บันได 9 ขั้น-ยุบเพื่อไทย ′ลางบอกเหตุของ′ "จตุพร" และบอดี้การ์ด "หมอตุลย์" สัญญาณ แตกหักรอบใหม่ !!

วันที่ 08 ตุลาคม พ.ศ. 2554 เวลา 21:00:13 น.




ในประเทศ


 

ถานการณ์การเมืองคลายภาวะตึงเครียดลงหลังการเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม ที่พรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นฝ่ายชนะถล่มทลายได้เข้ามาจัดตั้งรัฐบาล

ถึงตอนนี้เริ่มปรากฏสัญญาณบางอย่างบ่งชี้ว่าสถานการณ์หลังการเลือกตั้ง อาจเป็นเพียงความสงบนิ่งชั่วคราวที่รอเวลาปะทุรุนแรงรอบใหม่ โดย"คู่ขัดแย้ง"หน้าเดิมคือฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ซึ่งสองฝ่ายประกอบไปด้วยรัฐบาล พรรคเพื่อไทย คนเสื้อแดง ฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มอำมาตย์ กลุ่มพันธมิตรฯ และกลุ่มเสื้อหลากสี ขณะที่กองทัพยังสงวนท่าที

โดยมีจุดต้องจับตาคือเรื่องการจัดสรรงบประมาณจัดซื้ออาวุธยุโธปกรณ์ และการแต่งตั้งโยกย้ายทหารที่เป็นชนวนให้เริ่มมีการพูดถึงการแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบข้าราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551

ซึ่งอาจเป็นเงื่อนไขชี้ขาดท่าทีกองทัพต่อรัฐบาล

ส่วนสถานการณ์ด้านอื่นๆ ไม่ว่าการเร่งกระบวนการถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ การคืนพาสปอร์ต การรื้อฟื้นคดีที่ดินรัชดาฯ การที่อัยการสูงสุดไม่ยื่นฎีกาคดีภาษีหุ้น ความคืบหน้าการสอบสวนคดี 91 ศพ การโยกย้ายข้าราชการ

กรณีแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ที่เสนอลบล้างผลพวงรัฐประหาร ข้อเสนอแนะคณะกรรมการอิสระเพื่อความปรองดอง หรือ คอป. 7 ข้อ การแต่งตั้งคณะกรรมการองค์กรอิสระว่าด้วยหลักนิติธรรมแห่งชาติ หรือ คอ.นธ.

แม้แต่กรณีนักศึกษาหนุ่มมือดีแฮ็กเข้าไปป่วนทวิตเตอร์นายกรัฐมนตรี และการไล่จับผิดคำพูดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระหว่างออกรายการวิทยุพบประชาชน

เหล่านี้ล้วนเป็นประเด็นที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลได้ทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่กำลังได้รับการพูดถึงมากตอนนี้

มาจากกรณี นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. ออกมาตีแผ่"ลางบอกเหตุในการทำรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาล"

ในจังหวะสอดรับกับ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ที่ได้กล่าวเปิดโปงแผนบันได 9 ขั้นนำไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทย

ทั้งคู่ชี้ตรงกันว่าขบวนการโค่นล้มรัฐบาลเริ่มต้นขึ้นแล้ว



นายพร้อมพงศ์อ้างว่า เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง 4 คนได้ให้ข้อมูลผ่านสมาชิกพรรคเพื่อไทยตรงกันว่า มีกลุ่มการเมืองร่วมมือกับกลุ่มผู้สูญเสียอำนาจจ้องล้มรัฐบาลด้วยแผน 9 ขั้น คือ

1.ใช้สื่อโจมตีพรรคเพื่อไทยทุกประเด็นทั้งเรื่องนโยบายและตัวบุคคล

2.กลุ่มผู้มีอำนาจและสูญเสียอำนาจที่เคยกำกับดูแลกระทรวงใดมาก่อน สั่งให้ลูกน้องใส่เกียร์ว่าง ไม่ให้ความร่วมมือกับผู้บริหารชุดปัจจุบัน

3.ยุยงให้ข้าราชการที่ถูกโยกย้ายร้องทุกข์กล่าวโทษว่าถูกรัฐบาลโยกย้ายไม่เป็นธรรม

4.ยุยงชาวบ้านร้องทุกข์กล่าวโทษผู้บริหารในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

5.ให้บางกลุ่มที่อาศัยคราบเอ็นจีโอออกมาทำลายความน่าเชื่อถือรัฐบาล โดยล่ารายชื่อหรือโจมตีรัฐบาลทุกประเด็น

