ถึงคิว "คลองหลอด" ระอุ ยุทธการ "ล้างบาง-สร้างฐาน"

วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554 เวลา 11:00:02 น.




 

 


แล้วก็มาถึงคิวการแต่งตั้งโยกย้าย "กระทรวงมหาดไทย"

หลัง "รัฐบาลยิ่งลักษณ์" เริ่มลงมือไปแล้วทั้งในส่วนข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำอย่างเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และอีกหลายตำแหน่งในกระทรวงยุติธรรม ฯลฯ

แม้เสียงวิพากษ์วิจารณ์จะหนาหูกับพฤติกรรมของ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ที่ "ล้างบาง" ข้าราชการในขั้วอำนาจเก่า รวมถึงปูนบำเหน็จให้ข้าราชการสาย "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรีกลับมาเรืองอำนาจ

แต่เมื่อเดินเครื่องเต็มกำลังแล้ว ยังไงเสียก็ต้องเดินหน้าต่อ

ดังที่มีข่าวเล็ดลอดมาว่า งานนี้ "นายใหญ่" ไฟเขียวเต็มที่ ให้เสนาบดีคุมบังเหียนบังคับบัญชากระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ แต่งตั้งโยกย้ายกันได้อย่างเต็มที่ในช่วงเริ่มต้นรัฐบาล แม้จะถูกด่าก็ให้ด่ากันไปในทีเดียว

เพราะผลการดำเนินการที่ได้นั้น "คุ้ม" เสียยิ่งกว่า "คุ้ม" ในแง่การบริหารจัดการอำนาจและบุคลากรเพื่อรองรับการทำงานรัฐบาลอย่างมีเสถียรภาพ

เพราะบทเรียนที่ผ่านมาทั้ง รัฐบาล "สมัคร สุนทรเวช" และ "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" ในอดีต ที่ละล้าละลังไม่กล้าจัดทัพจัดคน ด้วยหวั่นกระทบอำนาจกองทัพและเครือข่ายอำนาจข้าราชการเก่าหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

ผลที่ได้คือ ความ "ไร้เสถียรภาพ" ในยามวิกฤต รัฐบาลไม่สามารถสั่งการข้าราชการได้เลย จนประสบภาวะ "ขาลอย" ทันที

เมื่อถึงคิว "กระทรวงมหาดไทย" ซึ่งเป็นกระทรวงสำคัญทางด้านปกครอง จึงจำเป็นอย่างยิ่งต้องจัดระเบียบเพื่อรองรับการทำงาน "มท.1" อย่าง "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" จึงต้องลงมือ เมื่อได้สัญญาณเวลาที่เหมาะสม

จากคำอ้างของ ส.ส.เพื่อไทยหลายคน หลังเดินทางไปพบ "พ.ต.ท.ทักษิณ" ที่กัมพูชา จึงได้ฤกษ์ลงมือเสียที โมเดลโยกย้ายจึงออกมาแบบมาเพื่อสอดรับการจัดวางทั้งกระดาน

เริ่มที่ ตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยของ "วิเชียร ชวลิต" ซึ่งถือว่ามาจากสายของ "เนวิน ชิดชอบ" แกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เมื่อครั้ง "ชวรัตน์ ชาญวีระกูล" นั่งเป็น "มท.1" โดย "วิเชียร" จะถูกโยกไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี จนกว่าจะมีตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำว่างในวันที่ 1 ตุลาคม

จากนั้น เสนอให้แต่งตั้ง "พระนาย สุวรรณรัฐ" รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และเลขาธิการ ศอ.บต. มานั่งปลัดมหาดไทย สอดรับโมเดลที่ต้องการโยก "พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง" ไปนั่งเลขาฯศอ.บต. เพื่อ "อัพเลเวล" ดังที่แวดวงราชการซุบซิบถึงเก้าอี้ปลัดกระทรวงยุติธรรมของ "กิติพงษ์ กิตติยารักษ์" ที่จะครบวาระในปี 2555

และ "พ.ต.อ.ทวี" จะเป็นตัวเลือกสำคัญในการก้าวสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อการทำงานสำคัญที่สอดรับเชื่อมโยง

ในแง่ของ "พระนาย" ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาฯศอ.บต.ในรัฐบาล "พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์" รัฐบาล "ขิงแก่" ด้วยภาพของคนในพื้นที่ และความศรัทธาในตัวพี่ชายชื่อ "พลากร สุวรรณรัฐ" องคมนตรี ที่เคยทำงาน ศอ.บต.สำเร็จมาแล้วในอดีต

และงานสำคัญเชิง "เอาหนามมาบ่งหนาม" ของ "พระนาย" หลังนั่งปลัดกระทรวง คือ การแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด ในช่วงสิ้นเดือนกันยายนหรือต้นเดือนตุลาคมนี้ นอกจากนี้ยังมีการแต่งตั้งรองผู้ว่าฯแทนตำแหน่งที่เกษียณอายุราชการ 20 ตำแหน่ง

