพราะพรรคประชาธิปัตย์คงจะขยับอะไรไม่ได้ หาก รัฐบาลสามารถตอบสนองความต้องการประชาชนได้

คำถาม และคำตอบเกี่ยวกับอนาคตของรัฐบาล จึงล้วนอยู่ที่ตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพรรคเพื่อไทย ทั้งสิ้น








ไอแบงก์ ร่วมงาน Thailand Smart Money สัญจรสุราษฎร์ธานี
เชิญร่วมทริปถ่ายภาพกับกิจกรรม Photowalk 77 จังหวัดของไทย
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย เปิดตัว GMA สวิทช์เกียร์ Metal Clad รุ่นไฮเอนด์
กฟน.จัดสัมมนากระชับสัมพันธ์ลูกค้าธุรกิจอุตสาหกรรม
โครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ดูงานฮ่องกง
เอไอเอส จับมือ ไอ-สปอร์ต มอบรางวัลทองคำมูลค่ารวม 500,000 บาท ให้คอบอล
สุดยอดอาเซียน
บริษัท C&G โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีการกำจัดขยะ
ดนตรีในสวนสัญจร
ทีฟาล์ว ชวนเปลี่ยนเครื่องครัวเก่าเป็นขาเทียม พร้อมลุ้นรางวัล 3 ต่อ