6.ใช้เครือข่ายสื่อ รวมทั้งโซเชียลเน็ตเวิร์ก โยงเป็นคอนเซ็ปต์เดียวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อให้ประชาชนเกิดความรู้สึกว่ารัฐบาลช่วยเหลือคนคนเดียว

7.โจมตีสมาชิกพรรคเพื่อไทย คนในรัฐบาลในเรื่องเกี่ยวกับสถาบัน

8.ทำร้ายแกนนำคนเสื้อแดง สมาชิกพรรคเพื่อไทย รวมถึงบุคคลสำคัญในรัฐบาล

9.เมื่อข้อ 1 ถึง 8 ประสบผลสำเร็จก็ให้เร่งประเด็น"ยุบพรรคเพื่อไทย"

สำหรับเงื่อนเวลาแผนบันได 9 ขั้น คือต้องล้มรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้ได้ก่อนเดือนพฤษภาคม 2555 หรือก่อนสมาชิกบ้านเลขที่ 111 จะพ้นโทษถูกเพิกถอนสิทธิการเมือง

ส่วนวิธีการที่จะไปถึงจุดนั้นได้คือการสร้างความหวาดระแวงระหว่างคนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย และรัฐบาลกับกองทัพ แล้วฉวยโอการสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง ทำให้รัฐบาลบริหารงานไม่ได้

จากนั้นจะเชื่อมโยงไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทยเหมือนกับการยุบพรรคพลังประชาชนเมื่อปี 2551

ยุทธวิธีสร้างความหวาดระแวงระหว่างรัฐบาลกับกองทัพตามที่นายพร้อมพงศ์ระบุ สอดรับกับที่นายจตุพรกล่าวถึงขบวนการ"เสี้ยมรัฐบาลชนกับกองทัพ"

โดยยกกรณีแต่งตั้งโยกย้ายมาเป็นเหตุ



นายจตุพรขยายความว่าขบวนการเสี้ยมรัฐบาลชนกับทหารนั้น

ทำโดยนักเคลื่อนไหวบางคนที่เป็น"หมอ" ซึ่งมีทหารหน่วยรบพิเศษผ่านการฝึกจากประเทศอิสราเอลคอยทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ทหารดังกล่าวเคยสังกัดกองร้อยตระเวนระยะไกลของ พล.ร.1 รอ. แต่ปัจจุบันถูกจำหน่ายชื่อออกจากหน่วยไปแล้ว นายจตุพรได้แจ้งเรื่องดังกล่าวไปยังที่ปรึกษา รมว.กลาโหม เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

เนื่องจากประเด็นดังกล่าวชี้ให้เห็นว่ามีสัญญาณเหมือนตอนก่อนเกิดการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่ทหารบางหน่วยถูกส่งไปเป็นการ์ดให้กับแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ

เรื่องนี้เป็น"ลางบอกเหตุ"ของขบวนการโค่นล้มรัฐบาลที่ต้องติดตาม

"ขอเตือนฝ่ายข่าวรัฐบาลให้ติดตามจิ๊กซอว์ต่างๆ ให้ดี ปรากฏการณ์นี้ไม่ธรรมดา การเปิดประตู 19 กันยายน 2549 เป็นอย่างไร ครั้งนี้เหมือนกันทุกกรณี"


ลางบอกเหตุดังกล่าวยังเป็นเหตุผลว่าทำไม "หมู่บ้านเสื้อแดง"ยังด้องเดินหน้าต่อไป ทั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมต่อต้านไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย 19 กันยายน 2549 นั่นเอง

อีกด้านหนึ่งได้มีรายงานข่าวจากนายทหารคนใกล้ชิด พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ยอมรับว่าหลังจากรับข้อมูลจากนายจตุพรไปตรวจสอบโดยหน่วยข่าวกรอง

กรณีกลุ่มชายฉกรรจ์เดินทางไปฝึกอาวุธที่อิสราเอลพบว่าเป็นเรื่องจริง แต่ไม่ใช่ทหาร เป็นพลเรือน และมีความสัมพันธ์กับนักการเมืองระดับ ส.ว. ที่กลัวจะสูญเสียอำนาจจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นักการเมืองระดับ ส.ว. นี้เองคือ"สปอนเซอร์"ออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรับการฝึกเพื่อกลับมาอารักขา "สามารถสังเกตได้จากกลุ่มคนหัวเกรียนที่เดินตามกลุ่ม ส.ว. ที่เสียประโยชน์จากรัฐบาล" คนใกล้ชิด รมว.กลาโหมระบุ