รวมถึงตำแหน่งสำคัญในกระทรวงคลองหลอด ได้แก่ อธิบดีกรมการปกครองที่จะว่าง 1 แหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ว่าง 6 ตำแหน่ง และผู้ว่าฯว่าง 13 ตำแหน่ง ซึ่งคาดว่าจะมีการย้ายสลับตำแหน่งผู้ว่าฯและอธิบดีประมาณ 40 ตำแหน่ง

ฟันธงไว้ล่วงหน้าเลยว่า จะมีการตั้งคนของ "พรรคเพื่อไทย" มาดำรงตำแหน่งสำคัญ รวมถึงผู้ว่าฯในจังหวัดใหญ่ ส่วนผู้ว่าฯสายอำนาจเก่า เตรียมแต่งตัวรอนั่งเก้าอี้ผู้ตรวจราชการกระทรวงเอาไว้เลย

ถือเป็นการ "ล้างบางครั้งใหญ่" ของเครือข่ายโครงสร้างอำนาจที่ "พรรคภูมิใจไทย" วางฐานไว้ และเพื่อวางฐานใหม่ที่เข้มแข็งทางปกครอง ไม่รวมความเชื่อมโยงกับการจัดตั้งมวลชนผ่านกลไกอำนาจรัฐและนโยบาย อาทิ เครือข่ายกองทุนสตรี เพิ่มเงินกองทุนหมู่บ้าน อปพร. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปท. ฯลฯ

ส่วนโครงการเดิมๆ ยังมีให้รื้อกันสนุกมือ ทั้ง โรงเรียนนายอำเภอ เช่าคอมพิวเตอร์กรมการปกครอง ฯลฯ

ยังไม่รวมกระทรวงอื่น ที่พรรคฝ่ายค้านในขณะนี้เคยกำกับดูแล เช่น กระทรวงคมนาคม ที่กรมเกรดเอและมีงบประมาณมากทั้งกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ตำแหน่งอธิบดีครบวาระเกษียณ

ยังไม่รวมถึง "สุพจน์ ทรัพย์ล้อม" ปลัดกระทรวงคมนาคม ที่ถูกมองว่านิยมใส่เสื้อ "สีน้ำเงิน" ตำแหน่งอาจจะสั่นคลอน

จากบทเรียนตั้งแต่รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 "พ.ต.ท.ทักษิณ" รู้ความผิดพลาดและสิ่งที่ต้องทำ

เหลือเป้าสุดท้าย ที่ต้องค่อยๆ คืบคลานเข้าไปรื้ออย่างแนบเนียนที่สุด นั่นคือ "กองทัพ"

ส่วนองค์กรอิสระและองค์กรยุติธรรม แม้จะเข้าแทรกแซงไม่ได้ แต่การจะกระชับวงล้อมคงจะทำได้ไม่ยาก...

 

(มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 20 กันยายน 2554)









เฮ! สปป.ลาว จ่อปรับค่าแรงขั้นต่ำ คาดเริ่มได้ ก.ย. นี้
ฉลองวันเกิด 39 กะรัต "เมย์ เฟื่องอารมย์" ธีมย้อนยุค 70 เพื่อนดาราร่วมงานเพียบ!
อีกหนึ่งความภูมิใจ "รักที่ขอนแก่น" ได้คะแนนสูงระดับ "ท็อปทู" จากนักวิจารณ์ที่เมืองคานส์
อลังการชุดเดินพรมเเดง ของ "ชมพู่ อารยา" ติดท็อปชุดยอดเยี่ยมทั้งสองชุด!!
นำตัวหนึ่งในผู้ชุมนุมหน้าหอศิลป์สแกนสมอง หลังถูกกระแทกบริเวณศีรษะอย่างรุนแรง
"ฮุนได"ส่งรถตู้ไซซ์ยักษ์ H350 ลุย!
ตรวจสอบดวงท่านวันเสาร์ที่ 23 พ.ค.58 โดย พิมพ์พรร
โปรดเกล้า ฯ ต่อเวลาราชการให้แก่นายทหาร กรมราชองครักษ์
‘ทักษิณ’ เจอหน้าหลานสาวฝาแฝดเป็นครั้งแรก ดีใจน้ำตาคลอ! (ชมคลิป)
เพื่ออนาคต!! บุรีรัมย์ส่งเด็กวัย15เฝ้าเสา ในเกมอุ่นถล่มลาว 7-0
ขรก.เฮ! พ.ร.บ.ปรับขึ้นเงินเดือนมีผลแล้ว มีผลย้อนหลัง1ธ.ค.57 !!
ด้วยรักและห่วงใยจาก′พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล′ถึง′บิ๊กตู่′เตือนอันตรายลองดีกับสิ่งที่ไม่รู้ซึ้ง
"กานดา นาคน้อย" ซัด หม่อมโจ้ ฟอกขาวให้อาชญากรฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ชี้ปวศ.บันทึกภาพไว้หมด
′สมจิตต์′สู้สุดใจ! ป้อง′มาร์ค′ถูก′ชูวิทย์′ซัดแหลก บอกมีเมตตาอยากให้สติ!
เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เนปาลถูกตีความอย่างไรในสายตา "ชัย ราชวัตร" โปรดอ่าน...