แต่ข้อมูลที่ต่างไปจากของนายจตุพรก็คือ

กลุ่มคนเหล่านี้ไม่มีกำลังเพียงพอจะทำรัฐประหาร



แล้วก็เป็นอะไรที่ไม่ต้องรอนาน

น.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำเครือข่ายเสื้อหลากสี ซึ่งอยู่ระหว่างการล่ารายชื่อคัดค้านการถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ

ออกมาชิงยอมรับว่า"หมอนักเคลื่อนไหว"น่าจะหมายถึงตนเอง

แต่ที่"หมอตุลย์"ปฏิเสธคือตนเองไม่มีนายทหารคอยคุ้มกัน บอดี้การ์ดมีเพียงคนเดียวที่เคยอยู่อิสราเอล แต่ไม่ใช่ทหาร ไม่มียศ

พร้อมกับโจมตีนายจตุพรที่ออกมาระบุถึงลางบอกเหตุในการรัฐประหาร รวมถึงแผน 9 ขั้นนำไปสู่การล้มรัฐบาลของนายพร้อมพงศ์ ว่าเป็นการ"ตีปลาหน้าไซ" กุข่าวขึ้นเองมากกว่า

กระนั้นก็ตาม หากสังเกตจะพบว่าข้อมูลของนายจตุพร คนใกล้ชิด รมว.กลาโหม และของหมอตุลย์ มีหลายอย่างตรงกันไม่ว่าเรื่องหมอนักเคลื่อนไหว ไม่ว่าเรื่องบอดี้การ์ดที่ได้รับการฝึกอาวุธที่อิสราเอล

จนทำให้เกิดข้อสงสัยว่าแล้วลางบอกเหตุของนายจตุพรจะกลายเป็นความจริงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้าประมาณ 1 เดือน นายจตุพรเคยกล่าวถึงขบวนการโค่นล้มรัฐบาลที่จะเริ่มเดินเครื่องเต็มสูบในเดือนธันวาคม

ยุทธวิธีคือเป็นการร่วมมือระหว่างนักการเมืองกับ"อำนาจนอกระบบ" ใช้รูปแบบการผสมผสานบูรณาการเหมือนที่ล้มรัฐบาลทักษิณ รัฐบาลสมัคร และรัฐบาลสมชายมาแล้ว

ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่ดำเนินมากว่า 6 ปี ถึงตอนนี้จึงยังไม่มีสัญญาณใดชี้ชัดว่าทั้งสองขั้วอำนาจจะปรองดองกันได้

ตรงข้ามกับสัญญาณแตกหักรอบใหม่ที่นับวันยิ่งชัดเจนมากขึ้นเป็นลำดับ

.......


(ที่มา : มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 7-13 ตุลาคม 2554)  คลิกสมัครสมาชิก








เจาะลึกโยกย้ายมท.ล่าสุด "สิงห์ทอง" ขึ้นพรึ่บ จับตาผช.ปลัดกระทรวงหนุ่ม อายุไม่ถึง 40
ใจป้ำสุด ๆ "เจ้าสัวบุญชัย" สอยกระเป๋าเเบรนด์แสนกว่าๆ ให้ศรีภรรยา "ตั๊ก บงกช"
"แตงโม" ไม่ถือ "นิกกี้" เน็ตไอดอล เดินแบบแย่งซีนฟินาเล่
เเขวนเต้าสละโสด "แอนน์วรา" วิวาห์หวานนักธุรกิจหนุ่ม "วิลเลียม" ชาวสิงคโปร์
พ่อจีนยัวะ ลูกชายคนโตหมกตัวในร้านเกม ไม่มางานวันเกิดแม่ บุกถล่มร้านเน็ตพังยับ
หาก"วู้ดดี้" ไม่รับข้อเสนอซื้อสิทธิ์ใช้ภาพ ทีมทนายอ.สอนถ่ายภาพ จ่อฟ้องเรียกศักดิ์ศรีช่างภาพกลับคืน
คลิปฮา ตร.ฝรั่งเศสพุ่งชาร์จจับตัว "สาวเปลือยอก" แต่พลาดเป้า ร่างเซถลาหัวชนกำแพงอย่างจัง
“นิพิฏฐ์” เตือนดึงตุลาการเป็นที่ปรึกษารมต. หวั่นวิกฤตกระบวนการยุติธรรมไทยพังทั้งระบบ
อึ้ง แฉ "ผู้นำโสมแดง" สุดโหด ประหารผู้คนกว่า 50 ราย ฐานดู "ละคร" ชาติเพื่อนบ้าน
จ่อยิงวินจยย.ภูเก็ต ต่อหน้าลูกชาย คาดเป็นมือปืนอาชีพ (ชมคลิป)